ท่านโหวกลับมาแล้ว? เหลยซื่อไม่ได้มีความยินดีมากมายนัก ท่านโหวจะต้องทราบเื่นี้แล้วเป็แน่ นางในตอนนี้ไม่มีความกล้าไปเผชิญหน้ากับเขา แม้ว่าจะเตรียมคำพูดไว้นานแล้ว ทว่าแค่คิดถึงสายตาเช่นนั้นของท่านโหว... “อ้อ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
“แต่ว่าฮูหยินเ้าคะ ท่านโหวไปเรือนไผ่แล้วเ้าค่ะ”
อะไรนะ?! หรือว่าท่านโหวไปหานังแพศยาอนุห้านั่น?! แค้นใจนัก! เดิมทีคิดว่าจะทำให้อนุห้าถูกโจรเ่าั้ย่ำยี ท่านโหวให้ความสำคัญกับชื่อเสียงถึงเพียงนี้ เช่นนั้นเด็กในท้องของนางก็คงไม่้าแล้วเป็แน่ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็อวิ๋นหลี่เสียสติ นังเด็กสารเลวกับอนุห้ากลับไม่เสียหายแม้เพียงนิด! นับเป็การเสียฮูหยินแล้วเสียซ้ำขุนศึก [1] จริงๆ!
“รู้แล้ว! พวกเรากลับ!” น้ำเสียงของเหลยซื่อเต็มไปด้วยความโมโห นางสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่งแล้วก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องโถง
...
“คุณหนูเ้าคะ เซี่ยเหอบอกว่าตอนนี้ท่านโหวกำลังอยู่เป็เพื่อนอนุห้าเ้าค่ะ” ชุนเซียงติดตามอยู่ข้างหลังอวิ๋นซู ทันใดนั้นนางพลันหยุดเท้าลง อวิ๋นซูมองไปตามสายตาของนาง จึงพบเงาร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งหลบอยู่หลังูเาจำลอง
หลิ่วอวิ๋นเหยาไม่คิดว่าวันนี้ท่านโหวจะกลับมา ยังดีที่นางได้ยินเสียงก่อนจึงมาหลบอยู่ทีู่เาจำลอง ท่านพ่อไม่ชอบนาง นางไม่กล้าปรากฏตัวต่อหน้าท่านพ่อ ทว่าครั้งนี้นางจำเป็ต้องมาเพื่อขอร้องพี่หก
ทันใดนั้น มือคู่หนึ่งจับไหล่นางไว้แน่น “ผู้ใดกัน?!”
“โอ๊ย...” หลิ่วอวิ๋นเหยาย่นหน้าด้วยความเจ็บ นางเงยหน้าขึ้น ั์ตาของชุนเซียงฉายแววประหลาดใจ รีบเก็บมือของตนกลับมา “คุณหนูเจ็ด เหตุใดท่านมาอยู่ที่นี่เ้าคะ?!”
“ข้า...ข้า...”
อวิ๋นเหยาเบนสายตาขึ้นมองอวิ๋นซูที่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาของนางแดงก่ำ พลันคุกเข่าลงกับพื้นอย่างแรง “พี่หก อวิ๋นเหยาผิดไปแล้ว! อวิ๋นเหยาไม่กล้าแล้ว! พี่หกได้โปรดช่วยอวิ๋นเหยาด้วยเถิด!”
น้ำตาของนางไหลออกมาเป็สาย ไม่สนใจว่ายังมีสาวใช้อยู่ตรงนี้ ใจของนางคิดเพียงแค่้าให้อวิ๋นซูยกโทษให้นางและช่วยดึงนางออกมาจากทะเลแห่งความขมขื่น
“ชุนเซียง รีบประคองคุณหนูเจ็ดขึ้นมา” อวิ๋นซูมองเข้าไปในเรือน สภาพเช่นนี้หากชางหรงโหวมาเห็นคงไม่ดีแน่
พวกนางพาหลิ่วอวิ๋นเหยาที่อยู่ในอารมณ์ตึงเครียดไปในห้อง ชุนเซียงเพิ่งจะปิดประตู ดรุณีน้อยผู้นี้ก็รีบเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้าอวิ๋นซู
“พี่หก อวิ๋นเหยาสำนึกผิดแล้ว ทั้งหมดเป็พี่สี่ให้ข้าทำ อวิ๋นเหยาไม่ควร...ไม่ควรเอาขนมเ่าั้ให้ท่านพี่...” หลิ่วอวิ๋นเหยาทราบว่าไม่สามารถปิดบังอวิ๋นซูได้อีก พี่หกฉลาดเช่นนี้จะไม่ทราบความจริงของเื่ทั้งหมดได้อย่างไร หากตนเองยังหลอกลวงนางต่อไป พี่หกจะต้องคิดว่าตนเองไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดเป็แน่
“น้องเจ็ด ลุกขึ้นก่อนค่อยพูดเถิด” น้ำเสียงของอวิ๋นซูเรียบเฉย หลิ่วอวิ๋นเหยาส่ายศีรษะสุดชีวิต “ไม่เ้าค่ะ พี่หกให้อภัยอวิ๋นเหยาก่อน อวิ๋นเหยาถึงจะลุกขึ้น หากพี่หกยังโกรธอยู่ เช่นนั้นอวิ๋นเหยาจะคุกเข่าที่นี่ทั้งวันทั้งคืน รอจนกว่าพี่หกจะหายโกรธ!”
ดรุณีน้อยเช็ดน้ำตา ใบหน้าที่แต่งแต้มเลอะเทอะไปนานแล้ว ดูท่าทางจนตรอก
เห็นท่าทางใหวาดผวาของนางเช่นนี้ อวิ๋นซูก็สูดหายใจลึก คุณหนูเจ็ดผู้นี้ไม่นับว่าดื้อดึงจนมิอาจเปลี่ยนแปลงได้ หลังจากที่นางทราบว่าพี่สาวร่วมมารดาไปพึ่งพิงหลิ่วอวิ๋นฮว๋าทว่ากลับมีจุดจบเช่นนี้ จึงหันมาพึ่งตนแทน วันนี้นางไม่มีมิตรไม่มีศัตรูในจวนโหว ทั้งยังสามารถเชื่อใจได้เพียงพี่หกอย่างตนที่ในสายตาของนางยังเรียกได้ว่าเป็คนดีอยู่
“เื่ในครั้งนี้ น้องเจ็ดรู้มากน้อยเพียงใด?” จะให้โอกาสนางอีกครั้ง หากยังปิดบังเื่ราวใดๆ อีก อวิ๋นซูก็จะปล่อยให้นางอยู่อย่างตามมีตามเกิด
“ฮือๆ ...พี่สี่ผสมยาลงไปในขนมเ่าั้จำนวนหนึ่ง นางกลัวว่าพี่หกจะไม่ยอมกินของที่นางให้ จึงเรียกข้าไป ส่วนเหตุใดนางจึงวางยาพี่หก อวิ๋นเหยาไม่ทราบ...อวิ๋นเหยาไม่ทราบจริงๆ ตอนนั้นอวิ๋นเหยาเคยถาม แต่พี่สี่เตือนว่าข้าโง่ บอกว่าไม่้าให้ข้ารู้เื่มากเกินไป เชื่อฟังนางอย่างว่านอนสอนง่ายก็พอแล้วเ้าค่ะ” อวิ๋นเหยามองใบหน้าของอวิ๋นซูอย่างขี้ขลาด กลัวว่าฟังนางแล้วจะยิ่งโกรธ
“เป็ความจริงเ้าค่ะ ที่อวิ๋นเหยาพูดล้วนเป็ความจริง! พี่หกเชื่อข้าเถิด! วันหน้าอวิ๋นเหยาจะเชื่อฟังแต่พี่หก จะไม่ช่วยพี่รองทำร้ายคนอีกแล้ว! ครั้งที่แล้วก็เป็เพราะพี่สามข่มขู่อวิ๋นเหยา หากอวิ๋นเหยาไม่หลอกพี่หกไป เขาจะตีข้าให้ตาย! อวิ๋นเหยาเพียง้ามีชีวิตดีๆ อวิ๋นเหยาไม่กล้าแล้วเ้าค่ะ!” นางขออภัยอย่างสุดชีวิต กระทั่งนำใบหน้าเล็กๆ กระแทกลงบนพื้น
“น้องเจ็ด ลุกขึ้นเร็ว!” อวิ๋นซูรีบยื่นมือไปหยุดนาง “ข้าเองก็ไม่อยากเห็นพี่สี่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ หากว่าตอนนี้น้องเจ็ดทิ้งนางมาอีก คนอื่นๆ ในจวนโหวคงจะกล่าวว่าน้องเจ็ดไม่นึกถึงพี่น้อง”
“เช่นนั้น...เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเ้าคะ?” อวิ๋นเหยาไม่อยากอยู่ที่เรือนนั้นอีกแล้ว! พี่สี่บ้าไปแล้ว นางบ้าไปแล้วจริงๆ นางทำลายข้าวของตลอดจนอวิ๋นเหยาไม่กล้านอน หากเป็เช่นนี้ต่อไป อวิ๋นเหยาคงจะถูกบีบบังคับจนเป็บ้าเช่นเดียวกับพี่สี่แน่!
หลิ่วอวิ๋นเหยาตัวสั่นไม่หยุด ในสมองของนางปรากฏภาพหลิ่วอวิ๋นหลี่ที่บ้าคลั่งขึ้นอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่ถูกโจรล้อมไว้ มิใช่ว่าพี่สี่เองก็ผลักนางออกไปโดยไม่เห็นแก่ความเป็พี่น้องหรอกหรือ? มีเพียง์ที่รู้ว่าตอนนั้นตนเองสิ้นหวังเพียงใด นางถูกพี่สาวแท้ๆ เพียงคนเดียวขายให้พวกโจรชั่ว ในเมื่อเป็เช่นนี้ เหตุใดตนจะต้องคิดถึงความสัมพันธ์พี่น้องกับพี่สี่ด้วย? นางเพียงแค่้ามีชีวิตอยู่ต่อไปดีๆ ยามนี้ต่อให้ไม่มีเงินทองของล้ำค่า ไม่มีเสื้อผ้าเครื่องประดับก็ไม่เป็ไร ขอเพียงสามารถอยู่อย่างสงบในจวนโหว จนกระทั่งอายุเหมาะสมก็แต่งออกไปก็พอแล้ว นางไม่กล้าขออะไรมากมายถึงเพียงนั้น
“เช่นนี้เถิด เื่นี้พี่หกจะพูดกับท่านย่า ว่าให้เ้าย้ายออกจากเรือนนั้นโดยเร็ว แต่วันหน้าหากพี่รองพูดอะไรกับเ้าอีก เ้าต้องมาบอกข้าตามความจริง เ้าเองก็เห็นแล้วว่าเพราะเหตุใดพี่สี่ของเ้าจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น” คำพูดของอวิ๋นซูฟังดูน่ากลัว ทว่าก็เพียงพอที่จะโน้มน้าวใจคน ความหมายของนางก็คือ หากติดตามหลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็จะเจอกับเื่น่าสงสารเช่นนั้น หากติดตามตนเอง ตนก็จะสามารถปกป้องให้อยู่อย่างสงบสุขได้
“ได้! ได้! หากพี่รองมาหาอวิ๋นเหยาอีก อวิ๋นเหยาจะต้องบอกพี่หกแน่เ้าค่ะ!” หลิ่วอวิ๋นเหยายืนขึ้น ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาบนในหน้า ตอนนี้เองด้านนอกมีเสียงอวี้เอ๋อร์ดังขึ้น “คุณหนูเ้าคะ ท่านโหวเรียกเ้าค่ะ”
ท่านพ่อ? หลิ่วอวิ๋นเหยาหน้าเปลี่ยนสี หากให้ท่านพ่อเห็นนางปรากฏตัวที่เรือนไผ่ในสภาพนี้ นางจะต้องโดนตำหนิแน่
อวิ๋นซูตบไหล่นางเบาๆ “อีกสักครู่ค่อยให้ชุนเซียงส่งเ้ากลับไป ตอนนี้ข้าต้องไปพบท่านพ่อแล้ว”
“เช่นนั้น...เช่นนั้น...” นางยื่นมือไปดึงแขนเสื้อของอวิ๋นซู
“วางใจเถิด ไม่นานเ้าก็จะสามารถย้ายออกจากเรือนนั้นได้แล้ว”
เมื่อเงาร่างนั้นจากไป หลิ่วอวิ๋นเหยารู้สึกราวกับว่าพลังทั้งหมดของตนถูกดึงออกไปจนแห้งเหือด ทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง
ภายในห้อง เมื่ออวิ๋นซูเหยียบย่างเข้าไปก็ได้ยินเสียงหัวเราะของอนุห้าเบาๆ
“คุณหนูหก!”
“อี๋เหนียงนั่งเถิด อย่าเคลื่อนไหวให้มากเกินไปถึงจะดีเ้าค่ะ” คำพูดของอวิ๋นซูทำให้อนุห้าหยุดการกระทำลง สตรีงดงามผู้นี้มายังเบื้องหน้าของชางหรงโหวแล้วคารวะครั้งหนึ่ง “ท่านพ่อ”
สตรีที่งดงามดั่งดอกกล้วยไม้ตรงหน้าทำให้ดวงตาของชางหรงโหวต้องสั่นไหวอีกครั้ง ราวกับทุกครั้งที่ได้พบนางล้วนมีความรู้สึกแตกต่างกันออกไป
“อวิ๋นซู ร่างกายของอนุห้าเป็อย่างไรบ้าง?” เสียงทุ้มนุ่มลึกของชางหรงโหวฟังดูสงบนิ่ง
“ตอบท่านพ่อ ชีพจรของอี๋เหนียงสงบนิ่งมั่นคง ความอยากอาหารใน่นี้ก็ไม่เลวนัก หากรักษาสภาพเช่นนี้ต่อไปได้ เด็กในครรภ์ก็จะเติบโตอย่างแข็งแรงเ้าค่ะ”
“อืม เช่นนั้นก็ดี พ่อเห็นว่า่สองวันนี้ใบหน้าของนางแดงขึ้นเรื่อยๆ” ท่านโหวอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมาอย่างหาได้ยาก “งานพระราชพิธีเฉลิมฉลองพรุ่งนี้ ให้เ้าเข้าวังไปด้วยกัน”
งานพระราชพิธีเฉลิมฉลอง?! อวิ๋นซูรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง นางได้ยินชุนเซียงกล่าวว่าผู้ที่สามารถเข้าร่วมงานพระราชพิธีเฉลิมฉลองได้นั้นล้วนเป็คุณหนูสูงศักดิ์ ดังเช่นหลิ่วอวิ๋นฮว๋าซึ่งเป็บุตรีภรรยาเอกที่ได้รับการจับจ้อง ไม่นึกว่าชางหรงโหวจะถึงกับพานางไปด้วย? หรือนี่จะเป็ความคิดของฮูหยินผู้เฒ่า
“ฝ่าาทรงได้ยินว่าเ้าใช้ยาทำให้โจรชั่วสลบ ชมว่าเ้ากล้าหาญน่ายกย่อง ย่าของเ้าได้เตรียมชุดเอาไว้ให้เ้าแล้ว เ้าไม่ต้องกังวล” คำพูดของชางหรงโหวราวกับคิดล่วงหน้ามาก่อน ไม่มีเหตุผลให้อวิ๋นซูปฏิเสธได้เลยแม้แต่น้อย
แต่ว่าในใจของนางคิดไปถึงอีกคนหนึ่ง ได้ยินรัชทายาททรงกล่าวว่าจักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้เองก็เข้าร่วมงานพระราชพิธีเฉลิมฉลองด้วย เช่นนั้นมิใช่ว่าตนเองจะได้พบกับคนผู้นั้นหรอกหรือ? เดิมทีคิดว่าต้องรอถึงวันแข่งม้าของสองแคว้น ไม่คิดว่าโอกาสจะมาถึงเร็วเพียงนี้
ใจของนางราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เป็เพราะยินดี ความเคียดแค้นที่อัดแน่นมาเนิ่นนานซึมลึกเข้าไปในเืกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เซียวอี้เชิน เซียวอี้เชิน! ยามพบกันอีกครั้ง เขาจะจำนางได้หรือไม่?
“อวิ๋นซู? อวิ๋นซู?” ชางหรงโหวสังเกตได้ถึงความผิดปกติของอวิ๋นซู อนุห้าที่อยู่ข้างๆ เห็นท่านโหวเรียกนางสองครั้งก็ยังไม่ตอบสนอง จึงยิ้มพลางอธิบายแทนนาง “คุณหนูหกคงจะตื่นเต้นกระมัง”
“วางใจเถิด พี่รองของเ้าจะดูแลเ้าเอง”
“...” อวิ๋นซูและอนุห้าสบตากันโดยพลัน ประโยคนี้ของท่านโหวไม่พูดเสียยังจะดีกว่า พูดมาแล้วยิ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
ภายในพระราชวังแคว้นเฉิน
“รัชทายาทยังไม่กลับมาหรือ?” ภายในตำหนักหงส์ ฮองเฮาแห่งแคว้นเฉินท่าทางสง่างามสูงศักดิ์ มองไปยังกงกงข้างกาย
“เรียนฮองเฮา รัชทายาททรงไปสนามฝึกม้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ดูแล้วการแข่งม้าระหว่างสองแคว้นในครั้งนี้ รัชทายาททรงใส่ใจเป็อย่างมาก ฮองเฮาปลื้มปีติอยู่ในใจ ทีแรกนางยังกังวลว่ารัชทายาทเดินทางท่องเที่ยวอยู่นานหลายปีเช่นนี้ คงไม่ใส่ใจการงานบ้านเมืองเสียเท่าไรนัก ดูท่านางจะรู้จักบุตรชายคนนี้น้อยไปเสียแล้ว เขามีฐานะเป็รัชทายาท ควรจะมีความตื่นตัวเป็ที่สุด ครั้งนี้สามารถแบ่งเบาภาระของฝ่าาได้ เชื่อว่าเขาจะได้รับผลประโยชน์ไม่น้อย
หากเป็ไปได้ นางย่อมหวังให้แคว้นเฉินเป็ผู้ชนะในการแข่งม้าระหว่างสองแคว้น ทว่านางทราบดีว่าสิ่งที่แคว้นอี้ชำนาญที่สุดก็คือการต่อสู้ด้วยม้า นางถอนหายใจเบาๆ
“เสด็จแม่ทรงกำลังกังวลอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ตงฟางซวี่เดินตัวลอยเข้ามาจากด้านนอก ใบหน้าแย้มยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ ฮองเฮามองเขาด้วยสายตารักใคร่เมตตา “แม่กังวลว่าเ้าจะเหนื่อยเกินไป”
“ลูกมิเหนื่อยเลยพ่ะย่ะค่ะ” ตงฟางซวี่สะบัดชายเสื้อแล้วนั่งลง ฮองเฮามองเขาดื่มชาไปอึกใหญ่ “การแข่งม้าระหว่างสองแคว้นในคราวนี้ เ้าพยายามเต็มที่ก็พอแล้ว”
“ลูกย่อมพยายามเต็มที่แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ แต่เกรงว่าเสด็จพ่อทรง้าซื้อใจคน” น้ำเสียงของตงฟางซวี่ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน พลันนั้นเขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เสด็จแม่ ลูกเจอคน...คนประหลาดผู้หนึ่งพ่ะย่ะค่ะ!” แย่แล้ว เกือบลืมคำกำชับของคุณหนูหกไปเสียแล้ว ไม่อาจพูดเื่ที่นางรู้วิธีขี่ม้าออกมาได้
“หือ? คนประหลาดอะไร?”
ตงฟางซวี่คิดครู่หนึ่ง “เป็ชายสวมหน้ากากคนหนึ่ง สหายของคุณชายสี่จวนชางติ้งโหว คนผู้นี้มีฝีมือการขี่ม้ายอดเยี่ยม วิชาต่อสู้ก็ไม่ธรรมดา มีเขาร่วมการแข่งม้าในครั้งนี้ แคว้นเฉินของพวกเราก็มีโอกาสชนะมากขึ้นพ่ะย่ะค่ะ!” แน่นอนว่า เมื่อรวมกับยาที่คุณหนูหกให้มาพวกนั้นไปด้วย ในใจขอตงฟางซวี่มีความมั่นใจอยู่หลายส่วน
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ หากชนะก็เป็โชคของแคว้นเฉินของพวกเราแล้ว แต่ว่ารัชทายาท การแข่งขันแพ้ชนะไม่สำคัญ สิ่งสำคัญก็คือจะต้องมองภาพรวม รู้แล้วหรือไม่?” ฮองเฮาเกรงว่าตงฟางซวี่สนใจแต่จะเอาชนะ หากสองแคว้นต้องหมางใจกันเพราะเหตุนี้ ย่อมไม่คุ้มค่า
“เสด็จแม่ ลูกทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อีกอย่าง วันคัดเลือกสนมของรัชทายาทใกล้จะถึงแล้ว ในใจเ้ามีตัวเลือกที่เหมาะสมหรือไม่?”
ฮองเฮาทรงพระสรวล ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดในสมองของรัชทายาทกลับปรากฏภาพใบหน้าเ็าทว่างดงามดั่งกล้วยไม้ของอวิ๋นซู “เสด็จแม่รู้จักคุณหนูหกแห่งจวนชางหรงโหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
คุณหนูหก? บุตรีอนุภรรยามิใช่หรือ “รัชทายาท เ้า...”
------------
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] เสียฮูหยินแล้วเสียซ้ำขุนศึก หมายถึง สูญเสียสองสิ่งพร้อมๆ กัน
