ไป๋อวิ๋นซีเดินออกมาก็เห็นเย่ฝานใช้ยันต์จำนวนหนึ่งแปะไว้บนรถ เย่ฝานเริ่มร่ายคาถา จากนั้นไป๋อวิ๋นซีก็เห็นรถลอยขึ้นจากพื้น
“หยุดเดียวนี้นะ” ไป๋อวิ๋นซีตำหนิเสียงดังลั่น
เย่ฝานถูกไป๋อวิ๋นซีทำให้ใ คาถาที่ร่ายออกไปเพียงครึ่งเดียวพลันชะงักลง รถยนต์ซึ่งกำลังลอยห่างจากพื้นประมาณหนึ่งเิเก็ตกลงสู่พื้นเหมือนเดิม
“นายทำอะไรน่ะ?” ไป๋อวิ๋นซีถามพร้อมเดินไปหาเย่ฝานอย่างโมโหเป็ฟืนเป็ไฟ
“ไม่มีที่จอดรถ ฉันก็เลยทำให้รถลอยขึ้น จะได้จอดรถไว้้าไง” เย่ฝานตอบ
ไป๋อวิ๋นซี “…” ทำให้รถลอยขึ้นตอนกลางวันแสกๆ อย่างนี้ เ้าหมอนี่คิดจะทำให้อย่างนั้นจริงๆ เหรอ?
“ที่นี่มีคนผ่านไปมาตลอด ถ้าโดนคนถ่ายรูปหรืออัดวิดีโอไว้จะทำยังไง?” ไป๋อวิ๋นซีพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
เย่ฝานกะพริบตา แล้วพูดว่า “ถ้าถูกถ่ายไว้แล้วจะทำไมเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นซี “...สรุปก็คือ ห้ามนายใช้เวทมนตร์คาถาส่งเดชแบบนี้ เอากุญแจรถมาให้ฉัน ฉันจะขับไปจอดให้เอง
เย่ฝานพยักหน้าแล้วกล่าวอย่างดีอกดีใจ “ได้สิ นายดูรถของฉันสิ คล้ายกับรถของนายไหม? ฉันซื้อตามแบบรถนายเลยนะ”
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “นายดูจากตรงไหนว่ามันคล้ายกัน” เย่ฝานเ้าหมอนี่ชอบแต่ของราคาถูก ซื้อบ้านก็เป็บ้านผีสิง พอซื้อรถก็ซื้อมินิคูเปอร์ที่คิดว่าคล้ายกับรถของเขา
“ตรงกลางเป็วงกลม แล้วมีปีกสองข้างไม่ใช่เหรอ? แต่รถของฉันตัวอักษรตรงกลางเยอะกว่าของนาย รถนายมีอักษรแค่ตัว B หนึ่งตัวที่มาจากคำว่า 2B[1] เอง” เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าคน 2B อย่างนาย จะเชื่อฟังกันหน่อยได้ไหม?
ไป๋อวิ๋นซีขับรถของเย่ฝานออกไป เจียงสูหย่าเดินออกจากมุมของอีกฝั่งหนึ่ง หล่อนคิดในใจ
เมื่อครู่นี้หล่อนเห็นว่าเย่ฝานหาที่จอดรถไม่ได้ จากนั้นก็นำยันต์จำนวนหนึ่งแปะไว้บนรถ แล้วรถก็ลอยขึ้น มันเหมือนกับจะลอยขึ้นมาจริงๆ เสียดายที่ไป๋อวิ๋นซีเข้ามาเร็วเกินไปหล่อนจึงมองเห็นไม่ชัด
…….........................................................
เย่ฝานเดินอยู่ด้านหลังไป๋อวิ๋นซี เขาดูสองมือที่ว่างเปล่าของเย่ฝานก็เอ่ยถามว่า “วันเกิดของคุณปู่ฉัน นายเตรียมอะไรมาให้ท่านล่ะ”
“อ่อ ฉันได้ยินว่าเขาชอบภาพวาดอักษรจีน ฉันก็เลยเขียนมาให้เขาภาพหนึ่ง ฉันวางไว้ท้ายรถ ถ้านายไม่พูดขึ้นมาฉันก็ลืมไปเลยนะเนี่ย” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีตกตะลึงไปชั่วครู่ แล้วถามว่า “เขียนเอง นี่นายเขียนเองเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าก่อนตอบ “ก็ใช่น่ะสิ! ถึงเวลานายก็บอกคุณปู่ว่า ภาพวาดอักษรนี้เป็ผลงานของอาจารย์ชื่อดัง”
“ตัวหนังสือของนาย จะสวมรอยเป็ผลงานของอาจารย์ชื่อดังอย่างนั้นเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยความรู้สึกจนใจ
“ภาพวาดแวนโก๊ะ ดูยากขนาดนั้นแต่ก็มีมูลค่าสูง! แล้วทำไมภาพวาดตัวอักษรของฉันจะสวมรอยกับลายมือของอาจารย์ชื่อดังไม่ได้ล่ะ?
ไป๋อวิ๋นซี “…” คำพูดนี้ของเย่ฝานฟังดูมีเหตุผล ทำให้เขาไม่รู้จะโต้กลับไปอย่างไรเหมือนกัน
“ภาพนี้ของฉัน พิเศษยิ่งกว่าภาพของอาจารย์ชื่อดังอีกนะ” เย่ฝานพูดอย่างภาคภูมิใจ
“พิเศษกว่าตรงไหน!” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“ก็ภาพของฉันใช้พลังปราณในการเขียนยังไงล่ะ สามารถป้องกันเภทภัยต่างๆ ได้! ใช้เป็เครื่องรางได้เลย”
ไป๋อวิ๋นซี “…” ถ้าเป็อย่างนั้นก็ถือว่าเป็ของที่โดดเด่นไม่เหมือนใครจริงๆ!
……........................................................
ไป๋อวิ๋นจิ่นและหวังจิ่งสือยืนคุยกันอยู่ที่ห้องโถง ข้างๆ มีผู้คนจำนวนหนึ่งที่หวังเข้าไปตีสนิทกับพวกเขาทั้งสอง จึงไปยืนล้อมรอบพวกเขาอยู่
ไป๋อวิ๋นจิ่นและหวังจิ่งสือร่วมกันพัฒนาโครงการหนึ่งอยู่ พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
“คุณชายเย่มาแล้วครับ” หวังจิ่งสือเห็นเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีเดินเข้ามาก็กระซิบเบาๆ
ด้านไป๋อวิ๋นจิ่นก็เอ่ยว่า “เย่ฝานมาแล้ว ผมจะไปทักทายสักหน่อย”
“ผมก็จะไปทักทายเหมือนกัน” หวังจิ่งสือรีบพูดขึ้น
เมื่อหวังจิ่งสือและไป๋อวิ๋นจิ่นเดินจากไป จากบรรยากาศคึกคักเมื่อครู่ก็พลันเงียบลงไม่น้อย
หลี่หงจงเห็นทิศทางที่ไป๋อวิ๋นจิ่นเดินไป ก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีเกิดขึ้นทันที
“อาหลี่ เป็อะไรไป! สีหน้าไม่ดีเลย” ไช่เหิงถาม
“คุณชายเย่คนนั้นเป็ใครกัน! ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย! ทำไมพอเขาเข้ามา คุณชายใหญ่ไป๋และเถ้าแก่หวังต้องรีบเข้าไปหาด้วย” หลี่หงจงกล่าว
“เย่ฝานเป็บุคคลที่เพิ่งจะโดดเด่นและเป็ที่จับตามองขึ้นมาใน่นี้ เป็คนที่เก่งกาจมาก คุณชายเย่ท่านนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีและลึกซึ้งกับตระกูลไป๋มาก หวังจิ่งสือเองก็ติดค้างน้ำใจของเขา ่ก่อนหลานชายของฉันที่อยู่ต่างประเทศได้ไปล่วงเกินคนกลุ่มหนึ่งเข้า ก็ได้คุณชายเย่ช่วยจัดการให้ ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์ก็คงเลวร้ายลงและยากที่จะเห็นทางรอดได้” ไช่เหิงเล่า
“เ้าหมอนั่นเก่งกาจขนาดนั้น ทำไมถึงขับรถกระจอกๆ ล่ะ!” หลีหงจงบ่นพึมพำอย่างเซ็งๆ
ไช่เหิงเห็นสีหน้าของหลี่หงจง จึงถามด้วยความสงสัยว่า “อาหลี่ สีหน้าของนายไม่ดีเลย หรือว่านายไปล่วงเกินเขาเข้าให้แล้ว?”
หลี่หงจงพูดออกมาด้วยความละอายใจว่า “ตอนที่ฉันมาถึง ฉันแย่งที่จอดรถกับเขา”
ไช่เหิงพูดอย่างไม่เข้าใจว่า “อยู่ดีๆ นายไปแย่งที่จอดรถกับเขาทำไมกัน?”
หลี่หงจงคิดในใจว่า เย่ฝานขับรถกระจอกอย่างนั้น เขาก็เลยแย่งที่จอดรถโดยไม่สนอะไร ใครจะไปรู้ว่าจะซวยขนาดนี้ ที่ต้องมาเจอกับพวกผ้าขี้ริ้วห่อทองอย่างเย่ฝาน
“ก็เพราะว่าฉันรีบร้อนไม่ใช่เหรอ?” หลี่หงจงกล่าว
“รีบร้อนแค่ไหนก็ไม่ควรแย่งที่จอดรถกับคุณชายเย่!” ไช่เหิงคิดในใจว่า หลี่หงไม่รู้จักเย่ฝานจึงไม่เกรงกลัวอะไร เย่ฝานเ้าหมอนั่นสังหารยมทูตตะวันตกแห่งตำหนักยมทูตไปแล้ว ทำให้อำนาจและอิทธิพลของตำหนักยมทูตเกิดการเปลี่ยนแปลง นึกไม่ถึงว่าหลี่หงจงจะกล้าล่วงเกินเขาอย่างนี้ วันข้างหน้าจะตายอย่างไรก็ยังไม่รู้เลย
…........................................
“ผู้เฒ่าไป๋ วันเกิดอายุครบแปดสิบปียินดีด้วยนะครับ คุณดูสิ นี่เป็ภาพวาดอักษรจีนของอาจารย์ดังผมเอามามอบให้คุณด้วย ขอให้อายุยืนนะครับ!” เย่ฝานมอบภาพวาดให้แก่ไป๋ซื่อหยวน
ไป๋ซื่อหยวนกล่าวด้วยความสนใจว่า “ผลงานของอาจารย์ดังหรือ! ทำไมไม่มีแม้แต่ลงนามตราประทับ?”
“นี่เป็ผลงานไม่ปรากฏนามผู้เขียนครับ ก็เลยไม่มีการลงนามตราประทับ” เย่ฝานตอบด้วยความสุขุมเยือกเย็น
“อาจารย์ที่เขียนผลงานนี้ คงไม่ใช่นายหรอกนะ” ไป๋ซื่อหยวนถาม
เย่ฝานมองไปไป๋อวิ๋นซีแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างเซ็งๆ ว่า “อวิ๋นซี นายบอกเขาไปแล้วเหรอ? ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้พูด?”
เซี่ยวฉือยืนอยู่ข้างๆ อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขารู้สึกชื่นใจขึ้นมาทันที เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หยกและยันต์ที่เย่ฝานมอบให้กับตนเอง ยังดูมีเกรดดีกว่าของชิ้นนี้
ไป๋อวิ๋นซีหันหลังให้เย่ฝาน แล้วลอบด่าเสียงเบาว่า “ปัญญาอ่อน”
ไป๋ซื่อหยวนมองเย่ฝาน แล้วพูดด้วยใบหน้านิ่งเฉยว่า “นายกลายเป็อาจารย์ดังั้แ่เมื่อไรกัน?”
“มีคนมากมายเรียกผมว่าอาจารย์ ถึงแม้จะไม่ใช่อาจารย์ในแวดวงของการเขียนวาดพู่กันจีน แต่ผมเก่งกว่าอาจารย์พวกนั้นมากนะ นานๆ ทีผมจะใช้ตัวหนังสือที่ล้ำค่าของผมมอบเป็ของขวัญให้กับคนอื่น ผู้เฒ่าไป๋คุณต้องรับไว้นะ! รอให้ผ่านไปอีกหลายร้อยปี มันก็จะมีมูลค่ามหาศาล คุณสามารถเก็บไว้เป็สมบัติล้ำค่าได้นะครับ” เย่ฝานพูดด้วยท่าทีจริงจัง
ไป๋ซื่อหยวนสูดหายใจเข้าลึก แล้วพูดว่า “ขอบใจนายมากนะ!”
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธ แล้วเอ่ยว่า “ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอกครับ?”
เซี่ยวฉือมองเย่ฝานแวบหนึ่ง แล้วบอกกับไป๋อวิ๋นซีว่า “อวิ๋นซี วันนี้มีแขกมาร่วมงานมากมาย หลานพาเย่ฝานเข้าไปเดินในงานก่อนเถอะ” วันนี้เป็วันเกิดของไป๋ซื่อหยวน ถ้าถูกเย่ฝานทำให้โมโหละก็ นั่นคงไม่ดีแน่
…................................................................
เย่ฝานเดินตามไป๋อวิ๋นซีเข้าไปในงาน พอไป๋อวิ๋นซีปรากฏตัวขึ้น ก็ถูกฝูงชนโอบล้อมเอาไว้ เย่ฝานเองก็เป็ที่สนใจของผู้คนเช่นเดียวกัน
“คุณชายเย่ วันนี้ดูหล่อเหลาเป็พิเศษเลยนะครับ” จางซือเลี่ยงกล่าวชื่นชม
“ประธานจาง สีหน้าของคุณไม่เลวเลยนะ!”
“ก็เป็เพราะหยกคุ้มภัยของคุณน่ะสิ ความจริงมีเื่หนึ่งที่ผมอยากจะคุยกับคุณเป็การส่วนตัว” จางซือเลี่ยงกล่าว
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า “ได้สิ! งั้นเราไปคุยทางโน้นดีกว่า”
ในงานเลี้ยงมีคนพลุกพล่าน เย่ฝานไม่ชอบบรรยากาศวุ่นวายแบบนี้ เขาตัดเค้กไปชิ้นหนึ่ง แล้วเดินไปยังมุมหนึ่งในสวนพร้อมกับจางซือเลี่ยง
“คุณบอกว่าหยวนอีตายแล้วงั้นเหรอ” เย่ฝานพูดพลางขมวดคิ้ว
จางซือเลี่ยงพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้วครับ การตายของหล่อนดูไม่ปกติ ร่างกายเหมือนกับถูกดูดเืไปจนหมด ศพของหล่อนแห้งราวกับมัมมี่”
“หลังจากที่หนิงซวงกลับมา เขาก็ส่งหยวนอีไปอยู่ที่โรงพยาบาลบ้า แล้วยังสั่งให้คนคอยจับตามองตลอด แต่ว่าในคืนนั้นหยวนอีก็กลายเป็ศพไปแล้ว กล้องวงจรปิดก็ดันมาชำรุดอีก”
“อย่างนั้นเหรอ?”
“คุณชายเย่ เื่นี้คุณคิดยังไงครับ?”
“นายเคยไปสืบมาแล้วนี่ แล้วนายรู้ไหมว่าหนอนกู่ของหยวนอีมาจากไหน?” เย่ฝานถาม
จางซือเลี่ยงถอนหายใจแล้วตอบว่า “ผมเคยให้คนไปตามสืบ แต่ก็ไม่เจออะไรมากมายนัก แต่ถึงแม้จะสืบไม่เจออะไร ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ข้อมูลกลับมาเลย อย่างน้อยก็ยังได้อะไรมาบ้างเล็กน้อย”
“ผมให้คนไปสืบมา ได้ความว่าทุกๆ สองเดือน หยวนอีจะโอนเงินเข้าไปในบัญชีของคนคนหนึ่ง แต่เป็เพราะคนบ้านหยวนเห็นแก่เงิน ตอนแรกผมจึงคิดว่าหล่อนโอนเงินให้คนตระกูลหยวน ทว่าหลังจากหยวนอีตายไป ผมถึงได้รู้ว่าเงินจำนวนนั้นหล่อนโอนไปให้บุคคลลึกลับคนหนึ่ง”
เย่ฝานหรี่ตาลงแล้วกล่าวว่า “คุณก็เลยสงสัยว่า เ้าของบัญชีลึกลับที่หยวนอีโอนเงินให้น่าจะเกี่ยวข้องกับหนอนกู่ใช่ไหม?”
จางซือเลี่ยงพยักหน้าแล้วพูดว่า “มันอาจเป็ไปได้นะครับ”
ความจริงแล้วหยวนอีเป็คนจิตใจคับแคบมาก แต่เงินที่โอนเข้าบัญชีลึกลับนั่นกลับเป็จำนวนเงินไม่น้อยเลย หากว่าเ้าของบัญชีลึกลับนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเื่สำคัญกับหยวนอี หล่อนก็คงไม่ยอมทำแบบนี้แน่ๆ
“ตรวจสอบชื่อเ้าของบัญชีได้ไหม?”
“ตอนนี้บัญชีถูกยกเลิกไปแล้วครับ!”
เย่ฝานหัวเราะแล้วพูดออกมาว่า “ถ้าคุณเดาไม่ผิด บางทีเ้าของหนอนกู่นี้ น่าจะหาผู้หญิงสวยๆ เพื่อขายกู่เสน่หาโดยเฉพาะ เมื่อหญิงสาวเ่าั้ซื้อกู่ไป ก็ต้องจ่ายเงินตามวันที่กำหนดไว้ หากหญิงสาวเ่าั้หมดผลประโยชน์ ก็จะโดนจัดการจนถึงแก่ชีวิต”
“เมื่อเ้าของร่างจบชีวิตลง หนอนกู่ตัวแม่จะออกจากร่างโดยอัตโนมัติ หาก้าให้หนอนกู่ตัวแม่ออกจากร่างก่อนเวลาอันควร และการทำให้หนอนกู่ตัวแม่ได้รับความเสียหายนั้น จะสามารถลดความเสียหายได้ด้วยการให้กู่ดื่มเืของเ้าของร่าง หนอนกู่ตัวแม่หาได้ยากจึงต้องรักษาให้ดี ส่วนลูกหนอนกู่ยังสามารถเพาะเลี้ยงเพิ่มได้ในภายหลัง”
จางซือเลี่ยงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เื่พวกนี้ถ้าทำมากเกินไป ก็จะถูกเปิดโปงได้ง่ายๆ!”
เย่ฝานส่ายหน้า แล้วพูดว่า “ไม่เสมอไป คุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับหยวนอี ดังนั้นจึงรู้สึกถึงความผิดปกติได้ง่าย แต่ถ้าเ้าของร่างที่หนอนกู่เข้าไปฝังตัวอยู่เกิดมีใจให้กับผู้ลงมือกระทำขึ้นมา ทุกอย่างก็จะเป็ไปตามน้ำ”
จางซือเลี่ยงทำหน้านิ่ว พลางกล่าว “แล้วอย่างนี้หนอนกู่จะมายุ่งกับผมอีกไหมครับ”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ผมคิดว่าน่าจะไม่แล้วล่ะ เ้าของหนอนกู่นั่นหลบซ่อนไม่ยอมเปิดเผยตัว น่าจะเป็เพราะมีความสามารถจำกัด แต่ถ้าคุณกลัว ก็ให้พกหยกคุ้มภัยติดตัวไว้ด้วย เวลาที่เจอกับหนอนกู่หยกคุ้มภัยจะมีปฏิกิริยา คุณก็ต้องระวังตัวหน่อย”
จางซือเลี่ยงรีบพยักหน้าแล้วตอบกลับไป “ได้ครับ ใช่แล้ว ยังมีอีกหนึ่งเื่”
เย่ฝานถามกลับด้วยความสงสัย “มีเื่อะไร?”
“มีเถ้าแก่ทำธุรกิจเหมืองแร่คนหนึ่งมาถามผมเื่หนอนกู่ เขาสงสัยว่าตัวเขาจะถูกคุณไสยหนอนกู่เข้าแล้ว”
“คนคนนี้มือของเขาไม่ขาวสะอาด อีกอย่างสถานการณ์ของเขาไม่เหมือนกับผม เ้าหมอนั่นสร้างฐานะจากมือเปล่า หลังจากที่ร่ำรวยแล้วก็ทิ้งภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากและลูกในไส้ของตนไป จากนั้นก็เปลี่ยนภรรยาไม่ซ้ำหน้า เ้าหมอนั่นชื่นชอบหญิงสาววัยรุ่น จะหาแต่หญิงสาวที่อายุประมาณ 18-19 ปี พออายุเกิน 20 ปี ก็ทิ้งภรรยาคนนั้นไป เป็เพราะเขามีเงินมากมาย แถมยังหน้าใหญ่และมือเติบ ดังนั้นจึงมีหญิงสาวรูปงามมากมายยอมมาอยู่กับเขา”
“แต่มีผู้หญิงคนนี้ที่อยู่กับเขามาสี่ปีแล้ว ได้ยินว่าทุกครั้งที่เขาคิดจะออกนอกลู่นอกทาง จะรู้สึกทรมานไปทั้งตัว เหมือนกับร่างกายผิดปกติไป”
เย่ฝานหรี่ตาแล้วพูดว่า “ฟังดูเหมือนจะมีปัญหา” ทิ้งภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากและลูกในไส้ของตนไป เปลี่ยนเมียเป็ว่าเล่น เห็นได้ชัดว่าเขาเป็คนเ้าชู้ แต่จู่ๆ นิสัยกลับเปลี่ยนไป กลายเป็คนรักเดียวใจเดียว มันไม่น่าจะเป็ไปได้
“เ้าหมอนั่นยินดีจ่ายเท่าไรล่ะ!” เย่ฝานถาม
จางซือเลี่ยงส่ายหน้าแล้วตอบ “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”
“งั้นคุณลองไปถามดูหน่อย ่นี้ผมไม่ขัดสนเงินทอง ถ้าค่าตอบแทนไม่ถึงหนึ่งร้อยล้าน ผมก็คงไม่รับงานนี้” เย่ฝานเอ่ย
จางซือเลี่ยงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้ครับ”
…………………………………………………………………………………………………………..
[1] 2B เป็ศัพท์แสลง ซึ่งมีความหมายในเชิงว่ากล่าว ด่าทอ หรือ ดูถูก มีความหมายว่า คนโง่เขลา งี่เง่า หรือ คนที่สมองมีปัญหา ความคิดไม่หมือนคนปกติทั่วๆ ไป
