ต้วนชิงิออกมาคุยเป็เพื่อนกับต้วนเจิ้งครู่หนึ่งถึงกลับเรือนของนาง ด้านหลังได้ยินเสียงของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ร้องออกมาอย่างดีใจ “คุณหนูกลับมาแล้ว?”
นางคล้ายรู้สึกว่าเสียงของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ฟังดูแปลกพิกลรู้สึกหวานเยิ้มจนผิดสังเกต!เมื่อเข้าไปในห้องก็พบเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่กำลังฉีกยิ้มกว้างทำให้มีใบหน้าใหญ่เท่าฝ่ามือ เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่ประจบประแจง
นางมีสีหน้ายกย่องเทิดทูนแอบมองยิ้มๆ ไปที่ต้วนชิงิ “คุณหนูเก่งมากที่วางแผนได้แยบยลขนาดนี้เ้าค่ะ”
เด็กสาวผู้เป็นายปรายตามองนิ่งๆไปยังบ่าวรับใช้คนสนิท ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดแม้แต่คำเดียว!เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ประเมินเื่ลูกพลับหวานหอมกับฝาดขมน้อยเกินไปจึงอยากให้ต้วนชิงิช่วยอธิบายสาเหตุว่าทำไมจึงเป็เช่นนั้น!
เมื่อนางนั่งลงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงได้ยกน้ำชาวางในถาด ยกมาไว้ที่โต๊ะเบื้องหน้านางรออย่างใจจดใจจ่อว่าเื่ไป๋หย่วนฮ่าวเป็มาอย่างไรกันแน่!
ต้วนชิงิหยิบถ้วยน้ำชาลายครามที่เคลือบขึ้นมาประคองไว้เผยให้เห็นมือทั้งสองที่ขาวราวกับหิมะบริสุทธิ์
ลูกพลับเหล่านี้เชวียหนิงหรานให้คนมาส่งให้ในวันนี้ คนที่ส่งยังตั้งใจเน้นย้ำกับนางตะกร้าใบแรกเป็ลูกพลับที่สุกงอมหมดแล้ว สามารถทานได้เลยส่วนตะกร้าอีกใบต้องเก็บไว้อีกสองสามวัน จึงจะมีรสชาติอร่อย
ดังนั้นนางจึงจะใช้ลูกพลับเหล่านี้เล่นงานไป๋หย่วนฮ่าวคืนอีกทั้งนางยังรู้เื่ลูกพลับอย่างดี จึงสามารถใช้เล่นงานได้อย่างแเี
วันนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นกับตาว่าต้วนชิงิตั้งใจคัดสรรลูกพลับห้าลูกจัดวางลงในจานอย่างสวยงามและกำชับให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ห้ามจำผิดเด็ดขาด เอาจานนี้ยกให้ต้วนเจิ้งส่วนอีกจานยกให้ไป๋หย่วนฮ่าว
เดิมทีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คิดว่าจานที่ยกให้ไป๋หย่วนฮ่าวจะต้องเป็จานที่ทานไม่ได้อย่างแน่นอนเพื่อจะได้เห็นท่าทางเขาที่ชิมลูกพลับที่ทั้งฝาดทั้งขมจนพูดไม่ออก!ส่วนต้วนเจิ้งจะต้องเป็ลูกที่หวานหอมทั้งหมดเพราะเป็คนกันเองจึงต้องให้สิ่งที่ดีที่สุด
แต่ความเป็จริงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับงงเป็ไก่ตาแตก! ต้วนชิงิจัดวางลูกพลับรสหวานไว้้าหนึ่งลูกส่วนที่ฐานทั้งสี่เป็รสฝาดและขม นางกำชับอย่างดี จานนี้ต้องยกให้นายท่าน!ส่วนอีกจานนั้นลูก้าเป็รสฝาดและขม ส่วนที่ฐานเป็รสหวาน!ต้วนชิงิก็กำชับอีกครั้ง ต้องยกไปให้ไป๋หย่วนฮ่าวจอมชั่วร้ายผู้นั้น!
ในตอนนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยกไปอย่างไม่เข้าใจ...ดูสิ สรุปแล้วคุณหนูจะจัดการไป๋หย่วนฮ่าว หรือว่าจะหาเื่นายท่านกันแน่?
ทว่าทุกเื่ที่นางทำย่อมมีเหตุผลรองรับเสมอไม่ว่าเื่อะไรก็ตามในความเป็จริง หลังจากที่นางกำชับบ่าวรับใช้ก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอีกมีเพียงบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง จ้องมองจานลูกพลับทั้งสองอย่างไม่คาดสายตาจนกระทั่งยกไปวางไว้ตรงหน้าของทั้งคู่อย่างระมัดระวังในใจของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยังคงอกสั่นขวัญแขวนอยู่เพราะนางกลัวว่าเมื่อต้วนเจิ้งได้ทานเข้าไปจะเกรี้ยวโกรธอย่างหนัก
เื่หลังจากนั้นก็เป็ไปตามทิศทางที่เด็กสาวกำหนดไว้...ต้วนเจิ้งทานเข้าไปสองลูกล้วนเป็ลูกที่หอมหวานทว่าลูกที่ไป๋หย่วนฮ่าวทานไปทั้งสอง กลับฝาดและขมเป็ที่สุด
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์สังเกตอย่างตั้งใจจนพบความลับของเื่นี้...ที่แท้ความเคยชินในการหยิบของทานของแต่ละคนนั้น มักจะหยิบของที่อยู่้าก่อนเสมอดังนั้น เมื่อต้วนเจิ้งหยิบลูกพลับขึ้นมาทานครั้งแรกจะต้องเป็รสหวานแต่ลูกพลับลูกแรกที่ไป๋หย่วนฮ่าวหยิบขึ้นทานจะต้องเป็รสฝาดอย่างแน่นอน!
ต้วนเจิ้งเห็นไป๋หย่วนฮ่าวทานลูกพลับที่หยิบขึ้นมาไม่ได้ฉะนั้นจะต้องหยิบลูกพลับในจานของตนให้เขา ส่วนไป๋หย่วนฮ่าวที่กินลูกแรกมีรสฝาดก็จะคิดว่าลูกพลับของเขาทั้งหมดจะต้องทานไม่ได้ดังนั้นจึงไม่กล้าหยิบจากจานของตัวเองทานอีก
มิหนำซ้ำลูกที่สองที่เขาทานดันมีรสฝาดขึ้นไปอีก
ไป๋หย่วนฮ่าวเข้าใจแผนการทั้งหมดของต้วนชิงิแต่ไม่ว่าเขาจะฉลาดเพียงใด คงคาดไม่ถึงว่านางใช้เพียงแค่ความเคยชินในชีวิตประจำวันในการจัดวางลูกพลับอย่างดีก็สามารถเล่นงานเขาได้อย่างต่อเนื่อง!
ผลลัพธ์ก็เห็นแจ่มแจ้งกันหมดแล้ว
ไม่ว่าไป๋หย่วนฮ่าวจะหยิบอย่างไรก็ไม่สามารถทานลูกพลับหวานได้ด้วยเหตุนี้ทำให้ต้วนเจิ้งยิ่งไม่ชอบขี้หน้าเขาขึ้นไปอีก
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินที่ต้วนชิงิวิเคราะห์ให้ฟังแล้วจึงตบมือขึ้นและหันไปยิ้มกว้างกับนาง “คุณหนูเยี่ยมมาก!คุณหนูฉลาดมากเ้าค่ะ!” ต้วนชิงิรู้ว่าบ่าวคนสนิทกำลังชื่นชมจึงหันไปมองและพูดเสียงเรียบนิ่งว่า “แต่ไม่รู้ทำไมตอนข้ามองตาเ้ากลับรู้สึกเหมือนว่าเ้ากำลังชมข้าว่าเ้าเล่ห์กันนะ!”
อีกฝ่ายหน้าแดงขึ้นมาทันทีทว่าเมื่อดูท่าทางต้วนชิงิที่ไม่ตลกด้วย บ่าวจึงพูดอย่างกระอักกระอ่วนโบกมือเป็พัลวันแก้ต่าง “บ่าวมิได้หมายความเช่นนั้นเ้าค่ะ...”
เด็กสาวใช้นิ้วดีดไปที่หน้าผากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปทีหนึ่งหัวเราะเบาๆ ออกมา “บ่าวไม่ได้เื่ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ชะงักหยุดนิ่งกลีบปากเผยออ้าออกน้อยๆเมื่อเข้าใจความหมายพลางกระแทกเท้าเสียงเบา พูดขึ้น “ที่แท้คุณหนูแกล้งอำบ่าว...คุณหนูนี่ เ้าเล่ห์เสียจริง!”
ถึงตอนนี้แม่นมหนิงเปิดม่านเดินเข้ามา พูดขึ้น “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่รู้จักมารยาทบังอาจว่านายหญิงเ้าเล่ห์ เ้ามันต้องโดนโบย!”
ปกตินางเชื่อฟังแม่นมหนิงเป็ที่สุดเมื่อได้ยินแม่นมกำลังตำหนิ จึงคิดคำที่พูดเมื่อครู่นี้และยู่ปากทันทีจากนั้นก็ถอยตัวไปด้านข้าง ไม่กล้าพูดอะไรต่อ!
แม่นมหนิงมายืนทำความเคารพตรงหน้าต้วนชิงิพูดเสียงเบาอย่างระแวดระวัง “คุณหนูเ้าซานไล่จือมาแล้วเ้าค่ะ!”
เด็กสาวผายมือให้แม่นมหนิงตามสบายเลิกคิ้วขึ้นสูง พูดเสียงเรียบ “เ้าพูดอะไรไปบ้าง?”
แม่นมย่อตัวถอยหลังสองก้าวไปยืนด้านข้าง พูดว่า “ไล่จือพูดว่ามาตามหาต้าชุ่ยผู้เป็น้องสาว”
หนังสือที่อยู่ในมือถูกวางลงทันทีหันไปหยิบน้ำชาที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นำมาให้ ยกขึ้นมาจิบเบาๆ ใบหน้าที่เ็าเผยรอยยิ้มไม่แยแสออกมา “ซานไล่จือมาได้เวลาเสียจริง!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ยืนด้านข้างมองไปยังต้วนชิงิด้วยความฉงนที่ว่า‘มาได้เวลาเสียจริง’ หมายความว่าอย่างไรกันพลางทำปากพะเยิบพะยาบคล้ายอยากถามหาความหมาย กลับถูกแม่นมหนิงมองค้อนขวับไปทีหนึ่ง
ผู้เป็นายใช้มือนวดไปที่คิ้วทั้งสองข้างมองไปยังแสงอาทิตย์ยามบ่ายด้านนอก พูดเรียบนิ่งว่า “ซานไล่จือพูดหรือไม่ว่าั้แ่ที่น้องสาวกลับถึงจวนต้วนก็ไม่ได้กลับไปอีกเลย น้องสาวกับเขาก็ไม่ได้เจอกันตั้งนานรู้สึกคิดถึงจึงมาหา?”
แม่นมหนิงตระหนกใจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงนางไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหนูถึงรู้ว่า ซานไล่จือกำลังคิดอะไรอยู่?
“ใช่เ้าค่ะ สิ่งที่เขาพูดเหมือนที่คุณหนูพูดทุกประการ!”
ต้วนชิงิหัวเราะเย้ยหยัน “คนในจวนเคยบอกไปแล้วว่า น้องสาวของนางไถ่ตัวออกไปแล้วแต่ว่าเขากลับบอกว่าไม่รู้เื่นี้แม้แต่นิดเดียว ใช่หรือไม่?”
แม่นมหนิงย่อตัวลงต่ำไปอีกน้ำเสียงที่พูดก็ยิ่งระมัดระวังมากขึ้น “ซานไล่จือพูดตามนั้นเ้าค่ะคุณหนู...”
นางนิ่งคิดไตร่ตรองเพียงครู่เดียวก็หมุนตัวกลับมายกยิ้มขึ้น กล่าววาจา “ได้เ้าไปบอกซานไล่จือให้เขาไปรอที่ห้องรับแขก บอกไปว่าอีกประเดี๋ยวคุณหนูจะไปถึง!”
“เ้าค่ะ” อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับและรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อแม่นมคล้อยหลังนางจึงพูดขึ้นอย่างเกียจคร้าน “แต่งตัว” ...ซานไล่จือมาถึงที่นี่คงมีเื่ที่ต้องให้นางออกหน้าเป็แน่!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบก้าวไปข้างหน้าช่วยคุณหนูแต่งตัวสุดท้ายหยิบหมวกขึ้นมาใส่ให้คุณหนู จากนั้นประคองนางเดินออกจากเรือนไป
มิใช่ครั้งเดียวที่นางเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีท่าทีที่อยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด จึงเอ่ยขึ้นอย่างนิ่งๆ “เ้าสงสัยใช่หรือไม่ว่า ต้าชุ่ยไถ่ตัวออกไปแล้วแต่เหตุใดซานไล่จือยังมาตามหา และข้าก็บังเอิญรู้ว่าเขาจะพูดอะไรบ้าง?”
นางพยักหน้ารับ “ใช่เ้าค่ะคุณหนู ต้าชุ่ยเคยพูดว่าจะไปแต่งงานจึงไถ่ตัวออกไปแล้วแต่ซานไล่จือกลับบอกว่าไม่รู้เื่ แถมยังมาตามหาคนถึงที่นี่อีกเื่นี้เขาทำเกินไปแล้ว!”
เด็กสาวได้แต่เบะปากและหัวเราะเยาะขึ้น “ก็เพราะซานไล่จือจะมาเอาเงินก็แค่นั้น อีกอย่างเื่เมื่อก่อนก็ถึงเวลาเปิดโปงได้แล้ว!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังก็หูผึ่งตาโตขึ้นมา “เหอะ อยากจะมาข่มขู่จวนต้วน? ซานไล่จืออยู่ดีไม่ว่าดี!”
ไม่รู้หรือว่าขุนนางระดับห้าสามารถซื้อขายบ่าวรับใช้และลงโทษให้ถึงความตายได้อย่างง่ายดายส่วนขุนนางใหญ่ระดับสามจวนต้วนกับอำนาจในการลงโทษหรือฆ่าบ่าวรับใช้ถือว่ามีสิทธิ์แต่ว่าซานไล่จือคนนี้กลับกล้ามาข่มขู่ถึงจวนต้วน เขาอยากรนหาที่ตายใช่หรือไม่?
