ณ เคาน์เตอร์ต้อนรับของเจาซีกรุ๊ป
“ไม่ทราบว่าประธานไป๋อยู่ไหมครับ? พวกเรานัดเจอกันตอนบ่ายสามโมงครับ” จางซือเลี่ยงถาม
พนักงานต้อนรับพยักหน้าแล้วพูดว่า “อยู่ค่ะ คุณคือประธานจางใช่ไหมคะ? ท่านประธานรอคุณอยู่้านานแล้วค่ะ”
จางซือเลี่ยงพยักหน้าพูดว่า “ครับ”
เมื่อจางซือเลี่ยงมาถึงเมืองหลวง ก็ได้รับสายจากคุณชายสามบ้านตระกูลไป๋
ตระกูลไป๋นับว่าเป็ตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ถึงจางซือเลี่ยงจะมีเงิน แต่เขาก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่า คุณชายสามแห่งบ้านตระกูลไป๋อันสูงส่งจะเอ่ยปากเชิญเขามาหาด้วยตนเอง ทำให้เขาใที่ได้รับเกียรติในครั้งนี้และสับสนในเวลาเดียวกัน
จางซือเลี่ยงขึ้นลิฟต์แล้วเดินตรงไปที่ห้องทำงานท่านประธาน
พอจางซือเลี่ยงเดินเข้าไปในห้องทำงาน ก็ได้เห็นคุณชายสามแห่งตระกูลไป๋ผู้รูปหล่อและสง่างาม
ถึงไป๋อวิ๋นซีจะอายุยังน้อย แต่กลับเป็ที่หมายปองของคุณหนูตระกูลใหญ่มากมาย หญิงที่ใฝ่ฝันจะเป็คุณนายที่สามแห่งบ้านตระกูลไป๋ก็มีอยู่ไม่น้อย ไม่รู้เป็เพราะไป๋อวิ๋นซียังอายุน้อยเกินไปหรือเปล่า จึงมักปฏิเสธหญิงเ่าั้อย่างไม่ไว้หน้า
ที่ทำให้จางซือเลี่ยงนึกไม่ถึงเลยจริงๆ ก็คือ บนเก้าอี้หมุนข้างๆ ไป๋อวิ๋นซีมีคนคนหนึ่งนั่งหันหลังให้เขา เท้าทั้งสองข้างพาดอยู่บนชั้นวางหนังสือ กำลังกินไอศกรีมอยู่
ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลไป๋ให้ความสำคัญกับเื่ธรรมเนียมมารยาท ได้เห็นคนไม่เรียบร้อยแบบนี้ในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซี ทำให้จางซือเลี่ยงประหลาดใจไม่น้อย
“คุณชายไป๋้าพบผมหรือครับ?” จางซือเลี่ยงถามด้วยความตื่นเต้น
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าแล้วหัวเราะ พลางชี้ไปยังคนที่อยู่ข้างๆ “ความจริงไม่ใช่ผมที่อยากพบคุณ แต่เป็เขาต่างหาก ผมกลัวว่าคุณจะออกมาพบเขาไม่ได้ ผมก็เลยเป็ฝ่ายเชิญคุณออกมาแทน”
“เขา?” เมื่อได้ยินคำพูดของไป๋อวิ๋นซี ก็ยิ่งทวีความประหลาดใจให้จางซือเลี่ยง
“ฉันเอง!” เย่ฝานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารหันมาหาเขา
จางซือเลี่ยงมองเย่ฝาน ก็นึกหน้าเขาออกอย่างรวดเร็ว “นาย... นายคือพ่อหนุ่มคนนั้นบนเครื่องบินนี่”
ตอนที่จางซือเลี่ยงอยู่บนเครื่องบิน เขาก็อยากคุยกับเย่ฝาน แต่ตอนนั้นหยวนอีอยู่ข้างๆ เขาจึงไม่สะดวกที่จะถาม
อาจเป็เพราะหยวนอีเองก็ระแคะระคายอะไรอยู่บ้าง หลายวันมานี้จึงจับตามองเขาโดยไม่ให้คลาดสายตา ไม่กี่วันก่อนหน้านี้เขาได้รับเบอร์โทรศัพท์ของเย่ฝานมาแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็หาโอกาสติดต่อเย่ฝานไม่ได้
หลังจากไป๋อวิ๋นซีนัดเจอเขา หยวนอีถามถึงสามครั้งสามคราเพื่อให้แน่ใจว่าคุณชายไป๋นัดเขาไปพบจริงๆ หล่อนถึงยอมปล่อยเขาออกมา
จางซือเลี่ยงคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเย่ฝานจะรู้จักและสนิทสนมกับไป๋อวิ๋นซี
“ไหนลองพูดมาสิ คุณรู้เื่สภาพร่างกายของตัวเองมากน้อยแค่ไหน?” เย่ฝานถามอย่างเกียจคร้าน
เห็นเย่ฝานกับไป๋อวิ๋นซีคบหากันแบบนี้ ความงงงวยในใจของจางซือเลี่ยงพลันมลายไป คนที่คุณชายไป๋ให้ความสำคัญก็ไม่จำเป็ที่เขาจะต้องสงสัย
จางซือเลี่ยงได้ยินคำถามก็รีบเล่าเื่ “หยวนอีเป็เลขาของผม และเป็เพื่อนสมัยเรียนของภรรยาผมด้วย ตอนนั้นเธอคิดจะยั่วยวนผม ผมเลยคิดจะให้เธอออกจากงาน แต่เธอแสร้งทำให้ตัวเองดูน่าสงสาร เชิญผมและภรรยาไปเลี้ยงอาหารอำลาเป็มื้อสุดท้าย จากนั้นผมก็มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับหยวนอีแบบที่ผมเองก็ไม่รู้ตัว”
“หลังจากมื้ออาหารนั้นผ่านไป เื่ราวก็ยากที่จะควบคุม ด้วยความสัตย์จริงนะครับ ที่จริงแล้วผมไม่ได้มีใจให้เธอเลย แต่ว่าเวลาที่ผมอยู่กับเธอ จิตใต้สำนึกของผมจะสั่งให้ทำตามที่เธอคิดทุกอย่าง”
“เื่ความสัมพันธ์ของผมกับหยวนอีรู้ไปถึงภรรยาของผม พวกเธอแตกหักกันในที่สุด ทั้งสองคนเอาแต่ทะเลาะกัน สุดท้ายผมพลั้งมือผลักภรรยาตกบันได แต่ตอนนั้นผมไม่รู้จริงๆ ว่าทำอะไรลงไป หลังจากเกิดเื่มีคนเล่าให้ผมฟัง ผมรู้สึกว่ายังไงก็เป็ไปไม่ได้”
“แต่ว่าต่อมา เื่ที่น่าแปลกกว่านั้นก็เกิดขึ้น ผมเกือบจะฆ่าลูกชายของตัวเอง!”
“ผมเล่าให้ภรรยาฟังว่าผมอาจโดนของเข้าให้แล้ว เลยจำเป็ต้องหย่ากับเธอ”
ตอนที่หย่ากัน ต่อหน้าเขาแสร้งทำเป็เจรจาหาข้อสรุปกับหนิงซวงไม่ได้ แต่ความจริงแล้วเขาได้โอนทรัพย์สินในส่วนใหญ่ให้กับลูกชายของพวกเขา เขายังแอบไปทำหมันที่โรงพยาบาล เพราะหยวนอีอยากมีลูกมาก เธอหาทุกตำรับยาสมุนไพรมากิน แต่เธอไม่รู้ว่าเลยว่า ไม่ว่าจะกินยาวิเศษแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันมีลูกกับเขาได้
“หลายปีมานี้ผมยังติดต่อกับภรรยาอยู่ ภรรยาของผมคิดว่าผมอาจโดนคุณไสย ก็เลยพานักพรตมารักษาผมอยู่เรื่อยๆ”
“มีครั้งหนึ่งไม่ระวังถูกหยวนอีจับได้ อยู่ดีๆ ผมก็ป่วยหนัก! หมอตรวจยังไงก็ไม่พบสาเหตุ พอภรรยาของผมก็กลับไป หยวนอีก็เข้ามาเยี่ยมผมอยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นไม่นานอาการของผมก็ดีขึ้น”
…
ไป๋อวิ๋นซีฟังอย่างได้อรรถรสแล้วพูดว่า “นายคิดว่ายังไง!”
“น่าจะไม่ใช่โดนคุณไสย แต่โดนพิษของกู่เสน่หา” เย่ฝานกล่าว
“กู่เสน่หามีสองชนิด ชนิดที่หนึ่งเป็กู่ที่มีความเสมอภาคกัน กู่แบบนี้จะมีข้อเสียน้อยมาก เพราะเป็การใช้กู่ของชายหญิงที่รักใคร่กัน จะทำให้จิตใจเชื่อมโยงถึงกันได้ เวลาทะเลาะกันก็จะทำให้รู้ใจกันมากขึ้น เพียงแต่ถ้าอีกคนเกิดเื่ไม่ดีขึ้น อีกคนก็จะรับผลกระทบไปด้วย”
“ส่วนอีกชนิดหนึ่ง ก็อาจเป็แบบเดียวกับที่อยู่ในร่างของคุณจาง หลังจากหนอนกู่ตัวลูกออกมาจากท้องของแม่ มันจะเชื่อฟังคำสั่งของหนอนกู่ตัวแม่ทุกอย่าง ยิ่งถ้าลูกกับแม่อยู่ใกล้กัน ก็จะยิ่งมีผลกับเ้าของร่าง ดังนั้นคุณจางถึงได้ขาดสติสัมปชัญญะเวลาอยู่ใกล้หยวนอี แต่พอออกห่างแล้ว สติก็จะกลับคืนมาใช่ไหม?”
จางซือเลี่ยงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว เป็อย่างที่พูดเลย” ตอนที่เขาเห็นภรรยากับหยวนอีทะเลาะกัน ในใจเขาอยากเข้าไปช่วยภรรยาแท้ๆ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขากลับผลักภรรยาของตัวเองตกบันไดไปได้
“ถ้าเป็อย่างนี้ ยิ่งออกห่างเท่าไรก็ยิ่งดี” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ย
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ได้ หนอนกู่ตัวลูกต้องได้รับอาหาร หากออกห่างจากหนอนกู่ตัวแม่นานเกินไปมันจะเริ่มก่อกวน ส่งผลให้ร่างกายของคุณจางเจ็บป่วยได้”
จางซือเลี่ยงมองเย่ฝานด้วยความตกตะลึง สิ่งที่เย่ฝานพูดไม่ผิดเลยสักนิด
หยวนอี ผู้หญิงคนนี้เป็คนประหลาด จางซือเลี่ยงคิดจะไปจากเธอหลายครั้ง แต่ว่ามีพลังลึกลับบางอย่างบังคับให้เขากลับไปอยู่ข้างกายเธอจนได้ เขากลัวจะแหวกหญ้าให้งูตื่น เพราะผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจมาก เขาจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้
“แล้วคนที่เลี้ยงกู่จะมีอันตรายไหม?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานพยักหน้าตอบว่า “มีไม่มาก กู่ตัวแม่จะเจริญเติบโตได้ด้วยการดูดเื การทำแบบนี้จะบั่นทอนพลังชีวิตของเ้าของร่าง หากปล่อยไว้จนถึงระดับหนึ่งก็จะส่งผลต่ออายุขัย” มีผู้ฝึกตนไม่น้อยที่เลี้ยงกู่ วิธีการเลี้ยงกู่ก็แปลกประหลาด แต่ก็มีการเลี้ยงหลายวิธีที่สามารถบำรุงพลังปราณและโลหิตได้ ดังนั้นผลกระทบจึงค่อนข้างน้อย
“แล้วกู่ตัวลูกล่ะ? จะทำให้อายุสั้นไหม?” จางซือเลี่ยงถาม
“มีผล แต่ว่าน้อยกว่ามาก ความจริงแล้วกู่เสน่หาที่คุณจางโดนนั้นเป็ชนิดที่ไม่สมบูรณ์ ยังไม่นับเป็หนอนกู่ที่แท้จริง ถ้าเป็กู่ตัวแม่ที่สมบูรณ์เ้าของร่างจะฝ่าฝืนคำสั่งของกู่ตัวแม่ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว หากคิดทรยศก็ถูกทำให้ตายอย่างไม่มีแผ่นดินกลบหน้า อีกอย่างในระหว่างที่ความรู้สึกนึกคิดและอุปนิสัยค่อยๆ ถูกกลืนกิน คนคนนั้นจะตกหลุมรักร่างของกู่ตัวแม่อย่างหัวปักหัวปำ แต่ยังไงก็ตามหนอนกู่ที่สมบูรณ์ก็ใช่ว่าจะเลี้ยงได้ง่ายๆ” เย่ฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
จางซือเลี่ยงหัวเราะแห้งๆ เมื่อได้ยินเย่ฝานกล่าวถึงหนอนกู่ที่อยู่ในตัวเขา
“ถ้าอย่างนั้นอาจารย์มีวิธีช่วยผมไหมครับ?” จางซือเลี่ยงถามอย่างระมัดระวัง
เย่ฝานพยักหน้าตอบว่า “มีทางช่วยแน่นอน ไม่งั้นผมจะเรียกคุณมาทำไม แต่ว่า มีเื่หนึ่งที่ต้องตกลงกันให้ชัดเจนเสียก่อน ถ้าผมช่วยคุณเอาหนอนกู่ออกจากร่าง คุณจะยอมจ่ายให้ผมห้าสิบล้านหยวนใช่ไหม?”
จางซือเลี่ยงรีบพูดว่า “เื่นี้มันแน่นอนอยู่แล้วครับ” เงินห้าสิบล้านหยวนถึงแม้จะเป็จำนวนไม่น้อย แต่ขอเพียงแก้ปัญหาร่างกายของเขาได้ เื่นี้ถือว่าเล็กน้อย
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดต่อ “งั้นก็ดี”
เย่ฝานเอาหม้อสำริดสามขาขนาดเล็กออกมา นำสมุนไพรที่เตรียมมาใส่ลงไปต้มในหม้อ
“กลิ่นอะไรกัน! เหม็นจัง!” ไป๋อวิ๋นซีพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว
เย่ฝานกวาดตามองไป๋อวิ๋นซีแล้วถามว่า “เหม็นมากไหม? แต่หนอนกู่ชอบกลิ่นแบบนี้ที่สุด”
เย่ฝานมองไปที่จางซือเลี่ยง ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “คุณรู้สึกใช่ไหมว่าได้กลิ่นนี้แล้วรู้สึกดี”
จางซือเลี่ยงตอบด้วยความสัตย์จริง “ใช่”
ไป๋อวิ๋นซีมองจางซือเลี่ยงอย่างหมดคำพูด จางซือเลี่ยงเองก็รู้สึกประหม่าเมื่อถูกไป๋อวิ๋นซีมองอย่างนั้น
“หนอนกู่ในร่างของคุณชอบกลิ่นนี้ ดังนั้นคุณเลยชอบกลิ่นนี้เหมือนกัน” เย่ฝานอธิบาย
จางซือเลี่ยง “…”
“ยื่นมือมาให้ฉันหน่อย” เย่ฝานเอ่ย
จางซือเลี่ยงยื่นมือให้เย่ฝานด้วยความรวดเร็ว
“คุณจาง แขนของคุณมีบางอย่างเคลื่อนที่อยู่ข้างใน!” ไป๋อวิ๋นซีพูด
เย่ฝานยิ้มให้ไป๋อวิ๋นซีพลางพูดว่า “ปกติแล้วหนอนกู่มันหลบอยู่ แต่ถ้าได้รับการกระตุ้น มันก็จะโผล่ออกมา”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะแล้วพูดว่า “น่าสนุกจังเลย”
จางซือเลี่ยงได้ยินบทสนทนาของเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซี เกิดความรู้สึกยากที่จะอธิบาย สองคนนี้เหมือนเห็นเขาเป็ของเล่น
จางซือเลี่ยงรู้สึกกระวนกระวายใจ แต่บุคคลเบื้องหน้าทั้งสองคนนี้ เขาจะล่วงเกินไม่ได้ จึงไม่กล้าพูดอะไรออกมา
หนอนกู่มุดไปมุดมาอยู่ในแขนของจางซือเลี่ยง เขาเห็นเช่นนั้นก็ขนหัวลุกขึ้นมาทันที
จางซือเลี่ยงรู้มาก่อนแล้วว่าร่างกายของตนมีปัญหา แต่ว่าได้เห็นบางสิ่งใต้ิัที่นูนออกมากับตาแบบนี้ แถมยังเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ทำให้เขารู้สึกเหมือนสายฟ้าผ่าลงมากลางหัว
“อาจารย์ เมื่อไรมันจะออกมาครับ” จางซือเลี่ยงถามด้วยความนอบน้อม
เย่ฝานมองไปยังจางซือเลี่ยงแล้วพูดว่า “ไม่ต้องรีบร้อน มันได้กลิ่นที่มันชอบ ดังนั้นมันย่อมกระตือรือร้นอยากจะออกมาอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเรารีบร้อนเอามันออกมาตอนนี้ มันก็จะรู้ว่ามีกับดักรออยู่ แล้วมันจะรีบกลับเข้าไป ถ้ามันกลับเข้าไปในร่างกายแล้ว จะให้มันออกมาอีกก็คงไม่ง่ายนัก”
ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย “หนอนกู่ฉลาดขนาดนั้นเลยเหรอ”
เย่ฝานยิ้มพร้อมพูดว่า “ทุกชีวิตล้วนมีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดอยู่แล้ว มันก็เหมือนการตกปลาใช่ไหมล่ะ?”
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าตอบ “จะว่าไปก็จริง”
กลิ่นของยาแรงขึ้นเรื่อยๆ หนอนกู่ที่อยู่ในตัวของคุณจางเคลื่อนไหวบ่อยขึ้น เย่ฝานกรีดลงบนแขนจางซือเลี่ยง หนอนตัวหนึ่งลักษณะสีแดงเหมือนโลหิตวิ่งออกมาด้านนอกและพุ่งเข้าไปในหม้อต้มยา หนอนสีแดงตัวกว้างประมาณหนึ่งนิ้ว ยาวประมาณสิบเิเ จางซือเลี่ยงเห็นก็รู้สึกสะอิดสะเอียนจนอยากอาเจียนออกมา
จางซือเลี่ยงมองหนอนกู่ที่ว่ายไปมาอยู่ในหม้อ พลันรู้สึกขนหัวลุก
“เหม็นชะมัด!” จางซือเลี่ยงพูด
“หนอนกู่ออกมาแล้ว ประสาทรับกลิ่นของคุณจึงกลับเป็ปกติ คุณก็เลยได้กลิ่นเหม็น” เย่ฝานกล่าว
จางซือเลี่ยง “…”
“อาจารย์ครับ ของออกไปแล้ว ผมคงจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะ” จางซือเลี่ยงถาม
เย่ฝานพยักหน้าตอบว่า “อืม ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว วางใจเถอะ”
จางซือเลี่ยงถอนหายใจโล่งอก เขารู้สึกเหมือนได้ยกูเาออกจากอก
“อย่าลืมโอนเงินให้ผมด้วยนะ ต่อไปถ้าคุณโดนฝังหนอนกู่อีก โทรหาผมได้เลยนะ ครั้งหน้าถ้าคุณโดนฝังหนอนกู่อีกละก็ ผมจะลดราคาให้คุณเป็พิเศษในฐานะลูกค้าเก่า” เย่ฝานพูด
จางซือเลี่ยง “…” โดนฝังหนอนกู่อีกครั้ง เื่แบบนี้โดนครั้งเดียวก็กลัวแล้ว
