ต้วนอวี้หรานกำลังยืนรับลมฤดูใบไม้ผลิท่ามกลางดอกไห่ถัง[1] ที่บานสะพรั่ง สีดอกไม้สะท้อนให้ชุดเป็แดงสดพระพายพัดผ่านลู่ให้เส้นลมปลิวยุ่งเล็กน้อยเสื้อสีแดงบนตัวนางพลิ้วไหวสะท้อนแสงระยิบระยับ!
ความสนใจของนางทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่เรือนกายของไป๋หย่วนฮ่าว! นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาอย่างไม่อาจละสายตาด้วยแววตาที่เปล่งประกาย เห็นถึงความปรารถนาที่พรั่งพรูและอยากพึ่งพาเขา
ชายชุดขาวข้างกายเผยยิ้มออกมาบางๆ แววตาของเขาสะท้อนชุดสีแดงของนางรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แฝงไปด้วยความนุ่มนวลอ่อนโยน ปากกระจับได้รูปเผยออ้าออกเอื้อนเอ่ย “เ้าก็เฉลียวฉลาดมากเช่นกัน ที่ให้โอกาสพี่ชายได้แสดงฝีมือ!”
เมื่อเด็กสาวได้ยินใบหน้าที่แต้มไปด้วยรอยยิ้มพลันยิ้มกว้างขึ้นไปอีกคล้ายดอกไห่ถังสีแดงสดใสกำลังหยอกล้อกับแสงตะวัน ครั้นเห็นเขามองกลับมารีบก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย ทำให้ปิ่นปักผมที่ห้อยระย้าไหลหล่นลงมาบดบังใบหน้า “พี่ไป๋ชอบพูดเล่นกับอวี้หรานอีกแล้ว!”
เขายิ้มมุมปากยื่นมือออกไปจับมือน้อยนิดของต้วนอวี้หราน ด้วยความอ่อนโยน “พูดเล่นที่ไหนกันล่ะ? เ้าฉลาดหลักแหลมกว่าผู้ใด!”
ฉลาดหลักแหลมกว่าผู้ใด? เช่นนั้น ต้วนชิงิก็เทียบไม่ได้ ใช่หรือไม่?
ใบหน้าสีแดงระเรื่อของนางมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาทันทีในเมื่อพี่ไป๋คิดว่าต้วนชิงิเทียบนางไม่ได้เช่นนั้นหากนางยื่นมือเพื่อจัดการกับต้วนชิงิพี่ไป๋จะไม่โกรธเกลียดนางใช่หรือไม่?
เพียงแค่นึกถึงต้วนชิงิขึ้นมาสองมือของนางกลับกำแน่นขึ้นอีกครั้งแม้จะเป็พี่สาวน้องสาวแต่สองคนนี้กลับเป็ศัตรูกัน!หลิวหรงอบรมสั่งสอนนางมาั้แ่เล็กจนโต ให้เกลียดต้วนชิงิและต้วนอวี้ พูดถึงความไม่ชอบอาจจะแค่โกรธเกลียด แต่คงไม่ถึงกับเคียดแค้นชิงชังหรือพูดได้ว่าเกิดมาเพื่อเป็ศัตรู!
ความเกลียดชังในแววตาของต้วนอวี้หรานยามมองไปยังเรือนต้วนอวี้ ได้แผ่ขยายออกไปเท่าไรก็สุดรู้
ก่อนหน้านี้อาจมีพายุโหมกระหน่ำรุนแรงทว่าวันนี้กลับไม่เป็เช่นวันวาน ตอนนี้ท่านแม่ตั้งท้องแล้วท่านพ่อเองก็ดีใจมากที่จะมีลูกชาย จึงให้ความรักความเอาใจใส่ต่อท่านแม่!ถ้าท่านแม่แอบใช้อุบายสักหน่อย ต้วนชิงิคงเหมือนเมื่อก่อนที่ทั้งขี้ขลาดและหวาดกลัว
ทว่าต้วนเจิ้งในตอนนี้มีลูกสาวสองคนคือนางและต้วนชิงิ จะต้องมีคนหนึ่งที่เป็คนโปรดส่วนอีกคนจะถูกลืมหายไปจากความทรงจำนางได้แต่กัดฟันกรอดๆ อันที่จริงนางอยากจะเหยียบอีกฝ่ายให้จมอยู่ใต้เท้าจนเงยหัวไม่ขึ้น
เงาต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิทอดลงสู่ร่างของคนทั้งสองดวงตะวันที่สาดแสงมาตกกระทบ สะท้อนให้เห็นผิวขาวหมดจดและใบหน้าชั่วร้ายที่มีสายตาไม่สมกับวัย ทำให้นางรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย!
เด็กหนุ่มรู้อยู่แก่ใจว่าต้วนอวี้หรานคิดเช่นไรทว่าเื่การแก่งแย่งชิงดีกันในจวนต้วนนั้นเขาไม่เคยคิดที่จะหยุดยั้งหรือห้ามปราบแต่อย่างใดเพราะสำหรับเขาเื่ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องไล่หลิวยวนออกไปจากจวนต้วนก่อน! ส่วนเื่อนาคตถ้าต้วนชิงิไม่มีความเชื่อใจของคนในจวนต้วน จะต้องมาพึ่งพิงเขาโดยง่าย!หากประสบโอกาสดีที่เขาสามารถดึงต้วนชิงิมาเป็พวกได้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้นางกลับไปด้วย!
เด็กหนุ่มตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าอย่างไรก็ตามจะต้องแต่งกับต้วนชิงิให้ได้! ผู้หญิงที่ไม่ยอมสยบให้เขาโดยง่ายอย่างนางช่างเป็ความรู้สึกท้าทายกว่าผู้หญิงที่ยอมให้เขาโดยง่ายยิ่งนัก
สำหรับต้วนอวี้หรานหากนางยินยอมที่จะแต่งแล้วเป็อนุภรรยาจริง เขาก็รับได้เพราะดูรูปร่างหน้าตาหลิวหรงแล้ว อีกหน่อยนางก็คงงดงามไม่แพ้กัน!และยิ่งต้วนอวี้หรานหลงใหลในตัวเขาเช่นนี้ แทบจะไม่ต้องเปลืองแรงแถมได้หญิงงามกลับไปอีกคน เช่นนั้น จะไม่มีความสุขได้อย่างไรกัน!
ไป๋หย่วนฮ่าวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย้ยหยันต้วนอวี้หรานใจกล้าไม่กลัวสิ่งใด แต่กลับโง่เขลาไม่มีความคิดผู้หญิงแบบนี้ถ้าได้มาเป็ด่านหน้าช่วยเขาจัดการเื่ต่างๆคงจะเป็ลูกมือที่เชื่อฟังไม่น้อย
…...
ทันทีที่เห็นต้วนชิงิเดินเข้ามาในเรือนหนิงซูเยี่ยนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เอ่ยออกมาอย่างดีใจ “คุณหนู!คุณหนูเชวียมาหาเ้าค่ะ!”
ต้วนชิงิยิ้มเล็กน้อยพี่สาวเชวียมาหรือ? รีบไปนั่งก่อนเถอะ!
วันนี้เชวียหนิงหรานสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนปักลวดลายดอกเหมยสีขาวรอบตัว ผ้าคาดเอวสีขาวนวลเผยให้เห็นเอวที่คอดกิ่วได้รูปเกล้าผมขึ้นสูงปักด้วยปิ่นดอกเหมยสีขาวเข้าชุด แม้จะดูเรียบง่ายแต่กลับเรียบหรู!
ทันทีที่ได้พบหน้าเชวียหนิงหรานนางก็รีบเข้าไปต้อนรับขับสู้ “เหตุใดพี่ไม่บอกหรือให้บ่าวมาแจ้งก่อน น้องจะได้ออกไปต้อนรับ!”
เชวียหนิงหรานเผยรอยยิ้มออกมา “ต้อนรับอะไรกันล่ะ พี่ก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้ทาง ถ้าให้พี่รอคงรอจนทนไม่ไหว!”
นิสัยของเชวียหนิงหรานนั้นตรงไปตรงมานางยิ้มออกมาด้วยความจริงใจ!
ต้วนชิงิมองไปยังเชวียหนิงหรานอย่างอดที่จะอิจฉาไม่ได้ที่มีท่านแม่คอยอบรมสั่งสอนมาเป็อย่างดี จึงมีพื้นฐานนิสัยดีที่ทั้งบริสุทธิ์และจริงใจ!เป็ความสุขที่นางปรารถนามาทั้งสองชาติ แต่กลับไม่มี! พูดได้ว่าเชวียหนิงหรานทำให้นางรู้สึกสบายอกสบายใจและยังทำให้นางรู้สึกอิจฉาได้อีกด้วย!
เด็กสาวรู้จักนิสัยของเชวียหนิงหรานจึงยิ้มให้เล็กน้อยพลางจับมือพากันเดินเข้าเรือนไป
“พี่สาว...” เสียงต้วนอวี้เรียกดังมาจากด้านหลัง
ต้วนอวี้เรียกว่า ‘พี่สาว’ หาใช่ ‘พี่สาวคนโต’ทำให้นางอบอุ่นใจขึ้นมา จึงหันกลับหลังไปอย่างช้าๆ พูดด้วยรอยยิ้ม“ต้วนอวี้ มาหาพี่สาวนี่!”
เขายิ้มหัวเราะขึ้นแทบจะมองไม่เห็นดวงตา “หึๆ” ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาผู้เป็พี่สาว ครั้นได้เห็นเชวียหนิงหรานที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงรีบยืนตัวตรง กล่าวอย่างมีมารยาท “สวัสดีครับ พี่สาว!”
เชวียหนิงหรานได้เห็นต้วนอวี้ก็รู้สึกชอบพอจากใจจริง! นางรีบเข้าไปจับที่มือเด็กน้อยหันหน้ามาถามต้วนชิงิว่า “นี่คือต้วนอวี้ใช่หรือไม่?”
แววตาต้วนชิงิเปี่ยมด้วยความเอ็นดูนางยิ้มตอบ “นอกจากเขาก็ไม่มีใครอีกแล้วที่ะโเป็ลิงร้างข้างขอเช่นนี้”
เด็กน้อยได้ยินที่พี่สาวพูดก็รีบแย้งกลับไป “พี่สาวพูดผิดแล้วต้วนอวี้ไม่ใช่ลิง ต้วนอวี้เป็แค่เด็กน้อยเท่านั้น!”
พูดจบก็ยู้ปากเล็กน้อยออกมาละม้ายว่านางไม่ไว้หน้าเขาต่อหน้าคนอื่น!
เชวียหนิงหรานเห็นท่าทางของต้วนอวี้ยิ่งมีความสุขไปใหญ่ “พี่ก็ว่าต้วนอวี้พูดถูก...ถ้าเ้าเชื่อฟังกว่านี้ก็จะเหมือนเด็กน้อยมากขึ้น!”
ที่ว่าถ้าเชื่อฟังมากกว่านี้ก็เหมือนเด็ก? คำพูดนี้เห็นได้ชัดว่า เป็การพูดอ้อมๆ ว่าต้วนอวี้เป็ลิงน้อย!ต้วนอวี้ไม่ฟังแล้ว เขายืดตัวขึ้น พูดว่า “พี่สาวทั้งสองช่วยกันแกล้งต้วนอวี้ ต้วนอวี้จะโกรธแล้วนะ!”
โอ้วเด็กน้อยยังรู้จักบ่นอีกหรือ?
เชวียหนิงหรานเข้าไปอุ้มต้วนอวี้ขึ้นมาด้วยความมันเขี้ยวและหันไปยิ้มให้ต้วนชิงิ “ข้าก็อยากมีน้องชายเหมือนกัน... อิจฉาเ้าเสียจริง!”
ต้วนชิงิยิ้มเล็กน้อย “แต่ว่า พี่มีพี่ชายนี่หน่า!”
เชวียหนิงหรานมีพี่ชายสองคนและนางเป็ลูกสาวคนเดียวในจวนเชวีย โดยปกตินางจะได้รับความเอ็นดูเป็พิเศษทว่าตอนนี้เมื่อเห็นต้วนอวี้ กลับรู้สึกอิจฉาต้วนชิงิที่มีน้องชายขึ้นมาไม่ได้
นางทำปากมุ่ย “มีพี่ชายจะมีประโยชน์อย่างไร? ชอบคอยมองว่าข้าเป็เด็กน้อย!” พี่ชายทั้งสองของเชวียหนิงหรานเป็คนที่มีความสามารถโดดเด่นคนหนึ่งบู๊คนหนึ่งบุ๋น ขณะที่นางได้รับการเอาใจมากเกินไปทำให้ไม่มีอะไรได้ดี ดังนั้นเมื่อพูดถึงพี่ชาย นางมักจะรู้สึกไม่มีความสุข!
ต้วนชิงิรู้ดีว่าเชวียหนิงหรานมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับพี่ชายทั้งสองในเวลานี้ยังได้ยินนางพร่ำบ่นพึมพำถึงพี่ชายไม่ขาดปาก ในใจจึงแอบลองคิดดูว่าถ้านางมีพี่ชายบ้างก็คงดี คงไม่ต้องอยู่ในสภาพที่ลำบากเช่นนี้
เพียงแต่ทุกคนเกิดมาด้วยบุพกรรมที่แตกต่างกัน ใช่ว่าอยากได้อะไรก็จะได้ไปเสียทุกอย่าง
คิดได้เท่านี้เด็กสาวจึงยกยิ้มขึ้นพลางเอ่ย “การมีพี่ชายก็มีข้อดีของมัน ส่วนการมีน้องชายก็มี...แต่จะปวดหัว!”
ต้วนอวี้อยู่ในอ้อมอกของเชวียหนิงหรานเขามองนางและมองต้วนชิงิไปด้วย จู่ๆ พูดแทรกขึ้นมาว่า “พี่สาว... เอาพี่ชายของพี่ มาเป็พี่ชายของข้า ข้าถึงจะเป็น้องชายของพี่!”
ต้วนชิงิได้ฟังก็ขมวดคิ้วขึ้นและต่อว่าในทันที “ต้วนอวี้จะเสียมารยาทไม่ได้!”
…...
[1]ดอกไห่ถัง หรือในภาษาอังกฤษ Chinese Flowering Crabapple เป็พืชตระกูลแอปเปิลมีดอกสีแดงหรือชมพู บานใช่่ฤดูใบไม้ผลิประมาณมีนาคมถึงพฤษภาคม
