ในคฤหาสน์ของเย่ฝาน
“คุณอาเล็ก อาเข้ามาได้ยังไงครับ?” อู่หาวเฉียงถามพลางกะพริบตาปริบๆ
“อาดังเกินไปแล้ว ประตูทางเข้าทุกฝั่งเต็มไปด้วยคน อาก็เลยะโกำแพงเข้ามา” เย่ฝานตอบ
“คุณอาเล็ก นักต้มตุ๋นคนนั้นตามมาอีกแล้ว นักต้มตุ๋นเดี๋ยวนี้กำเริบเสิบสานมาก หลอกคนไปแล้วยังมีหน้าตามเขามาอีก” อู่หาวเฉียงกล่าวอย่างไม่พอใจ
ไช่เจิ้นจวิ้นไว้อาลัยในใจให้หลินเสี่ยวครู่หนึ่ง คนตาไม่มีแววแบบนั้นต้องลงเอยแบบนี้แหละ!
“ไม่ต้องสนใจพวกเขา เงินหนึ่งล้านหนึ่งแสนหยวนยังอายัดได้ ช่างใจแคบจริงๆ ดูก็รู้ว่าไม่มีเงิน” เย่ฝานกล่าวดูแคลน
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” สำหรับคนธรรมดาแล้ว เงินหนึ่งล้านหนึ่งแสนอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการต่อสู้หามา
โทรศัพท์ของเย่ฝานดังขึ้น เย่ฝานดูชื่อที่ปรากฏบนโทรศัพท์ เขากวาดตามองอู่หาวเฉียงแวบหนึ่ง “พ่อของนายโทรมา! เดาว่าคงโทรมาเช็คแน่ๆ ”
อู่หาวเฉียงกะพริบตาแล้วพูดว่า “เฮ้อ! คุณพ่อน่าเบื่อจริงๆ!”
“ก็น่าเบื่อจริงๆ นั่นแหละ!” เย่ฝานพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพูดต่อ “แต่ยังไงก็ต้องรับมือกับเขาก่อน”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
“พี่ชาย มีอะไรเหรอครับ!”
“ใช่แล้ว เมื่อวานนี้เสี่ยวเฉียงตกลงมา วางใจเถอะ มีผมอยู่ทั้งคน จะปล่อยให้เขาาเ็ได้ยังไง”
“ก็ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง เพียงแต่เสี่ยวเฉียงตัวหนักเกินไปแล้ว พี่ควรให้เขาลดความอ้วนซะบ้าง”
“ได้ครับ ผมจะไม่พาเสี่ยวเฉียงไปผับบาร์ คาราโอเกะ ผมเป็คนเคารพกฎหมายและวินัยของสังคม เสี่ยวเฉียงอยู่กับผมจะไม่ละเมิดกฎหมายหรือสร้างความวุ่นวายแน่นอน พี่วางใจเถอะครับ นี่พี่ไม่เชื่อมั่นในตัวผมหรือไง?”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” ก็นายมันไม่น่าเชื่อถือนี่!
.................................................................................
ในโรงแรมแห่งหนึ่ง
หลินเสี่ยวมองหลินเจี๋ยแล้วถามด้วยความประหม่า “คุณน้าเล็กคะ บ้านตระกูลไช่ไม่ยอมช่วยเหลือเราเหรอคะ?”
“ไช่ไซว้ไม่ยอมช่วยเรา”
วันนี้หล่อนไปพบไช่ไซว้มาแล้ว ไช่ไซว้เกรงกลัวเย่ฝานเป็อย่างมาก พอรู้ว่าพวกหล่อนล่วงเกินหลานชายของเย่ฝาน ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่ยอมออกโรงช่วยเหลือ
ทว่าไช่ไซว้ก็ได้ให้ข้อมูลกับหล่อนไว้เหมือนกัน ไช่ไซว้บอกว่าเย่ฝานชอบเงิน ถ้าเสนอเงินให้เขามากพอ นั่นอาจทำให้เขาหวั่นไหวได้
หลินเจี๋ยใช้เส้นสายเล็กน้อยก็สืบได้ความว่าที่ผ่านมาไช่ไซว้เคยเจอปัญหาเล็กน้อย ก็ได้เย่ฝานยื่นมือมาแก้ไข คุณชายสองตระกูลไช่ถึงขนาดต้องขายบ้าน รถ และเรือสำราญ เพื่อนำเงินทั้งหมดมาจ้างเย่ฝาน นอกจากนั้นยังจ่ายเงินเพิ่มให้เขาอีกไม่น้อย
หลินเสี่ยวเอามือกุมขมับด้วยความปวดหัว ตอนนี้หล่อนไม่สงสัยในความสามารถของเย่ฝานแล้ว เพียงแต่ค่าจ้างเย่ฝานสูงมากจริงๆ อีกอย่างฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ประทับใจในตัวพวกเขาเสียด้วย เขาอาจไม่รับปากช่วยเหลือ
.............................................................................
ประตูทางเข้าหมู่บ้านซินเย่
“คุณชายเย่ คุณอนุญาตให้สถานีโทรทัศน์ของเราสัมภาษณ์คุณหน่อยได้ไหมคะ” อุตส่าห์รอตั้งนานกว่าจะได้เข้าใกล้เย่ฝาน นักข่าวสาวรีบถามเย่ฝานด้วยความกระตือรือร้น
เย่ฝานเอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง พยักหน้าด้วยท่วงท่าสง่างาม แล้วพูดอย่างมีมาด “ตกลง ผมกำลังว่างอยู่พอดี เธอถามมาสิ”
“คุณชายเย่คะ คุณมีความคิดเห็นกับเื่ที่กลุ่มแฟนคลับเซวียนเซวียนโดนผีพรางตาในลานจอดรถอย่างไรคะ?” นักข่าวถามสาวถามไม่อ้อมค้อม คำถามแรกก็เข้าประเด็นเลย
“พวกหล่อนน่าจะมีปัญหาเื่จำทาง ก็เลยหลงทางในลานจอดรถใต้ดินน่ะ”
“คุณคิดว่าพวกหล่อนแค่หลงทางเท่านั้นหรือคะ?” แฟนคลับตั้งยี่สิบคนหลงทางอยู่ในลานจอดรถใต้ดินตั้งสามชั่วโมง? เหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้นเลยจริงๆ
“ก็แน่ล่ะสิ ฉันคิดว่าผู้หญิงพวกนั้นน่าจะสับสนทิศทางอย่างหนัก ฉันแนะนำว่าเวลาจะออกไปไหน พวกหล่อนควรพกเข็มทิศติดตัวไปด้วย!
นักข่าวหญิง “…” ในวันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าขนาดนี้ สิ่งของอย่างเข็มทิศน่าจะถูกแทนที่ด้วยแอปพลิเคชันบอกทางบนมือถือแล้วนะ
คุณชายเย่คะ เื่ที่คุณช่วยเหลือเด็กที่ตกลงมาจากหอะโบันจี้จัมป์ ขอถามหน่อยว่าคุณะโขึ้นไปรับเด็กคนนั้นในระยะเวลาอันสั้นได้ยังไงคะ แล้วเด็กคนนั้นเป็อะไรกับคุณ แล้วตอนนั้นคุณรู้สึกยังไงคะ?
“เข้าไปรับเ้าเด็กนั่นก็ไม่มีอะไรยากนี่! เขาเป็หลานชายของผมเอง! ส่วนความรู้สึกเหรอ! เ้าเด็กนั่นไขมันในตัวเยอะเกินไป ควรให้เขากินแต่ผักได้แล้ว!”
นักข่าวสาว “…”
“คุณชายเย่ มีคนบอกว่าเคยเห็นคุณะโลงจากตึกสูงที่ยังสร้างไม่เสร็จในโครงการของติ่งฟงกรุ๊ป คุณมีความเห็นว่ายังไงคะ”
“คนที่เห็นเขาน่าจะสายตาสั้นหรือตาพร่ามัว ควรไปตัดแว่นใหม่ซะ”
“คุณชายเย่คะ มีข่าวลือหนาหูว่าคุณและาาแห่งวงการภาพยนตร์ถังอวี่เซวียนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง คุณมีความสัมพันธ์อะไรกับถังอวี่เซวียนคะ?”
“ก็คงจะเป็เพื่อนร่วมอาชีพกัน เพราะตอนนี้ผมก็เป็ดาราแล้ว ถึงแม้จะยังไม่มีชื่อเสียงมากก็ตาม” เย่ฝานตอบด้วยความอ่อนน้อม
“คุณชายเย่ ได้ยินว่ารถที่คุณใช้ทุกวันนี้เป็รถที่คุณชายใหญ่ตระกูลไป๋มอบให้ ทำไมคุณชายใหญ่ต้องมอบรถให้คุณล่ะคะ?” นักข่าวสาวถามพร้อมกับอมยิ้ม
“เขาไม่ได้มอบรถให้ผมนะ ผมเอารถมินิคูเปอร์แลกมาต่างหาก” เย่ฝานกล่าวด้วยความบริสุทธิ์ใจ
“ทำไมคุณชายเย่ถึงเอารถมินิคูเปอร์ไปแลกล่ะคะ”
“เพราะมีคนบอกว่ารถมินิคูเปอร์มันดูหน่อมแน้ม ไม่เหมาะกับลูกผู้ชายเต็มตัวอย่างผม”
“คุณชายใหญ่ตระกูลไป๋และคุณมีความสัมพันธ์กันอย่างไรคะ?” นักข่าวสาวซักถาม
เย่ฝานหัวเราะและตอบอย่างได้ใจ “เขาเป็พี่ชายของภรรยาในอนาคตของผม!”
“พี่ชายของภรรยาในอนาคต คุณชายเย่ คุณกำลังตามจีบคุณหนูไป๋อวิ๋นเฟยอยู่หรือคะ?” นักข่าวสาวถามด้วยความตื่นเต้น
เย่ฝานขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า “ผมไม่ชอบผู้หญิงปากมากขี้วีนอย่างนั้นหรอก!”
นักข่าวสาวใจนแทบทรุดกับคำพูดของเย่ฝาน เ้าหมอนี่กล้าบอกว่าคุณหนูรองบ้านตระกูลไป๋เป็ผู้หญิงปากมากขี้วีน
“จากที่คุณพูด หมายความว่าเป้าหมายของคุณก็คือ?”
“ก็ต้องเป็อวิ๋นซีสิครับ!” เย่ฝานตอบอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา
“คุณชายเย่คะ คุณคิดว่าจะมัดใจคุณชายสามได้สำเร็จไหมคะ?” นักข่าวสาวถาม
“ต้องสำเร็จแน่นอน เพราะฟ้าส่งเรามาคู่กันนี่ครับ”
“คุณคิดว่าคนในครอบครัวของไป๋อวิ๋นซีจะเห็นด้วยที่คุณตามจีบคุณชายสามตระกูลไป๋ไหมคะ?”
“น่าจะเห็นด้วยนะครับ คุณปู่ของเขาผู้เฒ่าไป๋ก็ชอบผมมากเลย เขายังมอบหินหยกให้กับผม ส่วนคุณตาของเขาก็ชอบผมมากเหมือนกัน เขาชมว่าผมเป็คนมีความสามารถ”
นักข่าวสาว “…” นายช่างเป็คนที่มีความสามารถจริงๆ
..................................................................
ละครที่เจียงฮุยถ่ายทำใกล้จะถึงตอนสุดท้ายแล้ว
ระยะนี้กล่าวได้ว่าเจียงฮุยทั้งสุขและทุกข์ในเวลาเดียวกัน ที่มีความสุขเพราะว่าละครของเขามีทั้งถังอวี่เซวียนและเย่ฝานร่วมแสดงด้วย ดังนั้นละครเื่นี้จึงมีผู้คนให้ความสนใจมากมาย เขาจึงไม่จำเป็ต้องเสียเงินโปรโมตก็มีแฟนละครไม่น้อยตั้งตารอละครเื่นี้ เื่เรตติ้งละครจึงไม่ค่อยน่าเป็ห่วง
แต่ที่เป็ทุกข์ก็เพราะเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอกก็ยังไม่จบสิ้น บางคนบอกว่าเขา้าโปรโมตละครโดยไม่เลือกวิธี สร้างเื่ไสยศาสตร์เพื่อสร้างกระแส อย่างไรก็ตาม เจียงฮุยก็ดูมีความสุขมากกว่าทุกข์อยู่ดี
“ลู่อิ๋ง แล้วเหลียงซินล่ะ?” ผู้กำกับถาม
ลู่อิ๋งขมวดคิ้วแล้วตอบว่า “หล่อนไปที่ห้องแต่งตัวค่ะ”
เจียงฮุยทำหน้ามุ่ยแล้วพูดว่า “เข้าห้องแต่งตัวอีกแล้วเหรอ ่นี้หล่อนแต่งหน้าเพิ่มบ่อยขึ้นนะ!”
ลู่อิ๋งพยักหน้าเห็นด้วย
“ผู้กำกับๆ มีข่าวของคุณชายเย่อีกแล้วครับ” รองผู้กำกับเดินมาหาผู้กำกับด้วยความรีบร้อน
เจียงฮุยขมวดคิ้วแล้วคิดในใจ ถึงแม้เย่ฝานจะยังไม่มีผลงานออกมา แต่ระดับความสนใจในตัวเขาก็ไม่เลวเลย
คลิปการสัมภาษณ์ของเย่ฝานได้รับความนิยมสูง จำนวนผู้รับชมทะลุร้อยล้านครั้งเข้าไปแล้ว
เจียงฮุยเห็นเย่ฝานที่มีท่าทางลำพองใจในวิดีโอแล้ว เขาก็ทําหน้าเหยเก คลิปสัมภาษณ์คงไม่ทำให้ผู้าุโไป๋โมโหจนถึงกับเป็อัมพาตไปใช่ไหม?
ความคิดเห็นที่ปรากฏใต้คลิปนี้ ผุดขึ้นเป็หมื่นๆ ประโยค
“คนยี่สิบคนอยู่ในลานจอดรถตั้งสามชั่วโมง คุณชายเย่กำลังเล่าเื่ตลกอยู่หรือไงนะ?”
“แลกรถมินิคูเปอร์กับรถเบนท์ลี่ย์ พี่ชายภรรยาแบบนี้ ฉันก็อยากได้เหมือนกัน”
“คุณชายสามตระกูลไป๋ รูปร่างหน้าตางดงามเกินใคร! เขาเป็คู่กับเย่ฝานจริงๆ เหรอ?”
“เขากล้าพูดว่าไป๋อวิ๋นเฟยเป็ผู้หญิงขี้วีน ตกลงเขาอยากแต่งงานกับไป๋อวิ๋นซีไหมนะ!”
“ผู้าุโไป๋ยอมให้หลานชายไปอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งจริงๆ เหรอ เื่นี้ประหลาดชะมัด”
“ตกลงเื่ที่เย่ฝานะโตึก ที่แท้ก็ไม่ใช่เื่จริงเหรอ!”
............................................................................
หลังจากที่เจียงฮุยได้อ่านความคิดเห็น ในใจก็รู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย หลังจากที่เย่ฝานมาเป็นักแสดงรับเชิญ คุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ก็โทรหาเขาหลายครั้งเพื่อกำชับให้เขาลดฉากของเย่ฝานลงบ้าง แต่ว่าคุณชายเย่กลับมีชื่อเสียงขึ้นเองอย่างรวดเร็ว เื่นี้จะโทษเขาไม่ได้! ออร่าดาราดังของเย่ฝานเจิดจรัสขนาดนี้ จะต้านทานอย่างไรก็คงไม่ไหว! เขาเองก็พยายามที่สุดแล้ว
.....................................................................................
เย่ฝานเดินเข้าไปในบริษัทเจาซี พนักงานทุกคนพลันหันมามองเย่ฝานพร้อมๆ กัน
เย่ฝานเดินมาถึงเคาน์เตอร์ด้วยความงุนงง “ไม่เจอกันไม่กี่วัน นี่ไม่รู้จักฉันแล้วเหรอ? ทำไมทุกคนต้องมองฉันอย่างนั้นด้วย”
พนักงานต้อนรับรีบตอบ “รู้จักสิคะ ก็่นี้คุณชายเย่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ทุกคนต่างมองคุณไม่เหมือนเดิมแล้ว พวกเขาก็แค่อยากจะมองคุณให้ชัดยิ่งขึ้นน่ะค่ะ คุณชายเย่ ตอนนี้มีคนมากมายที่รู้ว่าคุณสนิทสนมกับท่านประธานไป๋ พวกเขามาแอบรอคุณที่นี่ด้วยล่ะค่ะ”
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ แล้วพูดด้วยความปลื้มใจ “่นี้ฉันดังมากจริงๆ”
พนักงานต้อนรับ “…”
เย่ฝานมองพนักงานต้อนรับแล้วเอ่ยว่า “เอายังไงล่ะ? อยากให้ฉันเซ็นชื่อให้พวกเธอไหม!”
“เอาสิคะๆ” พนักงานต้อนรับเลิ่กลั่กอยู่สักพัก จึงค่อยมีปฏิกิริยาตอบกลับ
เย่ฝานหัวเราะแล้วพูดด้วยความเบิกบานใจ “ฉวยโอกาสตอนที่ฉันยังไม่เป็ดาราใหญ่ เซ็นชื่อให้พวกเธอก่อนก็แล้วกัน อีกหน่อยถ้าฉันดังมากๆ ก็คงไม่ค่อยมีเวลาแล้ว”
พนักงานต้อนรับ “…”
เย่ฝานเซ็นชื่อให้พนักงานต้อนรับทั้งสองอย่างกระฉับกระเฉง แล้วเดินขึ้นลิฟต์ไป
พนักงานคนอื่นเขยิบไปใกล้พนักงานต้อนรับทั้งสองพลางถาม “ความรู้สึกที่ได้เข้าใกล้ว่าที่ดาราดังในอนาคตเป็ยังไงบ้าง!”
พนักงานต้อนรับ “…”
..............................................................................
ณ บ้านตระกูลไป๋
ไป๋ซื่อหยวนเอามือไขว้หลัง แล้วเดินไปมาด้วยความโมโห
“คุณปู่ ดื่มชาหน่อยไหมครับ!”
“ดื่มไปคนเดียวเถอะ ไหนหลานพูดสิ ทำไมถึงเอารถเบนท์ลี่ย์ไปแลกกับมินิคูเปอร์ รถมินิคูเปอร์ราคาเท่าไรเอง ตกลงหลานคิดเลขเป็ไหม? ขาดทุนขนาดนี้ยังทำลงไปได้ หลานจะผลาญทรัพย์สมบัติของตระกูลไป๋เราให้หมดเลยหรือไง!”
“พอเย่ฝานออกปาก ผมก็ไม่รู้จะปฏิเสธเขายังไงดี?” ไป๋อวิ๋นจิ่นคิดในใจว่า เื่นี้จะโทษเขาก็ไม่ถูก! ลำพังเขาไหนเลยจะต่อกรกับเย่ฝานได้! คุณปู่พอเจอเย่ฝานก็จนปัญญาจะจัดการกับเขาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
เย่ฝานเ้าหมอนี่บอกว่ารถมินิคูเปอร์หน่อมแน้ม ไม่เหมาะกับลูกผู้ชายเต็มตัวอย่างเขา เขาพูดอย่างนี้ เหมือนกำลังบอกว่าไป๋อวิ๋นจิ่นหลายชายของเขาท่าทางหน่อมแน้ม ก็ควรขับรถแบบนั้น!
เซี่ยวฉือมองไป๋ซื่อหยวน เขาถอนหายใจเฮือกแล้วพูดว่า “ตาเฒ่าไป๋ ฉันว่านายอย่าเดินไปมาเลย มานั่งพักเถอะ”
นายไม่รู้หรอกว่าเขาหลงตัวเองขนาดไหน พอฉันชื่นชมสักหน่อยก็ได้ใจจนตัวแทบลอย
เซี่ยวฉือหัวเราะเจื่อนๆ “นายจะไปรู้อะไร! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะชมเขาสักหน่อย ฉันประชดเขา ประชดน่ะเข้าใจไหม! แต่เ้าหมอนั่นกลับไม่เข้าใจว่าฉันกำลังประชด เลยคิดว่าฉันชื่นชมเขาจริงๆ!”
ไป๋ซื่อหยวน “…”
เซี่ยวฉือมองไป๋ซื่อหยวนก่อนกล่าว “ตาเฒ่าไป๋ นายอย่าโทษนั้นโทษนี่เลย นายเองก็มอบหินหยกให้เย่ฝานไปไม่ใช่เหรอ?”
ไป๋ซื่อหยวนมีสีหน้าเคร่งเครียด พลันตอบด้วยความลำบากใจ “ก็เพราะฉัน… ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
เซี่ยวฉือหัวเราะเยาะ “เห็นไหม นายก็หมดปัญญาจัดการกับเย่ฝานเหมือนกัน”
ไป๋อวิ๋นจิ่นมองไป๋อวิ๋นเฟยซึ่งนิ่งเงียบพลางถาม “น้องสาว เธอไม่เป็อะไรใช่ไหม”
ไป๋อวิ๋นเฟยหัวเราะแล้วตอบว่า “ไม่เป็ไรค่ะ ฉันจะเป็อะไรได้!”
ไป๋อวิ๋นจิ่นเห็นรอยยิ้มของไป๋อวิ๋นเฟยก็รู้สึกหนาวจับจิต พนักวางแขนของเก้าอี้ไม้ที่ไป๋อวิ๋นเฟยนั่งอยู่ ถูกหล่อนจับไว้แน่นจนเห็นลายมือชัดเจน
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
