“อู่ชิ่ง! อั่ก...” เสียงอึกอักอยู่ในลำคอ มือสังหารก้มหน้ามองกระบี่ที่แทงทะลุร่างของตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ นิ้วของเขาค่อยๆ ขยับ อีกฝ่ายรู้ได้ในทันทีว่าเขา้าจะทำอะไร
“ในเวลาเช่นนี้ยังมีใจมองไปทั่วอีกหรือ?” ได้ยินเสียงดังหึ่งๆ บุรุษชุดดำวาดกระบี่ออกไป ฝ่ามือเปื้อนเืห้อยตกลง ในฝ่ามือยังกำขวดกระเบื้องเปื้อนเืขวดหนึ่งเอาไว้
แผนที่พยายามจะทำให้อีกฝ่ายตกตายไปพร้อมกันถูกทำลายไปท่ามกลางสายตาเหยียดหยามคู่นั้น มือสังหารคนสุดท้ายล้มลง บุรุษชุดดำทั้งหมดพากันฉีกเสื้อของตนมาส่วนหนึ่งเพื่อเช็ดเืบนกระบี่จนสะอาด มือสังหารตระกูลอู่ได้รับพิษหลากหลายชนิดมาั้แ่เด็ก เืของพวกเขาจึงมีพิษเช่นกัน
“คุณชายขอรับ ได้รับาเ็หรือไม่?”
พวกเขาเดินเข้ามาอย่างกังวล กลัวว่าก่อนตายมือสังหารผู้นั้นจะเล่นลูกไม้อะไร อย่างไรก็ตามเฟิ่งหลิงทราบว่าพวกเขามีความเชี่ยวชาญในด้านการใช้พิษ ด้วยเหตุนี้จึงใช้กระบวนท่าสังหารโดยรักษาระยะห่างเอาไว้
เมื่อมองศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น เฟิ่งหลิงพลันตระหนักได้ถึงความผิดพลาดอันร้ายแรงของตน
ด้วยฐานะของเขา หากจะรั้งอยู่ที่แคว้นเฉินต่อไปย่อมไม่ปลอดภัย ในเมื่อคนเหล่านี้สามารถหาสถานที่นี้พบ เชื่อว่าอีกไม่นาน อีกฝ่ายจะส่งมือสังหารมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงตอนนั้น การดำรงอยู่ของตนเองอาจจะนำพาอันตรายที่ยากจะจินตนาการมาสู่อวิ๋นซู
อีกฝ่ายไม่ใช่มือสังหารธรรมดา ทั่วทั้งร่างกายของพวกเขาล้วนเป็พิษ คนเ่าั้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด ทุกครั้งล้วนเป็การต่อสู้กันถึงชีวิต
“จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือร่องรอย”
“คุณชายขอรับ นายท่านจัดเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว ขอให้คุณชายรีบไปจากที่นี่ แคว้นเฉินไม่ปลอดภัยแล้วขอรับ” ที่นี่เป็แผ่นดินของแคว้นเฉิน หากว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ผู้ใดก็ไม่อาจทวงความยุติธรรมให้คุณชายได้
เฟิ่งหลิงมีท่าทางเคร่งขรึม มองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
กลุ่มคนเมื่อครู่นี้บนถนนผลักดันอวิ๋นซูจนมาถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ
นางนั่งอยู่บนขอนไม้เงียบๆ มองดวงดาวอันห่างไกลบนฟากฟ้า บนเรือเฉลิมฉลองมีเสียงยินดีดังขึ้นมาเป็ระยะ บุรุษและสตรีที่เป็คู่รักสองสามคู่นั่งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ กอบกุมมือซึ่งกันและกัน เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก
อวิ๋นซูเองก็จำไม่ได้แล้ว นานเพียงใดที่นางไม่ได้สงบจิตใจชื่นชมบรรยากาศต่าง ๆ รอบตัว ชีวิตของนาง ทุกเส้นประสาทของนางล้วนถูกความแค้นยึดไว้แน่น แต่ในตอนนี้ ดวงใจของนางยังคงมีความคาดหวังอยู่บ้าง ในยามก่อนนางไม่เคยคิดเลยว่า หลังจากที่แก้แค้นแล้วร่างกายนี้จะเป็อย่างไร แต่ตอนนี้...
ลมเย็นพัดโชยมา นางรวบอาภรณ์ของตนเข้าด้วยกัน รออยู่เนิ่นนานกลับไม่เห็นเงาของเฟิ่งหลิง
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด นางมั่นใจว่าเขาจะต้องมาหาอย่างแน่นอน
เวลาค่อยๆ ผ่านไป เงาร่างบอบบางนั่งอยู่อย่างสงบเงียบเช่นนั้น มองไปยังผืนน้ำอันกว้างใหญ่
เงาร่างอันโดดเดี่ยวทำให้จิตใจของคนมองรู้สึกเ็ป ในมุมมืด เฟิ่งหลิงพิงกำแพงอยู่เนิ่นนาน เขาทราบว่านางกำลังรอตนเองอยู่ แต่ว่า...บางทีการดำรงอยู่ของตนเองจะเป็ความอันตรายอย่างหนึ่งสำหรับนาง ทว่าเหตุใดตนเองจึงเศร้าใจเช่นนี้
เขายังอยากจะอยู่ข้างกายนาง อยากจะพูดคุยกับนาง ช่วยนางข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ช่วยนางให้คลายกังวล
ทว่าในตอนนี้ ตนเองกลับไม่มีแม้กระทั่งความกล้าที่จะก้าวเดินเข้าไป ไม่รู้ว่ามือสังหารเ่าั้ยังมีอีกกี่มากน้อย ไม่รู้ว่าคนที่จับตาดูตนเองอยู่มีอีกเท่าใด เหตุใด...จึงต้องเป็ตนเองด้วย
หากว่าเขาเป็เพียงคุณชายสามแห่งจวนชางติ้งโหว หากเป็เช่นนั้นจะดีมากแค่ไหน
“พี่ชายตัวน้อย...”
ดรุณีน้อยตัวเล็กน่ารักผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างกายของอวิ๋นซู ในมือของนางถือถังหูลู่1อยู่สองไม้
“พี่ชายคนงามให้ข้านำสิ่งนี้มาให้ท่าน แล้วยังมีถังหูลู่ไม้นี้ด้วยเ้าค่ะ” ดรุณีน้อยไร้เดียงสาส่งจดหมายในมือมาให้ อวิ๋นซูรับถังหูลู่มา รู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่ชายคนงามเป็ผู้ใด
เมื่อเปิดออกอ่าน ในจดหมายกล่าวว่าเขามีธุระติดพัน ไม่สามารถไปส่งได้ ให้นางรีบกลับจวนไปเสีย อย่าได้รั้งอยู่บนถนนอีกเป็อันขาด
“...” เขาเห็นนางเป็เด็กน้อยหรือไร มุมปากของอวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะยกโค้งเป็รอยยิ้ม ลิ้มรสหวานๆ ของถังหูลู่ในมือ แล้วจึงค่อยๆ เดินหายไปท่ามกลางกลุ่มคน
บุรุษชุดดำหลายคนยังคงคุ้มครองอยู่รอบกายเฟิ่งหลิง ดูแล้วสตรีผู้นั้นจะสำคัญต่อคุณชายยิ่งนัก แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้ เป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีความรักชายหญิง บนร่างของคุณชายยังมีความรับผิดชอบของตนเองกดทับอยู่
...
ภายในจวนชางติ้งโหว
“อวี่เอ๋อร์ คุณหนูสามของจวนชางชิ่งโหว เ้าเคยพบหรือไม่?” ฮูหยินผู้เฒ่าชางติ้งโหวนั่งอยู่บนตำแหน่งประมุข บุรุษสง่างามผู้นั้นยืดเอวขึ้นตรง แต่กลับไม่ได้มีท่าทางอะไร
“จำไม่ได้แล้วขอรับ”
“...สองวันก่อน ฮูหยินชางชิ่งโหวกล่าวว่า คุณหนูสามเคยพบเ้าครั้งหนึ่งในงานพระราชพิธีเฉลิมฉลอง ย่าเองก็เคยเห็นภาพวาดของนางแล้ว เป็คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่งดงามดั่งดอกบัว เหมาะสมกับเ้าอย่างยิ่ง”
เฟิ่งอวี่ขมวดคิ้ว “ท่านย่าขอรับ จัดการเื่การแต่งงานให้น้องรองก่อนเถิด เขาจะได้ออกไปข้างนอกน้อยหน่อย”
“เ้าที่เป็พี่ใหญ่ยังไม่เป็หลักเป็แหล่ง เขาจะรีบร้อนได้อย่างไร?” ฮูหยินผู้เฒ่าชางติ้งโหวรู้สึกจนใจยิ่งนัก หลานชายภรรยาเอกคนนี้มีใจอยู่กับการเมืองในราชสำนัก นับว่าไม่เลว การช่วยเหลือรัชทายาทไม่อาจสะเพร่าได้เลยแม้แต่น้อย แต่เขาเองก็ควรจะสร้างครอบครัวได้แล้วกระมัง? รัชทายาทใกล้จะคัดเลือกพระชายาแล้ว เขาก็ควรจะหาคุณหนูในครอบครัวที่เหมาะสมสักคนหนึ่ง ประการแรกเพื่อทำให้ความสามารถของจวนชางติ้งโหวเข้มแข็ง ประการที่สองเพื่อสามารถช่วยเหลือเขาได้ในอนาคต
เฟิ่งอวี่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ด้วยอยู่ข้างกายของรัชทายาทเขาจึงได้พบสตรีมาแล้วทุกรูปแบบ ในความคิดของเขา สตรีในเมืองเป็เพียงดอกไม้ที่ชอบประจบสอพลอพึ่งพาบารมีผู้อื่นเท่านั้น ถูกผู้อื่นควบคุมทั้งชีวิตไม่มีความคิดเป็ของตนเอง หากแต่งงานกับสตรีประเภทนี้ มิสู้ออกไปรบราฆ่าฟันศัตรูยังมีความสุขเสียมากกว่า
“ทำไม หรือเ้ามีคนที่ถูกใจอยู่แล้ว?”
เฟิ่งอวี่ถูกประโยคนี้ของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ปรากฏเงาร่างสุขุมร่างหนึ่งขึ้นในสมองโดยพลัน
ในหมู่สตรีที่เขารู้จัก กลับมีหนึ่งคนที่สามารถทำให้เขาเปลี่ยนมุมมองได้ หากจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ มิสู้เลือกคนที่ตนเองชมเชยจะดีกว่า “หากท่านย่ามีใจ หลานก็มีคนหนึ่งที่ถูกใจจริงๆ เพียงแต่คนผู้นี้ ไม่แน่ว่าท่านย่าจะตอบรับ”
“หืม? เป็คุณหนูตระกูลใด?” คิดไม่ถึงว่าหลานชายที่หัวสูงหยิ่งทะนงของตนจะมีคนในใจแล้ว
เฟิ่งอวี่หันไปสบตากับฮูหยินผู้เฒ่าชางติ้งโหว “หย่งจี๋เสี้ยนจู่”
“...”
เฟิ่งซีสาวเท้าเดินตัวปลิวลมเข้ามาภายในจวน บริเวณไม่ไกล คุณชายห้าเฟิ่งจัวและคุณชายหกเฟิ่งอี้กำลังพูดคุยอะไรบางอย่าง ไม่ได้สังเกตเห็นถึงบุรุษที่เข้ามาด้านหลังเลยแม้แต่น้อย
“เ้าว่า ท่านย่าจะตอบรับหรือไม่”
“ไม่อย่างแน่นอน นั่นเป็หลานชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านย่า ต่อให้เป็พี่ใหญ่...”
“พวกเ้ากำลังคุยอะไรกันอยู่?” น้ำเสียงของเฟิ่งซีทำให้พวกเขาใ ทั้งสองหันกลับไปพร้อมกัน “อา พี่รอง!”
“พี่ใหญ่เป็อะไรหรือ? ถูกท่านย่าสั่งสอนหรือ?” เฟิ่งซีไม่มองสีหน้าอันกระอักกระอ่วนของทั้งสอง ซักถามถึงเื่ราวในทันที
พวกเขาทราบนิสัยของพี่รองของตนเองเป็อย่างดี หากไม่บอกเขา ไม่แน่ว่าทั้งสองอาจจะถูกกำปั้นก็เป็ได้
“พี่ใหญ่กล่าวว่ามีคนที่ชมชอบอยู่แล้วขอรับ เป็หย่งจี๋เสี้ยนจู่ที่พี่สามชอบคนนั้น”
“อะไรนะ? คุณหนูหกของจวนชางหรงโหว?!” ไหนเลยจะรู้ว่าปฏิกิริยาของเฟิ่งซีจะรุนแรงยิ่งกว่าที่พวกเขาคาดคิด เสียงฟุ่บดังขึ้นตามมาด้วยลมพัดแรง จากนั้นเขาก็หายไปจากเบื้องหน้า
ภายในห้องของเฟิ่งหลิง เฟิ่งซีเหยียบย่างเข้าไป แต่กลับไม่พบบุรุษบนเตียง
กลับเป็เฟิ่งฉีที่นั่งไขว่ห้างแทะเมล็ดแตงอยู่ข้างโต๊ะที่ใจนทำเมล็ดแตงในมือหก
“แค่กๆ...แค่กๆ...พี่รอง ทะ ท่าน...”
“น้องสามเล่า?” ไม่ใช่ว่าตอนนี้ควรจะนอนพักผ่อนอยู่ในห้องหรอกหรือ?
เฟิ่งฉีไหนเลยจะรู้ว่า ในจวนโหวแห่งนี้นอกจากคุณหนูเฟิ่งหลิงแล้วจะยังมีคนที่พุ่งเข้ามาโดยไม่เคาะประตูอยู่อีก จะตบตาพี่รองนั้นไม่ง่ายเลยจริงๆ
“นี่มัน...พี่สามเขา...” ในตอนที่กำลังลังเลว่าจะแต่งเื่หลอกเฟิ่งซีอย่างไรดีนั้น บุรุษผู้นั้นกลับสะบัดชายเสื้อนั่งลงตรงข้ามเขา “ได้ข่าวว่าน้องสามชอบคุณหนูหกจวนชางหรงโหวหรือ?”
“...พี่รอง ท่านเพิ่งจะทราบหรือ?”
“กล่าวเช่นนี้แสดงว่าเป็เื่จริง? แต่ไม่ใช่ว่าน้องสามอยู่ในห้องตนเองตลอดหรือ เหตุใดจึงรู้จักคุณหนูหกได้?”
“พี่รอง ท่านสนิทสนมกับคุณหนูหกหรือ?” น้ำเสียงเช่นนี้ราวกับมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาอย่างไรอย่างนั้น
เฟิ่งซีคิดครู่หนึ่ง คุณหนูหกเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ความสัมพันธ์เช่นนี้ก็นับว่าสนิทสนมมากกระมัง เฟิ่งฉีเห็นท่าทางของเขา จึงกล่าวด้วยสีหน้าระมัดระวัง “พี่รอง หย่งจี๋เสี้ยนจู่เป็คนที่พี่สามชมชอบ ท่านอย่าได้ยื่นมือเข้าไปยุ่ง!”
“คิดอะไรของเ้า? ข้ามีความรู้สึกนับถือคุณหนูหกก็เท่านั้น!”
“...” ความรู้สึกนับถือ? เขาไม่เชื่อ “พี่รองไม่ใช่ว่ากำลังอยู่ระหว่างการท่องเที่ยวตามเมืองต่างๆ หรอกหรือ เหตุใดจึงไปรู้จักหย่งจี๋เสี้ยนจู่ได้?”
เฟิ่งซีชะงัก เกือบจะเล่าเื่ที่อวิ๋นซูช่วยเขาออกไปแล้ว หรือเขาจะบอกเฟิ่งฉีได้ว่าตนเองถูกโจรูเาจับขังจนออกมาไม่ได้ โชคดีที่มีคุณหนูหกจึงสามารถรักษาชีวิตนี้ไว้ได้?
“อือฮึ รู้จักกันที่เจียงหนาน”
“ที่เจียงหนาน? สถานที่อันตรายเช่นนั้น ยังดีที่พี่รองไม่ได้ติดโรคกลับมา!”
“...” เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเฟิ่งฉี เฟิ่งซีจึงแสดงท่าทีตรงไปตรงมา “หากว่าน้องสามเองก็ชอบคุณหนูหก เช่นนั้นก็ยากแล้ว!”
“ข้าก็กล่าวแล้วไง! พี่รอง ท่านห้ามฉวยโอกาสตอนที่ผู้อื่นเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด! เป็พี่สามที่รู้จักหย่งจี๋เสี้ยนจู่ก่อน!” ความสัมพันธ์ของเฟิ่งซีและเฟิ่งหลิงใกล้ชิดกันที่สุด เขาย่อมมีใจเข้าข้างพี่สามของตน
“ไม่เจอกันหลายปี เหตุใดเ้าจึงได้หุนหันพลันแล่นเช่นนี้? ดูแล้ว เ้าคงยืนอยู่ฝั่งน้องสาม เพื่อความยุติธรรม ข้าไม่ควรจะยืนอยู่ฝั่งพี่ใหญ่หรอกหรือ?” หรือกระทั่งบุรุษที่น่ากลัวเช่นพี่ใหญ่ก็สามารถหวั่นไหวได้ อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายคือคุณหนูหก ตนเองก็รู้สึกไม่แปลกใจ
ความเฉลียวฉลาดและความกล้าหาญของคุณหนูหกไม่แพ้บุรุษใดๆ
“พะ พี่ใหญ่?!”
เฟิ่งฉีเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ นี่หมายความว่าอะไร?
“พี่ใหญ่ ขะ เขาชมชอบหย่งจี๋เสี้ยนจู่หรือ? นี่เป็ไปไม่ได้กระมัง?”
“เมื่อครู่นี้น้องห้าและน้องหกแอบได้ยินจากข้างนอกเรือนท่านย่า” เ้าเด็กคนนี้นี่ ปฏิกิริยาอะไรกัน การที่พี่ใหญ่จะถูกใจใครเป็เื่แปลกประหลาดหรืออย่างไร?
“นี่ไม่ได้! พี่ใหญ่รู้ทั้งรู้ว่าพี่สามชมชอบหย่งจี๋เสี้ยนจู่ ย่อมต้องกล่าวว่ามาก่อนได้ก่อน ไม่ได้ ข้าจะไปพูดกับเขา!”
เฟิ่งซีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขัน เื่ของความรู้สึกยังมีมาก่อนได้ก่อนอีกหรือ? พวกเขาเคยสอบถามความคิดของคุณหนูหกแล้วหรือไม่?
ในตอนนี้เอง บุรุษรูปงามหล่อเหลาเป็เอกผู้นั้นกลับสาวเท้าเดินเข้ามาจากข้างนอก เมื่อเห็นเฟิ่งซีภายในห้องของตน ก็มีเพียงความประหลาดใจเล็กน้อย
“พี่สาม ท่านมาพอดีเลย! ไป พวกเราไปคุยกับพี่ใหญ่ด้วยกัน เขาจะมาชอบหย่งจี๋เสี้ยนจู่ได้อย่างไร?!”
เฟิ่งหลิงตกตะลึง เฟิ่งฉีนำคำพูดที่ได้ยินเมื่อสักครู่นี้เล่าออกมาทั้งหมดอีกครั้ง เดิมทีคิดอยากจะเห็นปฏิกิริยาของพี่สามของตน ไม่นึกว่าบุรุษตรงหน้ากลับเงียบไปพักใหญ่ “ข้าเหนื่อยแล้ว จะพักผ่อนเสียหน่อย”
“...” อะไรนะ?!
***************************
1 ถังหูลู่ เป็ขนมโบราณของจีนที่นำผลไม้ประเภทต่างๆ มาเสียบไม้และเคลือบน้ำตาล
