ในลานจอดรถของโรงพยาบาล เจี่ยงจาวตี้เรียกเฉินตงกลับมาชั่วคราว พฤติกรรมของเฉินตงก็ไม่ควรประเมินต่ำเกินไป ในฐานะที่เคยพบกับอาชญากรหนึ่งในสองคนนั้น จึงยังคงต้องฟังความเห็นของเขา
“ทุกคนพูดมาเถอะ สองคนนี้ใครน่าสงสัยมากกว่า?”
เจี่ยงจาวตี้กุมหัว พูดตามตรง เธอคิดว่าคดีนี้เหมือนกับผ้าแพรชั้นหนึ่ง แค่แทงก็ทะลุ แต่กลับมองเห็นได้ไม่ชัดเจน
“พูดถึงตัวตลกหานซ่านเฉิงนี่ก่อน ทุกคนมีความเห็นว่ายังไง?” เจี่ยงจาวตี้เริ่มหัวข้อ
“ฉันคิดว่า ความน่าสงสัยของเขามากกว่าเล็กน้อย แพทย์ผู้รับผิดชอบพูด ว่าาแของเขาไม่ตรงกับรอยเขี้ยวของสัตว์จำพวกแมวซะทีเดียว มีความเป็ไปได้ที่จะเสแสร้ง ยิ่งกว่านั้น ตัวตลกคนหนึ่งทำให้พวกเรารู้สึก ว่าเหมือนจะขี้อายไปรึเปล่า?”
จ้าวอี้เริ่มพูดความเห็นของตน เขาวิเคราะห์จากรอยแผลและนิสัย
“ไม่ผิด พวกเราแค่เข้าไปเขาก็ก้มหน้า ไม่กล้าสบตาพวกเรา ถ้าเขาเป็ฆาตกร สามารถใช้โอกาสนี้ในการจัดการกับสภาพจิตใจของตนเองได้อย่างสิ้นเชิง” เซี่ยตันพยักหน้า แสดงออกว่าเห็นด้วย
“ฉันตั้งใจดูแล้ว สภาพร่างกายของเขาดีมาก อีกทั้งตัวตลกคนหนึ่ง ถ้าฝึกฝนเพิ่มอีกหน่อย ฝีมือต้องไม่เลวแน่ สามารถทำสิ่งที่คนทั่วไปไ่สามารถทำได้ ความยืดหยุ่นของร่างกายเขาน่าจะดีมาก ความเป็ไปได้ที่เขาเป็ฆาตกรมีอยู่มาก” เฉินตงแสดงแนวโน้มไปในจุดนี้
เจี่ยงจาวตี้ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง จึงถาม “งั้นพวกนายคิดดูรึยัง ว่ากล้องวงจรปิดที่ตำรวจทางใต้ให้พวกเรา และยังการพบเจอของพวกนายกับฆาตกรเมื่อวาน การแต่งตัวของอีกฝ่ายเป็คนสองคนอย่างสิ้นเชิง การปลอมตัวเช่นนี้ ถ้าไม่มีมาตรฐานพอสมควรก็ง่ายมากที่จะทำให้คนมองออก ตัวตลกคนนี้สามารถทำได้ในจุดนี้รึเปล่า? ยังมีการสังเกตที่เฉียบแหลมของหานเป่า ตอนพวกเราเข้าไปครั้งแรกเห็นได้ชัดว่าสวมผ้าปิดปาก เขากลับสามารถยืนกระต่ายขาเดียว ไม่รู้ว่านี่เป็เพราะสัญชาตญาณของช่างแต่งหน้า หรือเพราะอย่างอื่น”
ถูกต้อง ถ้าดูจากการปลอมตัว เหมือนกับความน่าสงสัยของช่างแต่งหน้าจะมากกว่า เพราะ ความสามารถเช่นเขา อีกทั้ง การสังเกตเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนทั่วไปจะสามารถมีได้
“นอกจากนั้น ฉันคิดว่าคนที่สามารถแสดงเป็บทตัวตลกเช่นนี้ได้ ปกติแล้วจิตใจต่างน่าจะแข็งแรงมาก เขาให้ความสุขแก่คนอื่น ในใจก็น่าจะมีความสุขมากเช่นกัน เซี่ยตัน เธอว่าไง?”
เจี่ยงจาวตี้ใช้สายตาถามไปที่เซี่ยตัน คนในที่นี้ เซี่ยตันเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจในอาชญาวิทยา
เซี่ยตันพยักหน้า “ไม่ผิด ภายใต้สถานการณ์ปกติ จิตใจของคนหนึ่งน่าจะเป็เช่นนี้ จากมุมมองด้านจิตวิทยา จิตใจของช่างแต่งหน้าหานเป่าไม่แข็งแรง ค่อนข้างบิดเบี้ยว ไม่เพียงแค่กลัวความสกปรก เขายังดูเหมือนมีความรู้สึกต่อต้านผู้ชายอย่างลึกซึ้ง จากการศึกษาด้านจิตใจของอาชญากร เป็ไปได้มากที่จะเกิดความชื่นชมผู้หญิงเป็พิเศษ การแสดงออกมา อาจมีความชอบลักษณะพิเศษของเพศหญิงอย่างผิดปกติ...”
คำพูดของเซี่ยตันแม้ว่าจะดูมากมาย แต่ลอดผ่านหูของทุกคน กลับค่อนข้างทำให้คนขนพองสยองเกล้า อะไรที่เรียกว่าชื่นชมลักษณะพิเศษของผู้หญิงอย่างผิดปกติ การกระทำของฆาตกรก็เป็เช่นนั้นนี่?
ดูเหมือน ข้อสงสัยของช่างแต่งหน้าหานเป่า ในตอนนี้อยู่ในจุดที่สูงกว่า
“หรือพูดได้ว่า สองคนนี้ต่างมีข้อสงสัย?”
เจี่ยงจาวตี้สรุปคำพูดของพวกเขา
“ใช่ ดูจากบันทึกอาชญากรรมเมื่อก่อนของฆาตกร อีกฝ่ายเป็ไปได้มากที่จะก่อคดีอีก เพราะว่า จิตใจของคนนี้แตกต่างจากคนทั่วไป มีความบิดเบี้ยว”
“วิธีที่ดีที่สุดของพวกเราคือรอฆาตกรก่อคดีอีกครั้ง? นี่...ไม่ได้ ยังไงฆาตกรลงมืออีกครั้ง เป็ได้ได้มากว่าจะเสียชีวิตคนคนหนึ่งไปอีก พวกเราไม่สามารถเผชิญความเสี่ยงนี้ได้” เจี่ยงจาวตี้ใจเต้นแรง แต่เธอก็ข่มความรู้สึกไว้
“เอ๊ะ? คนพวกนั้นทำไมดูคุ้นหน้า?”
เฉินตงที่ค่อนข้างใจลอยมองไปนอกหน้าต่างรถ ทันใดนั้นก็เห็นคนไม่กี่คนกำลังเดินเข้ามาจากด้านนอก
“เป็หัวหน้าคณะละครสัตว์”
ความทรงจำของจ้าวอี้ดีมาก พริบตาก็นึกออกว่าคนที่อยู่ด้านหน้าสุดคือใคร
“พาเขามา ตรวจสอบสถานการณ์ของเขาสองคนหน่อย”
เจี่ยงจาวตี้ออกคำสั่ง
คนอื่นของคณะละครสัตว์ไม่ใช่ไม่มีข้อสงสัย แต่ จากตอนนี้ ความสงสัยของสองคนนี้มากที่สุด
หัวหน้าคณะถูกพามาอย่างรวดเร็ว มองเห็นคนไม่กี่คนในรถปฏิบัติการ ในใจจึงค่อนข้างประหลาดใจ แต่บนหน้ากลับมีรอยยิ้ม
“ตำรวจทุกท่านยังไม่ไปพักเหรอ? มีอะไรที่ช่วยคุณได้ไหม? ไม่งั้นพวกเราไปหาของว่างทานกัน?” เขาเปลี่ยนวิธีเป็ตีสนิท
“คุณไม่ต้องกังวล มีคำถามไม่กี่คำอยากถามหัวหน้าคณะ สำหรับหานซ่านเฉิงและหานเป่า คุณเข้าใจพวกเขามากไหม?” เจี่ยงจาวตี้เข้าประเด็น
“นี่เหรอ สมาชิกของผม ผมย่อมเข้าใจดี”
หัวหน้าคณะพยักหน้า ไม่มีความลังเลใดๆ จัดระเบียบคำพูดเล็กน้อย จึงพูดต่อ “เสี่ยวหานน่ะ เป็ผมที่เลี้ยงดูมา เขาเป็เด็กกำพร้า ผมรับเขามาเลี้ยงตอนเด็กมาก...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หัวหน้าคณะก็ค่อนข้างไม่เป็ธรรมชาติ เมื่อดูว่าทุกคนไม่ตอบสนองอะไร จึงพูดต่อ “ั้แ่เด็กเขาก็ตระเวนไปทั่วกับผม นับว่าเป็การฝึกความสามารถ”
“คุณบอกว่ารับมาเลี้ยง เกรงว่าจุดประสงค์ในตอนแรกน่าจะไม่บริสุทธิ์?”
เซี่ยตันอดไม่ได้ที่จะแทรกขึ้น
“คุณพูดอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ผมให้อาหารเต็มอิ่มกับเขาเหรอ? ให้เขาเติบโตอย่างสงบสุข จุดนี้ไม่ผิดนี่?” หัวหน้าคณะปฏิเสธในทันที
“คำถามนี้ทิ้งไว้ก่อน นิสัยของเขาล่ะ? ปกติแล้วความสัมพันธ์กับคนในคณะเป็ยังไง?”
“นิสัยค่อนข้างขี้อาย ั้แ่เด็กก็ไม่ค่อยชอบพูด ผมเพื่อให้เขาได้พูดเยอะขึ้น ก็ต้องเสียแรงไปมาก คุณก็รู้ ในงานอย่างพวกเรา จำเป็ต้องพูดจาคล่องแคล่ว ไม่งั้นใครจะให้ข้าวกิน? ดีที่ตอนเขาขึ้นเวทีแสดงออกมาได้ไม่เลว ไม่กี่ปีนี้ทำให้ผมไม่เสียแรง นับว่าเป็ตัวตลกที่ไม่เลว”
“สำหรับความสัมพันธ์กับคนอื่น ผมยังไม่เคยได้ยินว่าใครพูดถึงเขาไม่ดี ยังไงคณะของเรา เวลาในการพูดคุยต่างไม่น้อย เหมือนเป็คนบ้านเดียวกัน มีอะไรที่ไม่ชอบ ก็ต่างรู้อารมณ์ของกันและกันดี ขอโทษเล็กน้อยก็ผ่านไปแล้ว”
หัวหน้าคณะยิ้มตาหยี ราวกับพอใจในจุดนี้มาก
“งั้นพูดถึงช่างแต่งหน้าหานเป่า”
ดูแล้วตัวตลกหานซ่านเฉิงเป็นิสัยสองบุคลิกจริงๆ นี่เป็เื่ปกติ อย่างน้อยนิสัยที่แสดงออกมาต่อหน้าพวกเขาก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
“ช่างแต่งหน้าคนนี้ค่อนข้างไม่เลว ฝีมือถือเป็อันดับหนึ่ง นอกจากค่อนข้างสำอาง นี่ก็เป็เื่เข้าใจได้ ยังไงพูดถึงเื่นี้ ก็เข้าใจได้ๆ” หัวหน้าคณะดูเหมือนมีความประทับใจที่ไม่เลวต่อหานเป่า ดูไม่มีท่าทีรังเกียจ
“อ้อ? พวกคุณรับอารมณ์เขาได้เหรอ?”
เฉินตงใช้น้ำเสียงประหลาดใจพูดคำถามนี้
“ฮาๆ...”
หัวหน้าคณะค่อนข้างเคอะเขินทันที “พอได้ๆ นอกจากกลัวสกปรก รักสะอาดสักหน่อยก็ไม่ใช่เื่แย่อะไร ตอนแรกก็ไม่ค่อยชิน แต่ภายหลัง จึงมองเขาเป็ผู้หญิงคนหนึ่ง อย่างนั้นก็สบายตาขึ้นมาก สาวน้อยคนหนึ่งงามหยาดเยิ้มก็เป็เื่ปกตินี่? เขาอุทิศตนให้กับงาน อยู่กับพวกเรามาสามปีแล้ว ด้านการแต่งหน้า ยังไม่เคยปรากฏความผิดพลาดอะไร”
จ้าวอี้จะอาเจียนอยู่ในใจอย่างอดไม่อยู่ หัวหน้าคณะนี่ใจกว้างจริงๆ ชายตัวใหญ่โตขนาดนี้ ยังสามารถมองเขาเป็สาวน้อยได้ เขาไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ
“เสี่ยวเหม่ย ในคณะของพวกคุณมีคนชื่อเสี่ยวเหม่ยไหม?”
“มี สาวน้อยคนนี้เป็อะไรเหรอ?”
หัวหน้าคณะมองและถามเจี่ยงจาวตี้กลับด้วยความสงสัย
“ความสัมพันธ์ของเธอและหานเป่าดูไม่เลว?”
“ใช่ พวกเขามักจะพูดคุยเื่เครื่องสำอางอะไรด้วยกัน หานเป่าในด้านนี้ มีสายตากว้างไกลจริงๆ ใช้คำพูดของวัยรุ่นอย่างพวกคุณเรียกความสัมพันธ์ของพวกเขาว่าอะไร เพื่อนซี้ ใช่แล้ว เป็เพื่อนซี้”
โอเค เื่ไร้เหตุผลของเพื่อนซี้ชายเช่นนี้ถูกทนยอมรับไปโดยคนไม่กี่คน
“ครั้งนี้คุณมาโรงพยาบาลเพราะ?”
“แน่นอนว่ามาดูผู้ป่วยสองคน การแสดงเมื่อครู่เพิ่งจบผมก็มาแล้ว เฮ้อ มาแสดงเมือง J ได้เงินอย่างเดียวจะไม่ว่า ยังต้องมาชดเชยเงินอีก หานซ่านเฉิงยังดี ยังไงผมก็เลี้ยงมาั้แ่เด็ก เหมือนกับลูกของผม แต่หานเป่าผมก็ต้องชดเชยให้เขา...” พูดถึงตรงนี้ หัวหน้าคณะก็ดูเหมือนรู้สึกผิดอยู่เต็มอก
“โอเค คุณไปทำธุระก่อนเถอะ”
เจี่ยงจาวตี้รีบส่งหัวหน้าคณะ เธอไม่อยากฟังเื่ร้องทุกข์ของหัวหน้าคณะ เื่ร้องทุกข์นี้มีไม่จบสิ้น ใครจะไปรับได้
“พวกเธอคิดยังไงกับสถานการณ์เหล่านี้ที่หัวหน้าคณะพูด”
“ดูเหมือนไม่มีปัญหา ปกติมาก”
เซี่ยตันคิดดู แล้วให้คำตอบเช่นนี้
“หัวหน้าคณะนี่ น่าจะเป็นักธุรกิจที่ชาญฉลาดคนหนึ่ง คำพูดของเขาไม่สามารถเชื่อได้ทั้งหมด และก้ไม่สามารถจับผิดมากไป เพราะเขารู้สถานะของพวกเรา น่าจะไม่มีปัญหาอะไรมาก แน่นอน สถานการณ์เหล่านี้ เขาไม่อาจพูดได้ เช่นทำไมถึงรับหานซ่านเฉิงมาเลี้ยง”
เฉินตงฟัง แล้วรีบพูดทันที “นี่ไม่ต้องบอกหรอก ต้องเป็เพราะเลี้ยงเด็กไม่ต้องเสียเงิน แล้วยังสามารถให้เขาได้เงิน ธุรกิจนี้คำนวนแล้วคุ้มค่า ไม่แน่ เขาอาจซื้อหานซ่านเฉิงนี่จากมือของพวกค้ามนุษย์ก็ได้”
“ปัญหานี้ค้นหาดูสักหน่อย ดูจากตอนนี้ พวกเราทำได้เพียงจับตามองสองคนนี้อย่างใกล้ชิด”
เจี่ยงจาวตี้ไม่มีวิธีที่อื่นอะไร ไม่สามารถบอกได้ว่าให้พาผู้าเ็สองคนนี้กลับไปที่ทำการ ตอนนี้ไม่ใช่สังคมยุคเก่า ยอมฆ่าผิดเป็พัน ดีกว่าปล่อยคนคนเดียว ถ้าพูดเช่นนี้ ก็ง่ายมาก แต่วิธีตอนนี้ คือให้ความสำคัญกับหลักฐาน
“ตกลง คืนนี้ฉันจะไม่กระพริบตา แม้ว่าแมลงวันตัวเดียวบินออกไปจากห้องผู้ป่วย ฉันก็จะจำแนกพ่อแม่มัน” เฉินตงพูดล้อเล่น แสดงถึงทัศนคติของตน
“ฉันไปดูช่างแต่งหน้าหานเป่าแล้วกัน ฉันและเฉินตงจะเป็ผู้นำกลุ่มคอยจำตามองทางนี้ พวกเธอคอยเตรียมการสนับสนุนอยู่บนรถปฏิบัติการ” คำแนะนำของจ้าวอี้ได้รับการตกลงจากทุกคน
เพื่อไม่ให้ทั้งสองคนแหวกหญ้าให้งูตื่น ยังไปที่แพทย์ผู้รับผิดชอบที่นั่นเพื่อเปลี่ยนชุดกาวน์ สวมผ้าปิดปาก สถานที่ที่พวกเขาเลือกคือเคาน์เตอร์พยาบาล
ตำแหน่งของเคาน์เตอร์พยาบาลดีมาก สามารถมองเห็นห้องผู้ป่วยแต่ละห้องได้ มุมมองกว้างขวาง
พยาบาลเวรดึกยังคงยุ่งอยู่ ตอนกลางคืนก็มีผู้ป่วยที่จำเป็ต้องฉีดยาเช่นกัน พยาบาลย่อมไม่สามารถพักได้
หัวหน้าคณะน่าจะอยู่ในโรงพยาบาลมาหนึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงจากไป และไม่ได้จัดเตรียมคนมาเฝ้ายามตัวตลกหานซ่านเฉิง
สถานการณ์ครึ่งแรกของคืนปกติดี สองด้านต่างไม่มีความเคลื่อนไหว
เวลาค่อยๆผ่านไป ทันใดนั้น ประตูห้องผู้ป่วยของหานเป่าก็เปิดออก
ช่างแต่งหน้าหานเป่าสวมชุดผู้ป่วยเดินหาวออกมาจากห้องผู้ป่วย ม่านตาจ้าวอี้หดเล็ก เป็เขาจริงๆ เตรียมการจะลงมือรึเปล่า?
จ้าวอี้ก้มหัวของตนเองลง ใช้หางตามองทุกการกระทำของหานเป่า เขาจำเป็ต้องระวัง การสังเกตการณ์ของคนคนนี้ค่อนข้างเฉียบแหลม สวมผ้าปิดปากแล้วก็ยังไม่ปลอดภัย ก่อนหน้านี้ไม่ได้ เขาได้พิสูจน์จุดนี้แล้ว เขาจำการปลอมตัวของเจี่ยงจาวตี้และเซี่ยตันได้
เดินทอดน่อง หานเป่าเดินไปทางห้องน้ำรวม
จ้าวอี้รีบตามไปด้านหลังเขา หานเป่าเหมือนมีสัญญาณว่าจะหันหน้ากลับมา จ้าวอี้จึงหันหลังกลับทันที แสร้งทำท่าทางว่าจะเปลี่ยนยาให้ผู้ป่วย
“ใจร้ายจริงๆ ห้องน้ำที่นี่สกปรกไปแล้ว ช่วยไม่ได้ ทนเอาแล้วกัน” หานเป่ากระซิบกระซาบ เดินเข้าไปในห้องน้ำ
จ้าวอี้เดินไปที่ประตูห้องน้ำทันที แง้มรอยแยกออก แล้วมองไปด้านใน
ประตูห้องส้วมส่งเสี่ยงดังครั้งหนึ่ง ตรงหน้ากระโถนปัสสาวะ มองไม่เห็นเงาของหานเป่า
จ้าวอี้เคอะเขินเล็กน้อย ดูท่า ทำได้เพียงรอเขาอยู่ด้านนอก คงไม่อาจจ้องห้องส้วมเขาได้หรอก?
ภาพแบบนั้นมันงดงามเกินไป
