ณ บริษัทเจาซี
เย่ฝานเอนตัวอยู่บนโซฟาพลางกัดแอปเปิลอย่างเอร็ดอร่อย
“นายว่า เมื่อวานนี้คุณปู่ของนายจะได้เงินเป็ของขวัญไปเท่าไร!” เย่ฝานบ่นพึมพำเบาๆ
“ฉันไม่รู้หรอก!”
“ปู่ของนายจัดงานวันเกิดแค่คืนเดียวก็หาเงินได้มากขนาดนี้! ฉันต้องดิ้นรนแทบตายกว่าจะสะสมทรัพย์สินได้พันล้านหยวน!”
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่ สามารถหาเงินหลักพันล้านได้ในเวลาอันสั้น ยังจะบ่นว่าน้อยอีก ไม่กลัวโดนนินทาลับหลังหรือยังไง!
“ถ้าฉันมีความสามารถเหมือนคุณปู่ของนายบ้างก็ดีสิ” เย่ฝานบ่นพึมพำอย่างเซ็งๆ
“ความสามารถเหมือนคุณปู่ ไม่ใช่ว่าใครจะมีได้ง่ายๆ นะ”
เย่ฝานพูดอย่างเกียจคร้านว่า “คุณปู่ของนายแค่ใช้ชีวิตมานานกว่า ถ้าจะพูดถึงความสามารถแล้ว ฉันเก่งกว่าปู่ของนายเยอะ...”
“ใช่สิ! ใช่สิ! นายเก่งที่สุด เมื่อคืนฉันเห็นใครต่อใครเข้าไปคุยกับนายไม่น้อยเลยนี่!” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ย
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ไม่น้อยเลยแหละ ก็ฉันเนื้อหอมนี่ เลยมีคนเข้ามาหาฉันมากเป็พิเศษ”
“เมื่อวานฉันเห็นนายคุยกับจางซือเลี่ยงอยู่นานสองนาน!” ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“เ้าหมอนั่นไม่รู้ว่าปีนี้ดวงตกหรือเปล่า เลยเจอแต่เื่ซวยๆ อยู่เรื่อย ตอนนี้หยวนอีตายแล้ว ตายอย่างน่าอนาถ ฉันสงสัยอยู่นะว่าเื่ที่หยวนอีทำกับจางซือเลี่ยงน่าจะมีคนบงการอยู่เื้ั” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีถามอย่างสงสัย “มีคนบงการอยู่เื้ั มันเป็ยังไงกันแน่?”
“ก็นายลองคิดดูสิ! บางทีอาจมีคนคนเพาะเลี้ยงกู่เสน่หาขึ้นมาโดยเฉพาะ แล้วนำกู่เสน่หามาขายให้กับเหล่าเมียน้อยสาวสวย เพื่อใช้มันมัดใจพวกผู้ชายมีเงิน จากนั้นก็รับเงินจากเมียน้อยเ่าั้เป็ระยะ แบบนี้เงินทองก็ไหลมาเทมาแล้วไม่ใช่เหรอ?” เย่ฝานกล่าว
“มีคนประเภทนี้ด้วยเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีถามพร้อมวางปากกา
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “เื่นี้ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ว่ามันอาจจะมีจริงๆ ก็ได้นะ! หากมีคนแบบนี้จริงๆ เขาน่าจะทำเงินได้มากมายเลย”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“จางซือเลี่ยงบอกว่าจะแนะนำลูกค้าคนหนึ่งให้ฉันรู้จัก ถ้าธุรกิจครั้งนี้ราบรื่นก็จะมีเงินเข้าบัญชีอีกหนึ่งร้อยล้านหยวน”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะ แล้วเอ่ยว่า “่นี้นายมีงานเข้ามาไม่น้อยเลยนะ!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ! ชื่อเสียงของฉันนับวันจะยิ่งโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ ฉันว่าจะขึ้นราคาค่าจ้างดีไหม!”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะก่อนพูด “ตอนนี้ราคาที่นายเรียกก็ไม่ต่ำเลยนะ ฉันว่านายควรจะยึดคติที่ว่า แม้จะกำไรน้อยแต่มีงานเข้ามาตลอดดีกว่า”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “เอาล่ะ ฉันคิดราคาคนธรรมดาทั่วไปก็แล้วกัน ถ้าจ่ายหนึ่งร้อยล้านหยวนฉันก็จะรับงานทันที”
ไป๋อวิ๋นซี “…” ราคาคนธรรมดาทั่วไป? ค่าจ้างครั้งละหนึ่งร้อยล้านหยวนเรียกว่าราคาคนธรรมดาทั่วไปได้เหรอ?
เย่ฝานดูโทรศัพท์มือถือแวบหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ฉันต้องไปก่อน”
ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความประหลาดใจว่า “นายจะไปไหน!”
“ฉันนัดกับจางซือเลี่ยงเอาไว้ เขาจะพาฉันไปดูศพของหยวนอี จางซือเลี่ยงเอาแต่กังวลว่าตัวเขาจะโดนหนอนกู่เล่นงานอีก” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าพร้อมเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นนายไปเถอะ”
.............................
เย่ฝานลงจากตึกมา ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถของจางซือเลี่ยง จางซือเลี่ยงพาเขาไปยังห้องดับจิต
“คุณชายเย่ เป็ยังไงบ้างครับ?”
“ิญญาสลายไปหมดแล้ว อยากถามก็ไม่รู้จะถามยังไง แต่ดูจากสภาพศพแล้ว เืในร่างของหล่อนคงโดดดูดไปจนหมด หากเสียชีวิตด้วยสาเหตุทางธรรมชาติสภาพศพคงไม่เป็แบบนี้ น่าจะโดนเก็บโดยใครคนหนึ่ง” จากสภาพศพของหยวนอี พอดูก็รู้ว่าโดนดูดเืออกจากร่างทั้งที่ยังเป็ๆ อยู่ ก่อนตายหล่อนคงทรมานแสนสาหัส ทว่านี่ก็เป็กรรมที่หล่อนก่อขึ้นเอง ไม่มีทางหนีพ้นผลของกรรมที่ก่อขึ้นมาได้!
“คนที่อยู่เื้ัเื่นี้ก็ทำเกินไปจริงๆ” จางซือเลี่ยงกล่าวด้วยความไม่พอใจ
ถึงหยวนอีจะชั่วร้าย แต่ถึงอย่างไรหล่อนก็เป็เพียงหมากตัวหนึ่งของคนที่อยู่เื้ั ทั้งน่าสงสารและน่าเศร้าใจ
“ไม่มีมูลหมาคงไม่ขี้ แต่คุณถือเป็กรณีพิเศษ ความสามารถของหมอผีหนอนกู่ จะแสดงออกมาบนตัวของหนอนกู่เอง หมอผีนั่นเป็คนธรรมดาที่มีเืเนื้อ คงจะไม่ได้เก่งกาจมากสักเท่าไร ดังนั้นพวกเขาจะไม่ยอมเปิดเผยตัว สู้ใช้หนอนกู่กับคู่รักแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดีกว่า”
จางซือเลี่ยง “…”
“ถ้าอย่างนั้นคุณชายเย่จะตามหาหมอผีหนอนกู่คนนั้นไหมครับ?”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “เบาะแสน้อยเกินไป คงตามหาได้ไม่ง่ายๆ ถึงแม้จะหาตัวเขาเจอก็ไม่มีประโยชน์และไม่มีความหมายอะไรสำหรับฉัน”
“เื่นี้ก็ไม่แน่นะครับ! หมอผีหนอนกู่คนนั้นน่าจะได้รับเงินที่ได้มาโดยมิชอบจำนวนมาก คุณชายเย่ หาคนคนนั้นเจอ...” จางซือเลี่ยงกล่าว
เย่ฝานพูดออกมาหลังจากตรึกตรองแล้วว่า “อาจเป็การต่อสู้เพื่อแย่งผลประโยชน์กันเอง อ่อ ใช่ พวกมันคงจะได้เงินก้อนใหญ่มาเร็วจริงๆ แต่ยังไงเบาะแสของเื่นี้ก็ยังไม่เพียงพอ ต่อไปถ้ามีโอกาสเราค่อยมาว่ากันใหม่เถอะ ใช่แล้ว เถ้าแก่ธุรกิจเหมืองแร่ที่คุณพูดถึงเขาว่ายังไงบ้าง?”
จางซือเลี่ยงลังเลอยู่สักพัก จึงพูดออกมาอย่างลำบากใจว่า “ทางโน้นบอกว่าราคาสูงไปครับ!”
“เขาไม่มีเงินใช่ไหม?” เย่ฝานถามกลับ
จางซือเลี่ยงส่ายหน้า แล้วพูดว่า “ไม่ใช่ไม่มีเงิน แต่เป็เพราะเ้าหมอนั่นค่อนข้างขี้เหนียวครับ”
จางซือเลี่ยงรู้สึกจนใจ ค่าจ้างของเย่ฝานราคาสูงก็จริง แต่นั่นเป็เพราะว่าเขามีความสามารถจริงๆ! ทั้งๆ ที่ตอนมาพบจางซือเลี่ยงเขามีท่าทางใจใหญ่มือเติบ กล้าได้กล้าเสียแท้ๆ แต่พอแจ้งราคาหนึ่งร้อยล้านหยวนออกไป เขาก็อ้างเหตุผลอย่างอิดออด พูดไปพูดมาพูดเหมือนกับว่าจางซือเลี่ยง้าหักเงินค่านายหน้า แล้วยังบอกอีกว่านักพรตคนอื่นๆ จ่ายแค่หนึ่งล้านหยวนก็น่าจะคลี่คลายปัญหาได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะ ไว้ค่อยว่ากัน ถ้าหวังจะให้ฉันลดราคาให้ละก็ เลิกหวังไปได้เลย” เย่ฝานพูดพลางโบกมือ
จางซือเลี่ยง “…”
...........................
เมื่อเย่ฝานกลับมาถึงคฤหาสน์ เขาก็พบกับไช่เจิ้นจวิ้น
“คนอ่อนหัด! นายจะไปไหนเหรอ!” เย่ฝานโพล่งถาม
“่นี้ฉันกำลังตามจีบดาราสาวคนหนึ่งอยู่ กำลังจะไปเยี่ยมชมกองถ่าย!”
เย่ฝานพูดอย่างเมินเฉย “ตามดารา? นายเป็แฟนคลับดาราด้วยเหรอ? นายโตขนาดนี้แล้ว ทำไมยังทำตัวเป็พวกบ้าดาราอยู่ได้! พวกดารามีอะไรน่าดู พวกเขาไม่ได้มีสามเศียรหกกรสักหน่อย!”
ไช่เจิ้นจวิ้นโบกมือแล้วอธิบายว่า “ฉันไม่เหมือนกับพวกแฟนคลับดารา แฟนคลับพวกนั้นติดตามดาราไปที่ไหน ก็เอาแต่ร้องกรี๊ดกร๊าดเสียงดังไปเรื่อย ฉันตามจีบดาราเพื่อให้หล่อนมาเป็แฟนของฉัน เวลาไปงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ควงดาราสาวไปออกงาน มันจะได้หน้าขนาดไหน!”
เย่ฝานเบะปาก แล้วเอ่ยว่า “นายเพ้อฝันไปหรือเปล่า ดาราพวกนั้นจะสนใจนายได้ยังไง?”
ไช่เจิ้นจวิ้นหัวเราะและพูดอย่างประหม่า “จีบคนเดียวคงจะไม่ค่อยมีหวัง ฉันก็เลยจีบทีเดียวสามสี่คน”
เย่ฝานกะพริบตาแล้วกล่าวว่า “อ่อ ฟังดูแล้วไม่เลวนะ”
“คุณชายเย่จะไปดูด้วยกันไหม ละครที่แฟนคนดังของผมกำลังถ่ายทำมีคุณชายใหญ่ตระกูลไป๋เป็ผู้ลงทุนหลัก ถ้าพวกเราไปตอนนี้ก็อาจโชคดีเจอกับคุณชายใหญ่ก็ได้” ไช่เจิ้นจวิ้นพูด
เย่ฝานเหลือบตามองบน แล้วกล่าวว่า “ฉันชอบคุณชายสาม ไม่ได้ชอบคุณชายใหญ่ ได้เจอกับคุณชายใหญ่ก็ไม่มีอะไรน่าดีใจสักหน่อย”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
“แต่ว่าตอนนี้ฉันก็ว่างอยู่ ไปดูสักหน่อยก็คงดี ได้ยินว่าคนที่เป็ดาราจะมีเสน่ห์กว่าคนทั่วไป นายดูลักษณะของฉันสิว่าจะเป็ดาราได้ไหม!” เย่ฝานถาม
ไช่เจิ้นจวิ้นพูดเยินยอด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ใช่! ใช่! คุณชายเย่ถ้านายสนใจจะเอาดีด้านวงการบันเทิง ก็คงได้รับรางวัลการแสดงกลับมาในไม่ช้าแน่ๆ แล้วนายก็จะกลายเป็เทพบุตรในใจของสาวๆ มากมายเลยล่ะ”
เย่ฝานพูดอย่างดีอกดีใจ “แฟนของนายแสดงบทบาทอะไรในละครเหรอ! ใช่นางเอกไหม?”
ไช่เจิ้นจวิ้นส่ายหน้าแล้วตอบว่า “เปล่า แต่ว่าหล่อนได้บทที่เยี่ยมยอดกว่านางเอกเสียอีก”
“อ่อ เยี่ยมยอดขนาดนั้นเชียว”
“หล่อนแสดงบทสมทบหญิง มาแย่งซีนนางเอกโดยเฉพาะ” ไช่เจิ้นจวิ้นพูดอย่างภูมิใจ
เย่ฝานพยักหน้าพลางถาม “อ่อ งั้นไม่เลวเลย ฉันเพิ่งจะซื้อรถใหม่ นายจะนั่งรถฉันไปไหม!”
“ได้สิ!” เมื่อไช่เจิ้นจวิ้นได้ยินว่าเย่ฝานซื้อรถ ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
“ลูกพี่เย่ คันนี้คือรถของนายเหรอ!” ไช่เจิ้นจวิ้นเอ่ยถาม
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! รีบขึ้นรถมาสิ”
ไช่เจิ้นจวิ้นขมวดคิ้วพร้อมคิดในใจว่า เย่ฝานเ้าหมอนี่ได้เงินจากพวกเขาสองพี่น้องไปกว่าสามร้อยล้านแท้ๆ แต่กลับยังตระหนี่ขนาดนี้ ซื้อรถทั้งทีก็ซื้อรถกระจอกคันเล็กๆ แล้วยังมาอวดร่ำอวดรวย ถ้ารู้แต่แรกเขาจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงซื้อรถคันนี้
..................................
ไช่เจิ้นจวิ้นโดยสารรถของเย่ฝานไปถึงสถานที่ถ่ายทำละคร คนสมัยนี้ช่างประจบสอพลอเป็ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในวงการบันเทิง แต่ผู้คนที่อยู่ในสถานที่นั้นมองเห็นเย่ฝานขับรถมินิคูเปอร์ กลับไม่สนใจเขาแม้แต่นิด
ไช่เจิ้นจวิ้นเดินเข้าไปหาลู่อิ๋งที่กำลังอ่านบทละครอยู่ด้วยหน้าตาเบิกบาน
“เธอมาแล้วเหรอ!” เมื่อลู่อิ๋งเห็นไช่เจิ้นจวิ้นมาถึงก็ดีใจเป็อย่างมาก ลู่อิ๋งเพิ่งคบหากับไช่เจิ้นจวิ้น เป็่กำลังหวาน จึงดูเหมือนรักใคร่กันมาก
“กำลังอ่านบทละครเหรอ จะถ่ายเมื่อไรล่ะ!” ไช่เจิ้นจวิ้นถามพลางเดินเข้าไปข้างกายของลู่อิ๋ง
ลู่อิ๋งขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “ความจริงก็ถึงเวลาถ่ายทำแล้ว แต่หน้าของนางเอกเบอร์หนึ่งเครื่องสำอางซีดไป ก็เลยต้องแต่งเพิ่ม ทุกคนก็กำลังรอหล่อนอยู่”
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าแล้วพูดว่า “เป็อย่างนี้นี่เอง!”
ไช่เจิ้นจวิ้นอยู่รอเป็เพื่อนลู่อิ๋งสักพักใหญ่ นางเอกก็ยังไม่ออกมา
“เติมเครื่องสำอางเพิ่มแค่นี้ ต้องเข้าไปในห้องแต่งตัวด้วยเหรอ ตบแป้งเพิ่มไปเลยก็น่าจะได้ รอตั้งนานแล้วยังไม่ออกอีก หรือว่าห้องแต่งตัวจะไม่ได้มีแค่ช่างแต่งตัว แต่กลายเป็สถานที่ทำอย่างว่าไปแล้ว แต่ถึงจะไปทำเื่อย่างว่าก็น่าจะออกมาได้แล้วนะ!”
ลู่อิ๋งมองไช่เจิ้นจวิ้นแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “อย่าเดาไปเรื่อยเลย แฟนหนุ่มของเขาอยู่ที่นี่นะ” ลู่อิ๋งยื่นคางชี้ไปทางที่ซ่งเฉิงปิน
ไช่เจิ้นจวิ้นพูดอย่างคาดไม่ถึงว่า “เป็เขาเหรอ”
ไช่เจิ้นจวิ้นขมวดคิ้ว ซ่งเฉิงปิน หมอนี้เ้าชู้มาก เขาชอบยุ่งกับดาราในวงการบันเทิงมากที่สุด แต่ละปีเขาใช้เงินอย่างกับเบี้ย เมื่อก่อนเขายังติดหนี้คนอื่นไปทั่ว ทำให้พี่ชายของเขาต้องตามเก็บกวาดให้เขา ่นี้บ้านตระกูลซ่งเหมือนจะมีสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก แต่ซ่งเฉิงปินเ้าหมอนั่นกลับยังทำตัวสุรุ่ยสุร่ายเหมือนเดิม!
ไช่เจิ้นจวิ้นอยู่รอเป็เพื่อนลู่อิ๋งสักพัก เหลียงซินจึงออกมา
เหลียงซินรูปร่างหน้าตางดงามมากจนไช่เจิ้นจวิ้นอดตกตะลึงไม่ได้ ลู่อิ๋งมองเห็นสีหน้าของไช่เจิ้นจวิ้น หล่อนพลันหัวเราะแล้วถามว่า “พี่เหลียงซินสวยมากใช่ไหม?”
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่ แต่ถึงหล่อนจะสวยแค่ไหน ฉันก็ชอบเธอมากกว่าอยู่ดี” ไช่เจิ้นจวิ้นรู้สึกว่าเหลียงซินดูผิดปกติ
ลู่อิ๋งหัวเราะแต่ไม่ได้พูดอะไร ดารามากมายในวงการบันเทิงพอแต่งหน้าแล้วรูปงามดั่งนางฟ้า แต่ก่อนแต่งหน้านั้นกลับดูไม่ได้เลย
ลู่อิ๋งรู้สึกว่ารูปร่างหน้าตาของเหลียงซินประหลาดอยู่ไม่น้อย บางครั้งรูปโฉมงดงามเหมือนนางฟ้า แต่บางครั้งก็แลดูธรรมดาพื้นๆ แต่ว่าทุกครั้งที่เหลียงซินออกมาจากห้องแต่งตัว จะดูสวยงามเปล่งปลั่งเป็พิเศษ
......................................
ไช่เจิ้นจวิ้นไปซื้อเครื่องดื่มให้กับลู่อิ๋ง เหลียงซินจึงเดินเข้ามาใกล้ลู่อิ๋ง
“คนเมื่อกี้คือแฟนหนุ่มของเธอเหรอ” เหลียงซินถามลู่อิ๋ง
ลู่อิ๋งพยักหน้าแล้วตอบว่า “ก็ใช่น่ะสิ!”
“แฟนของเธอทำไมถึงขับรถมินิคูเปอร์ รถนั้นแคบจะตาย คงนั่งเบียดน่าดู!” ในวงการบันเทิงแข่งขันกันดุเดือดมาก มีดาราสาวมากมายที่รู้หน้าไม่รู้ใจ ในละครเหลียงซินและลู่อิ๋งแสดงเป็พี่น้องคู่หนึ่งที่มีความแค้นต่อกัน ส่วนความสัมพันธ์นอกบทละครของทั้งคู่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก
ลู่อิ๋งยิ้มแล้วพูดว่า “แล้วมันไม่ใช่รถเหมือนกันเหรอ? ขอแค่ขับได้ก็พอแล้วนี่” ลู่อิ๋งรู้สึกประหลาดใจ ปกติไช่เจิ้นจวิ้นชอบขับรถสปอร์ต แต่ได้ยินว่า่ก่อนที่เกิดเื่ขึ้นกับไช่ไซว้ เขาจึงต้องขายรถไป
