นางเจินซื่อทอดสายตาไปที่ของในหีบ นางดีใจจนพูดติดขัดพลางหยิบของต่างๆขึ้นมาดู"จะ...จะรังเกียจได้อย่างไรเล่า? ซื่อจื่อช่างขี้เกรงใจเสียจริงมอบของมีค่าเช่นนี้..."
เจียงลั่วอวี้แอบเบ้ปาก และหันมายิ้ม "อาสะใภ้ทำไมถึงยังเรียกข้าว่าซื่อจื่อ เรียกข้าว่าอวี้เอ๋อร์เถิด อวี้เอ๋อร์อยากเป็กันเองกับท่านนะ"
เจินซื่อสังเกตอาการเขาที่อยู่ในชุดสตรีและแสดงท่าทางเป็ผู้หญิงในใจรู้สึกแปลกๆ ได้แต่จ้องมองจนใจลอย
จากข่าวที่ให้คนในจวนไปสืบมา ซื่อจื่อจะต้องรับตำแหน่งต่อมิใช่หรือ?ทำไมถึงแสดงกิริยาราวสตรี แม้แต่คำพูดคำจากก็เป็ไปด้วยหรือว่าเป็เพราะต้องสืบทอดตำแหน่งเซียวเหยาหวังจึงต้องแสร้งทำตัวเป็ชายแต่ใจจริงอยากจะเป็ผู้หญิง?
เจินซื่อคิดเื่นี้วกวนไปมาจนลืมเื่ที่เพิ่งถูกชนล้มไปเมื่อครู่
แววตาที่นางมองทำให้เจียงลั่วอวี่ต้องแสดงอาการนุ่มนวลยิ่งขึ้นอีกเขาทำให้ตัวเองดูน่าสงสาร แต่ในขนาดเดียวกันก็ดูอ่อนโยนและน่าเกรงขาม
ถ้าจะพูดถึงการแสดง ใครจะสู้กับคนที่ผ่านความทุกข์และการสูญเสียเืเนื้อมากถึง20 ปีได้ ต้องทำตัวเป็ทั้งภรรยาและเป็ทั้งบุรุษ ยากจะระบุเพศยังจะมีใครแสดงได้เก่งกว่าเขาอีก?
คนหนึ่งอ่อนโยน คนหนึ่งแสดงความใจดี พูดคุยกันที่หน้าจวนบรรดาข้าน้อยไพร่และสาวใช้ได้ยินต่างก็มีความคิดและแววตาที่เปลี่ยนไปแต่คนที่ยังคงสงบนิ่งอยู่เช่นเดิมก็มีเพียงไป๋ิ่อวี้
"ถ้าเ้าไม่รังเกียจ อาจะเรียกเ้าว่าอวี้เอ๋อร์แล้วกันนะ"เจินซื่อยังคงไม่แน่ใจในท่าทางเจียงลั่วอวี่ จึง้าทดสอบขั้นต่อไปนางพูดพลางยิ้มและสะกิดไปที่มือผู้ที่ประคองนางอยู่
"เ้าสนิทดูสิ ลูกท่านจวิ้นหวังคนนี้รูปงามยิ่งนักโตขึ้นจะต้องเป็ชายหนุ่มที่ทรงเสน่ห์จนสาวๆทั้งเมืองต้องมอบหัวใจให้แน่ๆ!"
เจียงลั่วอวี้รู้ได้ทันทีว่านางกำลังทดสอบอะไรบางอย่างจึงแกล้งตอบไปด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจว่า "อาสะใภ้พูดเกินไปแล้ว!"
เจินซื่อเห็นอาการดังนั้นก็ดีใจคิดว่าตนเองจะสามารถหาเื่จับผิดเอาเื่ซื่อจื่อผู้นี้ได้เป็แน่แท้รอยยิ้มเผยให้เห็นว่าดีใจ ลืมเื่ที่เพิ่งโกรธไปจนหมดนางยื่นมือไปจับแขนเขาเพื่อพาเข้าไปในจวน ในใจก็คิดว่าจะต้องทำอะไรต่อสายตาก็ยังไม่ละจากหีบของมีค่า
"อวี้เอ๋อร์ รีบตามอาเข้ามา น้องๆเ้ามารออยู่ข้างในนานแล้วขาดแต่เ้าคนเดียว ท่านแม่ท่านจะรอไม่ไหวแล้ว!"
