เซี่ยต้าจวินออกจากบ้านอาจารย์ใหญ่ซุน กระเสือกกระสนจนมีสภาพร่อแร่ภรรยาอาจารย์ใหญ่ซุนจึงเชิญเซี่ยเสี่ยวหลานและมารดาอยู่รับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน
“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณน้าอู๋ ลุงฉันยังรอฉันอยู่หน้าประตูโรงเรียนน่ะค่ะ”
อาจารย์ใหญ่ซุนรับประกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเื่นี้จะไม่มีทางกระทบต่อการเรียนของเซี่ยเสี่ยวหลานแน่นอน “ถ้าแจ้งความก็ไม่ต้องกลัว ให้ตำรวจมาถามครูได้!”
อาจารย์ใหญ่ซุนมีความมั่นใจว่าตนสามารถเหยียบเื่นี้ต่อไปได้อย่างไรเสียเขาก็เป็อาจารย์ใหญ่ของเซี่ยนอีจง ความร้ายแรงของเื่นี้คือหลิวเฟินฟันคนที่ไม่ร้ายแรงคือสามีภรรยาทะเลาะเบาะแว้งกันทางสถานีตำรวจไม่อยากใส่ใจกับเื่ประเภทนี้ด้วยซ้ำ เพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์ว่าตอนนี้แจ้งความว่าเป็ภรรยาเก่าพอหายเคืองแล้วคืนดีกัน ก็กลับมาโวยวายในสถานีตำรวจว่า ‘ทำไมต้องจับภรรยาผม’ สถานีตำรวจปวดหัวกับเื่ความขัดแย้งในครอบครัวพวกนี้มาก
เซี่ยต้าจวินยังพูดได้อีกสักพักแบบนั้น อาการาเ็ก็คงไม่หนักเท่าไร
ถ้าตัดเข้ากระดูกจริง เซี่ยต้าจวินจะยังข่มขู่คนในบ้านซุนไหวอยู่หรือ?
เซี่ยเสี่ยวหลานมีความมั่นใจเช่นเดียวกัน ว่ากันอย่างหน้าไม่อายหัวหน้าหยางอะไรนั่นมีเกียรติทีเดียวมิใช่หรือ? แม้เกียรตินั้นจะมีไว้ให้คุณลุงของเส้ากวงหรงโดยเฉพาะแต่เพื่อช่วยเหลือมารดา เซี่ยเสี่ยวหลานก็ทำได้เพียงแบกหน้าไปขอร้องเขาเท่านั้น
อย่างไรเสียความช่วยเหลือของโจวเฉิงไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งเซี่ยเสี่ยวหลานติดหนี้น้ำใจคนเขาไว้ไม่น้อย เวลาวิกฤติก็คิดหนี้เพิ่มอีกสักหนเถอะ
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่คิดว่าการฟันคนเป็สิ่งที่ดี ทว่าด้วยนิสัยของหลิวเฟินน่ะสิคนอื่นใช้เข็มแทงเธอยังไม่รู้จักร้องเจ็บด้วยซ้ำต้องเป็เพราะเซี่ยต้าจวินไล่ต้อนเธอก่อนแน่ หลิวเฟินถึงถือมีดฟันคนด้วยอารมณ์โมโหเช่นนี้
เธอไม่มีความรู้สึกผูกพันฉันพ่อลูกกับเซี่ยต้าจวินสักนิดย่อมยืนหยัดข้างหลิวเฟินเป็ธรรมดา
ถ้าหลิวเฟินฟันคนเสียชีวิตจริงจะหลุดพ้นข้อกล่าวหาได้ยาก หากแค่ฟันเซี่ยต้าจวินาเ็ไม่ถึงขั้นแล่เนื้อเถือกระดูก เซี่ยเสี่ยวหลานก็สามารถปกป้องมารดาของเธอได้พอออกจากบ้านของอาจารย์ใหญ่ซุน เซี่ยเสี่ยวหลานจึงภเริ่มแนะนำมารดา
“อันที่จริงแม่ไม่ต้องสนพ่อก็พอ ไม่ว่าคนตระกูลเซี่ยจะพูดอะไรต่อหน้าแม่แม่คิดเสียว่าพวกเขากำลังผายลม”
พูดพร่ำคือสิ่งที่ไร้ประโยชน์ที่สุด ดีแต่พูดมากกว่าลงมือจะทำอะไรได้?
หากเซี่ยเสี่ยวหลานอารมณ์ดี เธอสามารถเหยียดหยามเซี่ยจื่ออวี้ได้เป็วรรคเป็เวรตอนไม่สบอารมณ์ เธอคร้านจะสิ้นเปลืองกระทั่งฝีปากด้วยซ้ำดูท่าทางการช่วยจางจี้สร้างคู่แข่งคงยังไม่เพียงพอ จางจี้กิจการรุ่งเรืองขนาดนั้นเปิดทำการหน้าประตูเซี่ยอีจงได้อย่างมั่นคงมิใช่เพราะอาศัยอาจารย์ใหญ่ซุนคอยเกื้อกูลหรือ?
เซี่ยเสี่ยวหลานจัดการแก้ปัญหาที่ต้นตอโดยตรงทำให้อาจารย์ใหญ่ซุนเกิดความขุ่นข้องหมองใจต่อเซี่ยจื่ออวี้ในอนาคตถ้าจางจี้้าใช้ชื่อของอาจารย์ใหญ่ซุนก่อเื่อีกก็ยากแล้ว
หลิวเฟินตามเซี่ยเสี่ยวหลานลงจากอาคาร มือเท้าของเธอยังอ่อนแรงอยู่
ความกล้าหาญในการปกป้องลูกรักของเธอดำเนินต่อไปได้ไม่นานพอเซี่ยต้าจวินพูดว่าตำรวจจะมาจับเธอ หลิวเฟินจึงคิดได้ว่าลูกสาวของเธอใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะมีมารดาที่นอนคุกได้อย่างไร!
เซี่ยเสี่ยวหลานรับรองกับเธอหลายหน าแแค่นั้นไม่มีทางจับเธอเข้าคุกได้จิตใจของหลิวเฟินถึงได้ค่อยๆสงบลง
ด้วยเหตุนี้เธอจึงเล่าถ้อยคำของเซี่ยต้าจวินให้เซี่ยเสี่ยวหลานฟัง “เขาบอกว่าจะให้พวกเรากลับไปตระกูลเซี่ย พ่อจะเป็คนส่งเสียลูกเรียนหนังสือแต่แม่ไม่ยินยอม เขาก็หาว่าแม่คบชู้อยู่ข้างนอก ถึงไม่ยอมแต่งงานอีกครั้ง...แม่เลยคว้ามีดฟันเขา”
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร แม่ทำถูกต้องอย่างยิ่ง พวกเราไม่กลับตระกูลเซี่ยแน่แม่ฉันคนเดียวก็ส่งเสียฉันเรียนหนังสือได้ทำไมฉันต้องกลับตระกูลเซี่ยไปเพื่อโดนดูถูกด้วย?”
หลิวเฟินพยักหน้า “ใช่แล้ว แม่เลี้ยงลูกได้!”
เธอจะต้องพยายามทำความคุ้นเคยกับงานในร้านเสื้อผ้าพร้อมพี่สะใภ้ให้เร็วที่สุดหลี่เฟิ่งเหมยดูแลการขายเสื้อผ้า เธอทำงานอย่างอื่นในร้านยิ่งเสี่ยวหลานกังวลเกี่ยวกับร้านเสื้อผ้าน้อยลง ก็จะยิ่งมีเวลากับการเรียนมากขึ้นความจริงแล้วหลิวเฟินก็เชื่อฟังคำพูดของอาจารย์ใหญ่ซุนอยู่บ้างบางส่วนอาจารย์ใหญ่ถึงกับต้องสนใจเื่ในครอบครัวเธอมิใช่เพราะว่าลูกสาวเธอมีผลการเรียนดีเด่นหรือ?
อาจารย์ใหญ่ซุนบอกว่าเซี่ยเสี่ยวหลานสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงได้
ตอนหลิวเฟินอาศัยอยู่ในชนบทไม่มีความรู้หลังเซี่ยเสี่ยวหลานตัดสินใจจะเข้าร่วมสอบเกาเข่า เธอจึงต้องทำความเข้าใจต่อความรู้ที่เกี่ยวข้องจากผู้อื่นบ่อยครั้ง
มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงยอดเยี่ยมที่สุด!
นักศึกษาซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อจะไม่ถูกจัดไปทำงานในสถานที่เล็กๆแต่จะอยู่ในเมืองใหญ่งานที่ดีที่สุดอนุญาตให้ผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโด่งดังได้เลือกเฟ้นก่อนอยู่ในเมืองใหญ่ ไม่ต้องกลับเขตอันชิ่ง ห่างจากสถานที่นี้ไปไกลๆ คือความคาดหวังของหลิวเฟินที่มีต่อเซี่ยเสี่ยวหลาน
ในเมืองใหญ่ไม่มีใครรู้จักเซี่ยเสี่ยวหลาน คนตระกูลเซี่ยไม่สามารถหาตัวพบได้โดยง่ายลูกสาวของเธอจะมีชีวิตสุดแสนสงบสุข
สองแม่ลูกเดินจนถึงหน้าประตู หลิวหย่งและหลี่เฟิ่งเหมยมีสีหน้าร้อนรน
่เวลาอาหารกลางวันที่ยุ่งวุ่นวายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว เซี่ยหงเซี๋ยจึงวิ่งมาจากจางจี้เตรียมพร้อมรอเซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวเฟินออกมา
“เซี่ยเสี่ยวหลาน เธอชั่วร้ายเสียจริงนะ พ่อแท้ๆ ยังลงมือได้! เธอฟันลุงรองจนมีสภาพแบบนั้น เธอรอเข้าคุกเถอะ! ”
เซี่ยหงเซี๋ยไม่ได้รับข้อมูลล่าสุด เธอได้ยินจากตอนแรกที่จางชุ่ยโวยวายเช่นนั้นเธอก็คิดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานเป็คนฟันเซี่ยต้าจวินาเ็ เซี่ยเสี่ยวหลานเอ่ยไล่เธอไปให้ไกลทันที “สุนัขดีไม่ขวางทาง พวกเธออย่าเทียวไปเทียวมาต่อหน้าฉันทั้งวันอย่างไม่ละอายฉันโชคร้ายเธอก็เอาเปรียบอะไรไม่ได้อยู่ดี วิธีการทำร้ายคนอื่นโดยที่ตัวเองไม่ได้ประโยชน์แบบนี้มีแต่จะทำให้ตนเองดูตื้นเขินโง่เขลาและร้ายกาจ”
“เธอ!”
เซี่ยหงเซี๋ยโดนวาจาไม่กี่ประโยคของเซี่ยเสี่ยวหลานตอกกลับจนทนไม่ได้
แม้ครุ่นคิดอย่างหนักก็หาคำตอบโต้ไม่ได้อยู่ดี พอจะปะทะฝีปากกับเซี่ยเสี่ยวหลานกลับเกรงกลัวว่าจะเหลือภาพลักษณ์โง่เขลาร้ายกาจไว้จริงๆเธอยังอยากพบคนรักในเซี่ยนอีจงความอ่อนโยนเอาใจใส่ของพี่เขยนักศึกษามหาวิทยาลัยทำให้เซี่ยหงเซี๋ยอิจฉาเหลือเกิน
อดทนข่มกลั้นอยู่นานสองนาน เซี่ยหงเซี๋ยก็ทิ้งคำพูดไว้ประโยคเดียว
“เธอปากแข็งไปเถอะ ตำรวจมาจับเธอเมื่อไร เธอก็รู้จักร้องไห้เอง!”
เซี่ยหงเซี๋ยกลอกตาไปมา เธอคนเดียวเผชิญหน้ากับด้านเซี่ยเสี่ยวหลานสี่คนเมื่อเห็นหลี่เฟิ่งเหมยกำลังถกแขนเสื้อ เธอก็กลัวโดนตีเหมือนกันนะทิ้งคำพูดไม่น่าฟังไว้แล้วรีบร้อนวิ่งหนีไปทันที
เซี่ยเสี่ยวหลานหมดคำพูด เซี่ยหงเซี๋ยโง่เขลาแถมร้ายกาจนอกจากพูดจาระคายหูและเล่นตุกติกอุบายกระจอกลับหลัง เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เคย ‘คาดหวัง’ กับเธอเมื่อเปรียบเทียบกับเซี่ยหงเซี๋ย เซี่ยจื่ออวี้ดูฉลาดปราดเปรื่องโดดเด่นเสียจริงทั้งเรียนหนังสือเก่งรวมถึงเสแสร้งแสดงเก่งด้วยคนทั่วไปย่อมถูกเซี่ยจื่ออวี้หลอกลวงจนหัวหมุนแน่นอน
“ลุงจ้าว วันนี้ขอบคุณมากนะคะ วันหลังฉันเลี้ยงข้าวลุงเอง!”
ยามเฝ้าประตูเหล่าจ้าวเห็นว่าวันนี้ช่างวุ่นวายเหลือเกิน เมื่อครู่เซี่ยต้าจวินออกมาในสภาพาเ็ด้วยตามหลักการเขาต้องเรียกตัวเซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวเฟินไว้เพื่อซักถามสถานการณ์ แต่เหล่าจ้าวกลับโบกมือปล่อยให้พวกเธอรีบไป
ถามสถานการณ์อะไรเล่าอย่างไรเสียอาจารย์ใหญ่ซุนเป็คนพยักหน้าอนุญาตปล่อยคนเข้าโรงเรียนเองนะ
ผู้าเ็มีเพียงเซี่ยต้าจวิน อาจารย์ใหญ่ซุนเองก็ไม่ได้บอกว่าจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเหล่าจ้าวจะไม่จุ้นจ้านเื่คนอื่นเด็ดขาด
หลิวหย่งพบว่าในโรงเรียนไม่มีคนวิ่งออกมารั้งไว้คาดว่าเื่ราวไม่ได้ร้ายแรงมากนัก เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้ยอมรับว่าฟันเซี่ยต้าจวินาเ็ด้วยจางชุ่ยเอะอะโวยวายไปเองทั้งหมด
หลี่เฟิ่งเหมยฝากลูกชายไว้ที่น้าหวงจานด่วน เดิมทีทั้งครอบครัวนัดแนะกันอย่างดิบดีว่าจะรับประทานอาหารกลางวันในเขตอันชิ่งตอนนี้เลยเวลาไปแล้ว ยังคงต้องจัดการปัญหาท้องหิวอยู่ดี หลิวจื่อเทารออยู่ที่ร้านอย่างว่านอนสอนง่ายถึงแม้เมื่อสักครู่น้าหวงจะงานยุ่งไม่เว้นว่าง แต่เขาก็นั่งรอด้วยความสงบ
“ทำไมฉันได้ยินว่ามีคนโดนฟัน? คนของจางจี้ฝั่งตรงข้ามออกไปเกือบหมดร้านพยุงผู้ชายเืเต็มตัวคนหนึ่งส่งโรงพยาบาลด้วย!”
“อ๋อ นั่นคือพ่อฉันเอง”
มีที่ไหนพ่อแท้ๆ โดนฟันาเ็ ลูกสาวพามารดามารับประทานข้าวราดอย่างไม่ทุกข์ร้อนน้าหวงย้อนนึกว่าคนของจางจี้ร้อนรนขนาดนั้นชัดเจนว่ารู้จักบิดาของเซี่ยเสี่ยวหลาน...ถ้าเช่นนั้นมิใช่ว่ารู้จักเซี่ยเสี่ยวหลานด้วยหรือ?
“ร้านจางจี้นั่น?”
“ป้าสะใภ้ฉันเปิดเองจ้ะ”
รายละเอียดปลีกย่อยกว่านี้เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้อธิบาย น้าหวงคิดในใจเธอให้คำแนะนำฉัน เพื่อให้ฉันชิงลูกค้าของจางจี้หรือ? แต่พอจำได้ว่าเซี่ยเสี่ยวหลานกระตือรือร้นช่วยเหลือโดยแทบไม่ร้องขอสิ่งตอบแทนน้าหวงก็รู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะซักไซ้แล้ว
นี่คือครอบครัวเดียวกันที่ไหนเล่า น่าจะเคียดแค้นชิงชังต่อกันมากกว่า
ระหว่างรับประทานอาหารเซี่ยเสี่ยวหลานถึงบอกว่าเซี่ยต้าจวินโดนหลิวเฟินฟัน แต่เธอจัดการเรียบร้อยแล้ว
หลี่เฟิ่งเหมยตกตะลึงไปทั้งร่าง มองหลิวเฟินอย่างพิจารณาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“อาเฟิน เธอพัฒนาแล้ว”
เธอมักปลูกฝังบางอย่างใส่น้องสามีเพื่อทำให้หลิวเฟินตัดใจจากเซี่ยต้าจวินโดยสมบูรณ์ บอกว่าคนตระกูลเซี่ยไม่มีใครเป็คนดีแต่หลิวเฟินถึงขนาดฟันคนเสียแล้ว เรียนรู้ดีเยี่ยมเกินไปหน่อยหรือไม่นะ? หลี่เฟิ่งเหมยฝีปากแกร่งกล้ากว่าหลิวเฟิน เธอกล้าปะทะต่อสู้กับสามี แต่หากให้ถือมีดฟันคนเลยเธอคงลังเล
แต่ก็แจ่มแจ้งว่าเซี่ยต้าจวินกดดันหลิวเฟินมากเกินควรทำเอาหลิวเฟินผู้มีนิสัยกระต่ายถึงขั้นฟันคนได้!
หลิวหย่งชื่นชมว่าฟันได้ดีเช่นกัน เวลานี้ทุกคน้ามอบกำลังใจแด่หลิวเฟินแต่ไหนแต่ไรหลิวเฟินมีความกล้าแค่น้อยนิด แม้สถานีตำรวจจะไม่มาจับเธอ ทว่าเธอก็จะตื่นตระหนกเองอยู่ดี
เซี่ยเสี่ยวหลานจงใจรับประทานอย่างเชื่องช้า
แม้เซี่ยต้าจวินดูเหมือนาเ็ภายนอก แต่เธอต้องแน่ใจเสียหน่อย
ผ่านไปไม่นานนัก สองพ่อลูกเซี่ยฉางเจิงและเซี่ยจื่ออวี้ก็กลับมาพบว่าพวกเซี่ยเสี่ยวหลานยังเอ้อระเหยรับประทานอาหารในร้านน้าหวงจานด่วนอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวไฟโทสะของเซี่ยฉางเจิงจึงควบคุมไม่อยู่เขาหยุดฝีเท้าหน้าร้านของคู่แข่งเป็ครั้งแรก ชี้นิ้วด่าเซี่ยเสี่ยวหลาน
“เธอยังมีกะจิตกะใจกินข้าวอยู่อีกหรือ? พ่อเธอเืไหลเป็อ่างเย็บไปสิบกว่าเข็ม ตอนนี้ยังให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาล! เซี่ยเสี่ยวหลาน เธอเป็ลูกสาวเขานะ เซี่ยต้าจวินคือพ่อบังเกิดเกล้าของเธอนะ!”
