วันรุ่งขึ้น เมื่อเย่ฝานเดินทางไปถึงทางเข้าเขตชุมชนที่เซี่ยวฉืออาศัยอยู่ ก็ได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่น่าใ
มีหญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนคนหนึ่ง กำลังร้องไห้พร้อมกับดึงแขนของเซี่ยวฉือเอาไว้ ข้างกายของหญิงคนนั้นมีชายร่างกำยำและสูงใหญ่ยืนอยู่ด้วย เหมือนกับเป็ผู้มาเสริมทัพ
“ผิดศีลธรรม!”
“คนชั่วครองคู่กัน ต้องไม่ตายดีแน่”
“ต้องถูกมีดพันเล่มทิ่มแทง!”
……..........................................................................................
ผู้หญิงคนนั้นทั้งร้องไห้และโวยวาย หล่อนออกแรงดึงเสื้อของเซี่ยวฉือจนเสื้อยับเป็รอยย่นเต็มไปหมด
เซี่ยวฉือเห็นเย่ฝาน ราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต เขารีบพูดว่า “เย่ฝาน นายอย่ามัวแต่ดูอย่างเดียว รีบเข้ามาช่วยกันหน่อย!”
เย่ฝานพุ่งไปเบื้องหน้าเซี่ยวฉือ กางแขนทั้งสองข้างออก ให้เซี่ยวฉือหลบอยู่ด้านหลัง “คุณตา ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะปกป้องคุณเอง พวกแกคิดจะทำอะไรน่ะ?”
หญิงวัยกลางคนชี้หน้าเซี่ยวฉือด้วยความโมโหพลางพูดว่า “เ้าสารเลวนี่ ไร้มโนธรรม แล้วยังจะพาคนมาช่วยอีก”
ผู้หญิงคนนั้นกระโจนใส่เซี่ยวฉือด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด เย่ฝานดึงเซี่ยวฉือหลบออกมาทันควัน ทำหญิงคนนั้นจึงกระโจนใส่ความว่างเปล่า
“คุณตาไปก่อเื่อะไรไว้ครับ?”
เซี่ยวฉือพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ตอนนี้ถึงจะอธิบายยังไงพวกเขาก็คงไม่เข้าใจ พวกเรารีบออกไปจากที่นี่เถอะ”
เซี่ยวฉือชักสีหน้าพลางคิดในใจว่า บัณฑิตเจรจากับทหาร ยกเหตุผลร้อยแปดมากล่าว อย่างไรก็คงไม่เป็ผล สำหรับผู้หญิงคนนี้เขาเองก็หมดหนทางจะเจรจาเช่นกัน
เย่ฝานใช้วิธีการเล็กน้อย เกี่ยวขาผู้หญิงคนนั้นจนสะดุดล้มลงไป ในจังหวะนั้นเขาก็รีบดึงตัวเซี่ยวฉือเข้าไปในเขตชุมชน
หญิงวัยกลางคนเห็นเย่ฝานหลบเข้าไปในเขตชุมชน จึงคิดจะตามเข้าไป แต่ถูกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้ามไว้
“คุณตา นี่มันเื่อะไรกันครับ หรือว่าคุณตามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้น?”
เซี่ยวฉือได้ยินเช่นนั้นก็มีน้ำโห “นายพูดจาเหลวไหลอะไร? หรือว่าในสายตาของนาย ฉันเป็คนสายตาแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?”
เย่ฝานหัวเราะอย่างไม่ไปธรรมชาติ แล้วพูดว่า “สายตาของคุณตาเป็อย่างไร ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะครับ ผู้หญิงคนนั้นสารรูปดูไม่ได้ก็จริง แต่มีคนเคยกล่าวไว้ไม่ใช่เหรอครับ คนบางคนกินปลากินเนื้อจนเบื่อแล้ว ก็เลยอยากลองเปลี่ยนรสชาติไปลิ้มลองข้าวต้มจืดๆ ดูบ้าง ใครจะไปรู้ว่าสายตาของคุณตาอาจจะพิเศษไม่เหมือนใครก็ได้?
เซี่ยวฉือถลึงตาใส่เย่ฝาน แล้วเอ่ยว่า “พูดจากมั่วซั่ว สายตาของฉันปกติดี”
สายตาของเขาปกติดี แต่เป็สายตาของไป๋อวิ๋นซีต่างหากที่มีปัญหา ถึงได้หาคนอย่างเย่ฝานมาเป็คู่ครอง
“คุณตา คุณไปทำอะไรไว้เหรอครับ! ป้าคนนั้นถึงได้แช่งให้คุณถูกมีดพันเล่มทิ่มแทง” เย่ฝานใช้ข้อศอกแตะร่างของเซี่ยวฉือพลางแย้มยิ้มสดใส “คุณตา คุณวางใจเถอะ พวกเราเป็สหายเก่ากัน ถึงแม้คุณจะเผลอทำเื่ที่น่าละอายใจขึ้นมาจริงๆ ผมจะเป็คนเก็บความลับให้คุณตาเองครับ” เย่ฝานเอ่ย
เซี่ยวฉือมองเย่ฝาน แล้วรู้สึกแน่นหน้าอกเป็พักๆ “นาย นายนี่มัน… อวิ๋นซียอมตกลงปลงใจกับคนสารเลวอย่างนายได้ยังไงกันนะ! ฉันจะบอกให้นะ! มันไม่ได้เป็อย่างที่นายคิดเลยสักนิด”
สหายเก่า? ถึงแม้เย่ฝานจะเก่งกาจเพียงใด แต่เขาแต่งกับอวิ๋นซี ต้องนับเป็รุ่นหลานของเขา กลับมาเรียกเขาว่าสหายเก่า? สหายเก่าอะไรกันละ ไม่รู้เด็กไม่รู้ผู้ใหญ่เสียแล้ว
“แล้วตกลงมันเป็เื่อะไรกันแน่ครับ!” เย่ฝานถาม
“ก่อนหน้านี้ มีเพื่อนเก่าของฉันคนหนึ่ง หลานสาวของเขาหย่าร้างกับสามี เขาให้ฉันแนะนำผู้ชายคนใหม่ให้หลานสาวของเขา ฉันก็เลยแนะนำไปหนึ่งคน เขาเป็พ่อหม้ายลูกติดคนหนึ่ง จากนั้นไม่นึกเลยว่า หลังจากที่คนทั้งสองได้พบกัน กลับถูกชะตาต้องใจกันเป็อย่างมาก แล้วทั้งสองก็แต่งงานกันกะทันหัน”
“หลังจากนั้น ฉันก็โดนครอบครัวของอดีตสามีของหล่อนตามก่อกวนไม่หยุด”
“ผู้หญิงคนนี้และสามีเก่าของหล่อนรู้จักกันั้แ่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย สามีเก่ามาจากครอบครัวชาวนา เขาเป็คนขยันขันแข็ง รูปร่างหน้าตาก็ใช้ได้ พวกเขาคบหากันอยู่หลายปี ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นและมั่นคงมาก”
“หลังจากพ่อแม่ของผู้หญิงรู้เื่ ก็รู้สึกว่าพวกเขาไม่เหมาะสมกัน จึงไม่เห็นด้วยกับการแต่งงาน ตอนนั้นไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นหลงใหลอะไรในตัวผู้ชายคนนั้น ถึงดึงดันจะแต่งงานกับเขาให้ได้”
“ในที่สุดคนทั้งคู่ก็แต่งงานกัน ท่ามกลางความกดดันจากพ่อแม่ ถึงแม้ว่าพ่อแม่ของผู้หญิงคนนั้นจะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงาน แต่ก็ได้ซื้อคอนโดให้ลูกสาวและลูกเขย”
“หลังจากแต่งงาน ผู้ชายคนนั้นก็รับพ่อและแม่มาอาศัยที่คอนโด บอกเหตุผลว่าเพื่อให้พ่อแม่ช่วยดูแลภรรยา แต่เื่ราวมันไม่ได้เป็อย่างนั้นเลย พอพ่อแม่ของเขามาอยู่ด้วย ก็บ่นว่าลูกสะใภ้ี้เี ทำกับข้าวไม่เป็ ซักผ้าไม่เป็ เอาแต่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ซื้อเครื่องสำอาง และกระเป๋า”
“ยิ่งไปกว่านั้นคือ หลังจากนั้นไม่นาน ญาติๆ ของฝ่ายชายก็ทยอยกันมาพักที่คอนโดกันไม่ขาดสาย ทำราวกับว่าคอนโดของพวกเขาเป็เรือนรับรองอย่างนั้นแหละ ผู้หญิงคนนั้นบังเอิญได้ยินบทสนทนาของญาติสามีที่มาพักคอนโดของเธอ จึงได้รู้ว่า พ่อแม่สามีมักจะเที่ยวไปพูดโอ้อวดกับคนอื่นๆ ว่า ลูกสะใภ้เป็ฝ่ายตกหลุมรักลูกชายของพวกตนก่อน เพราะว่าลูกชายเป็คนดีมีความมุ่งมั่น ลูกสะใภ้จึงเป็ฝ่ายทุ่มเงินทองให้ลูกชาย ให้ทั้งบ้านให้ทั้งรถ ผู้หญิงคนนั้นเมื่อรู้ความจริงก็โกรธแค้นเป็อย่างมาก”
“ต่อมาเมื่อลูกสะใภ้เกิดลูกเป็ผู้หญิง สำหรับคนชนบทแล้วล้วนชอบแต่ลูกผู้ชาย และให้ความสำคัญกับเื่มีทายาทสืบสกุล ในสายตาของคนชนบท คิดว่าในอนาคตลูกสาวก็ต้องแต่งออกไป พอแต่งออกไปก็กลายเป็คนของตระกูลอื่น การเลี้ยงลูกสาวจึงเหมือนการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า
“พ่อแม่สามีไม่พอใจกับหลานสาวคนนี้ จึงบังคับให้ลูกสะใภ้มีลูกคนที่สอง ตอนท้องแรกผู้หญิงคนนั้นก็มีภาวะคลอดยาก หากจะมีลูกอีกคนก็คงลำบาก ประกอบกับที่หล่อนคิดว่าการงานของสามีก็ยังไม่มั่นคง สามีเองก็มีญาติพี่น้องและเพื่อนพ้องก็มักจะมาขอยืมเงิน ลูกคนแรกยังเลี้ยงลำบากขนาดนี้ คนที่สองก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง หล่อนจึงไม่ยอมมีลูกอีกคนหนึ่ง”
“ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของฝ่ายชายคิดยังไง นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะบอกให้ลูกชายของตนแอบไปมีผู้หญิงอีกคนเพื่อเกิดลูกอีกคนหนึ่ง”
“ก็ผู้ชายอ่ะนะ เขาจึงรับปากจะทำตามที่พ่อแม่บอก ผู้ชายคนนั้นแอบมีลูกกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งโดยปิดบังภรรยาของตนไว้ พอภรรยารู้เข้า ย่อมต้องไม่ยอมอยู่แล้ว”
“ญาติของฝ่ายชายต่างพากันโทษผู้หญิงคนนั้น ด่าว่าหล่อนเป็แม่ไก่ที่ไม่ออกไข่ เป็เพราะหล่อนไม่มีปัญญาเกิดลูกชาย จึงไม่อาจเป็ภรรยาที่เพียบพร้อมได้ พวกเขาจนปัญญาจริงๆ เลยต้องใช้วิธีนี้ ผู้หญิงคนนั้นเมื่อได้ยินเื่ราวก็กลั้นโมโหไว้ไม่อยู่ ตัดสินใจไปขอหย่าทันที”
“คนบ้านนั้นมั่นใจในตนเองอย่างที่สุดว่า ลูกชายของตนเทพบุตรมาจุติ หลังจากหย่าขาดจากกันไป ผู้หญิงคนนั้นจะต้องเสียใจอย่างสุดซึ้ง! พวกเขาคิดว่าผู้หญิงคนนั้นอายุก็ไม่น้อยแล้ว แล้วยังมีลูกติดอีกหนึ่งคน รับรองว่าไม่มีใครเอาแน่นอน”
“แต่พอหย่าขาดกันจริงๆ แล้ว ครอบครัวของฝ่ายชายจึงได้รู้ว่า เ้าของคอนโดคือพ่อแม่ของฝ่ายหญิง พวกเขาล้วนไม่มีสิทธิ์”
“ครอบครัวของฝ่ายชายยึดคอนโดไปเป็ของตน ไม่ยอมย้ายไปไหน เอาแต่บอกว่าคอนโดนี้เป็ของลูกชายเขา ตำรวจเคยเข้าไปไกล่เกลี่ยหลายรอบแล้วก็ยังไม่เป็ผล พ่อแม่ของฝ่ายหญิงก็เด็ดขาดมาก พวกเขาตัดสินในขายคอนโดให้คนอื่นไปเลย”
“เ้าของใหม่ที่ซื้อคอนโด ย่อมไม่จำเป็ต้องเห็นแก่หน้าครอบครัวผู้ชายคนนั้นอยู่แล้ว จึงขับไล่พวกเขาออกไป”
“ภรรยาน้อยคนนั้นเดิมทีเห็นว่าผู้ชายคนนั้นมีบ้านมีรถ เป็คนเก่งมีอนาคต หลังจากที่ผู้ชายหย่ากับภรรยากับแล้วจึงได้รู้ว่าเขามีแต่ตัว บ้านเป็ของพ่อแม่ภรรยาเก่า รถก็กู้เงินมาซื้อ แล้วยังต้องเลี้ยงคนทั้งครอบครัว น้องชายเรียนหนังสือ พี่ชายแต่งงานล้วนต้องมาอาศัยผู้ชายคนนี้ ภรรยาน้อยเห็นว่าไม่มีอะไรที่หล่อนจะตักตวงผลประโยชน์ได้ จึงตัดสินใจทำแท้งเอาเด็กออก และแยกทางกับผู้ชายคนนั้น”
“พอรู้ว่าภรรยาน้อยเอาเด็กออก สามีภรรยาคู่นั้นเ็ปใจแสนสาหัส จึงคิดถึงความดีของอดีตลูกสะใภ้ขึ้นมา”
“เดิมทีพวกเขายังรอให้อดีตลูกสะใภ้นึกเสียใจภายหลังที่หย่ากับลูกชายของตน แต่สุดท้ายกลับไปรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นแต่งงานใหม่ไปแล้ว ก็เลยโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ”
……..............................................................................................
เย่ฝานพูดอย่างไม่เข้าใจ “แล้วเื่นี้มันเกี่ยวข้องกับคุณตายังไงเหรอครับ! ทำไมหล่อนต้องมาหาเื่คุณตาด้วย!”
เซี่ยวฉือกลอกตามองบน แล้วพูดว่า “แน่นอนว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับฉันเลย แต่ตอนนี้พวกเขามีเื่เดือดร้อนจนต้องคิดหาทางออกทุกวิถีทาง เที่ยวโทษคนนั้นคนนี้ไปทั่ว พวกเขาไม่รู้ไปฟังจากใครมาว่าฉันเป็พ่อสื่อให้กับอดีตลูกสะใภ้กับสามีใหม่ จึงได้มาก่อกวนฉันแบบนี้”
เพื่อให้ได้หย่าขาดอย่างรวดเร็ว แม้แต่รถยนต์ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ขอรับไว้ ถึงแม้ว่าหล่อนจะเป็คนจ่ายเงินดาวน์เอง ทว่าฝ่ายชายยัง้าบ้านอีกหลัง
ไม่รู้ว่าพ่อแม่ทึกทักเอาเองว่าเมื่อลูกสะใภ้หย่าขาดจากลูกชายของตน ทรัพย์สินทั้งหมดของหล่อนต้องตกเป็ของลูกชายของเขาทั้งหมด พอพ่อแม่ของฝ่ายหญิงขายบ้านไป ทำให้พ่อแม่ของฝ่ายชายตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
เซี่ยวฉือพาเย่ฝานเข้าไปในอะพาร์ตเมนต์ พอเห็นเย่ฝานเดินเข้ามา มู่หว่านก็แย้มยิ้มแล้วกล่าวว่า “เย่ฝานมาแล้วเหรอ! รีบนั่งเถอะ อวิ๋นซีบอกว่าเธอกินเก่งและเจริญอาหารมาก วันนี้ฉันทำอาหารไว้ให้เป็พิเศษเลย”
เย่ฝานนั่งลง เขาไม่รอช้ารีบหยิบขาหมูขึ้นมาแทะอย่างไม่เกรงใจ
“คุณยายครับ อาหารที่คุณยายทำอร่อยมากเลยครับ อร่อยจนผมไม่กล้าปิดบัง คุณตาอยู่นอกบ้าน ได้เข้าไปพัวพันกับผู้หญิงคนหนึ่งครับ”
มู่หว่านได้ยินเช่นนั้น พลันมองเซี่ยวฉือด้วยความไม่เข้าใจพร้อมกับถามว่า “มันเกิดเื่อะไรกันแน่!”
เซี่ยวฉือเหลือบตามองบน แล้วพูดว่า “เธออย่าฟังเ้าหมอนี่พูดเหลวไหล เื่นี้เธอเองก็รู้นี่ ก็คือคนครอบครัวนั้นที่มาเมื่อคราวก่อนไงพวกเขาหาว่าฉันทำลายครอบครัวของลูกชายเขา”
มู่หว่านพูดด้วยความเอือมระอา เื่นี้ เดิมทีไม่ใช่เพราะสองสามีภรรยาคู่นั้น้าหย่าขาดต่อกันเองเหรอ? ตอนนี้กลับมาหาเื่ สร้างความวุ่นวาย แบบนี้มัน้าก่อความวุ่นวายชัดๆ อีกอย่าง ถ้าเขาอยากจะหาเื่ ก็ไม่ควรมาหาคุณนี่นา!
ได้ยินว่า พอสองสามีภรรยาคู่นั้นรู้ว่าเด็กในท้องของเมียน้อยเป็เพศชาย ก็ดีใจเป็อย่างมาก จึงคิดอยากให้ลูกชายหย่าขาดกับลูกสะใภ้ แล้วพาเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้าน! สองสามีภรรยาคู่นั้นช่างโง่เขลาเสียจริง เด็กที่อยู่ในท้องของเมียน้อยเพิ่งมีอายุครรภ์ได้สองเดือนเท่านั้น จะรู้เพศของเด็กได้อย่างไร!
“อวิ๋นเจี๋ยเด็กคนนี้! ทำไมถึงหาสามีเก่านิสัยแบบนี้มาได้นะ!” มู่หว่านพูดด้วยความทอดถอนใจ
เย่ฝานเงยหน้าขึ้น แล้วเอ่ยว่า “นี่ก็เป็เพราะว่า ในโลกนี้เขยเต่าทองคำแบบผมมีอยู่น้อยเหลือเกิน”
เซี่ยวฉือพยักหน้า แล้วพูดอย่างเห็นด้วย “ก็ใช่น่ะสิ! คนเป็เลิศแบบนายมีอยู่ไม่มากจริงๆ...” คนอย่างเย่ฝาน มีอยู่คนเดียวก็เกินพอแล้ว ถ้ามีมากกว่านี้ใต้หล้าคงปั่นป่วนน่าดู
มู่หว่านมองเซี่ยวฉือแวบหนึ่งพลางกล่าว “คุณคะ ฉันว่านะ อีกหน่อยเื่ของคนอื่น คุณอย่าเข้าไปยุ่งดีกว่า คุณน่ะวันๆ ชอบยุ่งแต่เื่ชาวบ้าน ชอบหาเื่ยุ่งยากมาให้ตัวเองอยู่นั่นแหละ”
เซี่ยวฉือสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าจะเป็อย่างนี้ สามีภรรยาที่อาศัยอยู่ชั้นล่างคู่นั้น วันๆ ทำตัวเป็พ่อสื่อแม่สื่อ เคยแนะนำชายหญิงให้รู้จักกัน จนลงเอยไปหลายสิบคู่แล้ว ไม่เห็นพวกเขาจะเจอแบบฉันเลย!”
“คุณตาครับ โชคไม่ดีอย่างนี้! คงต้องเชิญพวกร่างทรงมาทำพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหน่อยนะครับ!” เย่ฝานกินปูขนพร้อมพูดอย่างลวกๆ
เซี่ยวฉือมองเย่ฝานด้วยความไม่พอใจ “พอได้แล้วมั้ง ขนาดกินเยอะแบบนี้ ก็ยังอุดปากนายไม่ได้” เซี่ยวฉือนึกในใจ เย่ฝานเ้าหมอนี่ กินจุจริงๆ นี่กินขาหมูไปสี่ขาแล้วนะ หากไม่ได้เตรียมอาหารมากเป็พิเศษ เขาก็คงไม่ได้กินอะไรแล้ว
มู่หว่านคีบอาหารให้เย่ฝานไม่หยุด ปกติคุณยายชอบทำอาหารให้ลูกหลานกิน เมื่อเห็นลูกหลานกินอาหารได้มากก็ยิ่งดีใจ แต่เด็กๆ สมัยนี้มักเลือกกิน บางทีบอกว่าจะลดความอ้วน ทำให้ไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือทำอาหาร พอเห็นเย่ฝานกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย หล่อนยิ่งมองก็ยิ่งชอบใจ
“คุณยายครับ ฝีมือทำอาหารของคุณยายยอดเยี่ยมมากเลยครับ อร่อยกว่าที่พ่อครัวระดับห้าดาวทำอีกครับ”
มู่หว่านหัวเราะพลางกล่าวว่า “พูดเหลวไหลอะไรกัน ฝีมือของยายสู้พ่อครัวใหญ่เขาไม่ได้หรอก ถ้าชอบกินก็มาบ่อยๆ ล่ะ”
หลังจากเย่ฝานกินดื่มจนอิ่มแล้ว ก็เดินไปรอบๆ อะพาร์ตเมนต์ของเซี่ยวฉือ เขายังได้ตั้งค่ายกลไว้ในห้องอีกด้วย
มู่หว่านเห็นว่าเย่ฝานกำลังจะกลับ จึงได้ตักอาหารใส่กล่องไว้หลายกล่อง ให้เย่ฝานติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
