เย่ฝานสวมแว่นกันแดด เดินไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของสำนักงานใหญ่ของบริษัทเจาซี
“ไม่ทราบว่าคุณมาพบใครคะ”
เย่ฝานยืนพิงเคาน์เตอร์ พูดด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ฉันมาหาท่านประธานไป๋จวิ้นผิงของพวกเธอ”
ที่ทำงานของไป๋อวิ๋นซีเป็บริษัทในเครือของบริษัทเจาซี ขนาดอาคารสำนักงานใหญ่ยังใหญ่กว่าตึกบริษัทของไป๋อวิ๋นซี และดูหรูหรามีสไตล์มากกว่า
พนักงานต้อนรับสาวที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์มองเย่ฝาน และแจ้งอย่างเป็การเป็งานว่า “ท่านประธานกรรมการบริหารไป๋ออกไปติดต่อธุรกิจ ตอนนี้ท่านไม่อยู่ที่บริษัทค่ะ”
เย่ฝานเอียงหัวแล้วถามต่อ “ออกไปแล้วเหรอ? แล้วเขาจะกลับมาเมื่อไรล่ะ?”
พนักงานต้อนรับสาวส่ายหน้าตอบ “ไม่ทราบค่ะ!”
“แล้วไป๋อวิ๋นจิ่นอยู่ไหม?”
“ท่านรองประธานอยู่ค่ะ แต่คุณได้นัดล่วงหน้าไหมคะ?”
เย่ฝานดึงแว่นกันแดดลงมองพนักงานต้อนรับสาวพลางพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เธอคิดว่าถ้าดูจากความสัมพันธ์ระหว่างฉันและท่านรองประธานของพวกเธอ ยังจะต้องนัดล่วงหน้าอีกเหรอ?”
พนักงานต้อนรับสาวอดนึกถึงคลิปสัมภาษณ์กับสื่อก่อนหน้านี้ไม่ได้ “ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอโทรไปถามท่านก่อนนะคะ”
เย่ฝานเบะปากแล้วพูดว่า “ได้ เชิญถามเลย”
……..........................................................................................
ไป๋อวิ๋นจิ่นได้รับแจ้งจากเคาร์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ก็เชิญเย่ฝานเข้าไปในห้องทำงานด้วยความนอบน้อม “เย่ฝาน นายมาหาคุณพ่อของฉันเหรอ?”
เย่ฝานนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้อีกด้านพลางพูดว่า “ใช่ครับ ผมมีเื่สำคัญจะคุยกับท่าน”
เื่สำคัญ? ในใจของไป๋อวิ๋นจิ่นเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นทันที
ไป๋อวิ๋นจิ่นหัวเราะ “เื่สำคัญที่ว่านายบอกฉันมาก็ได้ แล้วฉันจะบอกคุณพ่อให้”
“คุณเหรอ?” เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นจิ่นครู่หนึ่งก็ส่ายหน้า “เื่นี้คุณตัดสินใจไม่ได้หรอก!”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…” นี่เขาถูกปฏิเสธงั้นหรือ?
“ตอนนี้คุณพ่อของฉันออกไปข้างนอก นายจะคุยอะไรกับท่านเหรอ?”
“ผมมาด้วยเื่ของอวิ๋นซีครับ เดิมทีผมคิดจะไปขอคำปรึกษาจากคุณปู่ แต่ครั้งก่อนที่ไปบ้านของคุณ รู้สึกว่าคุณปู่จะเข้าใจผมผิดไป ท่านไม่เป็มิตรกับผมเอาเสียเลย ผมจึงคิดว่าน่าจะมาถามความเห็นจากคุณพ่อของคุณ หรือก็คือคุณพ่อตาของผมในอนาคตจะดีกว่า”
ไป๋อวิ๋นจิ่นหัวเราะอย่างประหม่า แล้วพูดว่า “่นี้สุขภาพของคุณปู่ไม่สู้ดีนัก นายมีธุระสำคัญอะไร มาคุยกับคุณพ่อก่อนก็ถูกต้องแล้วล่ะ”
คุณปู่อายุมากขนาดนี้แล้ว ยังต้องมาเจอกับคนประหลาดอย่างเย่ฝานอีกก็คงไม่ดีเท่าไร!
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันครับ วันนั้นคุณปู่ก็เหลือเกินจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะเอาไม้กวาดมาตีผม หลานเขยที่ยอดเยี่ยมอย่างผมหากโดนตีจนเป็อะไรไป จะหาคนที่มีความสามารถล้ำเลิศอย่างผมได้ที่ไหนอีกครับ!”
ไป๋อวิ๋นจิ่นมีสีหน้าขมขื่น แล้วพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “เกรงว่าจะหาไม่ได้แล้วล่ะ!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูด “ก็นั่นน่ะสิ จะไปหาแบบนี้จากที่ไหนได้อีก!”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…” อัจฉริยะอย่างเย่ฝาน! ในเวลาหลายร้อยปีคงจะปรากฏสักหนึ่งคน!
……...................................................................................................
ไป๋จวิ้นผิงเปิดประตูห้องทำงาน แล้วเดินเข้ามาพลางถามว่า “อวิ๋นจิ่น ได้ยินว่ามีคนมาหาพ่อ”
ไป๋อวิ๋นจิ่นรีบตอบกลับไป “ใช่ครับ เย่ฝานมาหาคุณพ่อครับ”
ไป๋จวิ้นผิงมองเย่ฝานพร้อมพยักหน้าทักทาย “ขอบคุณที่ดูแลอวิ๋นซีมาตลอดนะ!”
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธ “ผมต้องดูแลเขาอยู่แล้วครับ เขาเป็ภรรยาในอนาคตของผม ถ้าผมไม่ดูแลเขา? แล้วจะดูแลใครล่ะครับ?”
เย่ฝานหยิบกล่องใบหนึ่งออกมามอบให้ ในนั้นมีหยกคุ้มภัยอยู่ในนั้นหลายชิ้น
ไป๋จวิ้นผิงแย้มยิ้มแล้วพูดว่า “คุณชายเย่เกรงใจเกินไปแล้ว ของนี่ล้ำค่าเกินไป”
เย่ฝานพูดอย่างไม่คิด “ของนี้ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมแค่สลักค่ายกลต่างๆ ลงไปก็เท่านั้น วันนี้ที่มาหา ผมมีเื่จะพูดคุยกับคุณครับ”
ไป๋จวิ้นผิงพยักหน้า แล้วพูดว่า “เธอถามมาได้เลย!”
เย่ฝานมองไป๋จวิ้นผิงด้วยสายตาเป็ประกาย “ไม่รู้ว่า คุณพ่อคิดยังไงกับการผ่อนชำระเป็งวดครับ?”
“การผ่อนชำระเป็งวด ก็เป็สิ่งที่ไม่เลวนะ เราสามารถได้ของที่อยากมาก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินให้ครบในภายหลัง” ไป๋จวิ้นผิงกล่าว
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ผมรู้สึกว่าวิธีนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน จากที่ผมศึกษาใน่ที่ผ่านมา ผมพบว่าการผ่อนชำระเป็งวดเป็สิ่งที่ดี ดีทั้งกับคนซื้อและคนขาย คนซื้อสามารถเอาสินค้าออกไปใช้ก่อน ส่วนคนขายก็ไม่ต้องกลัวว่าสินค้าจะค้างสต๊อก คุณว่าไหม?”
ไป๋จวิ้นผิงพยักหน้า “ฉันคิดว่าการแบ่งจ่ายเป็งวดเป็วิธีที่ดีเหมือนกัน เดี๋ยวนี้คนที่สามารถซื้อบ้านได้มีไม่มาก เพราะราคาบ้านสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะกู้เงิน การกู้เงินมาซื้อก็เป็อีกทางเลือกที่ไม่เลว คนซื้อบ้านสามารถเข้าไปอยู่ในบ้านก่อน แต่ต้องผ่อนชำระเป็งวด จึงทำให้คนที่กู้เงินมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากและมีความรับผิดชอบยิ่งขึ้น”
“คุณพ่อตาช่างเป็คนที่รู้เหตุรู้ผลจริงๆ เลยครับ! อวิ๋นซีบอกว่าขอเพียงผมมีเงินค่าสินสอดหนึ่งหมื่นล้านหยวน เขาก็จะยอมแต่งงานกับผม ผมก็เลยคิดว่า ผมจะผ่อนจ่ายเป็งวดได้ไหมครับ! ผมขอจ่ายเงินดาวน์ก่อน แล้วค่อยแบ่งจ่ายเป็งวดๆ ไป คิดดอกเบี้ยผมด้วยก็ได้นะครับ”
ไป๋จวิ้นผิง “…”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
ไป๋จวิ้นผิง “ผ่อนจ่ายเป็งวดงั้นเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้า “ใช่ครับ อวิ๋นซีก็อายุไม่น้อยแล้ว คุณควรพิจารณาเื่สำคัญในชีวิตของเขาได้แล้วนะครับ อย่าให้เขาเลียนแบบพี่สาวของเขาเลยครับ!”
ไป๋อวิ๋นจิ่น "...อวิ๋นเฟยปีนี้อายุจะสามสิบปีแล้ว แต่อวิ๋นซีเขาเป็ลูกหลงของคุณพ่อ ปีนี้อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเลยนะ"
“ถ้าอย่างนั้นเราตกลงตามนี้นะครับ ผมจะจ่ายเงินดาวน์ก่อน จากนั้นคุณค่อยกำหนดงานแต่งของผมและอวิ๋นซี”
ไป๋จวิ้นผิงรีบโบกมือปฏิเสธก่อนพูด “ไม่ได้ๆ!”
เย่ฝานถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมถึงไม่ได้ล่ะครับ? คุณเองเพิ่งบอกว่าว่าการผ่อนจ่ายเป็งวดก็เป็วิธีที่ดีไม่ใช่หรือครับ?”
ไป๋จวิ้นผิงสูดหายใจเข้าเต็มปอด “อวิ๋นซีน่ะ คุณปู่ของเขาเป็คนเลี้ยงจนโต ดังนั้นเื่ทุกเื่ของเขา ต้องถามความเห็นจากคุณปู่ก่อน”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…” คุณพ่อหลักแหลมจริงๆ โยนเื่นี้ไปพ้นตัวได้เก่งมาก
เย่ฝานมองไป๋จวิ้นผิง เขาเบิกตากว้างพร้อมพูดอย่างแข็งกร้าว “คุณเป็คุณพ่อของอวิ๋นซีนะครับ! ทำไมถึงตัดสินใจเองไม่ได้ คุณนี่ช่างไร้ความสามารถจริงๆ!”
ไป๋จวิ้นผิงหัวเราะ แล้วชูนิ้วชี้ฟ้าพลางพูดว่า “คุณปู่เป็ผู้มีคุณธรรมและบารมีสูง ดังนั้นเื่ในบ้านล้วนต้องถามท่านก่อน...”
เย่ฝาน “…”
เย่ฝานกัดฟันพูด “คุณว่าที่พ่อตาครับ คุณต้องกล้าหาญหน่อยสิครับ! ดูตัวอย่างเช่นยงเจิ้ง ไม่ใช่เพราะทำให้คังซีซึ่งเป็เสด็จพ่อโมโหจนมีอันตรายถึงชีวิต แล้วตนเองก็ขึ้นครองราชสมบัติแทนหรอกเหรอ? ผมเห็นว่าอายุคุณก็ไม่น้อยเลยนะ ทำไมเื่ใหญ่น้อยถึงต้องฟังความเห็นของคนแก่คนหนึ่งด้วย และที่สำคัญก็คือครั้งก่อนที่ผมไปหาคุณปู่ นึกไม่ถึงว่าเขาจะเอาไม้กวาดไล่ตีผม สมองของคุณปู่เลอะเลือนหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ!”
ไป๋จวิ้นผิง “…”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
“เื่ที่นายพูดฉันจะพิจารณาอีกที แต่ว่าเื่นี้ไว้พูดคราวหน้าเถอะนะ” ไป๋จวิ้นผิงกล่าว
เย่ฝานขมวดคิ้วเป็ปมแล้วพูดอย่างไม่ชอบใจ “ก็ได้ครับ คุณพ่อตาต้องพิจารณาเื่นี้ดีๆ นะครับ ตัวผมเปรียบเหมือนหุ้นที่มีศักยภาพ ราคาอาจขึ้นได้ทุกเมื่อนะครับ”
ไป๋จวิ้นผิง “…”
.........................................................................
เมื่อไป๋อวิ๋นจิ่นส่งเย่ฝานกลับไปแล้ว เขาก็เห็นไป๋จวิ้นผิงสูดหายใจเข้าออกไม่หยุด อยู่บนเก้าอี้ทำงาน
“เขาไปแล้วเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นจิ่นพยักหน้าตอบว่า “ครับ ไปแล้ว”
“พ่อจำได้ที่ลูกเคยบอกว่ามียอดคนไร้เทียมทานคนหนึ่งกำลังตามจีบน้องชาย ลูกยังบอกอีกว่าเขาเป็คนจิตใจกว้างขวาง เปิดเผยตรงไปตรงมา เหมาะสมจะเป็คู่กับน้องชาย” ไป๋จวิ้นผิงกัดฟันพูด
ไป๋อวิ๋นจิ่นพยักหน้า แล้วกล่าวด้วยความฝืนใจ “ครับ!”
“ยอดคนที่ลูกพูดถึงก็คือเ้าหมอนี่ใช่ไหม?” ไป๋จวิ้นผิงถามต่อ
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…เย่ฝานบางครั้งคำพูดของเขาก็ฟังเหมือนไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไร ความคิดของเขาก็ไม่เหมือนใคร แต่เขาเป็คนที่มีความสามารถจริงๆ ครับ คนของเขาหลงหู่ก็เลื่อมใสในตัวเขามาก” ยันต์ที่เย่ฝานวาดเป็ที่ชื่นชอบในเขาหลงหู่มาก
“พ่อจำได้ว่าคุณตาเซี่ยวฉือเคยอยู่กับเย่ฝานตั้งหลายวันงั้นหรือ?” ไป๋จวิ้นผิงถาม
ไป๋อวิ๋นจิ่นพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่ครับ!”
“คุณตาของลูกมีประสบการณ์และความรู้มากมาย จิตใจกว้างขวาง พ่อคงทำอย่างเขาไม่ได้หรอก!” ไป๋จวิ้นผิงพูดพลางส่ายหน้า
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
ตอนที่ไป๋อวิ๋นซีกำลังประชุมอยู่ โทรศัพท์มือถือของเขาก็มีสายเรียกเข้าจากไป๋จวิ้นผิงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาต้องเลิกประชุมกะทันหัน
........................................................................................
เย่ฝานเดินไปถึงทางเข้าคฤหาสน์ก็เห็นจางเซวียนรออยู่ ข้างกายของเขามีชายในชุดสูทสีดำยืนอยู่ด้วย
เย่ฝานเปิดประตูเชิญแขกทั้งสองเข้าไปในบ้าน
“จางเซวียน นายมาหาฉันเหรอ?”
จางเซวียนพยักหน้า “ความจริงแล้วครั้งนี้ที่มา ฉันมาเป็เพื่อนท่านผู้นี้ต่างหาก”
“สวัสดีครับ คุณเย่! ผมชื่อเสิ่นเว่ยหลง เป็หัวหน้าทีมเอของหน่วยปฏิบัติภารกิจพิเศษของประเทศ นี่คือนามบัตรของผมครับ”
เย่ฝานพยักหน้า รับนามบัตรมาแล้วถามว่า “มีเื่อะไรหรือครับ”
เสิ่นเว่ยหลงหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งให้เย่ฝานดูพร้อมถามว่า “คุณชายเย่ รู้จักคนคนนี้ไหมครับ?”
“รู้จักครับ” คนในรูปถ่ายคือคนคนเดียวกับหมอหนอนกู่ที่เขาเพิ่งกำจัดไป! “คนคนนี้ทำไมเหรอครับ?”
“เขามีชื่ออยู่ในบัญชีดำของหน่วยปฏิบัติภารกิจพิเศษ”
ประเทศจีนมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลและมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ จำนวนของผู้มีวิชาเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดอาจมีไม่มาก ผู้มีวิชาอาคมในจำนวนนั้นมีทั้งดีและเลว ผู้มีวิชาที่ทำความดีจะสร้างประโยชน์ให้แก่แผ่นดิน แต่พวกที่เป็คนเลวจะเป็อันตรายใหญ่หลวง
ในบัญชีดำของหน่วยปฏิบัติภารกิจพิเศษ บันทึกไว้แต่รายชื่อของผู้มีวิชาอาคมที่ชั่วร้าย ต้องเร่งขุดรากถอนโคน
“คุณชายเย่ดูภาพนี้สิครับ ที่นี่เดิมทีเป็มณฑลซีเฉิง แต่ว่าหลายปีก่อนเกิดเหตุการณ์แหล่งน้ำเป็พิษ ทำให้คนในนั้นล้มตายไปหมด
เื่นี้ถูกปิดข่าวเอาไว้ ผู้คนต่างคิดว่าคนที่นั่นเสียชีวิตจากมลพิษ แต่ที่จริงแล้ว คนเ่าั้ถูกพิษของหมอหนอนกู่คนนี้ต่างหาก”
“ไม่รู้ว่าเื้ัเื่นี้ หมอหนอนกู่นั่นมีเหตุผลอะไร ถึงได้ก่อเื่เลวทรามแบบนี้”
เย่ฝานหรี่ตาลง คาดเดาว่าหมอหนอนกู่นั่นคงใช้ชีวิตคนเ่าั้ไปสร้างกู่ต่อชีวิต แต่น่าเสียดายที่ฝีมือความสามารถของเขายังไม่ถึงขั้น หนอนกู่ที่สร้างขึ้นแม้จะต่อชีวิตไปได้ แต่ไม่สามารถหยุดความแข็งกระด้างของร่างกายได้ ถึงแม้เขาไม่ลงมือ รออีกสักห้าถึงหกปี หมอหนอนกู่นั้นก็ไม่อาจมีชีวิตต่อได้เหมือนกัน
“หมอหนอนกู่คนนี้ก่อเื่เลวร้ายขึ้นในประเทศบ่อยครั้ง แต่เนื่องด้วยเขาเป็คนเ้าเล่ห์ หน่วยปฏิบัติภารกิจพิเศษจึงไม่สามารถจับเขาได้สักที แต่พวกเราได้ยินข่าวมาว่าคุณชายเย่สังหารเขาไปแล้วใช่ไหมครับ” ชายในชุดดำกล่าว
เย่ฝานกลอกตาไปมา “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ความจริงอายุขัยของเขาก็ใกล้จะหมดแล้ว ผมก็ไม่นับว่าฆ่าคนตายหรอกนะ”
“เ้าหมอนั่นทำเื่ชั่วไว้มากมาย คุณชายเย่กำจัดมันไปได้นับว่าเป็การขจัดเภทภัยให้ประชาชน! ผมต้องขอบคุณคุณแทนประชาชนด้วยนะครับ!” ชายในชุดดำพูดด้วยความจริงจัง
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องเกรงใจ มันเป็สิ่งที่สมควรทำอยู่แล้ว”
จางเซวียน “…”
“คุณชายเย่ ทุกวันนี้พลังปราณท่ามกลางฟ้าดินน้อยลงทุกที ผู้ฝึกฝนศาสตร์ลี้ลับยิ่งลำบากขึ้นเรื่อยๆ มีผู้มีวิชาอาคมไม่น้อยที่หลงผิดเดินเข้าสู่วังวนของวิชามารหรืออวิชชา มันน่าเสียดายมาก คนทั่วไปไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเรา หน่วยปฏิบัติภารกิจพิเศษนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อถอนรากถอนโคนบุคคลที่หลงทางผิดเ่าั้” เสิ่นเว่ยหลงกล่าว
เย่ฝานพยักหน้า “อ่อ พวกคุณช่างลำบากจริงๆ”
“ทุกวันนี้องค์กรของเรายังขาดแคลนสมาชิกอยู่ไม่น้อย ทำให้เราไม่สามารถจัดการภารกิจได้อย่างใจหวัง ผมขอเป็ตัวแทนหน่วยปฏิบัติภารกิจพิเศษ ขอเชิญคุณมาร่วมทีมกับพวกเราครับ!”
เย่ฝานเอียงหัว หัวเราะแล้วพูดว่า “บางทีคุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับเื่หนึ่ง”
เสิ่นเว่ยหลงถามด้วยความสงสัย “เื่อะไรหรือครับ?”
“ด้านความประพฤติของผมของไม่ผ่านเกณฑ์ครับ! ผมคงไม่เหมาะจะเข้าร่วมองค์กรที่มีความเที่ยงธรรมและเคร่งครัดของพวกคุณหรอกครับ” เย่ฝานกล่าว
เสิ่นเว่ยหลงหัวเราะด้วยความประหม่า แล้วพูดว่า “เื่ของคุณชายเย่ ทางเราได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วครับ เกี่ยวกับปัญหาเื่ความประพฤติของคุณ พวกเรารู้แล้วว่ามันเป็การเข้าใจผิด”
เย่ฝาน “…”
“ถ้าผมเข้าร่วมหน่วยปฏิบัติภารกิจพิเศษของพวกคุณ พวกคุณคิดว่าจะให้ค่าจ้างผมเท่าไร! ถึงหนึ่งพันล้านหยวนไหม! ่นี้ผมต้องเก็บเงินเพื่อจ่ายเงินดาวน์ค่าสินสอด ถ้าผมเข้าร่วมทีมของคุณ พวกคุณจะตอบแทนผมเป็เงินเท่าไรล่ะ!” เย่ฝานซักถาม
เสิ่นเว่ยหลงหัวเราะด้วยความลำบากใจ “เงินค่าจ้างคงไม่มากขนาดนั้น เพราะกองทุนขององค์กรเราไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นครับ”
เย่ฝานเบะปากแล้วคิดในใจว่า อยากให้ม้าวิ่ง แต่ไม่ให้ม้ากินหญ้า
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธ แล้วพูดว่า “ค่าจ้างไม่ถึงหนึ่งพันล้านหยวน งั้นไปทำงานกับพวกคุณก็ไม่มีความหมายสำหรับผมเลย! งั้นผมไม่ไปครับ!”
เสิ่นเว่ยหลงมองเย่ฝานอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกพลางถามว่า “คุณชายเย่ไม่สนใจจริงๆ หรือครับ?”
เย่ฝานส่ายหน้า “ไม่สนใจครับ!”
เสิ่นเว่ยหลงพูดด้วยความเสียดาย “นี่เป็นามบัตรของผม หากคุณชายเย่เปลี่ยนใจเมื่อไร ก็โทรหาผมได้ตลอดนะครับ”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ได้ครับ!”
