ชายกลุ่มนั้นยังคงถือไม้พลองวิ่งไล่ตามร่างสีขาวต่อไปอีกนิดเดียวก็จะคว้าตัวไว้ได้ แต่ร่างนั้นก็หลบหลีกการจับกุมไปได้ตลอด แม้บางครั้งดูเหมือนจะล้มลงแต่ก็ยังคงหลุดพ้นจากมือคนเ่าั้ไปได้อยู่ดี
หัวหน้าข้าน้อยเหนื่อยจนหน้าเปลี่ยนสี เขาถอนหายใจแรงและวิ่งไล่ตามต่อพร้ะโกนไปด้วย
"ไอ้ลูกหมา ยังจะวิ่งต่ออีก!"
คนอื่นๆที่วิ่งตามมาก็เหนื่อยจนหน้าดำหน้าแดงหัวหน้าข้าน้อยจึงหันไปคำรามใส่ "พวกแกต้องจับมันมาให้ได้ นี่เป็งานแรกที่ฮูหยินมอบหมายให้เรามาเราจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด ไอ้นี่มันเป็หลานสองเพศของฮูหยินรองไป๋อี๋เหนียง ต้องจับมันมาให้ได้!"
พูดจบก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่และสำทับต่อ"ไม่ตีมันให้ตาย พวกเราก็กลับไปรายงานผลไม่ได้เหมือนกัน!"
เจียงลั่วอวี้มองลงมาจากเนินเขา สายตาเ็ามองมาที่ร่างในชุดขาวตอนนี้เขาที่อยู่ชุดสาวใช้สีขาวพริ้วไสวตามแรงลม ผิวขาวผ่องดุจทองทาและสีหน้าที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้แต่รอยยิ้มกำลังเล็ดลอดออกมาบนใบหน้าเขา
"อี๋เหนียง?"
เมื่อสังเกตเครื่องแต่งกายของกลุ่มชายที่วิ่งตามก็พบว่ามันคือเสื้อผ้าของข้าน้อยไพร่ในจวนจวิ้นหวัง แล้วถ้าพูดถึงหลานสองเพศของอี๋เหนียงที่อายุ12-13ก็มีแค่หลานของไป๋อี๋เหนียงแห่งจวนจวิ้นหวังเท่านั้น
ไป๋อี๋เหนียงเป็หญิงที่เพียบพร้อมทั้งความงามและความสามารถหลังจากที่แต่งเข้ามาในจวนจวิ้นหวังก็สนิทสนมกับซื่อจื่อ จึงเป็ที่ขัดตานางเจินซื่อผู้เป็ฮูหยินใหญ่นอกจากนั้นเขายังจำได้ว่า ตอนที่เพิ่งเข้าไปอาศัยในจวนจวิ้นหวัง ก็ได้ข่าวว่าหลานของนางหายตัวไปต่อมามีคนบอกว่าเขาตายไปแล้ว แม้แต่ศพก็หาไม่พบ?
ใครจะนึกว่าการมาเกิดใหม่ครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองมาเจอกันมันน่าสนุกจริงๆ
คิดได้ดังนั้น เจียงลั่วอวี้ก็ยกมือขึ้นลำนิ้วรูดไปตามมวยผมและจัดปิ่นไม้ท้อให้เข้าที่เข้าทาง
สักพักเดียว ร่างในชุดขาวก็หมดแรงวิ่ง คนกลุ่มนั้นวิ่งตามมาทันและเอื้อมมือคว้าแต่ปรากฏว่าเจียงลั่งอวี้เคลื่อนตัวด้วยความว่องไวเข้าไปปกป้อง ในมือมีกุมกริชที่มีปลายแหลมคม
"นังเด็กนี่มาจากไหน?! ถอยไปซะ!"
หัวหน้าข้าน้อยวิ่งนำมาจนอยู่หน้าสุดและได้ประจันหน้ากับสาวใช้ที่มีใบหน้างดงามจากนั้นก็ยกไม้พลองขึ้นมา
เจียงลั่วอวี้ใช้กริชในมือตวัดไม้พลอง แต่ไม่ทันระวังจะสะบัดไปโดนปิ่นปักผมของตัวเองจนปิ่นหลุดร่วง ทำเอาผมคลี่สยายตามปิ่นที่หล่นลงไป ชายกลุ่มนั้นถึงกับชะงัก
เมื่อเห็นว่าพวกนั้นตะลึงในความงามของตนเจียงลั่วอวี้ชักกริชอ้อมไปด้านหลังและตวัดไปที่คอของคนหนึ่งในกลุ่ม และก็ใช้วิธีเดียวกันนี้กำจัดทุกคนลงได้แม้แต่คนที่คิดหนีก็ไม่ปล่อยไป แต่ระหว่างนั้นชุดของเขาไม่ได้เปื้อนโลหิตแม้แต่น้อยและรีบไปช่วยร่างที่กำลังจะหมดแรง
ชายหนุ่มในชุดขาวโพลน มีอายุประมาณ12-13ปีฟุบอยู่บนพื้นหายใจแรงภายใต้ชุดที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนสามารถมองทะลุเห็นว่าเขามีผิวพรรณผุดผ่องเป็ยองใย
เจียงลั่วอวี้ยังคงยืนอยู่ที่นั่น รอจนชายคนนั้นหายเหนื่อยและลุกยืนขึ้นด้วยความลำบากจากนั้นก็เสยผมดำสนิทที่ปกปิดขึ้นไปจนเปิดเผยให้เห็นหน้าตาที่แท้จริง
