เย่ฝานมองผู้ฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณที่อยู่อีกฝั่ง แล้วพูดว่า “ทำไมฉันต้องตายด้วย ฉันเก่งกาจขนาดนี้ ต่อให้พวกนายตายไปจนหมด ฉันก็ไม่มีวันตายหรอก”
“สุราคำนับไม่ยอมดื่ม ก็ต้องดื่มสุราทัณฑ์[1] ยิง!”
เย่ฝานตกตะลึงไปชั่วครู่ เดิมทีเขาคิดว่าสามคนนี้จะแสดงวิทยายุทธ์ออกมา นึกไม่ถึงว่าจะใช้วิธีธรรมดาแบบนี้
ะุปืนสิบลูกพุ่งเข้ามาทางเย่ฝาน เขาใช้วิชาระฆังทองคุ้มกาย ลูกะุที่ยิงมาจึงเหมือนชนกับกำแพงที่มองไม่เห็น ทำให้ะุเ่าั้ร่วงตกลงบนพื้น
แจ็คได้เห็นภาพเหตุการณ์ประหลาด จิตใจก็เหมือนโดนบีบคั้น นักรบพันธุกรรมพิเศษเป็กำลังที่สำคัญขององค์กร แจ็คเคยพบเห็นนักรบมือหนึ่งขององค์กร เขาสามารถเผาคนหลายสิบคนให้ตายได้ในเวลาอันสั้น แต่ว่านักรบคนนั้นมีเืเนื้อ หากถูกยิงย่อมต้องาเ็จากลูกะุที่ยิงมา
“ลงมือพร้อมกัน” แจ็คะโสั่ง
ผู้ฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณต่างจู่โจมเย่ฝาน เย่ฝานพบว่าวิทยายุทธ์ของทั้งสองคนไม่ได้ต่ำต้อยเลย หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้เขาฝึกพลังปราณทะลวงขั้นสี่ได้สำเร็จ ก็อาจรับมืออีกฝ่ายยากอยู่เหมือนกัน
ผู้ฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณคนหนึ่งใช้แส้ได้เก่งมาก เย่ฝานรู้สึกถึงพลังหยินรุนแรงที่แฝงอยู่ในแส้ เขาจึงคิดว่าแส้นั้นน่าจะเคยอาบโลหิตของหญิงสาวมาก่อน
ตอนที่เขาฟาดแส้เพื่อจู่โจม เย่ฝานรู้สึกถึงพลังชั่วร้ายบางอย่างที่เข้มข้นมาก
“ยิงมัน” ผู้ฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณอีกคนหนึ่งะโออกมา
เย่ฝานขมวดคิ้ว หากเขาจะป้องกันะุที่ยิงเข้ามา เขาต้องรวบรวมพลังปราณเพื่อสร้างเกราะกำบังตัวเองไว้ชั้นหนึ่ง หากฝ่ายตรงข้ามยิงปืนมาในตอนนี้ มันจะต้องกระทบกับประสิทธิภาพในการต่อสู้เป็แน่แท้
“ไป” เย่ฝานสะบัดธงดูดิญญา ชั่วพริบตาภูตผีนับร้อยต่างร้องระงม ภูตผีนับไม่ถ้วนพุ่งไปก่อกวนมือสังหารคนหนึ่ง เย่ฝานจึงได้โอกาสจู่โจมฝ่ายตรงข้ามกลับทันที
เย่ฝานฉวยจังหวะที่ศัตรูพลาดท่าลงมือสังหารนักฆ่าเ่าั้จนหมดสิ้น ในการต่อสู้ครั้งนี้เขาต้องสูญเสียพลังไปมากทีเดียว
เย่ฝานพบศิลาปราณก้อนหนึ่งบนตัวแจ็ค และอีกก้อนหนึ่งบนตัวของผู้ฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณที่ใช้แส้
ตอนที่เย่ฝานเข้าไปในเมืองเพื่อรับห่อพัสดุที่ตู้ฝากพัสดุ เขาก็รู้สึกตัวแล้วว่าตนเองถูกสะกดรอยตาม แต่เย่ฝานเลือกที่จะไม่แสดงออกมาว่ารู้ตัวในตอนนั้น เพราะเขาััได้ถึงกลิ่นอายของศิลาปราณบนตัวที่ผู้สะกดรอยตาม ดังนั้นเย่ฝานจึงเจตนาพาพวกนั้นมายังสถานที่ซึ่งห่างไกลผู้คน
ตอนนี้ศิลาปราณตกมาอยู่ในมือของเขาแล้ว เย่ฝานจึงนั่งรถมาบ้านตระกูลไช่ด้วยความพอใจ
จางเซวียนเห็นเย่ฝานเดินเข้ามาก็อดดีใจไม่ได้ เขาเอ่ยถามว่า “นายทำธุระเสร็จแล้วเหรอ”
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ถูกต้อง! ฉันทำธุระเสร็จแล้ว”
เย่ฝานหยิบป้ายนักฆ่าระดับสีทองโยนลงพื้น
จางเซวียนหยิบป้ายนักฆ่าระดับสีทองขึ้นมาดูก็อดเบิกตากว้างไม่ได้ “นายจัดการกับพวกนักฆ่าป้ายสีทองจากตำหนักยมทูตไปแล้วเหรอ”
เย่ฝานส่ายหน้า แล้วกล่าวว่า “ฉันไม่รู้ว่าหมอนั่นใช่นักฆ่าป้ายสีทองหรือเปล่า แต่ว่าฉันเจอป้ายนี้บนตัวเขา”
จางเซวียนขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “มีนักฆ่าที่มีป้ายสีทองแค่สองคน แบ่งเป็ยมทูตตะวันออกและยมทูตตะวันตก ทูตตะวันออกใช้ดาบเป็อาวุธ ส่วนยมทูตตะวันตกใช้แส้เป็อารุธ”
เย่ฝานเอามือจับกรามของตนก่อนกล่าว “คนที่ฉันฆ่ารู้สึกว่าจะใช้แส้นะ!”
“งั้นก็คือยมทูตตะวันตก เย่ฝาน แม้แต่ยมทูตของตำหนักยมทูตก็ถูกนายสังหาร ช่างน่าทึ่งจริงๆ” จางเซวียนพูดด้วยความเลื่อมใส
เหล่านักฆ่าของตำหนักยมทูตล้วนเป็พวกยอมพลีชีพ ถึงแม้ยอดฝีมือจากเขาหลงหู่จะไม่เกรงกลัวพวกนั้น แต่ถ้าคิดจะล่อพวกมันออกมาฆ่าก็คงไม่ง่ายเลย
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดอย่างจนใจ “ยมทูตอะไรกัน! ฝีมือไม่ได้ล้ำเลิศแต่กลับคุยโวไม่เบา มีความสามารถเพียงนิดทว่ากลับกล้าเรียกตัวเองว่ายมทูต คนแบบนี้หากตายไปแล้วตกนรก จะต้องถูกท่านพญายมตัดสินให้ตกนรกชั้นสิบแปด ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกเป็แน่”
จางเซวียนหัวเราะแล้วกล่าวว่า “ภูผาไร้พยัคฆ์ วานรจักตั้งตนเป็ใหญ่”
สำนักของผู้แสวงความสันโดษที่แท้จริงมักไม่ออกมาเคลื่อนไหวบนโลกภายนอก จึงทำให้ตำหนักยมทูตกำเริบเสิบสานออกมาก่อกรรมทำชั่วอย่างนี้ แล้วยังกล้าอ้างตนเองเป็ใหญ่ วางอำนาจไปทั่ว จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปจัดการ
“ฉันฆ่ายมทูตตะวันตกตาย แล้วยมทูตตะวันออกจะมาแก้แค้นฉันไหม?” เย่ฝานถาม
จางเซวียนส่ายหน้า แล้วพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันคิดว่ามันคงไม่กล้าหรอก”
เคยได้ยินว่ายมทูตตะวันตกและยมทูตตะวันออกแบ่งผลประโยชน์กันไม่ลงตัว จึงทำให้ความสัมพันธ์ไม่ดีเท่าที่ควร แน่นอนว่าถึงแม้ทั้งสองฝ่ายจะยังรักใคร่ปรองดองกันดี แต่ยมทูตตะวันตกก็ไม่มีทางออกโรงแก้แค้นให้อีกฝ่ายแน่นอน ทั้งสองคนมีฝีมืออยู่ในระดับเดียวกัน ยมทูตตะวันตกถูกเย่ฝานฆ่าตายอย่างนี้ ยมทูตตะวันออกน่าจะต้องรีบซ่อนตัวมากกว่าออกมารนหาที่ตาย
........................................................................
“คุณชายไช่” เจียงปินพยักหน้าทักทายไช่ไซว้ “คุณชายไช่ พวกเราวันนี้จะสั่งให้คนออกจากที่นี่แล้วครับ”
ไช่เจิ้นจวิ้นตอบกลับด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย “พี่เจียง เกิดเื่อะไรขึ้น? ทำไมอยู่ดีๆ พวกคุณถึงจะไปกันหมด”
“ตำหนักยมทูตเลิกล้มภารกิจนี้แล้ว ดังนั้นคนของตำหนักยมทูตจึงไม่น่าจะจ้องเล่นงานพี่ชายของคุณอีก” เจียงปินกล่าว
ยมทูตตะวันตกซึ่งเป็นักฆ่าระดับป้ายสีทองของตำหนักยมทูตถูกสังหาร ยมทูตตะวันออกจะต้องปกครองตำหนักยมทูตทั้งหมดเพียงคนเดียว คงจะเป็เื่ที่ลำบากมาก ใน่นี้จึงไม่น่าจะมีเวลาสนใจเื่ของไช่ไซว้แล้ว อีกอย่างของในมือของไช่ไซว้ก็ตกไปอยู่ในมือเย่ฝานแล้วด้วย
ที่เบื้องบนสั่งให้พวกเขามาคุ้มครองไช่ไซว้ จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือ้าของในมือของไช่ไซว้ แต่ตอนนี้หินนั่นอยู่ในของเย่ฝานจึงไม่ใช่เื่ง่ายที่มันจะหลุดออกมาอีกครั้ง
“ตำหนักยมทูตยกเลิกภารกิจไปแล้ว เยี่ยมไปเลย” ไช่เจิ้นจวิ้นพูดด้วยความดีใจ
ไช่เจิ้นจวิ้นอดคิดไม่ได้ว่า ลูกพี่เย่เก่งจริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะทำให้ตำหนักยมทูตยอมศิโรราบได้
ไช่เจิ้นจวิ้นมอบอั่งเปาซองใหญ่ให้กับเจียงปิน เจียงปินรู้สึกเกรงใจเพราะเื่ของไช่ไซว้ที่สามารถคลี่คลายไปได้ ส่วนใหญ่เป็เพราะความสามารถของเย่ฝาน แต่พวกเขากลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย
.......................................................
ไช่เจิ้นจวิ้นขับรถไปยังคฤหาสน์ของเย่ฝาน
“คุณชายเย่ นี่เป็เงินค่าจ้างงวดสุดท้าย” ไช่เจิ้นจวิ้นพูด
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธพลางกล่าว “ไม่ต้องแล้ว หินที่พี่ชายนายยกให้ฉันก็เพียงพอกับค่าจ้างแล้ว”
เื่นี้จะว่าไปแล้ว เย่ฝานเป็ฝ่ายได้เปรียบอยู่ไม่น้อย เงินจะหาเมื่อไรก็ได้แต่ศิลาปราณหากปล่อยให้หลุดมือไปในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสหน้าอีกหรือไม่
เดิมทีเย่ฝานคิดว่าศิลาปราณที่ไช่ไซว้พูดถึงคือศิลาปราณทั่วๆ ไป แต่หลังจากลองตรวจสอบดู เย่ฝานจึงได้รู้ว่าศิลาปราณที่ไช่ไซว้มีนั้นเป็ศิลาปราณกลายพันธุ์ ศิลาปราณกลายพันธุ์ชนิดนี้จะสามารถเก็บรักษาพลังปราณได้ยาวนานมาก พลังปราณที่แฝงอยู่ข้างในนั้นจึงเข้มข้นเป็พิเศษ และยังง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย
ไช่เจิ้นจวิ้นรีบบอกว่า “มันเป็คนละเื่กัน ลูกพี่เย่เงินนี่ยังไงคุณก็ต้องรับไว้นะ”
เย่ฝานเห็นสีหน้าจริงจังของไช่เจิ้นจวิ้นแล้วจึงพูดว่า “ในเมื่อนาย้าให้ฉันรับเงินไว้ ฉันก็จะรับไว้ ถือว่าฉันติดค้างน้ำใจนายในครั้งนี้ก็แล้วกันนะ ต่อไปหากมีปัญหาอะไร ฉันก็ยินดีช่วยเหลือเสมอนะ”
“ขอบคุณมากลูกพี่เย่ ผมเห็นหยกที่คุณให้พี่ใหญ่ไว้ดูไม่เลว ผมขอซื้อสักสองชิ้นได้ไหม!” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
เย่ฝานชี้ตู้เก็บของสองตู้พร้อมพูดว่า “ตรงนั้นมี ถ้านายชอบก็เอากลับไปสองสามชิ้นก็ได้”
ไช่เจิ้นจวิ้นรับคำอย่างดีใจ “งั้นผมไม่เกรงใจล่ะนะ”
เย่ฝานเห็นหยกคุ้มภัยที่ไช่เจิ้นจวิ้นเลือกมา เขาก็อดมองไช่เจิ้นจวิ้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปไม่ได้ “นายนี่ตาแหลมไม่เบาเลยนะ! เลือกไปแต่หยกคุ้มภัยที่ฉันเพิ่งทำขึ้นมาใหม่ ระยะนี้พลังความสามารถของฉันเพิ่มขึ้นมาก หยกคุ้มภัยที่ทำหลังๆ จึงมีคุณภาพดีมาก”
ไช่เจิ้นจวิ้นคิดในใจว่า : หยกคุ้มภัยดีไม่ดีนั้น เขาไม่ค่อยรู้เื่หรอก แต่คุณภาพของหยกเป็อย่างไร เขาสามารถดูได้
หยกจักรพรรดิคุณภาพเยี่ยม กับหยกถูกๆ ที่วางขายอยู่บนแผงลอย อย่างไรมันก็ต่างกันลิบลับ
“ลูกพี่เย่ คุณรู้ไหมว่าท่านผู้าุโไป๋กำลังจะอายุครบแปดสิบปีแล้วนะ?” ไช่เจิ้นจวิ้นเอ่ยถาม
“ฉันไม่ค่อยรู้เื่เกี่ยวกับเขาสักเท่าไร ผู้เฒ่าไป๋จะจัดงานฉลองวันเกิดหรือ!” เย่ฝานถามด้วยความสงสัย
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าแล้วตอบว่า “ก็ใช่น่ะสิ! ในเมืองหลวงนี้บ้านตระกูลไป๋มีสถานะค่อนข้างสูง ท่านผู้าุโไป๋จัดงานวันเกิด ย่อมเป็งานใหญ่ของเมืองหลวง ถึงเวลานั้นจะมีคนมากมายไปอวยพรวันเกิดให้แก่เขา”
เย่ฝานขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “อ่า! ถ้าจะทำให้เขายกอวิ๋นซีให้กับฉัน ฉันจะต้องไปร่วมอวยพรงานวันเกิดให้เขาคุ้นหน้าฉันสักหน่อย ดูท่าทางแล้วฉันต้องวางแผนเื่นี้ดีๆ ซะแล้ว”
ไช่เจิ้นจวิ้นถามด้วยความประหลาดใจ “ลูกพี่เย่ คุณเดินทางมาเมืองหลวงก็นานแล้ว เคยพบท่านผู้าุโไป๋หรือยัง?”
เย่ฝานยกคางขึ้น แล้วคิดบางอย่างก่อนพูดว่า “หลายวันก่อนเคยพบเขาครั้งหนึ่ง ฉันไม่รู้จักเขา ฉันถูกใจหินหยกที่เขาจ่ายเงินซื้อไปแล้ว ฉันก็เลยเสนอให้เขาขายหยกให้กับฉัน เขาก็เลยไม่พอใจ”
ไช่เจิ้นจวิ้นขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “คุณชายเย่ คุณแย่งของที่ผู้เฒ่าไป๋ถูกใจงั้นเหรอ!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “มันก็ไม่ต่างกันเท่าไร ฉันเสนอเงินที่มากกว่าราคาเดิมตั้งห้าเท่า เขาก็ไม่ยอมขายให้ฉัน แต่สุดท้ายเขาก็ยกของนั่นให้กับฉัน”
ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝานแล้วถามว่า “ผู้เฒ่าไป๋ยกของนั้นให้กับคุณ?”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าเขาน่าจะชอบฉัน ขนาดเงินค่าของเขายังไม่เอาจากฉันเลย”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” นายแน่ใจเหรอ?
“วันเกิดของตาเฒ่านั่น นายคิดว่าฉันจะมอบอะไรให้เขาดี?” เย่ฝานถาม
ไช่เจิ้นจวิ้นส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน!” ของขวัญที่จะมอบให้ผู้เฒ่าไป๋ พี่ใหญ่เองก็ปวดหัวกับเื่นี้ไม่น้อย “ได้ยินว่าเขาชอบภาพวาดตัวอักษรจีน”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ภาพวาดตัวอักษรจีน? ถ้าอย่างนั้นฉันเขียนภาพวาดตัวอักษรคำว่าอายุยืนยาวให้เขาดีไหม?”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
............................................................…
ณ โชว์รูมรถยนต์ในเมืองหลวง
“คุณชายเย่ คุณก็มาซื้อรถหรือครับ!” หวังจิ่งสือเองก็ออกมาซื้อรถ แต่ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเย่ฝาน
หลังจากได้เห็นความสามารถของเย่ฝาน หวังจิ่งสือจึงเลื่อมใสศรัทธาในตัวเย่ฝานมาก พอได้เจอกับเย่ฝานเขาจึงรีบเข้ามาทักทายด้วยความกระตือรือร้น
“ใช่แล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานฉลองวันเกิดของตาเฒ่าบ้านตระกูลไป๋แล้ว ฉันอยากมาหาซื้อรถไว้ขับไปร่วมงานเลี้ยง” เย่ฝานตอบ
หวังจิ่งสือพยักหน้าก่อนกล่าว “เป็งานใหญ่ของเมืองหลวง คุณชายเย่ คุณเห็นรถที่ถูกใจแล้วหรือยัง”
เย่ฝานส่ายหน้าพร้อมตอบว่า “ยังหาไม่ได้เลยครับ อวิ๋นซีมีรถอยู่คันหนึ่งดูท่าทางไม่เลวเลย ผมอยากซื้อคันที่คล้ายๆ กัน ทำเป็รถยนต์คู่รักซะเลย”
หวังจิ่งสือถามด้วยความสนใจว่า “ไม่ทราบว่ารถที่คุณชายเย่ถูกใจเป็รถคันไหนของคุณชายไป๋หรือครับ!”
“เป็รถที่ตรงกลางมีวงกลม แล้วก็มีปีกเล็กๆ อยู่ทั้งสองข้าง” เย่ฝานอธิบาย
หวังจิ่งสือพยักหน้าก่อนพูดขึ้น “รถยี่ห้อนั้นนั่นเอง! รถเบนท์ลีย์ของไป๋อวิ๋นซี รถคันนั้นเป็รถนำเข้า ราคามากกว่าสิบล้านหยวนครับ”
“คุณชายเย่ เกรงว่ารถยี่ห้อนั้นที่นี่จะไม่มีขายครับ” เย่ฝานเ้าหมอนี่ มาหารถเบนท์ลีย์ในโชว์รูมรถเบนซ์ แล้วมันจะหาเจอได้ยังไงเล่า
เย่ฝานชี้รถที่จอดอยู่ข้างๆ รถเบนซ์ แล้วเอ่ยว่า “คันนี้ดูไปแล้วคล้ายๆ กับรถของอวิ๋นซีเลย!”
หวังจิ่งสือมองตามทิศทางที่เย่ฝานชี้ มุมปากของเขาพลันกระตุกขึ้น รถเบนท์ลีย์กับรถมินิคูเปอร์มันคล้ายกันตรงไหน ราคาก็ต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่ว่าเครื่องหมายรถมีส่วนคล้ายกันอยู่ “คุณชายเย่คิดว่าคันนี้มีส่วนคล้ายหรือครับ?”
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว! ฉันจะซื้อแบบนี้”
หวังจิ่งสือ “…” เย่ฝานจะซื้อรถมินิคูเปอร์ไปคู่กับรถเบนท์ลีย์ของคุณชายไป๋ คราวนี้ก็คงไม่แคล้วโดนคุณชายไป๋บ่นเอาแน่ๆ
“คุณรู้ไหมว่ารถแบบนี้มีขายที่ไหน?” เย่ฝานถาม
“รู้ครับ ผมจะพาคุณไปเอง” หวังจิ่งสือพูด
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ดีเลย”
………………………………………………………………………………………………………...
[1] สุราคำนับไม่ยอมดื่ม ก็ต้องดื่มสุราทัณฑ์ เป็สำนวนจีน หมายถึงในเมื่อพูดด้วยดีๆ ไม่ยอมทำตาม ก็คงต้องใช้กำลังบังคับ
