ผ่านไปนานเท่าไรก็สุดที่จะรู้กว่าต้วนชิงิจะได้สติกลับมา นางมองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เอ่ยถามเสียงเรียบ “นางไปแล้วหรือ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้า “เ้าค่ะ คุณหนู ข้าไปสืบได้ความมาแล้ว หลังจากที่ต้าชุ่ยกลับมาวันนี้ก็ไปที่ห้องของบ่าวรับใช้ที่ชื่อว่าตงเอ๋อร์ก่อน แอบคุยกับนางเงียบๆ พักหนึ่งจากนั้นก็ไปหาชิวจวี๋อีก แล้วถึงได้มาหาคุณหนูเ้าค่ะ!”
เด็กสาวผู้เป็นายกลับไม่รู้สึกเหนือความคาดหมายพลางกล่าวอย่างสงบนิ่งว่า “ต้าชุ่ยรีบร้อนออกไปยังไม่ทันได้จัดการของที่ฝังไว้เลย นางย่อมต้องหาคนรับ่ต่อ…”
ต้าชุ่ย!แม้แต่ตอนที่เ้ากำลังจะไป ก็ยังไม่ลืมที่จะวางแผนทำร้ายข้า ที่ข้าทำแบบนี้กับเ้าถือว่าเมตตาเกินไปหรือไม่?
ก็ช่วยไม่ได้ขอเพียงแค่ต้วนชิงิได้เห็นต้าชุ่ย นางก็จะคิดถึงลูกๆ ทั้งสองของนางหวนคิดถึงฝ่ามือที่กดอยู่บนบ่าของนางอย่างสุดกำลังของ… ต้าชุ่ย ทั้งชีวิตนี้ข้าไม่มีทางใจอ่อนให้เ้าเด็ดขาด!
บ่าวรับใช้คนสนิทฟังเสียงของต้วนชิงิที่ยืนพูดอยู่ริมหน้าต่างฟังดูทั้งโดดเดี่ยวทั้งเปลี่ยวเหงา ราวกับถูกหมอกหนาสีเทาเข้มปกคลุมไว้หนึ่งชั้นมองไม่เห็นความหวัง ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
ไม่นานก็ตัดสินใจก้าวขึ้นไปข้างหน้าพลางหยิบเสื้อคลุมนำมาคลุมให้ต้วนชิงิ เอ่ยเบาๆ ละม้ายปลอบโยน
“คุณหนูเ้าคะ อากาศหนาวแล้ว ท่านต้องระวังสุขภาพหน่อยเ้าค่ะ!”
นางห่อไหล่กระชับเสื้อคลุมที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คลุมให้เอ่ยถามเสียงเบา “ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เ้าก็รู้สึกเหมือนกันใช่หรือไม่... ว่าข้าโเี้?”
ใช่เ้าค่ะเป็แค่บ่าวรับใช้คนหนึ่ง ทำเื่ที่ผิดต่อเ้านายตีไปยกหนึ่งแล้วโยนออกไปก็ว่าหนักแล้ว แต่วิธีการที่ต้วนชิงิใช้ก็คือทำให้ชีวิตของบ่าวรับใช้ผู้นั้นพังทลาย แม้มีชีวิตอยู่กลับทรมานยิ่งกว่าตาย!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อึ้งไปชั่วขณะนางเห็นผู้เป็นายทำสีหน้าอ้างว้างและเงียบเฉยนั่นคือความหลุดพ้นที่เกิดขึ้นหลังจากที่หัวใจได้ตายไปแล้วเท่านั้นทำให้คนที่เห็นรู้สึกใ จึงส่ายหน้าตอบไปว่า
“บ่าวกลับรู้สึกว่าคุณหนูยกประโยชน์ให้นางไปแล้ว! ต้องทราบนะเ้าคะ ถ้าเื่นี้ถูกเปิดโปงเมื่อไร คนที่เสียหายไม่ใช่แค่คุณหนูเท่านั้น ชื่อเสียงของสกุลต้วนก็ด้วย จะถูกกวาดหายไปเช่นกันถึงตอนนั้นหลิวอี๋เหนียงก็คงได้โอกาสต่อกรกับคุณหนู อย่าว่าแต่ทั้งชีวิตนี้เลยกระทั่งความเป็ความตายของคุณหนู ล้วนถูกบีบอยู่ในมือหลิวอี๋เหนียงทั้งสิ้น!”
แววตาของต้วนชิงิไหววูบพริบตาเดียวก็กลับมามั่นคงเช่นเดิมทว่าในใจกลับรู้สึกปลื้มปีติ ยังดีที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เข้าใจนาง!
เมื่อเห็นนางยังนิ่งเงียบเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็มองไปยังนอกหน้าต่าง พูดขึ้น “คุณหนูไปโมโหเด็กที่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคาอย่างต้าชุ่ยก็ไม่คุ้มหรอกเ้าค่ะข้าเห็นบ่าวรับใช้ของอี๋เหนียงแอบให้เงินนางหลายครั้ง...”
ภายนอกหน้าต่างลมจากเหมันตฤดูพัดพาใบไม้ร่วงปลิวผ่านหน้าคนทั้งสองไป อย่างไรเสียเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็มีจิตใจเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งนางเปลี่ยนบทสนทนาทันทีเมื่อสายลมหนาวเย็นพัดกรูมาปะทะโดนใบหน้า “เย้ๆ คุณหนูเ้าคะ ฤดูหนาวมาถึงแล้ว!”
เด็กสาวเสมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเพียงใบไม้เปลี่ยนสีร่วงเกลื่อนพื้น ดอกไม้ปลิว ใบไม้ร่วง! ฤดูหนาวมาเยือนอีกแล้ว วันเวลาที่ต้วนเจิ้งต้องออกศึกใกล้เข้ามาแล้ว!
ในชาติที่แล้วต้วนเจิ้งเพิ่งจะออกรบ หลิวหรงก็ควบคุมทั้งจวนต้วนเอาไว้แล้วชีวิตของนางในแต่ละวันเรียกได้ว่าแย่ยิ่งกว่าแย่เสียอีก แต่ในชาตินี้นางจะทำให้หลิวหรงอยู่อย่างทรมานยิ่งกว่าตายแน่นอน !
…...
…...
ไม่นานม่านรัตติกาลก็คลี่คลุมรอบด้านตกอยู่ในความมืดฉับพลัน กระทั่งยื่นมือออกไปยังมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า!
เห็นเพียงเงาคนผู้หนึ่งนำชายอีกหลายคนวิ่งทะลุผ่านตรอกซอกซอยอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทางบ้านหลังหนึ่ง!ยามราตรีอันเงียบสงัด พลันมีเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ไม่นานก็มีเสียงบ่นด้วยความโมโหของผู้หญิงคนหนึ่งตามมา
“นี่ท่านพี่ไปเกลือกกลั้วที่ไหนมาอีก? ดึกดื่นป่านนี้แล้วถึงเพิ่งจะกลับมา?”ประตูแง้มออกเผยให้เห็นช่องเล็กๆแสงไฟสีเหลืองนวลลอดผ่านประตูออกมาสาดส่องลงบนพื้น! ท่ามกลางแสงของโคมไฟผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีชมพู เดินออกมาเปิดประตูด้วยความหนาวจนตัวสั่นเทิ้ม!
“ไม่เป็ไรหรอก ข้าไปเล่นไพ่ไม้ไผ่มาประเดี๋ยวเดียวเอง!”
เขาฉวยโอกาสเบียดเข้าไปในประตูที่เปิดอ้าออกทันทีพาลมที่หนาวเหน็บตามร่างกายเขาเข้ามาด้วยเมื่อลมพัดวูบเข้ามาทำให้คนด้านในหนาวจนตัวสั่นอีกครั้ง!
ผู้หญิงคนนั้นรีบเอาประตูบังไว้เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามหยาดเยิ้มครึ่งหนึ่งคือใบหน้าของต้าชุ่ยนั่นเองประตูบ้านถูกปิดแล้ว เหลือเพียงเสียงที่ดังมาอีกเป็ชุด “ท่านพี่บอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะพาข้ากลับจวน!”
“ไม่ต้องรีบหรอก... กลับไปก็มีกฎมากมายเ้าให้ข้าเสพสุขอยู่ข้างนอกสักหลายๆ วันหน่อยเถอะ!” เสียงอันคลุมเครือของชายผู้หนึ่งดังตอบกลับ
เสียงผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรบางอย่างฟังดูอู้อี้ไม่รู้ความคล้ายถูกอุดปากไว้ไม่นานแสงไฟในห้องก็ดับลงภายในความมืดมิดมีเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของผู้ชายและผู้หญิงดังออกมา!
ราตรีที่มืดมิดทว่ายังเห็นเส้นแบ่งท้องฟ้าและพื้นดินเป็สีดำไร้แสงจันทร์และแสงดาว พระพายราตรีพัดกรูเข้ามาทางหน้าต่างพัดพาผ้าม่านปลิวพะเยิบดุจเริงระบำแสงเทียนข้างหลังเต้นระริกวับแวมราวกับมีใครบางคนกำลังสอดแนมเงียบๆผ่านค่ำคืนอันมืดมิดนี้!
ในเรือนของต้วนอี้หลิวยวนกำลังสอนต้วนอวี้เล่นหมากล้อม
“หืม ก้าวแรกเ้าควรจะเดินอย่างนี้… ถูกต้อง อย่างนี้แหละอุดให้ศัตรูเจอทางตัน!” เขามีความอดทนสูงมากชี้แนะต้วนอวี้ทีละขั้นตอน ส่วนต้วนอวี้ก็ฉลาดมาก แทบจะเข้าใจทันทีที่สอน !
เมื่อเล่นหมากล้อมจบไปหนึ่งกระดานหลิวยวนก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ “ต้วนอวี้ยอดเยี่ยมมากเลย แบบนี้ใช้เวลาไม่นานเ้าก็จะเอาชนะพี่ชายได้แล้ว!”
ที่จริงทักษะการเล่นหมากล้อมของเขาก็ไม่นับว่าสูงสักเท่าไรเป็เพราะเขายังไม่เคยใช้ความพยายามกับมันอย่างจริงจังแม้สักครั้งเพียงแต่ถ้าสอนเด็กน้อยอย่างต้วนอวี้ ฝีมือเท่านี้ก็มากเกินพอแล้ว!
อีกไม่กี่วันหลิวยวนก็จะออกจากจวนท่านแม่ทัพแล้ว่ไม่กี่วันนี้เขากำลังพักผ่อนอยู่พอดีจึงสอนทุกสิ่งที่ตัวเองรู้ให้ต้วนอวี้ด้วยความใจกว้างดั่งมหาสมุทร!
“จริงหรือ?”ต้วนอวี้เงยใบหน้าอันหล่อใสไร้เดียงสาขึ้นมาหยุดเว้นจังหวะผลิยิ้มขึ้นจนแทบจะมองไม่เห็นดวงตาพร้อมบอกว่า
“ถ้าถึงตอนนั้น ข้าจะเล่นหมากล้อมกับพี่ทุกวันเลย!”
ต้องอย่างนี้สิเพราะเอาชนะเขาได้ ถึงได้เล่นกับเขาทุกวัน แบบนี้ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอนี่มันเป็การทารุณอาจารย์ตัวเองชัดๆ!
หลิวยวนส่ายหน้า “หนึ่งในหลักการของหมากล้อมสิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือการฝึกฝนจิตใจตัวเอง แค่สืบเท้าเข้าไปก็พออย่าเล่นสนุกจนลืมแสวงหาความก้าวหน้าเด็ดขาด! ดังนั้นวันนี้เราเล่นกันเท่านี้พอ ไปท่องหนังสือต่อได้แล้ว!”
การชี้แนะสั่งสอนของหลิวหยวนก็มาจากท่านแม่ของเขานั่นเองดังนั้นสำหรับศิลปะสี่แขนงของปัญญาชนอย่างกู่ฉิน หมากล้อม เขียนอักษรและวาดภาพเขาจึงเรียนรู้มันแค่คร่าวๆ เท่านั้น ไม่นับว่าเป็ยอดฝีมือแน่นอน!
ต้วนอวี้เป็เหมือนเด็กที่ได้คืบแล้วจะเอาศอกในเวลานี้เมื่อคนที่ยังเล่นไม่หายอยากได้ยินว่าจะไม่ได้เล่นต่อแล้วก็เงยหน้าหัวเราะคิกคักทันที แล้วยื่นมือมากอดแขนหลิวยวน “ ไม่เอา พี่หลิวเล่นอีกสักกระดานเถอะนะ!”
ต้วนอวี้สนใจการเล่นหมากล้อมมากเมื่อครู่นี้เพิ่งเล่นกับหลิวยวนไปแล้วหนึ่งกระดานทว่าเด็กชายร้องขอที่จะเล่นต่ออีกหนึ่งกระดาน แล้วก็ขอต่อไปเรื่อยๆ!
หลิวยวนส่ายหน้าช้าๆเอ่ยปาก “ไม่ได้ ถึงเวลาท่องตำราแล้ว!”
ต้วนอวี้บุ้ยปากผินหน้าไปทางอื่น!
ก็เขาชอบเล่นหมากล้อมนี่นาถึงแม้จะไม่ได้ต่อต้านการท่องตำรา แต่ยังไม่ทันเล่นหมากล้อมให้หนำใจก็ต้องไปท่องตำราแล้ว เสียบรรยากาศเกินไปจริงๆ!
หลิวยวนทำท่าทางละม้ายคนที่ ‘ไร้ความปรานี’ มองต้วนอวี้ขรึมพร้อมสั่งว่า“วันนี้พวกเรามาท่องหกหลักการในคัมภีร์หลุนอวี่ [1] กัน! เอาล่ะ เปิดหนังสือ!”
เด็กชายไม่เต็มใจแต่ก็ไม่กล้าเถียง ทำได้เพียงยื่นมือไปพลิกหนังสือตามเขาบอกก่อนเริ่มอ่านประโยคแรก หลิวยวนก็กล่าวเสียงเรียบว่า
“ถ้าเ้าสามารถท่องหกหลักการกับศีลเจ็ดในคัมภีร์หลุนอวี่ได้หมดก่อนเวลากินข้าวข้าก็จะพิจารณาเื่เล่นหมากล้อมกระดานต่อไปกับเ้า!”
“จริงหรือ?” บนใบหน้าเล็กๆพลันปรากฏรอยยิ้มชื่นมื่นราวกับดอกไม้ผลิบานทันที ‘หึหึพี่ชาย ท่านรอความพ่ายแพ้ได้เลย ท่านต้องรู้เอาไว้นะว่าสองบทนี้ข้าท่องได้จนคล่องปรื๋อตั้งนานแล้ว!’
“ขงจื๊อกล่าวว่า ‘เรียนแล้วกลับมาทบทวนไม่ใช่ความสุขหรอกหรือ!’…”
“คุณชายหลิว คุณชายหลิวอยู่หรือไม่?” ทั้งสองเพิ่งจะอ่านไปได้หนึ่งบทจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงที่ชัดใสดังอยู่ข้างนอก
ต้วนอวี้พลันหรี่ตาลงอย่างเ้าเล่ห์ “พี่หลิว เย่เอ๋อร์เน่านั่นมาหาท่านอีกแล้วนะ!” เย่เอ๋อร์เน่าที่ต้วนอวี้พูดถึง ก็คือเซียงเย่เอ๋อร์หัวหน้าสาวใช้ของต้วนอวี้หรานนั่นเอง! ใน่นี้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด บ่าวรับใช้คนนี้ขยันถ่อมาหาหลิวยวนมาก ตอนแรกจะมาทุกๆ สองวันสามวัน แต่ตอนนี้กลายเป็มาวันละสองสามครั้งเสียแล้ว !
“สองหูอย่าฟังเื่นอกหน้าต่าง ท่องหนังสือ !” หลิวยวนทำทีดุเสียงต่ำและแม้จะตำหนิต้วนอวี้ แต่เขาก็ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่สบอารมณ์เซียงเย่เอ๋อร์คนนี้ ทำไมถึงถ่อมาที่นี่ทุกวันเลยล่ะ? อย่าบอกนะว่าบ่าวรับใช้คนนี้ไม่รู้จักยึดถือประเพณีเลย?
ดังนั้นต้วนอวี้จึงท่องหนังสือต่อไปอย่างว่านอนสอนง่าย! ทว่าปากก็ท่องไปพลางสายตามองนอกหนังสือไปพลาง เห็นเซียงเย่เอ๋อร์แต่งตัวสวยงามฉูดฉาดกำลังถือกล่องอาหารเดินบิดเอวเข้ามาหาทั้งสอง!
เซียงเย่เอ๋อร์เป็สาวใช้ของคุณหนูรองต้วนอวี้หราน ปีนี้อายุสิบสี่ปี เป็่เวลาที่หน้าตาน่าดึงดูดให้คนเอ็นดูทะนุถนอม!
…...
[1] คัมภีร์หลุนอวี่เป็คัมภีร์ที่ลูกศิษย์ของขงจื๊อได้รวบรวมคำสอนของขงจื๊อไว้ ทั้งด้านการศึกษาการเมืองการปกครอง คุณธรรมเป็ต้น อีกทั้งยังใช้สำหรับสอบเข้ารับราชการในสมัยโบราณ
