เมื่อผู้คนออกห่างจากทะเลสาบกระชากิญญา มวลหมอกเหนือทะเลสาบก็ค่อยๆ จางไป
จิตใจของจอร์จฮึกเหิมขึ้นอีกครั้ง “อ่อ ทะเลสาบนั่นน่าอัศจรรย์จริงๆ มันลี้ลับเหมือนที่ตำนานกล่าวขานเลย เป็สถานที่ที่น่ามหัศจรรย์มาก”
ไป๋อวิ๋นซีดูจอร์จแวบหนึ่ง ยิ้มอย่างเยือกเย็นแล้วกล่าวว่า “ทะเลสาบนั่นอันตรายมากเลยนะ”
จอร์จตอบกลับไปอย่างไม่เห็นด้วย “ก็ไม่เท่าไรนี่ครับ เมื่อครู่เราอาจจะบังเอิญเจอกับสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้วก็ได้ น่าเสียดาย เมื่อกี้ผมตื่นเต้นไปหน่อย ก็เลยลืมถ่ายรูปเอาไว้...”
ไป๋อวิ๋นซี “…” นิสัยชอบถ่ายรูปเซลฟี่ ไม่มีแบ่งแยกพรมแดนจริงๆ!
“ถ้าเมื่อกี้ผมถ่ายรูปไว้ทันละก็ เหล่าเพื่อนพ้องต้องชื่นชมผมแน่ๆ” จอร์จพูดอย่างเบิกบานใจ
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “ใช่ พวกเขาคงกดไลค์ให้คุณแน่นอน”
จอร์จมองเย่ฝานเหมือนได้เจอเพื่อนรู้ใจ “ถ้าอย่างนั้น พวกเรากลับไปที่นั่นอีกครั้งดีไหมครับ!”
ไป๋อวิ๋นซี “…” จอร์จเ้าหมอนี่ ช่างลืมเหตุการณ์น่าอกสั่นขวัญแขวนเมื่อสักครู่ได้ง่ายเสียจริง
“คุณจอร์จ ในทะเลสาบนั่นมีผีพรายนะครับ คุณอย่าเข้าไปใกล้จะดีกว่า” ผู้ใหญ่บ้านเตือนด้วยความกังวล
ไป๋อวิ๋นซีรู้สึกว่า ผู้ใหญ่บ้านมีน้ำใจต่อจอร์จมากเป็พิเศษ แต่เหมือนกับกำลังปิดบังบางอย่าง
“ผีพราย? ในโลกใบนี้ไม่มีผีสักหน่อย ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต้องอธิบายด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้แน่นอน บางทีเราอาจจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศมาวิจัยก็ได้นะครับ” จอร์จพูดจาฉะฉาน
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน แล้วคิดในใจว่า เ้าหมอนี่ เมื่อครู่ยังใจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่เลย ตอนนี้กลับวางท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
………………………………………………………………………………..…
ไป๋อวิ๋นซีและเย่ฝานนั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่ในห้อง
“เื่ทะเลสาบกระชากิญญา นายคิดเห็นยังไง!”
เย่ฝานกำลังจะเปิดปากพูด เสียงเคาะประตูระลอกหนึ่งก็ดังขึ้น
ไป๋อวิ๋นซีเปิดประตู เห็นเฉินหรานยืนอยู่ด้านนอก
“คุณไป๋ คุณเย่ ต้องขออภัยด้วยที่มารบกวนเวลาดึกขนาดนี้” เฉินหรานพูดขออภัย
“คุณเฉินมาพบพวกเราดึกขนาดนี้ มีเื่สำคัญหรือครับ!”
เฉินหรานพยักหน้า แล้วพูดว่า “มีอยู่เื่หนึ่งครับ หลังจากที่จอร์จมาถึงประเทศของเรา ก็พยายามหาโอกาสลงทุนทำธุรกิจ หลายวันก่อนนายกเทศมนตรีที่เป็ผู้ดูแลหมู่บ้านฮว๋ายรู้ว่าจอร์จมีความคิดจะลงทุนธุรกิจ และรู้ว่าจอร์จชื่นชอบเื่ลี้ลับเหนือธรรมชาติ ก็เลยแนะนำหมู่บ้านนี้ให้เขา”
ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจ ส่งเสริมการลงทุนงั้นเหรอ? นายกเทศมนตรีออกหน้าถึงขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าที่มาที่ไปของจอร์จคนนี้น่าจะไม่ธรรมดา!
“หมู่บ้านนี้ประหลาดมาก มีคนที่ออกจากหมู่บ้านไปทำงานข้างนอกไม่น้อย แต่ว่าคนที่ประสบความสำเร็จกลับมีไม่มาก คนที่ออกจากที่นี่ไปน้อยคนที่จะมีจุดจบที่ดี บางคนเกิดอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างจนขาขาด บางคนก็ติดการพนันต้องใช้หนี้จนหมดตัว
“ตอนนี้ในหมู่บ้านมีครอบครัวผู้ยากไร้จำนวนมาก ฉันเห็นว่าที่นี่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม คุณชายไป๋ว่า… สถานที่นี้ควรค่าแก่การลงทุนไหมครับ?”
ไป๋อวิ๋นซีพิจารณาสักครู่ แล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ “คุณเฉิน ทำไมถึงคิดจะมาขอคำปรึกษาจากผมครับ?”
“พอผมเห็นคุณไป๋ ก็รู้สึกว่าคุณไม่ใช่คนธรรมดา” เฉินหรานกล่าว
“ผมเองก็ดูออกว่าคุณจอร์จไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกัน”
เฉินหรานยิ้มเจื่อนๆ แล้วกล่าวว่า “ภูมิหลังของจอร์จนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว แต่หลังจากที่เขาจดทะเบียนสมรสกับผม ก็ถูกพ่อไล่ออกจากบ้านแล้วครับ”
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ แล้วเอ่ยด้วยความเห็นใจ “ถูกไล่ออกจากบ้าน พ่อของเขาไม่มีหัวก้าวหน้าเอาซะเลย ผมได้ยินว่าพ่อแม่ในต่างประเทศค่อนข้างเปิดกว้างในเื่นี้มากกว่าไม่ใช่เหรอ? ผมและอวิ๋นซีอยู่ด้วยกัน พวกเราล้วนได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายนะครับ”
เฉินหราน “…”
ไป๋อวิ๋นซีครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วพูดอย่างอ้อมค้อม “ไม่รู้ว่า… คุณเฉินสังเกตไหมว่า หมู่บ้านนี้ผู้ชายมากผู้หญิงน้อยอย่างเห็นได้ชัด”
เฉินหรานหัวเราะ แล้วตอบว่า “ดูเหมือนจะเป็อย่างนั้นนะครับ”
“โดยปกติแล้ว อัตราการเกิดของทารกชายและหญิง ไม่ควรจะแตกต่างกันมาก แต่ในหมู่บ้านนี้จำนวนผู้หญิงกลับน้อยกว่ามาก คุณควรจะสำรวจข้อมูลในส่วนนี้ให้ชัดเจน แล้วค่อยตัดสินใจเื่การลงทุนก็ได้นะครับ” ไป๋อวิ๋นซีแนะนำ
เฉินหรานเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง แล้วรีบตอบกลับ “ขอบคุณคำแนะนำจากคุณไป๋มากๆ ครับ”
………………………………………………………….…
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซี แล้วกล่าวว่า “อวิ๋นซี นายก็มองเห็นเหรอ”
“น่าจะใช่นะ ในทะเลสาบมีทารกหญิงที่จมน้ำตายไม่น้อยเลย หากเป็เด็กบางทียังสามารถเข้าใจว่าพากันไปว่ายน้ำเล่นในทะเลสาบได้ แต่ทารกจะไปเล่นที่นั่นได้ยังไง ความเป็ไปได้เพียงหนึ่งเดียวก็คือ เกิดมาก็ถูกถ่วงน้ำตายแล้ว”
การให้ความสำคัญกับลูกผู้ชายมากกว่าลูกผู้หญิงเป็ค่านิยมผิดๆ ที่ยังมีให้เห็นอยู่ทุกที่ ตอนนี้หลายที่ในประเทศจีน ความเชื่อที่ว่าไม่เกิดลูกชายจะทำให้ไร้ทายาทสืบสกุลยังคงฝังรากอยู่ในสังคม
เมื่อหลายสิบปีก่อน ผู้คนต้องเผชิญกับภาวะอดอยากยาวนานถึงสามปี เวลานั้นมีคนล้มตายจากความอดอยากไปไม่น้อย ในสภาพที่ต้องเจอกับวิกฤตสุดขีด คนเราสามารถทำเื่ที่น่าหวาดกลัวได้เสมอ เช่น พ่อแม่นำร่างของลูกที่ตายจากความหิวโหย แลกกับร่างไร้ิญญาของลูกครอบครัวอื่น เพื่อนำเนื้อมากินเป็อาหาร ซึ่งเื่หดหู่แบบนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ เช่นการที่ทารกหญิงมากมายต้องตายในทะเลสาบนั่น อาจเกิดใน่เวลาที่ว่ามาก็ได้ แต่หลังจากนั้นก็มีทารกที่ทยอยถูกฆ่าเรื่อยๆ อีกไม่น้อย
“เมื่อครู่ตอนที่ฉันอยู่ที่ทะเลสาบนั่น ได้พบกับผีผู้หญิงที่เหมือนกับเป็เจ๊ใหญ่ในนั้น!”
“เจ๊ใหญ่งั้นเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย
“ก็ใช่น่ะสิ! ผีที่อยู่ในทะเลสาบนั่นแบ่งออกเป็สองพวก พวกผีผู้หญิง กับพวกผีผู้ชาย พวกผีผู้หญิงล้วนเป็เหล่าเด็กทารกที่ถูกพ่อแม่ทิ้งให้จมน้ำตายอยู่ก้นทะเลสาบ”
“ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าเด็กที่ตกน้ำตายก็มีแต่เด็กผู้ชาย?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“อืม ประมาณนั้นแหละ” เย่ฝานตอบพลางพยักหน้า “ผีอาฆาตในทะเลสาบมีมากเกินไป ความอาฆาตแค้นก่อกำเนิดผีร้ายที่น่ากลัวขึ้นมา!
…………………………………………………………………….…
ในบ้านของผู้ใหญ่บ้าน มีชาวบ้านหลายคนรวมตัวอยู่ที่นั่น
“ผู้ใหญ่บ้าน ปล่อยให้คนนอกพวกนั้นเข้ามาในหมู่บ้านแบบนี้จะดีเหรอ? ถ้าเ้าพวกนั้นรู้เื่ละก็...”
ผู้ใหญ่บ้านสูบบุหรี่แล้วพูดว่า “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ? หมู่บ้านอื่นรอบๆ หมู่บ้านเราต่างก็ร่ำรวยขึ้นมาแล้ว มีแต่หมู่บ้านของเราที่จนลงทุกวัน บ่อนการพนันกิจการก็ไม่ดี พวกที่ออกไปทำงานข้างนอกก็เกิดอุบัติเหตุเกือบทุกคน เบื้องบนมีความเห็นว่า ไอ้ฝรั่งคนนั้นเป็คนมีเงิน หากทำให้เขายอมลงทุน ไม่ต้องพูดถึงกี่ล้านหรือกี่สิบล้านเลย กี่ร้อยล้านก็ไม่ใช่ปัญหา ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะมีเงินแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“เขาจะยอมลงทุนกับเราไหม?”
“เขาเป็ทายาทรุ่นที่สองของมหาเศรษฐี ไม่ขาดเงินแน่นอน อายุยังน้อยแถมยังรู้เื่หมู่บ้านของเราดีอีกด้วย ขอเพียงพวกเราดูแลเขาดีๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ลงทุน!”
“ไอ้ฝรั่งนั่นเหมือนจะเป็พวกรักร่วมเพศ เ้านั่นชอบของแปลก ชอบคนประเภทที่เกิดลูกไม่ได้ ผู้ชายสองคนอยู่ด้วยกัน แบบนี้จะไม่ไร้ทายาทสืบสกุลเหรอ?”
“ได้ยินว่า คนต่างชาตินิยมไม่มีลูกกัน!”
“พวกฝรั่งคิดแบบนี้กันหรือเนี่ย! ทำไมถึงคิดสั้นอย่างนั้นนะ”
“ผู้ชายอีกคู่ที่อยู่กับเ้าฝรั่งนั่นก็เหมือนจะเป็เหมือนกัน ดูท่าทางร่ำรวยมาก คนมีเงินสมัยนี้แปลกจริงๆ ชอบผู้ชายด้วยกัน ต่อไปสมบัติจะทิ้งไว้ให้ใคร!”
ผู้ใหญ่บ้านมองลูกบ้านที่พูดคุยกันแวบหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “นายจะห่วงทำไมว่าเขาจะทิ้งสมบัติให้ใคร ไม่ได้ทิ้งให้นายก็แล้วกัน”
………………………………………………………….…
โทรศัพท์ของไป๋อวิ๋นซีดังขึ้น หลังจากรับสายความยินดีก็ปรากฏบนใบหน้า
“มีข่าวดีเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้า “ใช่ บริษัทลากรถที่ฉันติดต่อไป เขานำรถที่ซ่อมแซมเสร็จมาส่งให้เราแล้วล่ะ”
เย่ฝานพูดด้วยความตื่นเต้น “ดีจังเลย อย่างนี้พวกเราก็ไม่ต้องติดรถคนอื่นไปไหนมาไหนแล้ว”
ไป๋อวิ๋นซีถลึงตาใส่เย่ฝาน แล้วพูดว่า “นายยังกล้าพูดอีก หากไม่ใช่เพราะนายขับรถเร็วขนาดนั้น รถของฉันมันจะเสียไหม”
ไป๋อวิ๋นซีเดินออกไปข้างนอก เพื่อรับรถจากบริษัทลากรถ
ไป๋อวิ๋นซีประหลาดใจที่ได้พบว่า ชายหนุ่มผมสีแดง ชายหนุ่มผมสีเขียวกลุ่มหนึ่งตามบริษัทลากรถเข้ามาในหมู่บ้านด้วย
ไป๋อวิ๋นซีเข้าใจจุดประสงค์ของการมาเยือนจากคำพูดของทายาทรุ่นที่สองของมหาเศรษฐี
เย่ฝานหลงเข้าไปพัวพันกับการแข่งรถของเหล่าทายาทรุ่นที่สองของมหาเศรษฐี สุดท้ายรถของเย่ฝานแซงรถของคนพวกนี้มาได้ แล้วพุ่งเข้าสู่เส้นชัยจนฝุ่นตลบ พวกเขาคาใจจึงตามมาพบเย่ฝาน เพื่อขอแข่งรถกับเขาอีกหนึ่งรอบ
เย่ฝานเอามือเท้าเอวดูชายหนุ่มไม่กี่คนเบื้องหน้า “แข่งรถ? ฉันไม่สนใจเื่นี้! ”
“นายดูแคลนความสามารถของพวกเรางั้นเหรอ?” ชายผมสีแดงพูดด้วยความไม่พอใจ
“ก็พวกนายขับรถช้าขนาดนั้น อีกอย่างการแข่งรถก็ไม่ใช่งานอดิเรกของฉันด้วย” เย่ฝานพูดอย่างเฉยเมย
เย่ฝานพูดออกไปตรงๆ แต่ชายหนุ่มทายาทมหาเศรษฐีเ่าั้กลับถูกท่าทางโอหังของเย่ฝานยั่วอารมณ์จนั์ตาเป็สีแดงก่ำ
“ถ้าอย่างนั้นงานอดิเรกของนายคืออะไร?”
“งานอดิเรก? งานอดิเรกของฉันก็คือการล่าสมบัติ!”
สถานที่แห่งนี้มีสุสานโบราณมากมาย การล่าสมบัติเป็คำพูดอ้อมค้อมของการปล้นสุสานนั่นเอง เย่ฝานพูดอย่างนั้นออกมา เหล่าทายาทมหาเศรษฐีต่างแสดงท่าทีดูถูก
เฉินหรานไปเลียบเคียงถามเื่ราวในหมู่บ้านจากชาวบ้านหลายคน และยังเดินทางไปยังสถานีตำรวจหมู่บ้านฮว๋าย เพื่อสืบค้นเื่ราวของหมู่บ้าน ทำให้เขาได้พบกับเบาะแสที่น่าใ
พอเฉินหรานกลับมา ก็ได้เห็นเหตุการณ์ที่เย่ฝานถูกกลุ่มชายหนุ่มทายาทมหาเศรษฐีโอบล้อม
เย่ฝานเจรจาอยู่นาน กว่าจะหลุดจากการท้าทายของทายาทมหาเศรษฐีเหล่าพวกนั้นมาด้วยความยากลำบาก
“เ้าพวกนั้นน่ารำคาญจริงๆ!” เย่ฝานเดินเข้าไปในห้องพักด้วยความเบื่อหน่าย
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน แล้วพูด “ถ้านายไม่วางท่าอวดดีอย่างนั้น พวกเขาก็คงไม่ตอแยนายขนาดนั้นหรอก”
“ก็ฉันขับเร็วกว่าพวกเขาจริงๆ นี่นา!”
“นายขี้โกงแท้ๆ มีอะไรให้น่าภูมิใจ” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ยอย่างเ็า
“ฉันเปล่าโกงนะ ฉันขับเร็วกว่าจริงๆ!” เย่ฝานเถียงกลับ
เฉินหรานกลอกตาไปมา แล้วพูดว่า “ผมเห็นรถของพวกคุณที่จอดไว้ตรงประตูทางเข้าแล้ว เป็รถที่ไม่เลวเลยนะครับ!”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะ แล้วพูดว่า “ก็ไม่เท่าไรหรอกครับ คุณเฉินมาหาพวกเรามีอะไรหรือเปล่าครับ?”
เฉินหรานรีบพยักหน้า แล้วเล่าว่า “มีเื่นิดหน่อยครับ วันนี้ผมไปสถานีตำรวจในท้องที่ เพื่อขอดูบันทึกสำมะโนประชากรของหมู่บ้านนี้ พบว่าเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว หมู่บ้านฮว๋ายเคยประสบกับภาวะอดอยากต่อเนื่องสามปี ่นั้นจำนวนการให้กำเนิดทารกหญิงลดลงอย่างรวดเร็ว ั้แ่นั้นมา อัตราส่วนของผู้ชายและผู้หญิงในหมู่บ้านจึงไม่สมดุลกันมาตลอด”
“หมู่บ้านนี้มีเด็กผู้หญิงน้อย จึงทำให้ชายหนุ่มต้องหาภรรยาจากต่างหมู่บ้าน แต่ไม่รู้เพราะอะไร คนต่างหมู่บ้านถึงไม่ยอมแต่งเข้ามาอยู่ที่นี่ ก็เลยทำให้พวกผู้ชายต้องซื้อผู้หญิงมาจากขบวนการค้ามนุษย์ แต่ก็ใช่ว่าจะมีเงินซื้อผู้หญิงกันได้ทุกคน ชายหนุ่มในหมู่บ้านจึงต้องครองตัวเป็โสดกันส่วนใหญ่”
“ตอนนี้ที่เด็กผู้หญิงเกิดน้อย เป็เพราะพวกเขาติดสินบนหมอให้ตรวจดูเพศของเด็กั้แ่ยังอยู่ในท้อง หากรู้ว่าเป็เพศหญิง ก็ให้ทำแท้งซะ” แม้รัฐบาลจะสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนใช้วิธีการนี้ แต่เพื่อเงินแล้ว ยังไงก็มีคนยอมเสี่ยงทำอยู่ดี
“แต่ใน่สมัยที่ยังไม่มีวิทยาการนี้ ไม่รู้ว่าทารกหญิงเ่าั้ต้องเจอกับอะไรบ้าง!” เฉินหรานกล่าวด้วยความกลัดกลุ้ม
“ทารกหญิงที่ถูกถ่วงน้ำ! ทั้งหมดยังคงอยู่ในทะเลสาบ” เย่ฝานพูดออกไปอย่างไม่ทันระวัง
เดิมทีเฉินหรานกำลังจะพูดต่อ แต่ถูกคำพูดประโยคนั้นของเย่ฝาน ทำให้ใจนหน้าซีด “คุณชายเย่ คุณพูดอะไรนะครับ”
เย่ฝานหัวเราะแล้วพูดว่า “เปล่าครับ”
เฉินหรานเรียกสติคืนมา แล้วเอ่ยว่า “ทะเลสาบกระชากิญญามีอายุประมาณร้อยปีแล้ว แต่เหตุการณ์ผิดปกตินั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน...” บวกลบดูแล้วน่าจะเป็่เวลาเดียวกับที่เกิดวิกฤติภาวะอดอยากต่อเนื่องสามปีของหมู่บ้านนี้
เฉินหรานนึกถึงความเป็ไปได้ขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง ตอนที่ประเทศเกิดวิกฤตภัยอดอยาก รัฐบาลรู้ทั้งรู้ว่าในเวลานั้นมีทารกหญิงมากมายถูกถ่วงน้ำตาย แต่แน่นอนว่ารัฐบาลต้องเลือกป้องกันตนเองก่อน ต่อมาภายหลังต่อให้รัฐบาลจะรณรงค์การวางแผนครอบครัวมากขนาดไหน แต่การถ่วงน้ำทารกหญิงกลายเป็ความเคยชินที่เลวร้ายไปเสียแล้ว แก้อย่างไรก็ไม่ได้ผล จึงมีทารกหญิงที่ถูกพ่อแม่แท้ๆ นำไปถ่วงน้ำอีกมากมาย
เฉินหรานใจเต้นระรัว เขานึกในใจว่า หากว่าปัญหาที่เกิดในทะเลสาบกระชากิญญา เกิดจากิญญาพยาบาทของทารกหญิงที่ออกมาอาละวาดทำร้ายคนจริงๆ มิน่าล่ะตอนที่จอร์จถามผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสิ่งผิดปกติในทะเลสาบกระชากิญญา เขาจึงได้แต่ปกปิดเอาไว้
