ณ บ้านตระกูลอู่
ถังหนิงมองอู่ซือหานแล้วถามว่า “โทรศัพท์จากไหนคะ!”
“จางซือเลี่ยง!”
ถังหนิงพูดอย่างไม่เชื่อหู “คนที่ขายวัสดุก่อสร้างคนนั้น”
ถังหนิงขมวดคิ้ว ชื่อเสียงของจางซือเลี่ยงไม่ค่อยดีนัก หลังจากสร้างเนื้อสร้างตัวจนกลายเป็นักธุรกิจที่ร่ำรวย เขาก็ไปมีความสัมพันธ์กับเลขานุการสาวคนหนึ่ง ทอดทิ้งภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน แม้แต่ลูกชายตัวเองก็ไม่สนใจ
ถังหนิงไม่ชอบคนคนนั้นเอาเสียเลย เมื่อก่อนจางซือเลี่ยงกับภรรยาของเขาถือว่าเป็แบบอย่างของคู่สามีภรรยาที่ดี แต่สุดท้ายเพื่อเมียน้อยชั้นต่ำคนนั้นเขาถึงกับผลักเมียตัวเองตกบันไดจนเกือบได้รับาเ็สาหัส
จะว่าไปแล้วก็แปลก เมียน้อยของจางซือเลี่ยงคนนี้หน้าตาก็พอใช้ได้ แต่ไม่ถึงกับสวยสะดุดตา แถมยังชอบทำตัวล่วงเกินใครต่อใครไปทั่ว คนในครอบครัวก็ไม่น่าคบหา ไม่รู้ทำไมจางซือเลี่ยงถึงได้สนใจคนอย่างหล่อน หนำซ้ำยังหลงจนหัวปักหัวปำเสียด้วย
“คุณไม่ได้สนิทกับเขา! ทำไมเขาถึงได้โทรมาหาคุณล่ะคะ?” ถังหนิงเอ่ยถาม
อู่ซือหานมองถังหนิงแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “เป็เพราะตั๋วเครื่องบินใบนั้น ตั๋วเครื่องบินที่ฉันจองให้เย่ฝาน ตอนที่จองตั๋วฉันกรอกเบอร์โทรศัพท์ฉันเอาไว้ จางซือเลี่ยงเจอกับเย่ฝานบนเครื่องบิน เย่ฝานบอกว่าในร่างกายของเขามีหนอนฝังอยู่”
ถังหนิงถามอย่างไม่เข้าใจว่า “หนอน?”
อู่ซือหานพยักหน้าแล้วตอบว่า “เขาบอกมาว่าเย่ฝานพูดบนเครื่องบินว่าที่เขาเชื่อฟังคำพูดของเลขาคนนั้น เป็เพราะว่าในร่างของเขามีหนอนฝังอยู่ แต่เพราะเลขาคนนั้นอยู่บนเครื่องบินด้วย เขาจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาขอให้ฉันช่วยติดต่อเย่ฝานให้หน่อย”
ถังหนิงพูดอย่างไม่เข้าใจว่า “หนอนอะไรสามารถทำให้คนคนหนึ่งฟังคำสั่งของคนอีกคนได้คะ!”
อู่ซือหานส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า “ไม่รู้เหมือนกัน ฉันฟังเขาแล้วท่าทางจะเป็กังวลมาก ฉันเลยให้เบอร์โทรเย่ฝานกับเขา”
“จะไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ?”
“เย่ฝานชอบไปกินข้าวบ้านคนรวยๆ อยู่แล้วนี่ จางซือเลี่ยงก็เป็อีกคนที่มีเงินเยอะ” อู่ซือหานพูด
ถังหนิง “…”
…
ขณะที่ไป๋อวิ๋นซีกำลังขับรถ เสียงโทรศัพท์ของเย่ฝานก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล พี่ชาย ผมถึงแล้ว พี่วางใจได้ ผมจะไม่ก่อเื่แน่นอน”
“มีคนอยากเจอผม? ใครกันครับ! คนดังมีน้อยที่ไหนครับ นี่ผมเป็ที่ชื่นชอบขนาดนั้นเชียว”
“จางซือเลี่ยง ใครกันครับ! ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย!”
“พี่บอกว่าเขาเป็คนที่อยู่บนเครื่องบินเหรอ หมอนั่นน่าเวทนามาก ได้เมียเป็ผู้หญิงก้าวร้าว เธอยังด่าผมว่าไอ้บ้านนอกด้วย”
…
เย่ฝานวางสาย รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของเขา
“มีเื่อะไรหรือเปล่า?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมตอบว่า “นับว่าเป็เื่ดีนะ ฉันเจอคนดวงซวยคนหนึ่ง เขาอยากให้ฉันช่วยแก้ปัญหาให้เขาหน่อย ถ้าปัญหานี้คลี่คลายไปได้ ฉันน่าจะได้เงินอีกห้าสิบล้านหยวน!”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝาน จากนั้นถามอีกว่า “แก้ปัญหา?”
“ในร่างของจางซือเลี่ยงมีหนอนตัวหนึ่งฝังอยู่ เขาน่าจะอยากให้ฉันช่วยเอาหนอนออกให้” เย่ฝานตอบ
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแล้วเอ่ยถาม “เป็หนอนยังไงกัน?”
“กู่เสน่หา กิ๊กของเขาคนนั้นน่าจะเป็คนทำ” เย่ฝานพูด
“หากกินหนอนกู่ชนิดนี้เขาไปแล้วจะเป็ยังไงเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะรณรงค์ให้ต่อต้านเื่ไสยศาสตร์ แต่ไป๋อวิ๋นซีเป็ผู้หลงใหลในศาสตร์ลี้ลับ ชอบฟังเื่แปลกๆ อย่างนี้ที่สุด
“คนที่กินหนอนกู่ลูกเข้าไป จะทำตามคำสั่งของผู้ที่มีกู่ตัวแม่อยู่ในร่างทุกอย่าง หากขัดขืนหรือต่อต้าน ก็จะเ็ปไปทั่วร่างกาย” เย่ฝานเล่า
“จะเอากู่ออกมานี่ ยุ่งยากไหม?”
“ไม่ยุ่งยากเท่าไร ใช้สมุนไพรหนึ่งตัวเอาไปต้มเป็น้ำแกง ก็สามารถเอาหนอนนั่นออกมาได้” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะแล้วพูดว่า “ฟังแล้วน่าสนุกนะ”
“ใช่แล้ว! แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะหาทางป้องกันไว้บ้างแล้ว ไม่น่าจะปล่อยจางซือเลี่ยงไปง่ายๆ ตอนที่เครื่องลง เธอก็รีบดึงจางซือเลี่ยงออกไปเลย”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
…
ณ ร้านทำผม
“พ่อหนุ่ม ทรงผมนี้คงเพิ่งทำมาล่ะสิ เท่จริงๆ อยากเปลี่ยนเป็ทรงอะไรดี!” ช่างทำผมถาม
“ย้อมผมให้เป็สีดำ” เย่ฝานตอบ
“พ่อหนุ่ม ย้อมกลับเป็สีดำหรือ? สไตล์ของคุณจะเปลี่ยนไปเลยนะ!”
เย่ฝานจับเส้นผมของตนแล้วพูดว่า “ก็น่าจะเป็อย่างนั้น แต่ว่าภรรยาผมไม่ชอบทรงนี้ เขาบอกว่าผมดูเหมือนไก่ป่า ไม่อยากไปกินข้าวกับผม ผมว่าไถเป็ทรงสกินเฮดเลยดีกว่า”
“พ่อหนุ่มหล่อขนาดนี้ ถึงจะทำทรงสกินเฮดยังไงก็หล่ออยู่ดี”
เย่ฝานหัวเราะแล้วพูดว่า “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว”
…
ณ บ้านตระกูลไป๋
ไป๋ซื่อหยวนเห็นไป๋อวิ๋นซีเดินเข้ามาในบ้าน ก็กระแอมขึ้นมาครั้งสองครั้ง
ไป๋อวิ๋นซีเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายของไป๋ซือหยวน แล้วเอ่ยทักทาย “คุณตา เป็อะไรไปครับ?”
“ได้ยินว่าเย่ฝานมาเมืองหลวงหรือ?” ไป๋ซื่อหยวนถามโดยแสร้งว่าไม่สนใจ
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้ารับคำ “ใช่ครับ”
ไป๋ซื่อหยวนมองที่ข้อมือของไป๋อวิ๋นซีก็พูดขึ้นว่า “กำไลพลิกชะตาบนข้อมือหลานดูมีรสนิยมดีนะ!”
ไป๋อวิ๋นซีลูบกำไลพลางหัวเราะ พูดว่า “ก็ใช้ได้อยู่นะครับ”
ไป๋ซื่อหยวน “…” ไป๋อวิ๋นซีไม่ชอบของสีสันฉูดฉาด แต่ที่ข้อมือกลับสวมกำไลพลิกชะตาหลากหลายสีสัน คาดว่าเย่ฝานน่าจะเป็คนมอบให้
“ปู่ได้ยินว่าตอนที่หลานประชุม เกิดเหตุการณ์แปลกๆ มียอดมนุษย์แมงมุมไปหาหลานถึงที่นั่นเลยเหรอ?” ไป๋ซื่อหยวนถาม
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ไม่มีหรอกครับ คุณปู่คิดมากไปแล้ว กลางวันแสกๆ จะมียอดมนุษย์แมงมุมมาจากไหนครับ?”
ไป๋ซื่อหยวนส่งเสียงฮึออกมา แล้วพูดว่า “ก็เพราะมียอดมนุษย์แมงมุมโผล่ออกมากลางวันแสกๆ แบบนี้ไง ถึงเป็เื่น่าใ!”
“ไม่มีอะไรแล้ว ผมขอไปพักผ่อนก่อนนะครับ” ไป๋อวิ๋นซีพูดขอตัว
ไป๋อวิ๋นจิ่นเดินเข้ามาแล้วถามว่า “คุณปู่ครับ อวิ๋นซีกลับมาหรือยังครับ?”
“กลับมาแล้ว มีอะไรหรือ?” ไป๋ซื่อหยวนถาม
ไป๋อวิ๋นจิ่นส่ายหน้าพร้อมพูดว่า “ไม่มีอะไรครับ ผมได้ยินมาว่าวันนี้อวิ๋นซีโดดงานด้วยล่ะ! หมอนี้ไม่ว่าทำอะไรจะรับผิดชอบและละเอียดรอบคอบ ยากมากนะครับที่เขาจะโดดงาน!”
ไป๋ซื่อหยวนพูดด้วยความโมโห “อวิ๋นซี เด็กคนนี้ถูกเย่ฝานพาให้เสียคนซะแล้ว”
ไป๋อวิ๋นจิ่นหัวเราะแล้วพูดว่า “ผมคิดว่าั้แ่อวิ๋นซีกลับมาจากสุสานโบราณคราวก่อน น้องสามดูสดใสร่าเริงขึ้นมาก ไม่รู้ว่าเป็เพราะเย่ฝานคนนี้หรือเปล่า ได้ยินว่าเขาพิเศษมาก ผมยังอยากเจอเขาสักครั้งเลย”
“เ้าหมอนั่นไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ชอบยั่วโมโหคนอื่นไปทั่ว คราวก่อนตาเฒ่าเซี่ยวรับโทรศัพท์จากเขา โมโหจนเกือบต้องเข้าโรงพยาบาล” ไป๋ซื่อหยวนพูดพร้อมส่ายหน้า
