เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     ย่าอวี๋เป็๲คนพูดจาไม่น่าฟังเสมอมา

        เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เพียงแต่เคยชินเธอยังได้ยินนัยยะของความห่วงใยจากในถ้อยคำด้วยเซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยไม่คู่ควรกับความห่วงใยนั้นเสียเลยทว่าก็อธิบายออกไปอยู่ดี

        “ไม่เช่าได้อย่างไร บ้านของย่านี่ฉันอยู่สุขสบายจนคุ้นเคยไปแล้ว เพียงแต่เมื่อวานเกิดเ๱ื่๵๹ทำให้ล่าช้าพวกเราพักชั่วคราวในอันชิ่งหนึ่งคืน พอกลับมาพวกแม่ฉันก็รีบไปเปิดร้านนี่ไม่ใช่เพราะเกรงว่าย่ากินเกี๊ยวกับหมั่นโถวหมดจนไม่มีอะไรกินเลยให้ฉันรีบกลับมาดูหรอกหรือ”

        ย่าอวี๋มีสีหน้าสงบลง คำพูดคำจายังคงไม่ใยดี

        “เธอทำงานอะไรเป็๲ ห่อเกี๊ยวยังบีบไม่กลมเลยโชคดีที่สมองเธอไม่ทึบเรียนหนังสือได้ มือคู่นั้นเก็บไว้จับปากกาเถอะ!”

        เซี่ยเสี่ยวหลานแค่กล่าวตามมารยาท ย่าอวี๋ไม่ไว้หน้าเธอแม้แต่นิดเดียว

        เซี่ยเสี่ยวหลานหน้าขึ้นสี ทำไมเกี๊ยวที่เธอห่อจะไม่กลมเล่า? แม้รอยพับจะห่อได้น่าเกลียดไปสักหน่อย ทว่าตอนต้มแป้งไม่แตกก็พอมิใช่หรือชาติก่อนเธอเป็๲คนเยว่หยาง เดิมทีคนเขตแดนอู่ข้าวอู่น้ำก็ไม่เชี่ยวชาญการทำอาหารประเภทแป้งอยู่แล้วด้วย

        ย่าอวี๋ไม่ได้จิกกัดจุดนี้ไม่ยอมปล่อย

        แม้เธอระแวงระวังเซี่ยเสี่ยวหลานและมารดาอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างไรเสียก็เป็๲คนชราที่โดดเดี่ยวมาเนิ่นนานเธอจึงค่อยๆ เคยชินกับการมีตัวตนของเซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวเฟินก่อนเซี่ยเสี่ยวหลานและมารดาจะเดินทางกลับบ้านเกิดไปฉลองปีใหม่ได้บอกไว้ว่าวันที่สี่จะกลับมาเพราะวันที่ห้าเดือนเจิงต้องเปิดทำการร้าน ทว่าเมื่อวานย่าอวี๋ไม่เจอพวกเธอกลัวว่าพวกเธอจะเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง อีกทั้งกังวลว่าสองคนจะไม่อยากเช่าบ้านหลังนี้แล้วหรือเปล่า

        เงินค่าเช่าจ่ายครั้งเดียวเป็๞จำนวนครึ่งปีแต่ธุรกิจเสื้อผ้าที่เซี่ยเสี่ยวหลานทำรายได้ดีทีเดียว ตอนนี้ขนาดหน้าร้านเลขที่ 45 ถนนเอ้อร์ชีก็เช่าไหวมีความเป็๞ไปได้ที่สองแม่ลูกจะทิ้งเงินค่าเช่าเล็กน้อยอย่างไม่เสียดายและเปลี่ยนไปเช่าที่อื่นแทน

        ด้วยความกังวลเช่นนี้ ตกกลางคืนย่าอวี๋จึงนอนกระสับกระส่ายเดิมตั้งใจว่าจะเปลี่ยนแปลงท่าทีของตนเองเสียหน่อยพอเห็นเซี่ยเสี่ยวหลานก็หมดสิ้นความเป็๲มิตรอีกแล้ว

        ยังดีที่เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ถือสา ย่าอวี๋จึงโล่งอกไปมากทีเดียว

        ฉลองตรุษจีนไม่กี่วันเ๮๣่า๲ั้๲ ในบ้านช่างอ้างว้างยิ่งนัก ไม่เหมือนตอนนี้เซี่ยเสี่ยวหลานวางสัมภาระลงเช็ดโต๊ะบ้างกวาดพื้นบ้าง อีกทั้งร้องเพลงในลำคอย่าอวี๋รู้สึกสบายใจคลายพะวงมากขึ้น

        บนถนนหนทางของวันที่ห้ายังไม่มีผู้คนสัญจรเท่าไร ทำให้หลี่เฟิ่งเหมยกับหลิวเฟินสองคนรับมือการค้าขายในร้านได้เซี่ยเสี่ยวหลานกลับบ้านทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยก็แผ่กระดาษจดหมายบนโต๊ะเพื่อตอบจดหมายแก่โจวเฉิง

        เธอเขียนถามไถ่ว่าซานเย่าอร่อยหรือไม่ ขนาดของเสื้อเหมาะหรือเปล่าและถามโจวเฉิงว่าเมื่อไรจะมีวันหยุด

        พอนึกได้ว่าโจวเฉิงรู้จักคนไม่น้อย ก็เพิ่มข้อความลงบนกระดาษจดหมายอีก

        “ไม่รู้ว่าเธอช่วยหานิตยสารเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านจากต่างประเทศได้หรือไม่หนังสือด้านการก่อสร้างก็ได้เหมือนกัน ลุงของฉันอยากก้าวเข้าสู่วงการนี้คังเหว่ยถึงขั้นจ้างให้เขาช่วยตกแต่งบ้านหลังตรุษจีนด้วยซ้ำ ลุงของฉันจะเข้าปักกิ่งสักรอบ...ฉันอาจเดินทางไปด้วย หวังว่าถึงเวลานั้นพวกเราจะมีโอกาสพบหน้ากัน”

        ตอนแรกเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้คิดจะไปกับหลิวหย่ง

        ทว่างานนี้คือการทำให้แก่คนสนิทคุ้นเคยถ้าตกแต่งเสร็จสิ้นแล้วไม่พึงพอใจคังเหว่ยคงไม่กล้าเอ่ยตามความจริง

        เซี่ยเสี่ยวหลานจึงครุ่นคิดว่าจะไปพร้อมหลิวหย่งสักรอบอย่างน้อยลองดูลักษณะแท้จริงของบ้านคังเหว่ยและค่อยเรียนรู้ว่าในปักกิ่งสามารถซื้อวัสดุตกแต่งประเภทใดได้บ้างชนิดวัสดุก่อสร้างของปักกิ่งต้องเหลือเฟือกว่าซางตูที่ขนาดโคมไฟระย้าแก้วสักดวงยังต้องไปซื้อที่หยางเฉิงแม้ซางตูเป็๞ศูนย์กลางรถไฟภาคกลาง แต่การอำนวยความสะดวกต่อนานาชาติยังห่างไกลจากปักกิ่งมาก

        คนซางตูเห็นการตกแต่งภายในของ ‘หลานเฟิ่งหวง’ ก็รู้สึกว่าหรูหรา แต่การตกแต่งของโรงแรมนานาชาติในปักกิ่งต่างหากที่เรียกว่าชั้นสูง

        คังเหว่ยเป็๞ผู้เคยพบเจอโลกกว้าง และเขาไม่ขัดสนเงินทอง บ้านของเขาต้องสามารถออกแบบอย่างดีได้อย่างแน่นอน

        เซี่ยเสี่ยวหลานส่งจดหมายแล้วถึงค่อยไปยังร้าน

        ธุรกิจวันนี้ซบเซาดั่งที่คาดไว้เทียบกับผลประกอบการหลายพันหยวนต่อวันก่อนตรุษจีนไม่ได้เลยขณะปิดร้านตอนเย็นเพิ่งขายได้เพียงแปดร้อยกว่าหยวน... สาเหตุคงเป็๞เพราะหนึ่งลูกค้ามีจำนวนลดน้อยลงมากสองสินค้าในร้านก็มีไม่มากด้วย

        หน้าร้านสามคูหาอันใหญ่โต กลับมีเพียงกางเกงยีนส์และเสื้อไหมพรมบางตาบวกกับเสื้อนอกขนสัตว์น้อยนิดเท่านั้น

        ตัวเลือกของลูกค้าน้อยลงแล้ว ต่อให้หนึ่งวันขายแค่แปดร้อยกว่าหยวนสินค้าที่หลงเหลือในร้านก็อยู่ได้อีกไม่กี่วันเซี่ยเสี่ยวหลานจำเป็๞ต้องไปรับสินค้าที่หยางเฉิงโดยเร็วที่สุดครั้งนี้เธอวางแผนจะพาหลี่เฟิ่งเหมยไปด้วย เนื่องจากหลี่เฟิ่งเหมยและหลิวเฟินต้องผลัดกันไปซื้อสินค้ากับเธอมิเช่นนั้นพอเซี่ยเสี่ยวหลานสอบติดและเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว แต่หากรสนิยมในการเลือกเฟ้นเสื้อผ้าของทั้งสองคนยังไม่ได้ถูกปลูกฝังเช่นนี้แม้ธุรกิจ ‘หลานเฟิ่งหวง’ อาจไม่ตกต่ำอย่างรุนแรงก็ยากมากที่จะหวังทำรายได้เป็๞กอบเป็๞กำต่อไป

        นอกจากนิตยสารตกแต่งบ้าน เธอยัง๻้๵๹๠า๱รับนิตยสารแฟชั่นเพิ่มด้วย เพื่อเป็๲การฝึกฝนสุนทรียภาพของมารดาเธอกับป้าสะใภ้อย่างละเอียดลออ

        หลี่เฟิ่งเหมยอยากได้โทรทัศน์สักเครื่องก็ไม่ผิด เพราะสามารถทำความรู้จักกับแฟชั่นจากโลกภายนอกผ่านผลงานละครและภาพยนตร์ได้แต่ในประเทศปี 84 มีนิตยสารแฟชั่นหรือ?

        ทำความสะอาดปิดร้านเสร็จ เมื่อกลับถึงบ้านก็ได้กลิ่นหอมหวนของซาลาเปาไส้เนื้อสัตว์ลอยล่องออกมาจากในห้องครัว

        พอดมกลิ่นหอมนั้นก็ได้รู้ว่าคือไส้หมูต้นหอมดั้งเดิมนั่นเอง

        “ฉันไม่เอาเปรียบใคร นี่สำหรับพวกเธอแม่ลูกกิน”

        ย่าอวี๋หมายถึงเ๹ื่๪๫ที่หลิวเฟินห่อเกี๊ยวทำหมั่นโถวให้ก่อนตรุษจีน จริงๆแล้วหญิงชราผู้นี้กังวลว่าพวกเธอกลับมาเปิดร้านวันแรกจะไม่มีเวลาทำอาหารอย่างชัดเจนแต่กลับพูดจาไม่น่าคบหาเอาเสียเลย

        เซี่ยเสี่ยวหลานหยิบซาลาเปาแป้งบางไส้แน่น กัดเข้าไปหนึ่งคำทั้งร้อนและหอมอย่างยิ่ง

        ฝีมือของย่าอวี๋สุดยอดกว่าร้านขายซาลาเปาในย่านอาหารเลิศรสเ๮๧่า๞ั้๞เสียอีกเซี่ยเสี่ยวหลานอดเอ่ยปากชื่นชมไม่ได้

        “ฝีมือของย่านี่ไร้เทียมทานจริงๆ อร่อยกว่าร้านค้าข้างนอกเสียอีก”

        ซาลาเปาเหมือนกัน ไส้เนื้อหมูต้นหอมเหมือนกัน ทว่าซาลาเปาของย่าอวี๋นี้รสชาติไม่เหมือนใครเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ใช่คนไม่เคยลิ้มลองของดี ยังชมฝีมือของย่าอวี๋ไม่ขาดปากสามารถจินตนาการถึงรสชาติของซาลาเปาได้เลย

        สองแม่ลูกต่างไม่เคยรู้ว่าฝีมือของย่าอวี๋ขะเลิศเลอขนาดนี้เช่าบ้านตั้งหลายเดือน นี่เป็๲ครั้งแรกที่ได้รับประทานอาหารที่ย่าอวี๋ทำ

        สีหน้าบึ้งตึงของย่าอวี๋มีความภาคภูมิใจและเจือความเย่อหยิ่งอยู่ด้วย

        “ของในร้านค้ามันจะอะไรกันเชียว ขายให้คนมากมายขนาดนั้นกินต่อให้เป็๲ร้านดั้งเดิมก็เลือกใช้วัตถุดิบพิถีพิถันไม่ได้ มันสามส่วนเนื้อเจ็ดส่วนเนื้อส่วนสันคอที่มีรส๼ั๬๶ั๼ยอดเยี่ยมที่สุดในหมูหนึ่งตัวมีแค่ไม่กี่ชั่ง...ช่างเถอะ สาธยายให้เธอฟังก็ไม่เข้าใจหรอก”

        การปรุงอาหารอย่างพิถีพิถันเป็๞เ๹ื่๪๫ของเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วย่าอวี๋คุยโวสองสามประโยค ก็รู้สึกว่าไม่น่าสนใจนัก

        สมัยก่อนฝ่ายขาวและฝ่ายแดง [1] ที่ทำงานในครัวบ้านเธอแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนหากทำซาลาเปาไม่อร่อย หลายคนยินยอมที่จะลองฝึกฝนใครมีความสามารถก็ได้เงินเดือนที่สูงกว่า การเชิญพ่อครัวชื่อดังจากทางใต้มาเพื่อจัดงานเลี้ยงหนึ่งครั้งก็เป็๲เ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นบ่อยเช่นเดียวกัน

        อดีตลบเลือนรางราวหมอกควัน ภายหลังมีพวกจุกจิกไม่เจียมตน [2] มากมายที่ไหน ขอเพียงอิ่มท้องได้ก็ไม่เลวแล้ว!

        หลิวเฟินเห็นลูกสาวเอ่ยปากชมซาลาเปาที่ย่าอวี๋ทำไม่หยุดมีความคิดว่าอยากเรียนรู้จากย่าอวี๋บ้าง แต่ก็กลัวว่านี่คือทักษะที่คนเขาไม่ยอมเผยแพร่แก่คนนอกจึงลังเลยิ่งนัก ถ้าย่าอวี๋รู้เข้าคงรู้สึกกระอักกระอ่วนเป็๲แน่ทักษะที่สืบทอดกันมาของตระกูลอะไรเล่าเป็๲ความคิดร้อยแปดพันเก้าที่คนในครัวพยายามประจบประแจงเธอผู้เป็๲คุณหนูต่างหาก...ชั่วพริบตา จากคุณหนูอวี๋กลายเป็๲ย่าอวี๋ อาศัยฝีมือของพ่อครัวฝ่ายขาวของบ้าน ‘ประจบประแจง’ สองแม่ลูกที่มาจากชนบท ชีวิตช่างไม่แน่นอนเสียจริงๆ !

        หลังรับประทานซาลาเปาหมูต้นหอมของย่าอวี๋ เซี่ยเสี่ยวหลานก็กลับห้องและทำแบบฝึกหัดโดยไม่หยุดพักจน 12 นาฬิกาถึงนอนหลับ

        แบบทดสอบก็ทำเกือบครบแล้วดูท่าทางต้องไปโรงเรียนมัธยมปลายซางตูเพื่อขอข้อสอบใหม่อีกหน

        เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หูหย่งไฉมาเยือนที่บ้านนำจักรยานสำหรับสตรีสองคันที่เซี่ยเสี่ยวหลานไหว้วานเขาซื้อก่อนตรุษจีนมาด้วย

        ทรงรถมีความกะทัดรัดกว่าจักรยานที่เธอเคยขี่คันหนึ่งสีแดงอีกคันหนึ่งสีชมพู ดูสวยเป็๲พิเศษ

        “พี่หู ความสามารถของพี่นี่ไร้ขอบเขตเกินไปแล้ว จักรยานสองคันนี้ซื้อยากมากทีเดียวสินะ?”

        หูหย่งไฉหัวเราะร่วนพลางฟังเซี่ยเสี่ยวหลานเยินยอ

        จักรยานสองคันซื้อได้ยากทีเดียว แต่เซี่ยเสี่ยวหลานจ่ายเงินเต็มที่ เขาแค่ทุ่มเวลาและกำลังมากสักหน่อยเท่านั้น

        หูหย่งไฉลำบากใจเพราะอีกธุระหนึ่งมากกว่า “ขนของสู้ 28 นิ้วไม่ได้แน่นอน แต่ผู้หญิงขี่ได้ไม่เปลืองแรง... ใช่แล้วสองวันก่อนจูฟ่างมาหาฉัน”


เชิงอรรถ

[1]白案,红案 ฝ่ายขาวและฝ่ายแดง คือการแบ่งหน้าที่งานภายในครัว โดยฝ่ายขาวจะเป็๞ผู้ทำอาหารประเภทแป้ง เช่น บะหมี่หมั่นโถว ขนมปัง เน้นความแม่นยำของสัดส่วน ส่วนฝ่ายแดงจะรับหน้าที่ปรุงอาหารต่างๆเน้นประสบการณ์ด้านรสชาติ

[2]穷讲究 จุกจิกไม่เจียมตน หมายถึง คนที่มีสถานะทางการเงินไม่ดีแต่ยังให้ความสำคัญกับการเลือกสรรสิ่งต่างๆ มาก