ในสายตาของฉินหยีหนิง ทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้าคล้ายกำลังเคลื่อนไหวเชื่องช้าลง
มือที่ถูกเขาจับอยู่นั้น รู้สึกได้ถึงความร้อนแผ่ซ่านออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งที่อยู่ในฤดูหนาว นางถูกดึงให้ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของเขา ตรงหน้าฉินหยีหนิงมีเพียงแผ่นหลังกว้างและร่างสูงใหญ่ของเขาเท่านั้น ชายหนุ่มพึ่งพาแต่ร่างกายตนเองใช้มันแยกนางออกจากฉากนองเื
นางไม่สามารถมองเห็นสีหน้าและไม่อาจเห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของเขาได้ชัดเจน แต่นางสามารถเห็นแสงจากดาบใหญ่ มันเหวี่ยงฟันลงมาบนตัวเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าเขากลับจัดการกับมันได้อย่างชาญฉลาด
เขาไม่ใช่พ่อค้าจริงๆ เพราะพ่อค้าธรรมดาๆ จะหล่อเหลาและตอบโต้คมดาบอย่างดุเดือดเช่นนี้ได้ที่ไหนเล่า อีกทั้งเหตุใดถึงสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันตรายโดยไม่กระวนกระวายเลย เขาเปี่ยมล้นไปด้วยความน่าเกรงขาม? เขาคือใครกันแน่?
มือสังหารเ่าั้ก็ไม่แสดงความเมตตาต่อเขาอีกด้วย แต่ละดาบร้ายแรงถึงแก่ชีวิต เหมือนศัตรูจะมุ่งมาด้าชีวิตพวกเขา ราวกับปรารถนาจะฆ่าล้างทำลายเสียให้หมด องครักษ์ที่ติดตามนางมานั้น ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้มุ่งร้ายเลย หรือบางทีพวกนางอาจจะตายไปแล้วก็ได้ ถ้าเขาไม่ยืนต่อหน้าของนาง
ฉินหยีหนิงรู้ว่านางเข้าใจเขาผิดไปแล้ว และถึงแม้ตัวตนของเขาจะยังคงเป็ปริศนาอยู่ แต่เขาไม่ใช่พวกเดียวกับมือสังหารเป็แน่
ฉินหยีหนิงปกป้องฮูหยินติ้งกั๋วกงและซุนซื่อ นาง้าพาทุกคนหลบหนี แต่เห็นได้ชัดเจนว่ามือสังหารดักขวางพวกนางไว้ทุกทาง ฉินหยีหนิงไม่มีทางเลือก นอกเสียจากเลือกถอยหลังไปชนกับมุมของกำแพงเพื่อคอยปกป้องท่านยายกับมารดา
ผางเซียวรวมถึงองครักษ์ทั้งสี่กระจายตัวเป็กำแพงกั้นอยู่ข้างหน้าสตรี แต่เขาคนเดียวก็ไม่อาจหยุดชายฉกรรจ์ซึ่งเชี่ยวชาญการต่อสู้มากกว่ายี่สิบคน มิหนำซ้ำต้องระวังหลบหลีกลูกศรเย็น อีกทั้งจะต้องคำนึงทิศทางของศรสังหาร ถ้าเขาหลีกเลี่ยงไปแล้วก็กลัวว่านางที่อยู่ข้างหลังจะได้รับาเ็ ถึงแม้ว่าเขาจะมีทักษะการต่อสู้ยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ในเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ ก็ไม่สามารถพิเคราะห์พิจารณาได้ครอบคลุมทั้งหมด เกรงว่าพลาดพลั้งเพียงแค่เล็กน้อย เขาคงสูญเสียบางอย่างไปเป็แน่
“เ้าเสือ!” ผางเซียวะโและส่งสายตามองไปที่กำแพง
เสือน้อยรับรู้ในทันที เขาหยุดปกป้องเหล่าสตรี จากนั้นถือดาบเหล็กพุ่งกระโจนออกไปยังข้างนอก พยายามจะจัดการนักยิงธนูทั้งสองให้ได้
ในทางกลับกัน ผางเซียวรับรู้แล้วว่า ที่มาของมือสังหารเหล่านี้คือที่ใด
ในตอนแรกเขาเดาว่า ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าโจวมีความคิดอยากจะสังหารเขาและได้สะกดรอยตามเขา เพื่อ้าฆ่าเขาบนแผ่นดินของต้าเยี่ยน โดยให้คนของเขาสวมเครื่องแบบทหารต้าโจวทำสิ่งเหล่านี้ แน่นอนว่าไม่มีใครสงสัยเลยว่า คนที่ทำนั้นเป็คนต้าโจว
แต่เมื่อเขาได้ประลองฝีมือกันจริงๆ แล้ว กลับค้นพบว่าทักษะต่อสู้ของคนเหล่านี้เหมือนกับคนตาตาร์ ที่มักจะบุกเข้ามาทางตอนเหนือของต้าโจว
แม้พวกเขาจะแต่งตัวเหมือนทหารต้าโจว แต่เนื่องจากมีร่างกายสูงใหญ่ ทั้งกลิ่นตัวของพวกเขาเหมือนกับได้ใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้ามานานแสนนาน จึงเป็การยากถ้าจะละเลยมัน!
คนตาตาร์มีไหวพริบมาก พวกเขารู้ว่าต้าโจวกำลังเปิดากับต้าเยี่ยน และกองทัพเสือเคลื่อนที่ลงไปทางทิศใต้ของต้าโจว พวกเขาต้องเพิ่มการโจมตีทางตอนเหนือของต้าโจวอย่างแน่นอน
จี้เจ๋อหยูอาจจะพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วในการต่อต้านการรุกรานของคนตาตาร์ เพื่อเพิ่มเวลาให้เขาได้เอาต้าเยี่ยนกลับมา
ไม่คาดคิดเลยว่า คนตาตาร์ป่าเถื่อนเหล่านี้ ไม่เกรงกลัวที่จะข้ามพรมแดนของต้าโจวและลงมาทิศทางใต้ เข้ามายังเมืองหลวงของต้าเยี่ยนเพื่อสังหาร
การสวมใส่ชุดทหารแห่งราชวงศ์ต้าโจวเพื่อทำการสังหารนั้น แผนที่ทำให้ผู้คนสงสัยนี้ช่างมหัศจรรย์จริงๆ
ผางเซียวคิดอย่างรวดเร็ว ซึ่งในความเป็จริงแล้ว เวลาเพิ่งเดินผ่านไปแค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น
ยามนั้นเสือน้อยได้ฆ่าคนที่ขอบกำแพงแล้ว และะโขึ้นไป จากนั้นก็วาดดาบของเขาฟันนักธนูหนึ่งคน
เมื่อนักธนูอีกหนึ่งคนเห็นว่าพวกพ้องถูกโจมตี นึกไม่ถึงเลยว่านอกจากเขาจะไม่ช่วยเหลือแล้ว เขายังไม่หลบหนีอีกด้วย เขารีบใช้เวลานี้เพื่อปลิดชีพเป้าหมายให้ได้หลายคน
เมื่อเห็นว่าลูกธนูไม่สามารถทำร้ายผางเซียวได้ เขาก็เล็งเป้าไปยังผู้หญิงที่ได้รับการปกป้องอยู่ในมุมหนึ่ง
เขาปล่อยธนูออกไปสามดอก ก่อนง้างสายขึ้นแล่งอีกหน แต่กลับถูกเสือน้อยโจมตีจนทำให้เขาตกลงจากกำแพง
ฝ่ายฉินหยีหนิงมองเห็นประกายเยียบเย็นปรากฏขึ้นอีกครั้ง นางมีเวลาเพียงหันหลังกลับไปเพื่อกอดซุนซื่อ ผู้ที่อยู่ข้างหลังของนาง
ซุนซื่อใจนน้ำตาและน้ำมูกไหลพรากๆ มาั้แ่ก่อนนี้แล้ว ครั้นเห็นแสงสีเงินพุ่งเข้ามา นางคิดว่าชีวิตของนางคงจะจบสิ้นแล้ว แต่ฉินหยีหนิงกอดนางอย่างแ่าและใช้ร่างกายบังอยู่ข้างหน้านางกับฮูหยินติ้งกั๋วกง
ซุนซื่อทั้งซาบซึ้งทั้งหวาดกลัว จะผลักฉินหยีหนิงแต่ปากของนางะโพูดเลอะเทอะไปหมด
ดวงตาโกรธเกรี้ยวของฮูหยินติ้งกั๋วกงดูเหมือนจะแตกร้าว นางะโเสียงดังออกมา “หยีเจี่ยร์!”
ชายหนุ่มเห็นแสงเย็นะเืสามสายปรากฏขึ้นทางปลายหางตา เขาเร่งโจมตีมือสังหารตรงหน้าซึ่งขวางทางด้วยการหักคอพวกมัน และกระโจนเข้าไปหาฉินหยีหนิง
ลูกศรเคลื่อนที่เร็วมาก เขาโบกดาบเฉือนตัดลูกศรแต่ทำได้เพียงสองดอกเท่านั้น จะหยุดยั้งอีกหนึ่งดอกที่เหลือกลับสายเกินไปแล้ว แทบไม่ต้องพูดถึงวิธีจัดการกับมัน ดังนั้นเขาทำได้เพียงยกแขนบัง
ฉินหยีหนิงสามารถได้ยินเสียงการชนของอาวุธและลูกธนู มันหล่นไปข้างหลังของนาง จากนั้นก็มีเสียงอาวุธแหลมคมปักฉึกเข้าไปในเนื้อหนังคน
เด็กสาวหันกลับไปด้วยความตื่นตระหนก นางเห็นหลังของชายร่างสูง ร่างกายด้านขวาของเขาเปื้อนเืปลายลูกศรแหลมคมปักคาอยู่บนไหล่!
ฉินหยีหนิงสูดลมหายใจเย็นๆ อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา “คุณชายเหยา!”
นางรู้ว่าเขาได้ช่วยนางอีกครั้ง!
ผางเซียวเหลือบกลับมามองนางอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะขมวดคิ้วแต่ยังยิ้มได้ เขาหักปลายธนูโยนลงพื้นโดยไม่ลังเล ซ้ำร้ายยังหันกลับไปต่อสู้กับมือสังหารอีกหน
เืเปื้อนเสื้อของเขาครึ่งหนึ่งแล้ว ฉินหยีหนิงมองดูเขาและรู้สึกเจ็บแทนเขาด้วย
ในส่วนใดส่วนหนึ่งของใจนั้น สั่นเทาโดยไม่ทราบสาเหตุ
ฉินหยีหนิงกระวนกระวาย พริบตาถัดมานางส่ายศีรษะอย่างแรง พยายามกำจัดรอยยิ้มหล่อเหลาอย่างไม่มีใครเทียบเทียมของเขาออกจากสมอง
ซุนซื่อกอดฉินหยีหนิงไว้แน่น ผู้เป็มารดาร้องไห้ราวกับฝนตกหนักได้เอ่ยขึ้นว่า “หยีเจี่ยร์ เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่ เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่ เ้าทำให้ข้าใไปหมดแล้ว!”
ฉินหยีหนิงตั้งสติ หันกลับไปตบหลังของซุนซื่อ เพื่อให้นางสงบลงพลางกอดฮูหยินติ้งกั๋วกงที่มีสีหน้าประหม่าด้วยรอยยิ้มอย่างสงบแฝงความเป็ห่วง
ฮูหยินติ้งกั๋วกงน้ำตาคลอและพยักหน้า
มือสังหารถูกจัดการโดยผางเซียวและเสือน้อย สองคนนั้นฟาดฟันฆ่าพวกมันไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงคำรามดังมาจากข้างนอก
คราวนี้คนที่มา คือทหารที่ฉินหยีหนิงได้สั่งให้คนรายงานต่อกรมทหารป้องกันเมืองหลวงห้าทิศ
มือสังหารเหลือเพียงหกคนเท่านั้น อีกทั้งพวกเขาต่างได้รับาเ็ทั้งนั้น พวกมันถูกล้อมกรอบด้วยทหารป้องกันเมืองหลวงห้าทิศ พวกมันมองหน้ากันเอง จากนั้นไม่นานร่างกายของพวกมันได้เกิดอาการสั่นสะท้านพร้อมเืดำไหลออกมาจากมุมปาก อีกอึดใจก็ล้มดัง ‘ตุบ’ ลงบนพื้น
ผางเซียวปิดไหล่พลางเยาะเย้ย
ต่างก็เป็หน่วยกล้าตายของตาตาร์ทั้งนั้น
แม้ว่าไม่อาจฆ่าเขาได้สำเร็จ และไม่อาจฆ่าบุคคลสำคัญ แต่การสวมเครื่องแบบทหารของต้าโจวทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างต้าโจวกับต้าเยี่ยน ซึ่งพวกมันได้ทำสำเร็จแล้ว
เสือน้อยรีบวิ่งไปหาผางเซียว เปิดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายก่อน สายตาจ้องมองาแจากลูกศรแหลมแทงรอบหนึ่ง จากนั้นเหลียวมองไปที่ฉินหยีหนิงด้วยความเกลียดชัง
หญิงงามหายนะ นี่ก็คือดวงดาวแห่งความหายนะขั้นสุด
“นายท่าน ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?”
ผางเซียวส่ายศีรษะ “ไม่เป็ไร” เขาขยับไหล่เปื้อนเื “อืม ไม่ได้าเ็เข้าไปในกระดูก เพียงแค่เนื้อหนังของข้าถูกเจาะก็เท่านั้น”
“แต่นายท่านเืไหลออกเยอะมากนะขอรับ”
ขณะเดียวกันมีเสียงฝีเท้าอยู่บริเวณลานด้านหน้า ชายในชุดเครื่องแบบทหารสีดำ เดินนำชายวัยกลางคนซึ่งสวมเสื้อคลุมขนสัตว์สีดำด้วยความเคารพ และชายผู้มีร่างสูงสง่าเข้ามาในลาน ผู้นำทหารป้องกันเมืองหลวงห้าทิศ สูเหมานำฉินหวยหยวนเข้ามา
ฉินหวยหยวนกำลังหายใจหอบ เขามองดูสถานการณ์ที่น่าสลดใจในลานกว้าง จากนั้นมองไปที่ฉินหยีหนิงและซุนซื่อ เมื่อเห็นว่าพวกนางปลอดภัยดี ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก สีหน้าซีดเซียวของเขาดีขึ้นอยู่หลายส่วน
ทันทีที่เสือน้อยเห็นฉินหวยหยวน เขากำหมัดแน่น
ดวงตาของผางเซียวเ็าอยู่ครู่หนึ่ง
