ฮองเฮาก้มลงมองไปตามสายตาของนางข้าหลวง คิ้วงามดั่งกิ่งหลิวของนางขมวดแน่น วางมือของตนลงััเบาๆ
หางหงส์สีทองทั้งหกแผ่สยายราวกับมีชีวิต หนึ่งในหางเ่าั้มีด้ายไหมสีทองหลุดคลายออกมา กลายเป็กลุ่มไหมยุ่งเหยิงกลุ่มหนึ่ง!
พระวรกายของฮองเฮาแข็งทื่อ เมื่อตั้งใจมองให้ดี หางอื่นๆ เองก็คลายออกเล็กน้อย ราวกับว่าเพียงดึงเบาๆ พวกมันก็จะหลุดออกมาทั้งหมด ถึงตอนนั้นยังจะเป็หงส์อยู่อีกหรือ?
ชุดหงส์ชุดนี้มีปัญหามากถึงเพียงนี้เชียว?! ยามนี้ฮองเฮารู้สึกว่าสันหลังของตนเย็นวาบ
“รีบให้นางข้าหลวงฝ่ายตัดเย็บในวังทั้งหมดมาที่นี่เดี๋ยวนี้! แก้ไขชุดหงส์ตัวนี้ให้เร็วที่สุด!”
อวิ๋นซูถอยไปด้านหนึ่งอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศในตำหนักหงส์เต็มไปด้วยความกดดัน ใบหน้าอันสงบเยือกเย็นของฮองเฮาทำให้ผู้คนกริ่งเกรงไม่กล้าสบตา
ในระหว่างที่รอคอย นางกวาดสายตามองอวิ๋นซูที่นิ่งสงบอย่างแเี สตรีนางนี้ั้แ่เมื่อครู่ก็ไม่มีความตื่นตระหนกใดๆ เลย ช่างทำให้ผู้อื่นประหลาดใจเสียจริง หากเป็คุณหนูท่านอื่น เกรงว่าจะใจนสั่นไปทั้งตัวแล้วกระมัง
ภายในสถานการณ์เช่นนี้ จะต้องกังวลว่าตนจะถูกโกรธเป็แน่ ทว่าคุณหนูหกแห่งจวนโหวผู้นี้สงบนิ่งอยู่ตลอด สายตาราบเรียบ อีกทั้งความสามารถของนางยังเกินกว่าที่ตนคาดเดาอยู่บ้าง
ในเมื่อเติบโตมาในชนบท เช่นนั้นเหตุใดนางจึงทราบเื่ผ้าของแคว้นอี้ที่มีใช้เฉพาะสนมในวังได้เล่า คำอธิบายเดียวก็คือสตรีนางนี้เรียนรู้มามาก ทัศนคติที่ฮองเฮามีต่อนางได้เปลี่ยนไปแล้ว บางทีนางอาจไม่เหมือนดังที่ตนจินตนาการ เพียงแต่ในเมื่อบุตรีอนุภรรยาของจวนโหวเก่งกาจถึงเพียงนี้ เช่นนั้นบุตรีภรรยาเอกก็ควรจะไม่ต่างกันมากกระมัง?
นางข้าหลวงฝ่ายตัดเย็บทั้งหลายถูกเรียกตัวเข้ามา พวกนางหมุนเวียนกันมาดูด้ายไหมทองที่คลายตัวออก ต่างพากันมีสีหน้าลังเล
“ทูลฮองเฮา ลายปักหงส์ทองนี้เป็การปักโดยใช้ฝีเข็มของราชสำนักแคว้นอี้ มีเพียงนางข้าหลวงในราชสำหนักแคว้นอี้จึงจะทำได้ ภายในแคว้นเฉินของพวกเรา ไม่มีนางข้าหลวงที่สามารถปักเย็บด้วยฝีเข็มเช่นนี้ได้เพคะ” ความหมายก็คือพวกนางไม่มีความสามารถ
พระพักตร์ของฮองเฮามืดครึ้ม พระราชพิธีเฉลิมฉลองยังไม่ทันได้เริ่ม นางก็เจอปัญหาหนักเสียแล้ว
“ฮองเฮาเพคะ ไม่สู้วันนี้พระองค์สวมชุดอื่นก่อนดีหรือไม่เพคะ?” นางข้าหลวงใหญ่ที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเสนอออกมา
“ไม่ได้ ต่อให้เปิ่นกงไม่สวม เมื่อพบจักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้ ทรงต้องถามขึ้นอยู่ดี ถึงตอนนั้นมิใช่จะกลายเป็ว่าเปิ่นกงไม่เห็นถึงน้ำใจของเซียวฮองเฮาหรอกหรือ หรือพูดอีกอย่างก็คือ แคว้นเฉินของพวกเราไม่มีความจริงใจที่จะเป็พันธมิตรกับแคว้นอี้!”
เมื่อกล่าวออกมาเช่นนี้ นางข้าหลวงใหญ่จึงมีสีหน้าหวาดเกรง “บ่าวสมควรตาย บ่าวสมควรตาย!”
นางข้าหลวงฝ่ายตัดเย็บทั้งหลายต่างพากันคุกเข่าโดยพลัน “บ่าวสมควรตาย!”
ฮองเฮาสูดหายใจลึก ภายในสมองคิดหาทางแก้ไขวนไปวนมา ยามนี้เอง อวิ๋นซูยืนขึ้นอย่างเงียบเชียบ “ไม่ทราบว่าพระองค์ให้หม่อมฉันลองดูได้หรือไม่เพคะ?”
“...” ทุกคนประหลาดใจ ฮองเฮาขมวดคิ้ว “คุณหนูหกรู้วิธีปักเย็บของแคว้นอี้ด้วยหรือ?”
“หม่อมฉันเติบโตมาในชนบทั้แ่เด็ก ครอบครัวของท่านหมอชาวบ้านมีตำราอยู่ไม่น้อย ที่เยอะที่สุดคือตำราเกี่ยวกับเื่ราวในแคว้นอี้ วิธีการเย็บปักนี้ ตอนแรกหม่อมฉันอ่านพบในตำรา คิดว่าประณีตวิจิตรงดงามมากจึงเรียนรู้มาบ้าง เพียงแต่...”
“เพียงแต่อะไร? เปิ่นกงจะไม่เอาโทษเ้า!”
“เพียงแต่หม่อมฉันกังวลว่าการเย็บปักของตนเองจะมิอาจเทียบเคียงได้กับนางข้าหลวงแคว้นอี้ มิอาจเทียบเคียงเซียวฮองเฮาแห่งแคว้นอี้ได้เพคะ” ความหมายของอวิ๋นซูก็คือ หากนางทำไม่ได้จะเป็อย่างไร?
“ไม่เป็ไร เื่สำคัญตอนนี้คือรีบแก้ไขกระโปรงชุดนี้ ขอเพียงไม่ชัดเจนจนเกินไป เชื่อว่าจักรพรรดิเซียวจะไม่สังเกตเห็น” นางไม่เชื่อว่าจักรพรรดิเซียวจะก้มลงสำรวจชุดหงส์อย่างละเอียดหรอกกระมัง? หากเป็เช่นนั้น มิใช่แสดงว่าจักรพรรดิเซียวทราบว่าหางหงส์จะคลายออกหรือ เช่นนั้นผู้ใดที่เป็คนขว้างหินทำร้ายอวิ๋นซู แค่คิดมาถึงตรงนี้ก็ทราบแล้ว
มิใช่ว่าแคว้นเฉินไม่จริงใจ แต่เป็แคว้นอี้ที่ยากจะหยั่งถึงเจตนาที่แท้จริง!
ฮองเฮาส่งสัญญาณครั้งหนึ่ง เหล่านางข้าหลวงฝ่ายตัดเย็บรีบถอยออกไป นำชุดอุปกรณ์เย็บปักของตนมา
โต๊ะ ม้านั่ง เข็มหยาบ เข็มละเอียด ด้ายไหมทอง สิ่งที่จำเป็ล้วนครบครัน
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวอันเชื่องช้าราวไม่ยินยอมพร้อมใจของอวิ๋นซู ฮองเฮาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ขอเพียงคุณหนูหกทำเต็มที่ก็พอแล้ว เปิ่นกงจะไม่ตำหนิเ้า”
สตรีนางนั้นลังเลครู่หนึ่ง จึงพยักหน้าเบาๆ จากนั้นจึงค่อยๆ นั่งลงท่ามกลางสายตาคนมากมาย
หยิบเข็ม สอดไหม ทั้งยังผูกปมที่เหล่านางข้าหลวงฝ่ายตัดเย็บไม่รู้จัก
อวิ๋นซูทราบคร่าวๆ แล้วว่าเหตุใดหางหงส์จึงคลายออกมา นางในตอนนี้ค่อยๆ ลูบไปบนปมที่ใช้ด้ายไหมทองผูกขึ้นมาอย่างผิดๆ ปมเช่นนี้มักจะเก็บได้ไม่แ่า เมื่อตกลงน้ำทั้งยังถูกเหล่านางข้าหลวงพัดจนแห้ง ชุดที่ไม่ทราบว่าผ่านมือคนมามากน้อยเท่าไร สามารถอยู่ถึงตอนนี้ได้ก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว
อวิ๋นซูใช้เข็มละเอียดเลือกหางหงส์ขึ้นมาหนึ่งหาง ปักเข็มเงินผ่านไป ผูกด้วยปมของนาง สุดท้ายจึงหยิบกรรไกรมาตัดเบาๆ จากนั้นก็ทำให้หางหงส์อีกห้าหางที่เหลือมั่นคงด้วยวิธีนี้เช่นกัน
นางในชาติก่อนใช้ชีวิตอยู่ในพระราชวังแคว้นอี้ นอกจากศึกษาตำราและช่วยเซียวอี้เชินวางแผนแล้ว เวลาว่างนางก็จะขี่ม้าและเย็บผ้า นี่นับเป็หนึ่งในความสนใจไม่กี่อย่างของนาง ฝีเข็มที่พิเศษนี้ เริ่มแรกเป็เพราะระดับความยากที่ทำให้นางรู้สึกท้าทาย จึงเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่นาน ทั้งยังทำให้นางพบเคล็ดลับต่างๆ
หรือว่าเพื่อจะเลียนแบบตนเอง อวิ๋นเม่ยจึงเรียนรู้กระทั่งการเย็บปักที่ยากถึงเพียงนี้?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มุมปากของอวิ๋นซูก็อดไม่ได้ที่จะยกโค้งขึ้นอย่างเ็า
ในเมื่อเซียวฮองเฮาแห่งแคว้นอี้ยังอยู่ในโลกนี้ นางก็คาดเดาเื่ราวได้ถึงเก้าส่วน เซียวอี้เชินไม่เพียงแต่ชอบแข่งขันและรักชัยชนะ เขายังรักหน้าตามากอีกด้วย บางทีเพื่อที่จะหลบเลี่ยงคำครหาของผู้คนในใต้หล้า จึงให้อวิ๋นเม่ยสวมตำแหน่งแทนตน
นางมีใบหน้าที่เหมือนตนเองทุกระเบียบนิ้ว นางรู้ลักษณะการกระทำต่างๆ รู้นิสัยการกินดื่ม หากอวิ๋นเม่ยคิดจะเลียนแบบจริง นอกจากจะเป็คนคุ้นเคยในตระกูลอวิ๋น ผู้อื่นล้วนแยกไม่ออก
นอกจากนี้ยังมีอีกจุดหนึ่งนั่นก็คือ ใต้ตาของอวิ๋นเม่ยมีไฝอยู่เม็ดหนึ่ง แต่นางไม่มี ไม่ทราบว่าท่านพ่อท่านแม่จะรู้หรือไม่? หากพวกท่านทราบ จะเรียกร้องความเป็ธรรมเพื่อนางหรือไม่?
แม้จะคิดไปด้วยทว่าการเคลื่อนไหวขออวิ๋นซูก็ไม่ช้าลงเลยแม้แต่น้อย ทุกเข็มของนางล้วนละเอียดอย่างมาก เหล่านางข้าหลวงฝ่ายตัดเย็บมองจนตาพร่าก็ยังมิอาจมองเข็มนี้จนกระจ่างชัด อวิ๋นซูก็ปักเข็มลงไปอีกครั้งแล้ว
ทีละเล็กทีละน้อย หางหงส์ที่คลายตัวออกค่อยๆ กลายเป็รูปร่างขึ้นมา เมื่อมองแล้วไม่มีความแตกต่างจากหางหงส์อีกห้าหางที่เหลือ ราวกับออกมาจากฝีมือคนคนเดียวกัน!
อวิ๋นซูจริงจังเช่นนี้ มิอาจรู้สึกตัวเลยว่าฮองเฮาได้มายืนอยู่ข้างหลังตนแล้ว
ท่าทางจริงจังของสตรีผู้นี้ ยิ่งทำให้ใบหน้าอันงดงามราวดอกกล้วยไม้ของนางยิ่งดูมีเสน่ห์ ฮองเฮาในยามนี้ดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว่า เหตุใดรัชทายาทที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อสตรีมาตลอดจึงได้มีความรู้สึกดีต่อสตรีนางนี้ บนร่างของนางมีบางอย่างที่ตนมิอาจพบเห็นได้ในตัวสตรีชั้นสูงคนอื่นๆ
สงบนิ่งมิตื่นตระหนก รู้จักยับยั้งอารมณ์ไว้ภายใน ทั้งยังมีความสามารถมากมาย
นางรู้วิชาแพทย์ ทั้งยังเย็บปักวิธีที่ยากเช่นนี้ได้ มีความกล้าหาญและกล้าที่จะแบกรับภาระอันหนักหน่วงดังที่สตรีสูงศักดิ์คนอื่นๆ ไม่มี เพียงแต่น่าเสียดาย...ที่เป็เพียงบุตรีอนุภรรยาผู้หนึ่ง
เมื่อผ่านเื่ราวๆ หนึ่งไปก็จะสามารถเข้าใจคนคนหนึ่งได้อย่างกระจ่างชัด เพราะชุดหงส์ตัวนี้ ฮองเฮาจึงทราบว่าจวนชางหรงโหวมีสตรีที่ไม่อาจดูเบาได้อยู่นางหนึ่ง
อีกด้าน
ภายในสวนดอกไม้หลวง นางข้าหลวงทั้งหมดคุกเข่าอยู่ทั้งสองฟากฝั่งของถนนหินด้วยความเคารพ ไม่กล้าแม้กระทั่งจะหายใจแรง
เสียงเบิกบานใจเสียงหนึ่งดังขึ้น “ฝ่าา!”
จักรพรรดิแคว้นเฉินมองร่างสง่างามหล่อเหลาที่ปรากฏอยู่ไม่ไกล เดินเข้าไปหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมด้วยไมตรีจิต “ฮ่าๆๆ วันนี้จักรพรรดิเซียวเสด็จมาเยือนพระราชวังแคว้นเฉิน ช่างเป็เกียรติแก่วังเก่าๆ ของข้าจริงๆ!”
“ฝ่าา ไม่พบกันนาน ฝ่าายังดูหนุ่มแน่นไม่เปลี่ยนแปลง ประวัติศาสตร์พระราชวังแคว้นเฉินยาวนานเต็มไปด้วยเื่ราว เจิ้นมิกล้าเป็หนึ่งในนั้นหรอก!”
เสียงนี้ใสกังวานดั่งจันทร์กระจ่างบนท้องฟ้า เมื่อมองคนผู้นี้ คิ้วคมเข้มดั่งกระบี่ ดวงตาสุกใสราวดวงดารา มีใบหน้าหล่อเหลาจนทำให้ผู้คนต้องอิจฉา นางข้าหลวงจำนวนไม่น้อยอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าแอบมองสักครู่หนึ่ง เพียงมองครู่เดียวก็รู้สึกว่าตนเองใจเต้นหน้าแดง ควบคุมจิตใจที่พลุ่งพล่านไม่ได้อีกต่อไป
จักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้เป็ดั่งบุคคลในตำนาน เขาทั้งเยาว์วัยทั้งรูปงาม เป็บุรุษในฝันของสตรีแคว้นอี้ทุกคน ในหมู่องค์ชายทั้งหลายเขาอาศัยความสามารถของตน ดึงตัวขุนนางเก่าในราชสำนักแต่ละคนด้วยความรวดเร็วอย่างที่ผู้อื่นไม่คาดคิด พริบตาเดียวก็กลายเป็องค์ชายที่มีกำลังมากที่สุด ได้รับความไว้วางใจจากทุกคน บนร่างของเขาราวกับมีรัศมีที่ทำให้ผู้คนยากจะละเลยแผ่ออกมา และกลายเป็หัวข้อสนทนาที่ทรงอำนาจไปทั่วทุกท้องถนนในแต่ละแคว้น
คำว่าไม่พบกันนานนี้ ทำให้จักรพรรดิแคว้นเฉินนึกถึงการพบกับบุรุษตรงหน้าครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ยามนั้นเขายังเป็เพียงองค์ชายที่ไม่ได้รับความโปรดปรานผู้หนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์ย่อมเปลี่ยนตาม ผู้ใดก็มิอาจคาดคิดว่าเขาในตอนนี้จะกลายเป็จักรพรรดิเซียวที่แค่ได้ยินชื่อก็ต้องเกิดความกริ่งเกรง
ตอนนี้จักรพรรดิแคว้นเฉินดีใจที่ตอนแรกเขาไม่ได้กล่าวอะไรที่แสดงถึงความไม่เคารพจักรพรรดิเซียว คลับคล้ายคลับคลาว่ายามนั้นมีจักรพรรดิจากแคว้นเล็กๆ ดูถูกเหยียดหยามเขาไปหลายประโยค เมื่อจักรพรรดิเซียวขึ้นครองราชสมบัติ แคว้นเล็กๆ เหล่านี้ก็กลายสนามรบลองมือสำหรับเขา ไม่ทันไรทั้งแคว้นก็ถูกทำลายย่อยยับ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จักรพรรดิแคว้นเฉินรู้สึกทอดถอนใจ ใดๆ ในโลกล้วนยากแท้หยั่งถึง เขายื่นมือออกไปวางบนไหล่ของจักรพรรดิเซียวด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินว่าเซียวฮองเฮางามล่มเมือง น่าเสียดายที่ครั้งนี้ไม่ได้ติดตามท่านมาด้วย มิฉะนั้นสตรีทุกคนในแคว้นเฉินของข้าคงต้องอับอายเสียแล้ว!”
ตนเองยังมิอาจััได้ถึงอารมณ์ของจักรพรรดิเซียว หรือการชมเชยฮองเฮาของเขาก็ยังไม่ได้ผล?
“ท่านกล่าวเกินไปแล้ว เจิ้นกลับได้ยินมาว่าเฉินฮองเฮาสุภาพสง่างามเหนือธรรมดา ฮองเฮาของข้าส่งชุดหงส์ที่ปักเองกับมือมาให้ตัวหนึ่ง ก่อนเดินทางยังกำชับมาครั้งแล้วครั้งเล่า ให้เจิ้นเห็นความองอาจของเฉินฮองเฮากับตา และให้คนวาดภาพส่งกลับไปด้วย เฮ้อ ฮองเฮาของข้าเอาแต่ใจจริงๆ”
น้ำเสียงของจักรพรรดิเซียวเจือไปด้วยความรักและตามใจ จักรพรรดิแคว้นเฉินหัวเราะฮ่าๆ ออกมา “จักรพรรดิเซียวและเซียวฮองเฮาร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ความรักอันมั่นคงของพวกท่านช่างทำให้ผู้อื่นอิจฉาแล้ว!”
คำพูดนี้ทำให้ในใจของจักรพรรดิเซียวเกิดความรู้สึกแปลกๆ ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ตอนนี้เอง เสียงเล็กแหลมเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น “ฮองเฮาเสด็จ...”
ทุกคนมองไปโดยพลัน พบประกายแดงเรื่อราวอาทิตย์อัสดงปรากฏออกมา แสงอาทิตย์สาดส่องไปยังเส้นไหมสีทองเปล่งประกายสว่างไสว หงส์แต่ละตัวที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ราวกับจะสามารถบินออกมาได้
เหล่าข้าราชบริพารคุกเข่าลง เมื่อก้มหน้าก็พบกับหางหงส์สีทองจึงอดไม่ได้ที่จะเงยขึ้นมอง พริบตาที่มองยังรู้สึกว่าหงส์ราวกับมีชีวิต จนอดไม่ได้ที่จะมองตามไป
ใบหน้าของเฉินฮองเฮาแย้มยิ้มงดงามดั่งบุปผา ดวงหน้าขาวใสเมื่ออยู่ในชุดสีแดงจึงดูราวกับหยกก็มิปาน จักรพรรดิเฉินใจเต้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าฮองเฮาของตนจะงามจนน่าตกตะลึงเช่นนี้
ครู่หนึ่งจึงตื่นจากภวังค์ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขามีความคับข้องใจอยู่มาก เป็ภรรยามาหลายปี เหตุใดเขาจึงรู้สึกราวกับไม่เคยพบนางมาก่อน
จักรพรรดิเซียวแย้มยิ้ม สายตาทอดมองไปยังชายกระโปรงของชุดหงส์อย่างแเี หางหงส์ทั้งหมดสมบูรณ์ไร้ที่ติส่องประกายออกมา ไม่พบความแปลกประหลาดอันใด
“ได้ยินว่าเฉินฮองเฮางามดั่งนาง์ วันนี้ได้มาเห็นพบว่าเป็จริงดังว่า!”
“จักรพรรดิเซียวทรงชมเกินไปแล้วเพคะ เกรงว่าหากเทียบกับเซียวฮองเฮา เปิ่นกงคงเป็เพียงดอกไม้บนดิน ส่วนเซียวฮองเฮาเป็เซียนน้อยบน์”
ในมุมหนึ่ง อวิ๋นซูพบว่าดวงตาทั้งสองของตนราวกับหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆ ที่จะเคลื่อนสายตา
เสียงนั้น...เสียงนั้น! นางจะลืมได้อย่างไร?! ความเย็นเยียบสายหนึ่งปะทุขึ้นมาจากข้างหลัง สายตาของอวิ๋นซูค่อยๆ เคลื่อนไปยังทิศทางของคนผู้นั้น
