ระหว่างที่เดินทางกลับ จางเซวียนก็แอบมองเย่ฝานอยู่บ่อยครั้ง
เย่ฝานขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “นายมองฉันอย่างนี้ทำไม ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ฉันไม่สนนายหรอก”
จางเซวียนชักสีหน้าพลางกล่าว “นายคิดมากไปแล้ว ฉันชอบผู้หญิงหน้าอกโต บั้นท้ายใหญ่ ไม่ได้ชอบแบบนายหรอก”
เย่ฝานส่ายหน้าพูดอย่างดูถูก “รสนิยมของนายมันช่างธรรมดาจริงๆ!”
จางเซวียน “…” ต้องชอบผู้ชายด้วยกันเหมือนนายใช่ไหมถึงจะไม่ธรรมดา
“ธงดูดิญญานั่นนายเอามาจากไหน?” จางเซวียนถาม
เย่ฝานกวาดตามองจางเซวียนอย่างดูแคลน ก่อนจะพูดว่า “มันเป็ความลับของฉัน ทำไมต้องบอกนายด้วย อีกอย่างนายก็ไม่ใช่สเปคของฉันด้วย”
จางเซวียนเบะปากแล้วกล่าวว่า “ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก! คนใจแคบ!”
เย่ฝานและจางเซวียนลงมาจากรถแท็กซี่ จางเหวินเทาเห็นทั้งสองเดินมา ก็ถอนหายใจโล่งอกทันที
หลังจากไป๋โม่โม่เกิดเื่ขึ้น จางเหวินเทาและจางเซวียนก็เวียนกันมาดูแลหล่อน แต่ตอนที่จางเหวินเทามาถึงกลับไม่พบจางเซวียน เมื่อเขาถามไป๋โม่โม่จึงรู้ว่า จางเซวียนและเย่ฝานออกไปปราบผี หลังจากรู้เื่เขาร้อนใจมาก ั้แ่เมื่อครั้งที่จางเซวียนพ่ายแพ้ให้เย่ฝาน ก็คิดอยู่ตลอดว่าจะต้องหาโอกาสแก้มือ จางเหวินเทาจึงกลัวว่าถ้าทั้งคู่เจอกันจะประมือกันอีก
แต่ตอนนี้เห็นว่าความสัมพันธ์ของจางเซวียนและเย่ฝานดีขึ้นแล้ว จางเหวินเทาก็ถอนหายใจโล่งอก
“ศิษย์น้อง นายกับเย่ฝานยังไม่ได้ประลองกันใช่ไหม?” จางเหวินเทาถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เย่ฝานมองจางเหวินเทาด้วยสายตาเมินเฉยพร้อมกล่าวว่า “ไม่หรอก หมอนี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผม ถ้าประมือกันขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะมีแต่แพ้กับแพ้เท่านั้น”
จางเหวินเทามองเย่ฝานอย่างจนใจ กลัวว่าจางเซวียนได้ยินแล้วจะโมโหจนห้ามไม่อยู่ แต่ผิดคาดเพราะจางเซวียนไม่ได้โกรธเขา เพียงแค่ด่าเขาเสียงเบาว่า “ไอ้บ้าเอ๊ย!”
“พวกคุณคุยกันไปก่อนนะ ผมขอตัวเข้าไปข้างในก่อน” เย่ฝานเอ่ย
“พวกนายไปไหนมา? ไม่ได้เจอเื่อะไรใช่ไหม” จางเหวินเทารอให้เย่ฝานเดินลับตาไป แล้วรีบถามจางเซวียน
จางเซวียนส่ายหน้าพลางตอบ “ไม่มีเื่อะไรร้ายแรงหรอกครับ ศิษย์พี่ท่านเจอกับเย่ฝานที่ไหน! แล้ววิชาของเขาร่ำเรียนมาจากใครกัน!”
จางเหวินเทาได้ยินแล้วรู้สึกใไม่น้อย จางเซวียนเป็ทายาทของเ้าสำนัก ปกติเขามีนิสัยยโสโอหังและมองไม่เห็นหัวผู้อื่น ผู้าุโในสำนักล้วนไม่สามารถสั่งสอนเขาได้ แต่วันนี้หมอนี่กลับศรัทธาในตัวเย่ฝานขึ้นมาเสียอย่างนั้น
จางเหวินเทาเผยสีหน้าประหลาด เขาตอบว่า “เื่นี้ ความจริงแล้วฉันก็ไม่ค่อยรู้เื่สักเท่าไร”
…
เย่ฝานกลับมาถึงโรงพยาบาลก็ไม่พบไป๋อวิ๋นซี แต่ได้พบกับเซี่ยวฉือแทน
“คุณตา ไป๋อวิ๋นซีล่ะครับ?” เย่ฝานถามพลางหันมองซ้ายขวา
เซี่ยวฉือเปล่งเสียงฮึมฮัมในลำคอแล้วตอบว่า “เขากลับไปแล้ว”
“อ่อ ครับ”
เซี่ยวฉือกระแอมเบาๆ สองครั้ง แล้วกล่าวอย่างไม่ค่อยเต็มใจว่า “เื่โม่โม่น่ะ ขอบใจนายมากนะ”
เย่ฝานยกมือตบหน้าอกตนเอง แล้วตอบด้วยท่าทางผึ่งผายว่า “ไม่เป็ไรครับ ไม่เป็ไร อีกหน่อยพวกเราก็จะเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว มันเป็สิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้วล่ะ”
เซี่ยวฉือ “…”
“เมื่อครู่โม่โม่บอกว่านายออกไปปราบผี ไม่ทราบว่าสถานการณ์เป็ยังไงบ้าง?” เซี่ยวฉือถาม
เย่ฝานโบกมือไปมาพลางตอบ “สถานการณ์คลี่คลายแล้วครับ ผมออกโรงเอง คุณยังจะห่วงอะไรอีก”
เซี่ยวฉือพยักหน้า รู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอก “คลี่คลายได้ก็ดีแล้ว”
เซี่ยวฉือรู้สึกเหนือความคาดหมายอยู่ไม่น้อย ถึงแม้เขาจะรู้ว่าเย่ฝานมีความสามารถ แต่ไม่รู้ว่าความสามารถนั้นอยู่ในระดับไหน คนของเขาหลงหู่ทั้งสองคนยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทว่าเย่ฝานกลับจัดการเื่นี้ได้อย่างง่ายดาย เ้าหมอนี่ร้ายกาจกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก!
“คุณตา หน้าของคุณดูมีเืฝาดเพราะยาบำรุงครอบจักรวาลหรือเปล่าครับ!” เย่ฝานถามพลางกะพริบตาปริบๆ
เซี่ยวฉือถูกเย่ฝานถามอย่างนี้ ใบหน้าพลันร้อนฉ่าอย่างไม่อาจควบคุม! “ยานั่นได้ผลไม่เลว”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “แน่นอนอยู่แล้วครับ ก็เป็ของที่ผมมอบให้คุณตานี่? จะต้องได้ผลดีแน่นอน”
เซี่ยวฉือตอบด้วยความประหม่า “ภรรยาของฉันก็แบ่งไปกินด้วย รู้สึกว่าจำนวนยาจะไม่พอ...”
เย่ฝานถอนหายใจแล้วพูดว่า “คุณตาอายุมากแล้วแขนขาก็อ่อนแรงไปตามวัย บำรุงได้ขนาดนี้ก็ถือว่าไม่ง่ายเลย”
เซี่ยวฉือหัวเราะแห้งๆ แล้วกัดฟันพูด “แล้วใครบอกว่าไม่ใช่กันเล่า มันก็ไม่ง่ายเลยจริงๆ!”
“ในเมื่ออวิ๋นซีไม่อยู่ ผมก็ขอตัวก่อนนะครับ” เย่ฝานกล่าว
“ได้!”
หลังจากที่เย่ฝานเดินจากไปไม่นาน ในห้องพักผู้ป่วยมีชายชราคนหนึ่งเดินออกมา “เ้าบ้านี่ ไม่รู้จักทักทายฉันสักคำ” ไป๋ซื่อหยวนยกมือเท้าเอว สีหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
เซี่ยวฉือหันไปมองไป๋ซื่อหยวน “เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายอยู่ที่นี่”
ไป๋ซื่อหยวนพูดด้วยความไม่พอใจว่า “เ้าบ้านี่ กตัญญูนอบน้อมต่อนาย เรียกนายว่าคุณตาเสียด้วย” แต่กับเขานั้นกลับเมินเฉย! แม้แต่คำทักทายยังไม่มีให้
“หากเขารู้ถึงฐานะของนาย เขาจะต้องยินดีเรียกนายว่าคุณปู่แน่นอน” เซี่ยวฉือกล่าว
ไป๋ซื่อหยวนโบกมือแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ ฉันยังไม่อยากมีหลานเพิ่ม”
…
เย่ฝานอยู่ในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซี เขาลูบคางเหมือนกำลังคิดอะไรในใจ ใบหน้าเผยความกลัดกลุ้มใจไม่น้อย
“เป็อะไรไปเหรอ!” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“คนที่นี่ขี้กลัวจริงๆ เลย พอได้ยินว่าบ้านฉันมีผีสิงก็ไม่กล้ารับงาน ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว” เย่ฝานเอ่ยอย่างกลุ้มใจ
ไป๋อวิ๋นซีกล่าวอย่างไม่เข้าใจว่า “ทำไมนายต้องให้คนเข้าไปในคฤหาสน์ด้วย!”
เย่ฝานหันไปมองไป๋อวิ๋นซีพร้อมตอบ “ฉันจะปรับปรุงบ้านใหม่! ข้างในบ้านรกรุงรังไปหมด โซฟาก็ใช้ไม่ได้ ฉันต้องปู่เสื่อนอนทุกวัน!”
“เอาแบบนี้ เดี๋ยวฉันติดต่อทีมตกแต่งบ้านให้นายก็แล้วกัน” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ย
เย่ฝานกะพริบตาก่อนเอ่ย “งั้นก็ดีเลยสิ!”
ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจว่าหากให้รางวัลย่อมมีผู้กล้า คนทั่วไปไม่กล้าเข้าไปในบ้านผีสิง แต่หากเพิ่มค่าแรงสองเท่าหรือสามเท่า ย่อมมีคนยอมรับงานแน่ หากมีเงินจะปลุกผีขึ้นมาโม่แป้งให้ก็ยังได้
เย่ฝานแกว่งขาไปมา พูดอย่างเบิกบานใจ “อวิ๋นซี นายก็รู้ว่าความจริงแล้วฉันนอนพื้นทุกวันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก แต่เกิดวันไหนนายอยากไปอยู่กับฉันขึ้นมา บ้านสกปรกอย่างนั้นก็คงไม่ดีเท่าไร”
ไป๋อวิ๋นซีวางปากกาลง มองไปทางเย่ฝานแล้วพูดอย่างเคร่งขรึม “ทำไมฉันต้องไปอยู่กับนายด้วย?”
“ก็เพราะว่าเป็ฉันไง! ฉันมีคนแอบชอบอยู่ไม่น้อย ถ้านายกลัวว่าจะมีคนมาแย่งฉันไป ก็ต้องคอยจับตามองฉันอยู่ตลอดเวลา” เย่ฝานกล่าวออกมาแทบไม่คิด
ไป๋อวิ๋นซียิ้มเ็าก่อนถามกลับไป “นายดูออกได้ยังไงว่ามีคนชอบนายอยู่ไม่น้อย?”
“ก็เพราะอัตราการหันกลับมามอง! มักมีคนหันกลับมามองฉันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะคนในบริษัทนาย” เย่ฝานตอบ
ไป๋อวิ๋นซี “…” คนในบริษัทของเขา ไม่ได้หันกลับมามองเย่ฝาน เพราะเป็ที่นิยมชมชอบหรอกนะ “นายคิดมากไปแล้ว”
เย่ฝานเอ่ยอย่างกลัดกลุ้มว่า “นายก็ชอบพูดอย่างนั้นตลอด”
“เมื่อวานนี้นายไปที่โรงพยาบาลได้เจอกับคุณปู่ของฉันไหม?”
“คุณปู่?” เย่ฝานถาม
“ใช่ เมื่อวานคุณปู่ของฉันอยู่ที่โรงพยาบาลด้วย”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ตอนที่ฉันไปถึงก็ไม่เห็นเขาเลยนี่!”
“งั้นเหรอ? เมื่อวานนี้ท่านด่านายชุดใหญ่เลยล่ะ” ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจว่าอาจเป็เพราะไป๋ซื่อหยวนไม่ยอมเปิดเผยตัว ดังนั้นพอเย่ฝานไปถึงจึงไม่รู้ว่าไป๋ซื่อหยวนอยู่ที่นั่นด้วย ก็เลยจากไปโดยไม่ทักทาย และอาจเป็เพราะอิจฉาที่เย่ฝานปรุงยาบำรุงครอบจักรวาลให้คุณตา แต่กลับไม่มอบให้คุณปู่บ้าง
เย่ฝานกะพริบตาแล้วพูดว่า “ทำไมถึงได้คิดเล็กคิดน้อยแบบนี้นะ ใจไม่กว้างเอาเสียเลย!”
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่! คำพูดอะไรก็กล้าพูดออกมาจนหมด! คนบ้านตระกูลไป๋ยังไม่กล้าพูดจาลามปามผู้ใหญ่ขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่คุณปู่จะด่าเขา
ไปอวิ๋นซีจัดการเื่ราวทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่นานก็ติดต่อทีมตกแต่งสถานที่ให้เย่ฝานได้
เื่ตกแต่งสถานที่เข้าที่เข้าทางแล้ว เย่ฝานก็วางใจได้สักที
…
ณ ชุมชนคฤหาสน์ซินเยวี่ย
“น้องชาย นายกลับมาแล้วเหรอ” ไช่เจิ้นจวิ้นเห็นเย่ฝานกลับมา ก็เข้ามาต้อนรับเย่ฝานด้วยความเป็มิตร”
หลังจากที่เย่ฝานซื้อคฤหาสน์หลังนี้ ไช่เจิ้นจวิ้นก็จับตามองเย่ฝานั้แ่นั้นมา เขาอยากรู้ว่าเมื่อไรเ้าหมอนี่จะโดนผีหลอกจนขวัญหนีดีฝ่อ แต่จนแล้วจนรอด แต่ละวันที่ผ่านมาเย่ฝานกลับยิ่งกระตือรือร้นและมีชีวิตชีวา ไม่กี่วันมานี้บ้านของเย่ฝานมีคนงานเข้าออกไม่น้อย ทำให้เขาประหลาดใจเป็อย่างมาก
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบกลับไป “ก็ใช่น่ะสิ!”
“ฉันเห็นบ้านนายเปิดประตูและหน้าต่างแล้ว! นายจะทำอะไรเหรอ!” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
“ฉันน่ะเหรอ! ฉันจะปรับปรุงบ้านใหม่! บ้านเหม็นซะขนาดนั้น ทนอยู่ไม่ได้หรอก” เย่ฝานตอบ
ไช่เจิ้นจวิ้นกะพริบตาแล้วเอ่ยว่า “มีคนยอมเข้ามาปรับปรุงบ้านให้นายเหรอ?”
“ทำไมต้องไม่ยอมล่ะ?”
“น้องชาย บ้านของนายมีผีสิงนะ ใครจะกล้ามาล่ะ” ไช่เจิ้นจวิ้นพูด
“ดูนายก็อายุยังน้อยนะ อย่างมงายแบบนี้เลย! ไอ้เื่ิญญาเอย! ผีเอย! มันเป็แค่ข่าวลือเท่านั้น พ่อแม่นายเลี้ยงมาโตขนาดนี้ ไม่ใช่ให้นายมาเที่ยวป่าวประกาศเื่ความเชื่องมงายแบบนี้หรอกนะ” เย่ฝานเอามือไขว้หลังวางมาดเหมือนเป็ผู้ใหญ่
ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝานพลางคิดในใจ เย่ฝานเ้าหมอนี่โชคดีสุดๆ ตอนที่ไอ้ทึ่มนี่ย้ายเข้ามา ผีก็ย้ายบ้านออกไปหมด! ถ้าเจอผีเข้าล่ะก็ มันจะได้รู้สึกเสียบ้าง
“น้องชาย ฉันเข้าไปดูหน่อยได้ไหม?” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
หลังจากที่ไช่เจิ้นจวิ้นเคยโดนผีหลอกจนปัสสาวะเกือบราดในบ้านหลังนี้ เขาคิดว่าอยากมีโอกาสเข้าไปดูผีอีกสักครั้ง เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้เขาไปสักที
เย่ฝานพยักหน้าตอบว่า “ได้สิ!”
ไช่เจิ้นจวิ้นตามเย่ฝานเข้าไปในคฤหาสน์ ภายในมีการปรับปรุงใหม่ ดูออกว่าใช้วัสดุชั้นดีทั้งนั้น เฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งล้วนเป็ของแบรนด์ดังราคาไม่ใช่น้อยๆ เลย
“คุณชายเย่ครับ คุณว่าทำแบบนี้ดีไหมครับ?” นักออกแบบคนหนึ่งเดินมาถามเย่ฝานด้วยความนอบน้อม
เย่ฝ่านพยักหน้าอย่างใจเย็นแล้วเอ่ยว่า “ก็คงจะได้นะ แต่ว่ามันดูเรียบเกินไปหรือเปล่า ฉันได้ยินว่าบ้านคนอื่นมีชักโครกทองคำด้วย นายลองดูซิว่าฝาผนังหลังทีวีถ้าใช้ทองคำทำจะดูดีกว่าหรือเปล่า!”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” ดูไม่ออกเลยว่า คนคนนี้คือเศรษฐีใหม่!
“คุณชายเย่ครับ แต่พื้นหลังแบบนี้คุณชายไป๋เป็คนเลือกนะครับ” นักออกแบบพูดพลางเกร็งมุมปากเล็กน้อย
เย่ฝานกะพริบตาแล้วพูดว่า “งั้นเหรอ?”
นักออกแบบพยักหน้า ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ใช่ครับ!”
“ในเมื่อเขาเลือกแล้ว ก็ทำตามนั้นเถอะ”
นักออกแบบถอนหายใจโล่งอก หากออกแบบพื้นหลังตามสไตล์เศรษฐีใหม่อย่างที่เย่ฝาน้า งานนี้มันจะกลายเป็จุดด่างพร้อยในชีวิตการทำงานนักออกแบบของเขาเป็แน่!
“คุณชายไป๋?” ไช่เจิ้นจวิ้นตะลึงไปครู่หนึ่ง เขาส่ายหัวและคิดในใจว่าจะต้องไม่ใช่คุณชายไป๋คนนั้นแน่นอน คุณชายไป๋คนนั้นจะรู้จักมักจี่กับเย่ฝาน เ้าคนแปลกประหลาดคนนี้ได้อย่างไร!
