ซินหลานก้มหน้าลงมองคนทั้งสามที่กำลังค้อมกายอยู่ที่เท้า ดูเหมือนว่าใกล้จะอดทนไม่ไหว ดวงตามีประกายไม่พอใจพาดผ่าน “โอ้ ข้าลืมไปเลยว่าพวกเ้ายังไม่ได้ลุกขึ้น ความจริงก็โทษข้าไม่ได้ ในยามปกติองค์หญิงใจกว้างกับเหล่าบ่าวไพร่อย่างพวกเรา นิสัยของข้าก็เปิดเผยตรงไปตรงมา เห็นพี่สาวน้องสาวที่เป็บ่าวเช่นเดียวกันกับข้า ก็อดไม่ได้ที่จะพูดคุยให้มากเสียหน่อย”
สาวใช้ผู้นี้พูดจาจนน้ำท่วมทุ่ง ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าผู้อื่นจะฟังหรือไม่
“ก็ไม่ใช่เพื่ออะไรหรอก เพียงอยากจะบอกพวกเ้าว่าขอเพียงตั้งใจปรนนิบัติรับใช้เ้านาย ก็จะมีสักวันหนึ่งที่มีชีวิตที่ดี แต่ได้ยินมาว่าเสี้ยนจู่นิสัยย่ำแย่อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย พวกเ้าคงต้องทนกันเสียหน่อย รีบยืนขึ้นเถิด”
ทั้งสามคนได้ยินคำพูดนี้จึงรู้สึกราวกับมีเปลวเพลิงสุมอยู่ในอก หากมิใช่เพราะต้องรักษาเกียรติคุณหนูของตน พวกนางคงได้พุ่งเข้าไปอุดปากของผู้ที่เอาแต่พูดจาไร้สาระตรงหน้านั่นให้สิ้นเื่ คนเช่นนี้ช่างไม่รู้มารยาทเอาเสียเลย
ทั้งสามอดกลั้นความโมโหเอาไว้ เพิ่งจะยืดเข่าอันเ็ปของตนเพื่อ้าจะลุกขึ้น บนศีรษะมีเสียงอุทานดังขึ้นมา “อา! ต่างหูมรกตของข้า ต่างหูมรกตของข้าอยู่ที่ใดกัน!”
ใบหน้าของเซี่ยเหอพลันเกิดความสงสัย ทำของหายในเรือนไผ่ไม่ใช่เื่ดีอะไร “พี่สาวทำตกไว้ที่ใดหรือไม่เ้าคะ มิสู้สั่งให้องครักษ์ภายในจวนช่วยกันหาดีหรือไม่”
“เ้าจะไปรู้อะไร ให้องครักษ์ช่วยหาหรือ? หากมีคนถือโอกาสหยิบฉวยไปจะทำอย่างไร? มรกตของต่างหูคู่นี้ทำจากหยกร้อยปีจากเหมี่ยนเตี้ยน(พม่า) เป็ของขวัญที่องค์หญิงประทานให้แก่ข้าในวันเกิด ไม่ต้องพูดถึงความล้ำค่าของมันเลย แค่คุณค่าของมันไม่ใช่อะไรที่สาวใช้อย่างพวกเ้าจะเข้าใจได้!” ซินหลานโมโหใส่เซี่ยเหออย่างบ้าคลั่ง มองซ้ายมองขวาครั้งหนึ่ง ทันใดนั้นจึงชี้ไปที่อวี้เอ๋อร์และชุนเซียงราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “จะต้องเป็พวกเ้าแน่ ก่อนข้าจะมาที่เรือนไผ่ต่างหูของข้ายังใส่อยู่ดีๆ จะต้องเป็พวกเ้าที่ถือโอกาสตอนที่ข้าไม่สนใจขโมยไปเป็แน่ รีบคืนข้ามาเดี๋ยวนี้!”
“พี่สาวอย่าได้กุเื่ขึ้นมาเลยเ้าค่ะ” อวี้เอ๋อร์อดกลั้นความโกรธเคืองในใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ถึงกับใส่ร้ายว่าพวกนางขโมยของเชียว! ชุนเซียงรีบดึงแขนเสื้อของนางเอาไว้ เงยหน้าขึ้นพบว่ามุมปากของซินหลานประดับไปด้วยรอยยิ้มเ็าพลางเดินเข้ามาใกล้ ในใจพลันมั่นใจขึ้นหลายส่วน สาวใช้ขององค์หญิงซีเยว่ผู้นี้ไม่ได้มาดีแน่
“เป็สาวใช้ของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ ทุกคำพูดการกระทำของพวกเ้าเป็ตัวแทนของเสี้ยนจู่ ขโมยของผู้อื่น ในแคว้นอี้จะต้องตัดนิ้ว” ซินหลานมองคนทั้งสามตรงหน้าที่ถูกบีบบังคับจนถอยกลับเข้าเรือนไปอย่างลำพองใจ นางเปลี่ยนหัวข้ออย่างกะทันหัน มองไปยังองครักษ์ที่ตามมาด้านหลัง “เด็กๆ พาพวกนางทั้งสามคนไปพื้นที่ว่างภายในเรือน แล้วปิดเรือนให้ข้า ผู้ใดก็ไม่อนุญาตให้เข้า!”
องครักษ์สิบคนได้รับคำสั่งก็พากันเดินเข้ามาโดยไม่พูดไม่จา กลัดกุญแจเหล็กเอาไว้ด้านนอกไม่ให้ผู้ใดเข้ามาใกล้
“นี่ พวกเ้าทำอย่างนี้ได้อย่างไร!” ชุนเซียงกางแขนทั้งสองออกปกป้องสาวใช้อีกสองคนไว้ด้านหลัง มองไปยังองครักษ์โเี้ดุดันตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
ซินหลานนั่งลงบนเก้าอี้หวายภายในเรือนที่ในยามปกติอวิ๋นซูใช้นั่ง มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสบายอกสบายใจ “หากวันนี้พวกเ้าไม่นำต่างหูของข้าออกมา ก็อย่าคิดว่าจะมีผู้ใดออกไปจากที่นี่ได้ คิดดูให้ดีว่าจะรายงานกับองค์หญิงของข้าอย่างไร!” นางหัวเราะออกมาสองครั้ง ออกคำสั่งแก่องครักษ์ที่อยู่เบื้องหน้าคนทั้งสาม “ ตี! ตีพวกนางอย่าหยุด ตีให้ตาย!”
“เ้ากล้า!” เซี่ยเหอม้วนแขนเสื้อขึ้น จะดีจะร้ายพวกนางสามคนก็มีวรยุทธ์ติดตัว จะยอมถูกตีง่ายๆ ได้อย่างไร
อวี้เอ๋อร์ดึงเซี่ยเหอให้ถอยออกมา พูดเสียงต่ำว่า “นางกล่าวแล้วว่าคำพูดและการกระทำทุกอย่างของพวกเราแสดงถึงหน้าตาของคุณหนู ดูท่าทางพวกเขาล้วนเป็ผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ หากพวกเราสู้กับองครักษ์เหล่านี้จริงๆ พวกเราจะสู้กันได้หรือไม่ยังไม่ต้องพูดถึง พวกเขาจะต้องนำเื่นี้ไปพูดเสียๆ หายๆ เพื่อทำให้คุณหนูของเรามีความผิดเป็แน่”
“แต่ว่าจะมองพวกเขารังแกพวกเราอย่างนี้ได้อย่างไรกัน นางเองก็เป็สาวใช้ พวกเรา...”
ชุนเซียงมององครักษ์ที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ ด้วยสีหน้าเ็า นางเอียงคอส่งสายตาบอกใบ้ไปให้เซี่ยเหอ ให้นางอย่าได้กล่าวอะไร จากนั้นจึงหันกลับไปมองซินหลานที่นั่งอย่างหลงระเริงอยู่ตรงนั้น พูดด้วยน้ำเสียงเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวว่า “พวกเราเป็สาวใช้ของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ ยอมไม่ทำเื่จำพวกขโมยของผู้อื่นเช่นนี้โดยเด็ดขาด”
“หากไม่ใช่พวกเ้าขโมยไปแล้วจะเป็ผู้ใด เห็นพวกเ้าแต่งตัวซอมซ่อเช่นนั้น จะต้องมีจิตใจอิจฉาริษยาอยู่เป็แน่ คอยเอาแต่คิดถึงของล้ำค่าบนร่างกายของข้า เมื่อครู่นี้ข้าเห็นว่าพวกเ้าคุกเข่าอยู่ที่พื้นต่างก็ลอบส่งสายตาให้กัน จะต้องกำลังหารือกันว่าจะนำของที่ขโมยไปไปขายแน่ ต่างหูที่ล้ำค่าถึงเพียงนั้น หากขายออกไปชั่วชีวิตของพวกเ้าก็ใช้ไม่หมด หากว่ายังไม่นำออกมาอีก ข้าจะจับพวกเ้าส่งไปให้องค์หญิงซีเยว่ ดูสิว่าถึงตอนนั้นพวกเ้าจะทำอย่างไร”
หลังจากที่ซินหลานพูดจาเช่นนี้ออกมาด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งขรึม พวกชุนเซียงที่ยืนอยู่ตรงข้ามในที่สุดก็เข้าใจกระจ่างแล้ว เดิมทีสาวใช้ผู้นี้ก็คิดที่จะกลั่นแกล้งกล่าวหาว่าพวกนางขโมยของเช่นนี้แต่แรก พวกนางเป็สาวใช้ของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นชื่อเสียงของเสี้ยนจู่จะต้องเสียหายอย่างแน่นอน
พวกนางไม่รู้ว่าคุณหนูของพวกนางไปล่วงเกินองค์หญิงซีเยว่แห่งแคว้นอี้ได้อย่างไร จนอีกฝ่ายจงใจส่งคนมาหาเื่ แต่ว่าพวกนางจะไม่ยอมให้ชื่อเสียงของคุณหนูต้องถูกทำลายที่นี่โดยเด็ดขาด
ในตอนนี้เองอวี้เอ๋อร์ที่ไม่กล่าวอะไรมาโดยตลอดก็เงยหน้าขึ้น กัดฟันอดกลั้นความอัปยศอดสูเอาไว้ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขอร้องอยู่หลายส่วน “มิสู้เ้าเปิดประตูเรือน ข้าจะให้บ่าวไพร่ภายในเรือนช่วยเ้าหา”
ซินหลานได้ยินก็ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ พลางยิ้มมุมปาก “พวกเ้าคิดว่าเื่มันจะแก้ไขได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ? จะบอกพวกเ้าให้ อย่าแม้แต่จะคิด!” กล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าไป มองไปยังใบหน้างดงามของอวี้เอ๋อร์แล้วกล่าวโดยไม่ให้ต่อรองเลยแม้แต่น้อย “เกิดเื่เช่นนี้ขึ้น ข้าจำเป็ต้องไปรายงานให้องค์หญิงซีเยว่ฟังเสียหน่อย”
กล่าวจบก็ส่งสายตาเป็สัญญาณบอกใบ้ องครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบเข้ามาจับคนทั้งสามเอาไว้ ชุนเซียงพลันรับรู้ได้ว่าพวกเขาคิดจะใช้กำลังตัดสินด้วยตัวเอง จึงหันไปคุ้มครองอีกสองคนให้หนีออกไปก่อน
พริบตานั้นเซี่ยเหอสะดุดลงกับพื้น ถูกองครักษ์ที่พุ่งเข้ามาเป็คนแรกดึงผมเอาไว้ นางเจ็บจนะโร้องออกมา “ที่นี่คือจวนชางหรงโหว พวกเ้าไม่สามารถกระทำการตามใจได้”
องครักษ์ที่จับตัวเซี่ยเหอใช้แรงจิกผมของนางมาข้างหลัง “จวนชางหรงโหวแล้วอย่างไร?” จากนั้นจึงหัวเราะอย่างโเี้ “ฮ่าๆ เ้านายของพวกเราคือองค์หญิงซีเยว่ที่เป็ตัวแทนแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ของแคว้นอี้ ต่อให้เป็ราชวงศ์คนสูงศักดิ์เห็นพระองค์ก็ยังต้องเคารพอยู่สามส่วน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเ้าก็เป็แค่พวกชั้นต่ำไร้ค่าไม่กี่คนเท่านั้น”
กล่าวจบก็ไม่รอให้เซี่ยเหอตอบสนอง ยกฝ่ามือขึ้น “เพียะ!” ตบลงไปบนหน้าอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังขึ้น
“เซี่ยเหอ!” อวี้เอ๋อร์และชุนเซียงที่เพิ่งจะหนีไปได้ไม่กี่ก้าวได้ยินเสียงก็หันกลับมา เห็นเซี่ยเหอถูกตีก็รู้สึกเจ็บใจจนกรีดร้องออกมาพร้อมกัน องครักษ์ที่ไล่ตามมาถึงจับกดลงกับพื้น แล้วจึงตบอย่างไม่ไว้ไมตรีแม้แต่น้อย
เพียงพริบตาเดียว ลมเย็นพัดผ่านในเรือนไผ่ เสียงใบไผ่ปลิวไหวลู่ลมคละเคล้าไปกับเสียงฝ่ามือตบลงบนหน้าของสตรีตลอดจนเสียงกรีดร้องเสียงดังชัดเจนเป็จังหวะ เพียงไม่นานทั้งสามคนก็ถูกฝ่ามือตบจนกระทั่งมีเืไหลออกมาที่มุมปาก องครักษ์สองคนที่จับอวี้เอ๋อร์และชุนเซียงโมโหที่เมื่อครู่นี้พวกนางทั้งสองคนกล้าวิ่งหนี จึงแตะไปที่ท้องหลายครั้ง จนพวกนางขดตัวอย่างเ็ป
เซี่ยเหอเป็ผู้ที่ได้รับาเ็เบาที่สุดในนี้ แต่ทั่วทั้งแก้มก็ถูกตบจนบวมเป่ง สภาพน่าอนาถเป็อย่างยิ่ง ดวงตาที่หรี่ลงด้วยความเ็ปของนางมองไปยังทิศทางของประตูเรือนเป็ระยะ ในตอนนี้สิ่งที่นางคิดถึงไม่ใช่เพียงตนเองเท่านั้น แต่ยังกังวลว่าอวิ๋นซูจะเกิดเื่อะไรขึ้นภายนอกหรือไม่
ไออุ่นของลมยามเที่ยงพัดเข้ามาในเรือนไผ่ ภายในเรือนยุ่งเหยิง มีเสียงกรีดร้องดังผ่านกำแพงมาเป็ระยะ ดังแว่วไปจนถึงองครักษ์เฝ้าประตูของจวนโหวที่แอบฟังอยู่ที่มุมกำแพง เมื่อครู่นี้เมื่อพวกเขานำทางเสร็จก็คิดจะกลับไป แต่ไม่วางใจจึงอยู่สังเกตสถานการณ์ก่อน คิดไม่ถึงว่าสาวใช้ข้างกายขององค์หญิงซีเยว่ผู้นี้จะกระทำชั่วช้า ถึงกับปิดล็อกประตูตบตีพวกพี่สาวอวี้เอ๋อร์ทั้งสามคน
เขามองไปรอบด้านเห็นบริเวณประตูมีองครักษ์ร่างกายกำยำใหญ่โตยืนอยู่สี่คน การจะเปิดประตูเข้าไปช่วยคนเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ และไม่ทราบว่าคู่หูอีกคนหนึ่งได้ไปแจ้งฮูหยินผู้เฒ่าที่เรือนตะวันตกหรือไม่ ช่างเถิด ดูเวลาแล้วคุณหนูหกก็ใกล้จะกลับมาแล้ว เขาไปรอที่ประตูเพื่อรีบพาคุณหนูหกมาช่วยคนก่อนดีกว่า
จนกระทั่งองครักษ์เดินอย่างเร่งรีบไปถึงบริเวณหน้าประตูจวนโหว พ่อบ้านก็รออยู่บริเวณประตูด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “เ้ามาจากเรือนไผ่หรือ สถานการณ์เป็อย่างไรบ้าง”
“พี่สาวอวี้เอ๋อร์ทั้งสามคนถูกตบตีจนย่ำแย่แล้วขอรับ จำเป็ต้องรีบหาวิธีขอรับท่านลุง”
พ่อบ้านชราได้ยินดังนั้นก็เดินไปมาอย่างกระวนกระวาย กระทืบเท้ากัดฟันแล้วกล่าวว่า “จะมีวิธีอะไรได้ ตอนนี้นายท่านไม่อยู่ที่จวน อีกทั้งยังไม่สามารถให้ฮูหยินผู้เฒ่าออกหน้าได้ หากใจนป่วยขึ้นมาเ้ากับข้ามีใครรับผิดชอบไหวหรือ” ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายมีฐานะสูงส่ง เป็ถึงคนขององค์หญิงแห่งแคว้นอวี้
“เช่นนั้นก็ไม่มีวิธีแล้วหรือขอรับ?” องครักษ์จับแขนของท่านลุงอย่างร้อนใจ “พวกพี่สาวอวี้เอ๋อร์เป็ผู้ที่ได้รับความโปรดปรานจากเสี้ยนจู่มากที่สุด หากว่าเกิดเื่อะไรขึ้นมาจริงๆ พวกเราเองก็ไม่รู้จะบอกอย่างไร”
“เฮ้อ” พ่อบ้านชราก้มหน้า ถอนหายใจยาวๆ ออกมาครั้งหนึ่ง “ทำได้เพียงรอเท่านั้นแล้ว”
ในตอนนี้เองรถมาคันหนึ่งที่ประดับประดาอย่างเรียบง่ายค่อยๆ จอดลงที่นอกจวนชางหรงโหว เงาร่างบอบบางในอาภรณ์สีฟ้าดุจสายน้ำลงมาจากรถม้า
องครักษ์บริเวณประตูเห็นผู้มาเยือน ก็ะโออกมาด้วยความยินดี “เสี้ยนจู่!” จากนั้นจึงร้องไห้เล็กน้อยแล้วพุ่งเข้าไป คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของหลิ่วอวิ๋นซูจนเกิดเสียงดัง “เสี้ยนจู่ ท่านรีบไปช่วยพวกพี่สาวอวี้เอ๋อร์เถิดขอรับ”
พ่อบ้านเองก็รีบเข้าไปอย่างกระวนกระวาย ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าร้อนรน “เสี้ยนจู่ เรือนไผ่เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ!”
อวิ๋นซูได้ยินสีหน้าพลันมืดครึ้มลง กวาดตามองไปยังรถม้าหรูหราที่จอดอยู่ด้านข้าง จากนั้นจึงมองไปยังธงอันเป็สัญลักษณ์ของพระราชวังที่อยู่้า ยกชายกระโปรงแล้วรีบเข้าไปอย่างร้อนใจ
ระหว่างทางพ่อบ้านตามหลังอวิ๋นซูมาด้วยอาการหอบเล็กน้อย เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงบรรยากาศอันเย็นะเืสายหนึ่งที่แผ่ออกมาจากร่างของอวิ๋นซู แต่ไหนแต่ไรหย่งจี๋เสี้ยนจู่ก็มีท่าทางเรียบเฉย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ทุกคนต่างเห็นได้ว่า ความสัมพันธ์ของเสี้ยนจู่และสาวใช้ทั้งสามคนนั้นไม่ธรรมดา
ผ่านระเบียงทางเดินสุดท้ายมาแล้วจึงเลี้ยวเข้าไป พบว่าบริเวณไม่ไกลมีเรือนเล็กๆ อันโดดเดี่ยวอยู่เดือนหนึ่ง ประตูสีทึบปิดแน่น ้ามีป้ายที่เขียนอย่างประณีตงดงามว่าเรือนไผ่แขวนอยู่ ลายมืออ่อนช้อย เมื่อมองดูก็รู้ว่าออกมาจากฝีมือของหลิ่วอวิ๋นซู
อวิ๋นซูเพิ่งจะมาถึงประตู องครักษ์สี่นายที่เฝ้าอยู่บริเวณประตูก็ยื่นมือออกมาขวางนางเอาไว้ “คนขององค์หญิงซีเยว่กำลังทำธุระอยู่ คนนอกไม่อนุญาตให้เข้า”
“พูดอะไรกัน นี่คือคุณหนูหกของจวนชางหรงโหวของพวกเรา ฝ่าาแต่งตั้งให้เป็หย่งจี๋เสี้ยนจู่” พ่อบ้านอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
เมื่อครู่นี้ไม่มีเ้านายอยู่พวกเขาจึงไม่กล้ามีปากมีเสียง แต่ตอนนี้เสี้ยนจู่กลับมาแล้ว ต่อให้เป็องค์หญิงซีเยว่แล้วอย่างไร เสี้ยนจู่ของพวกเขาไม่ได้หาเื่ได้ง่ายๆ
อวิ๋นซูในตอนนี้ได้พยายามกดไฟแห่งความโกรธเอาไว้ในใจ นางเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ในเมื่อองค์หญิงซีเยว่ส่งคนมาหาเื่ถึงประตู จะต้องมีการเตรียมพร้อมเป็แน่ ไม่ว่าจะอย่างไร ก็จะต้องระมัดระวังการกระทำไม่ให้ผิดพลาด
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้การช่วยคนเป็เื่เร่งด่วน พวกเซี่ยเหอยังถูกคุมตัวอยู่ในเรือน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของอวิ๋นซูพลันเกิดประกายเย็นะเืพาดผ่าน ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ “เปิดประตู”
องครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูได้ยินก็ไม่ขยับเขยื้อน เมื่อถูกสายตาอันคมกริบของนางกวาดมองมา บริเวณลำคอก็รู้สึกเย็นะเืราวกับถูกคมมีดตัดกระดูกจนต้องสั่นระริก
สายตาของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ผู้นี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
