“ท่านอ๋อง ข้ายังไม่อยากตาย” กู้โยวหนิงกุมมือฉู่อวี้ไว้แน่น
ฉู่อวี้ถอนหายใจ ไม่ประหลาดใจเลยสักนิด เหตุใดชาติที่แล้วยามพระชายาของตนพบหน้าตนคราใดถึงมักมีท่าทางไม่ต่างจากหนูเห็นแมวอยู่ร่ำไป แท้จริงแล้วเป็เพราะเขากลัวจะถูกตนสังหารมาโดยตลอดนั่นเอง
“เ้าวางใจเถอะ เ้าเป็พระชายาของข้า ไม่มีผู้ใดกล้าทำอะไรเ้า ข้าไม่มีทางทำร้ายเ้า และไม่มีทางให้ผู้ใดทำร้ายเ้าได้”
“จริงหรือขอรับ?” กู้โยวหนิงเอ่ยถามย้ำ
“ต้องเป็เช่นนั้นแน่นอน ข้าฉู่อวี้ผู้นี้ขอสาบานว่าชั่วชีวิตนี้ต่อให้ต้องสละสิ้นทุกอย่าง ข้าก็จะขอปกป้องโยวหนิงให้ปลอดภัยและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขชั่วชีวิต”
“ท่านจะไม่ข่มเหงข้า?” กู้โยวหนิงเบิกตากว้าง แต่สายตายังคงมองฉู่อวี้ด้วยความหวาดระแวง
ใบหน้าฉู่อวี้แสดงออกถึงความละอายใจ กล่าวพลางเผยแววตาอบอุ่น “เดิมข้าเคยข่มเหงเ้า แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว...”
กู้โยวหนิงกะพริบตาปริบๆ ที่แท้คำเล่าลือพวกนั้นไม่เป็ความจริงเลยสักนิด ถ้าเหวินอ๋องมีท่าทีอย่างนี้ เช่นนั้นเื่ทุกอย่างก็คงจะจัดการได้ง่ายขึ้น
“ท่านอ๋องออกรบจนนำดินแดนซีเซี่ยกลับคืนมาได้ ชื่อเสียงเกรียงไกร จนแม้แต่องค์รัชทายาทยังจับตามองท่าน เหล่าองค์ชายต่างเริ่มแบ่งฝักฝ่าย ยามนี้มีพระราชโองการให้ท่านอภิเษกพระชายาบุรุษ เื่มาถึงขั้นนี้แล้วท่านอ๋องไม่วางแผนการอะไรเลยหรือขอรับ” กู้โยวหนิงเอ่ยด้วยความจริงใจและความปวดใจเป็อย่างยิ่ง จู่ๆ ก็คว้ามือฉู่อวี้ไว้อีกหน “ท่านอ๋องมีลักษณะของผู้ที่จะเป็ใหญ่ในภายหน้า ข้าน้อยยินยอมพร้อมใจจะขอติดตามท่าน แต่หวังเพียงหลังการใหญ่ของท่านอ๋องสำเร็จลุล่วงแล้ว โปรดคืนอิสระให้แก่โยวหนิงเท่านั้น”
……
ฉู่อวี้งงงัน ครู่หนึ่งถึงค่อยๆ พยักหน้า “หากได้รับความช่วยเหลือจากโยวหนิง ข้ายินดียิ่งนัก”
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้โยวหนิงจึงเผยรอยยิ้มออกมาทันที แบบนี้ก็ถือว่าเขากับท่านอ๋องทำข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้วสินะ
กู้โยวหนิงเดินมาเบื้องหน้าฉู่อวี้ โค้งคำนับพร้อมเอ่ยอย่างนอบน้อม
“กระหม่อมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยเหลือการใหญ่ของท่านอ๋อง ตราบใดที่ยังมีลมหายใจนี้ จะต้องได้เห็นท่านปกครองใต้หล้า!”
ฉู่อวี้ยกยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่แลดูอบอุ่นและน่ามองยิ่งนัก แต่กู้โยวหนิงกลับไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่ารอยยิ้มนี้เต็มไปด้วยความขมขื่น
……
เต๋อเซิ่งฮ่องเต้ทรงอ่านฎีกาอยู่ภายในตำหนักกว่างเซียน ทั้งพระวรกายเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความสุขุมน่าเกรงขาม รวมถึงความโเี้อำมหิตอย่างที่ฮ่องเต้พึงมี
หลังทรงวางฎีกาขอรับโทษขององค์รัชทายาทในพระหัตถ์ลง จึงหันพระพักตร์ไปทางฝูกุ้ยผู้เป็หัวหน้าขันทีที่อยู่ข้างกาย “อาการาเ็ของเหวินอ๋องเป็อย่างไรบ้าง”
“กราบบังคมทูลฝ่าา หมอหลวงกล่าวว่าอาการาเ็ของท่านอ๋องไม่เป็อันตรายแต่อย่างใด และตอนนี้ท่านอ๋องได้ฟื้นแล้วพะย่ะค่ะ” ฝูกุ้ยลอบชำเลืองไปยังฮ๋องเต้ จงใจกล่าวต่อด้วยท่าทีลังเล “ทั้งยังได้ยินมาว่า...”
พระภมุกาของเต๋อเซิ่งฮ่องเต้ขมวดเข้าหากันทันใด “ได้ยินมาว่าอะไร?”
ฝูกุ้ยถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แสร้งยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ได้ยินขันทีที่กลับจากติดตามหมอหลวงกล่าวว่า หลังจากท่านอ๋องฟื้นขึ้นมาก็รีบร้อนออกไปหาว่าที่พระชายาที่จวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายทันทีพะย่ะค่ะ”
คนผู้นี้ถูกพระมเหสีติดสินบนมาั้แ่ไหนแต่ไร หลายปีมานี้ไม่ว่าจะทั้งในที่ลับหรือที่แจ้ง ต่างก็คอยพูดหาความดีความชอบให้พระมเหสีกับองค์รัชทายาทโดยตลอด และยามนี้ เมื่อเหวินอ๋องกระทำสิ่งไม่เหมาะสม เขาย่อมต้องช่วยองค์รัชทายาทนำสิ่งเหล่านี้มากราบทูลให้ฝ่าาทรงทราบอย่างแน่นอน
“...” พู่กันในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ถึงกับชะงักทันใด พระภมุกาขมวดเป็ปมยิ่งกว่าคราแรก “มีเื่เช่นนี้ด้วย?”
“จะไม่เป็ความจริงได้เช่นไรพะย่ะค่ะ กระหม่อมได้ฟังยังรู้สึกอัดอั้นใจ คราวก่อนนั้นเหวินอ๋องปฏิเสธพระราชโองการ เป็เหตุให้ฝ่าาต้องทุกข์พระทัย แต่ครั้งนี้เกรงว่าท่านอ๋องจะรับรู้ถึงความลำบากพระทัยของฝ่าา จึงได้เปลี่ยนความคิดเช่นนี้พะย่ะค่ะ”
เต๋อเซิ่งฮ่องเต้โยนพู่กันในพระหัตถ์ทิ้งทันที “หากจะเปลี่ยนความคิดเขา ให้ตายยังง่ายเสียกว่า”
จะมีผู้ใดรู้จักบุตรมากไปกว่าบิดา เขารู้จักนิสัยของบุตรชายผู้นี้ดี มีทั้งความสามารถและความองอาจกล้าหาญ ทว่าความดื้อรั้นไร้เหตุผลกลับมีมากเกินไป ไม่เคยเห็นผู้ใดอยู่ในสายตา และสิ่งเหล่านี้คือสาเหตุที่เต๋อเซิ่งฮ่องเต้ทรงไม่โปรดเหวินอ๋อง ยามนี้ยังได้ยินว่าอาการาเ็ยังไม่หายดี กลับลอบไปพบว่าที่พระชายาโดยไม่คำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติ เต๋อเซิ่งฮ่องเต้จึงยิ่งไม่พอพระทัยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปมาของฉู่อวี้
แต่เขากลับไม่รู้แม้แต่นิดว่าบุตรชายที่เขาคิดว่ากลับใจยากเสียยิ่งกว่าตายนั้น เคยผ่านพ้นความตายมาแล้วหนหนึ่ง
