ในตอนที่พวกเขากำลังลังเลว่าจะเปิดประตูดีหรือไม่นั้น ประตูไม้สีทึบก็เกิดเสียงดังขึ้นจากข้างในสองครั้ง องครักษ์บริเวณประตูมองเห็นความผ่อนคลายราวยกูเาออกจากอกจากสายตาของคู่หู รีบปลดล็อกออกด้วยความเร็ว จากนั้นมีองครักษ์หกนายเดินออกมาจากด้านในโดยที่สายตาไม่ว่อกแว่ก ผู้ที่เดินตามออกมาสุดท้ายคือซินหลานที่สวมอาภรณ์งดงามทั้งร่าง ริมฝีปากของนางยกยิ้ม ดูลำพองใจอย่างอธิบายไม่ถูก
หลังจากเก็บกวาดสาวใช้ทั้งหลายแล้ว ก็นับว่าเป็การเชือดไก่ให้ลิงดู ถึงตอนนั้นที่องค์หญิงมาข่มขู่บีบบังคับหย่งจี๋เสี้ยนจู่ ดูสิว่านางจะยังกล้าไปพัวพันกับรัชทายาทแคว้นเฉินอีกหรือไม่ คิดแล้วก็รู้สึกว่าตงฟางซวี่ผู้นั้นช่างไม่รู้จักดีชั่ว องค์หญิงของพวกนางเต็มใจที่จะมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับเขาด้วยตัวเอง นั่นก็เป็วาสนาของเขาแล้ว ถึงกับหลีกลี้หนีหน้าองค์หญิงทั้งวัน
ซินหลานเพิ่งจะเดินออกมาจากในเรือนก็พบกับสตรีที่ยืนขวางอยู่บริเวณประตูเบื้องหน้า เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง สตรีผู้หนึ่งสวมใส่อาภรณ์สีฟ้าดุจสายน้ำปักด้วยลวดลายเรียบง่ายดึงดูดสายตา คิ้วโก่งงดงาม ดวงตาดั่งผลซิ่งสีดำราวหมึก คิ้วดุจกิ่งหลิวอันงดงามปรากฏความภาคภูมิใจอันโดดเด่น เมื่อเห็นนางเดินออกมาคิ้วก็ยิ่งขมวดแน่น “ท่านผู้นี้...คือคนที่องค์หญิงซีเยว่ส่งมากระมัง?”
ในขณะที่พูด หลิ่วอวิ๋นซูกวาดสายตามองไปภายในเรือนอย่างร้อนใจ พบเพียงความยุ่งเหยิงและรอยเือยู่บนพื้น ในใจเย็นเยียบ นางยิ่งกระวนกระวายใจ ไม่รู้ว่าพวกเซี่ยเหอจะเป็อย่างไร
“เป็ข้าเอง” ซินหลานจงใจเชิดคางขึ้นสูง ปรายตามองลงมายังใบหน้าของอวิ๋นซู “เ้าก็คือหย่งจี๋เสี้ยนจู่?”
ในใจของพ่อบ้านชราพลันตกตะลึง สาวใช้ผู้นี้ช่างยโสโอหังยิ่งนัก เป็คนข้างกายขององค์หญิงอย่างไรกัน พบเสี้ยนจู่ของแคว้นเฉินถึงกับไม่คารวะ กระทั่งกฎเกณฑ์นี้ก็ยังไม่รู้เื่
ซินหลานยิ้มบางๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มองไปยังสายตาของพ่อบ้าน ค้อมกายคารวะแวบหนึ่งอย่างขอไปที “เสี้ยนจู่ ในที่สุดก็กลับมาแล้ว แต่ว่าไม่เป็ไร เื่ราวนี้ข้าได้จัดการไปเรียบร้อยแล้ว” กล่าวจบก็แสร้งทำเป็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าราวกับไม่ตั้งใจ “เฮ้อ เวลาก็ไม่เช้าแล้ว เดิมทีองค์หญิงซีเยว่คิดจะเชิญเสี้ยนจู่ไปเป็แขกขององค์หญิง ดูแล้วคงจะต้องเปลี่ยนไปเป็วันอื่นเสียแล้ว”
นางกล่าวพลางหันไปมองภายในเรือน จากนั้นจึงกลายตามองหลิ่วอวิ๋นซูอย่างยั่วยุ พยักหน้าให้องครักษ์สิบกว่าคนที่อยู่ด้านข้าง “พวกเราไป องค์หญิงยังรอคำรายงานของพวกเราอยู่ในวัง”
หลังจากที่เดินออกไปหลายก้าว ทันใดนั้นซินหลานก็หมุนตัวกลับมา “เกือบจะลืมไปเสียแล้ว ซินหลานเป็ตัวแทนขององค์หญิง ได้ชี้แนะคนข้างกายของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ไปเล็กน้อย ในยามปกติเสี้ยนจู่ช่างเป็คนที่คุยง่ายจริงๆ” กล่าวจบก็ยกกระโปรงขึ้นเดินเชิดหน้าออกไป
อวิ๋นซูเก็บสายตากลับมาจากขบวนผู้คนที่เดินไปไกล ในใจพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี นางค่อยๆ เดินเข้าไปด้านใน เมื่อเข้าไปเขตเรือนไผ่ สองข้างทางเป็ป่าไผ่หนาทึบ ตรงกลางเป็ถนนสายเล็กๆ ที่สร้างจากหินดูแวววาวสะอาดตา รองเท้าผ้าไหมปักลายที่อวิ๋นซูสวมใส่ในตอนนี้เดินเข้าไปท่ามกลางก้อนหินขรุขระ ทุกก้าวราวกับกำลังเหยียบย่างลงไปบนปุยฝ้าย สูงบ้างต่ำบ้าง พ่อบ้านมองจากด้านหลังแล้วพลันรู้สึกว่าเงาหลังของคุณหนูที่สุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอดถึงกับก้าวเดินไม่เป็จังหวะอย่างเห็นได้ชัด
บนพื้นเห็นกิ่งไผ่ที่ถูกเหยียบจนหักได้อยู่ทุกที่ เมื่อเลี้ยวเข้าไปจะพบกับแปลงผักแปลงหนึ่ง ใบของหอมแดงที่แตกหน่อออกมาครึ่งหนึ่งเสียบอยู่ในดิน รอยคราบเืแห้งกรังบริเวณรอบๆ ทำให้อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะเดินเร็วขึ้น เมื่อเลี้ยวอีกครั้งหนึ่ง ห่างไปสิบก้าวทางด้านขวามือ เงาร่างของคนสามคนนอนอยู่ที่พื้นปะทะเข้าสู่สายตา คราบเืรอบๆ และาแบนร่างกายของคนทั้งสามทำให้ลมหายใจของอวิ๋นซูติดขัด ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบหัวใจของนางเอาไว้ เ็ปราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังฉีกขาด
สายตาของอวิ๋นซูมีประกายความตื่นตระหนกพาดผ่าน เดินเข้าไปกอดเซี่ยเหอที่อยู่ใกล้ที่สุดเอาไว้ในอ้อมอก นิ้วอันสั่นเทาััเบาๆ บนแก้มบวมเป่งของเซี่ยเหอ แล้วจึงลากไปอังอยู่ใต้จมูกของนาง ยังดี ยังคงมีลมหายใจอยู่
นางค่อยๆ สงบจิตใจลง เมื่อเห็นว่ามุมปากขอเซี่ยเหอขมุบขมิบ อวิ๋นซูก็ก้มตัวลงไปฟังอย่างตั้งใจ เซี่ยเหอกำลังพึมพำว่า “คุณหนู” สองคำนี้ราวกับพยายามใช้แรงทั้งชีวิต รีดเค้นคำในสมองออกมา อีกทั้งยังลมหายใจอ่อนแรงราวกับไร้ซึ่งลมหายใจ
“เซี่ยเหอ” อวิ๋นซูเห็นดังนั้นก็ะโออกมาอย่างร้อนใจ อีกมือหนึ่งก็ตบลงบนไหล่ของชุนเซียงเบาๆ และสะกิดอวี้เอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้าง “พวกเ้าเป็อย่างไรบ้าง ตื่นขึ้นมาเถิด”
เพียงแต่ว่าไม่ว่าอวิ๋นซูจะเรียกอย่างไร ทั้งสามก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา ราวกับกำลังอยู่ท่ามกลางความฝันอันไร้ที่สิ้นสุด
ณ เรือนอู๋ถง บริเวณทิศตะวันตกของจวนโหว
ภายในห้อง ในผอบหกขาที่ทำจากทองแดงลวดลายมงคลมีกำยานพิเศษกำลังเผาไหม้อยู่ ขวันสีเขียวอมเหลืองอ่อนนุ่มม้วนเป็เกลียวออกมาจากรูเล็กๆ ทั้งสองบนฝาผอบ กลุ่มควันดั่งเมฆหมอก พัวพันอยู่้าผอบ ดูคล้ายกับมือกำลังหยิบยกอยู่ข้างบนอย่างไรอย่างนั้น ไม่สลายหายไปเนิ่นนาน ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นกำยานอันสงบนิ่ง
บนเตียงเตา1อันเย็นะเืปูด้วยผ้าห่มสีเทาเข้มหนาชั้นหนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าสวมใส่ชุดนอนสีน้ำเงินเข้ม ศีรษะสีดำแซมขาว นั่งพิงเตียง ห่มผ้าไว้เพียงครึ่งตัว ด้านข้างมีแม่นมยืนอยู่คนหนึ่ง เพิ่งจะนำเื่ที่เกิดขึ้นที่เรือนไผ่มารายงานจนจบ และกำลังก้มหน้ายืนอยู่ตรงนั้นเพื่อรอคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่า
ฮูหยินผู้เฒ่าฟังคำพูดของแม่นมจบ ดวงตาทั้งสองที่ผ่านโลกมามากก็สั่นไหว สีหน้าท่าทางยากจะคาดเดาได้ เบนสายตาขึ้นเอ่ยถามแม่นมว่า “สาวใช้ทั้งสามของเรือนไผ่เป็อย่างไรบ้าง? ส่งคนไปดูมาแล้ว ไม่ได้ถึงชีวิตกระมัง?”
“ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดวางใจ สาวใช้สามคนนั้นล้วนเป็ผู้มีวรยุทธ์ติดตัว สามารถทนรับความลำบากทางกายได้บ้าง บ่าวได้ฟังคำรายงานของสาวใช้ด้านนอกก็ตรงมาหาท่านเลยเ้าค่ะ ยังไม่ทันได้เข้าไปดู”
คุณหนูหกในตอนนี้ไม่เหมือนกับแรกเริ่มที่เป็เพียงบุตรีอนุภรรยาที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ของจวนโหว นางกลายเป็เสี้ยนจู่ ได้รับความชื่นชมจากฝ่าา กระทั่งจวนโหวที่อยู่ข้างหลังก็รุ่งเรืองตามไปด้วย
และเช่นเดียวกัน ครั้งนี้สาวใช้ข้างกายทั้งสามคนที่สำคัญที่สุดของคุณหนูหกถูกคนขององค์หญิงซีเยว่ตบตีถึงประตูเรือน ไม่เพียงแต่เป็การตบหน้าของคุณหนู จวนชางหรงโหวเองก็ไร้ประกายเช่นกัน คำสั่งต่อไปของฮูหยินผู้เฒ่าจะเป็การแสดงท่าทีต่อเื่นี้ของทั้งจวนชางหรงโหวอย่างแน่นอน
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ฟังคำพูดของแม่นม ก็พยักหน้าเบาๆ “เช่นนั้นก็ส่งสาวใช้ไปเสียหลายคนหน่อย เ้าไปส่งด้วยตัวเองเถิด ข้างกายของซูเอ๋อร์จะไร้คนปรนนิบัติรับใช้ไม่ได้”
“เ้าค่ะ” แม่นมพยักหน้าตอบรับ แต่กลับยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ยอมออกไป “ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ เช่นนั้นทางฝั่งขององค์หญิงซีเยว่...”
“ไปเถิด ซูเอ๋อร์เป็คนที่มีความคิด เ้าไปแล้วก็ไม่จำเป็ต้องพูดจาให้มากความ ทำเื่ของตนเองให้เรียบร้อยก็พอแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวจบก็ปิดตาลงแล้วจึงนอนลงไปบนหมอน
เื่นี้ไม่ใช่ว่านางไม่อยากยุ่ง เพียงแต่ยุ่งไม่ได้ นางเป็เพียงสตรีหลังเรือนผู้หนึ่ง ต่อให้ไม่เข้าใจเื่ของการเมือง ทว่าเพียแค่หลายวันมานี้ที่องค์หญิงแคว้นอี้มายังแคว้นเฉิน ั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีผู้ใดขัดขวาง เห็นได้ชัดว่าหากพูดเื่นี้ออกไปว่าจวนชางหรงโหวถูกองค์หญิงมาตบตีหน้าถึงประตูบ้านย่อมไม่น่าฟังนัก แต่หากมีปัญหาขึ้นมา ไม่แน่ว่าผู้ใดถูกผู้ใดผิด ไม่ดีเพียงสิ่งเดียวก็สามารถพัวพันมาถึงทั้งจวนโหวได้
อายุมากแล้วย่อมเข้าใจกระจ่าง ไม่จำเป็ต้องทำลายชีวิตอันสงบสุขในปัจจุบันนี้เพราะปัญหาเื่ความขายหน้าเ่าั้ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยนิสัยของอวิ๋นซู จะต้องทวงความยุติธรรมกลับมาให้จวนโหวอย่างแน่นอน
แม่นมเห็นดังนั้นก็ไม่กล่าวอะไรให้มากความอีก เรียกสาวใช้ด้านนอกเข้ามาคอยปรนนิบัติต่อไป กล่าวกับฮูหยินผู้เฒ่าคำหนึ่งแล้วจึงรีบถอยออกไปเพื่อไปคัดเลือกสาวใช้มากความสามารถให้แก่คุณหนูหก
ในเรือนไผ่ยามนี้ ั้แ่ประตูจนถึงภายในตัวห้องฟุ้งกระจายไปด้วยบรรยากาศอันผิดปกติ สาวใช้ที่อวิ๋นซูโยกย้ายมาชั่วคราวกำลังถืออ่างน้ำทำความสะอาดคราบเืบนถนนหิน สาวใช้สองคนที่เข้าไปส่งน้ำร้อนด้านในยิ่งเดินด้วยฝีเท้าแ่เบาเป็อย่างยิ่ง กระทั่งหายใจแรงก็ไม่กล้า ยกถังน้ำมาวางไว้ที่เตียง คุณหนูไม่เอ่ยปากอันใด พวกนางจึงยืนอยู่ตรงนั้นไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
สายตาอันสงบนิ่งของอวิ๋นซูตกอยู่บนร่างของสาวใช้ทั้งสามบนเตียง เมื่อครู่นี้นางสั่งให้คนย้ายเตียงหลังหนึ่งมาประกบเข้าด้วยกันกับเตียงหลังเดิม จึงทำให้สาวใช้ทั้งสามนอนอยู่ด้วยกันได้ อาภรณ์บนร่างกายของพวกนางขาดวิ่น าแแต่ละแห่งตกสะเก็ด ตรงกลางยังมีหยดเืซึมออกมา ดูแล้วช่างบาดตาน่าใยิ่ง
“คุณหนูเ้าคะ ให้บ่าวใช้กรรไกรตัดอาภรณ์ของพวกพี่สาวอวี้เอ๋อร์ก่อนเถิด หากว่าผ้าแห้งติดกับาแ จะยิ่งทำให้เ็ปเ้าค่ะ” สาวใช้หนึ่งในนั้นทนมองต่อไปไม่ไหว จึงกล่าวออกมาด้วยเสียงสะอึกสะอื้น
อวิ๋นซูไม่กล่าวอะไร มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่น เล็บอันแหลมคมจิกลงบนกลางฝ่ามือทว่ากลับไม่รู้สึกเ็ป พวกนางทั้งสามคนได้รับความอยุติธรรมเช่นนี้ก็เป็เพราะตน ความแค้นนี้ นางจะต้องทวงคืนเป็เท่าตัว
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง อวิ๋นซูจึงพยักหน้า สาวใช้ได้รับความเห็นชอบจากเ้านายก็รีบเรียกพี่สาวน้องสาวข้างกายเข้ามา แต่ละคนหยิบกรรไกรออกมาจากด้านใน ค่อยๆ เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง
กรรไกรตัดผ่านเนื้อผ้าเบาๆ จนกระเทือนไปถึงปากแผล คนบนเตียงขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้นท่ามกลางการสลบไสล ส่งเสียงร้องออกมาเป็ระยะ
นี่จะเ็ปมากเพียงใดกัน กระทั่งสลบไสลหมดสติเช่นนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงร้องออกมา
พวกอวี้เอ๋อร์ทั้งสามคนล้วนมีนิสัยเป็มิตร มักจะดูแลพวกนางที่ยังอายุน้อย พวกนางต่างได้รับความรักจากผู้คนในจวน
สาวใช้ตัวน้อยคิดถึงข้อดีของคนทั้งสาม เมื่อเห็นว่าตอนนี้พวกนางได้รับการลงโทษ น้ำตาเม็ดใหญ่พลันไหลออกมา หยาดน้ำตาไหลหยดลงไปบนหลังมือกลิ้งไปบนปากแผล เมื่อถูกคนข้างล่างจึงพลันร้อง “ซี้ด” ออกมาคำหนึ่ง สาวใช้ตัวน้อยมือสั่น กลัวว่าจะทำให้เกิดาแใหม่ขึ้นมา
“ข้าทำเอง” น้ำเสียงสุขุมเยือกเย็นดังขึ้นจากด้านหลัง หลิ่วอวิ๋นซูยืนขึ้นแล้วเดินเข้ามา รับกรรไกรจากในมือของสาวใช้ตัวน้อย โบกมือให้พวกนางทั้งหลายออกไป ส่วนตนเองนั่งลงข้างเตียง ทำความสะอาดให้พวกนางทั้งสามคนอย่างเบามือ
หลังจากที่ถอดชุดของทั้งสามคนเรียบร้อยแล้ว หลิ่วอวิ๋นซูก็หยิบผ้าที่เตรียมไว้ข้างเตียงขึ้นมา จุ่มลงไปในน้ำอุ่นสะอาด ค่อยๆ เช็ดทำความสะอาดาแให้พวกนางอย่างระมัดระวัง ในหมู่คนทั้งสาม อวี้เอ๋อร์เป็คนที่เช็ดตัวเสร็จทีหลังสุด แต่กลับเป็คนแรกที่ตื่นขึ้นมา
อวี้เอ๋อร์ขยับเปลือกตาลืมขึ้นอย่างเ็ป รู้สึกได้ถึงความเ็ปบนแผ่นหลัง เมื่อหันศีรษะไปมองก็พบว่าหลิ่วอวิ๋นซูยืนอยู่ด้านข้าง ถือยาน้ำถ้วยหนึ่งเอาไว้ อีกมือหนึ่งถือสำลีคอยเช็ดลงบนปากแผลของนาง “คุณหนู” คำพูดเพิ่งจะถูกกล่าวออกมา หยาดน้ำตาที่กลิ้งไกวอยู่ในดวงตาก็ไหลลงมาอย่างไม่อาจระงับได้
“อืม” อวิ๋นซูตอบอย่างเรียบเฉยครั้งหนึ่ง มองไปยังดวงตาของอวี้เอ๋อร์ทว่ากลับไม่สามารถปกปิดความเ็ปใจได้ การเคลื่อนไหวในมือก็เบาลง
อวี้เอ๋อร์รู้ดีว่าถึงแม้คุณหนูของตนจะดูท่าทางไม่สะทกสะท้านอยู่ตลอด แต่กลับเป็คนที่เ็ปใจกับพวกนางมากที่สุด นางมองไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง แล้วจึงหยิบผ้าที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมากัดเอาไว้ เพื่ออุดกั้นเสียงร้องที่เกิดจากความเ็ปจากการเช็ดาแด้วยยานั้น นางมิอาจทนให้อวิ๋นซูต้องลำบากใจไปมากกว่านี้
อวี้เอ๋อร์กลับไม่รู้ว่า การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของนางได้เข้าไปอยู่ในสายตาของหลิ่วอวิ๋นซูที่กำลังเช็ดแผลอยู่ด้านหลังนานแล้ว ดวงตาของอวิ๋นซูสั่นไหว ความคลุมเครือในใจยิ่งแผ่ลึกลงไป
ชุนเซียงและเซี่ยเหอเองก็ตื่นขึ้นมาด้วยความเ็ปที่เกิดจากยาน้ำัักับปากแผล เพียงแต่ว่าพวกนางไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะร้องเรียกคุณหนูออกมา กลับเลือกทำเช่นอวี้เอ๋อร์ กัดผ้าเอาไว้ในปาก อดกลั้นความเ็ปเอาไว้ ในใจเต็มไปด้วยความสุขที่เกิดจากความใส่ใจของคุณหนูและการกระทำของคุณหนูที่เช็ดแผลให้พวกนางอย่างอ่อนโยน
ในฐานะที่เป็บ่าว จะมีเื่อะไรที่ทำให้มีความสุขไปมากกว่าการที่เ้านายปฏิบัติต่อพวกนางอย่างจริงใจอีก ถึงแม้ว่าพวกนางจะได้รับความอยุติธรรม แม้แผ่นหลังจะได้รับาเ็ แต่พวกนางก็ไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย และก็ไม่เสียใจ พวกนางเชื่อมั่นว่า คุณหนูจะต้องทวงคืนให้พวกนางอย่างแน่นอน
******************************
1 เตียงเตา เป็เตียงที่ก่อด้วยอิฐ ด้านล่างมีปล่องเตาสำหรับจุดให้ความอบอุ่น
