กู้โยวหนิงไม่มีวันลืมเลือนคราแรกที่สบตากับฉู่อวี้ไปทั้งชีวิต สายตาที่ฉู่อวี้ใช้มองมาเต็มเปี่ยมไปด้วยความร้อนรน ความปรารถนา และความกระวนกระวายใจ ราวกับมีคำพูดมากมายเป็หมื่นพันคำ้าจะเอื้อนเอ่ย แต่สายตากลับแฝงความอบอุ่นคล้ายกับทำให้เหล็กหลอมละลายลงได้
การพบกันครั้งแรกของเขากับฉู่อวี้ดุจกาลเวลาหมุนเวียนอย่างเชื่องช้า ยาวนานจนไร้จุดสิ้นสุด คุณชายผู้สง่างามบนหลังม้า ท่ามกลางแสงอาทิตย์สาดส่อง ความอบอุ่นอ่อนโยนทั้งหมด ล้วนไม่ต่างจากแสงอาทิตย์อัสดงในวันนี้
ทันใดนั้น กู้โยวหนิงรู้สึกราวกับว่าการข้ามเวลาพันปีมายังยุคสมัยแปลกประหลาดนี้ เพียงเพื่อรอคอยวินาทีนี้เท่านั้น
ฉู่อวี้ะโลงจากหลังม้า สายตายังคงจับจ้องไปยังร่างบางงามสง่า
ดวงตาคนทั้งคู่สบประสาน
“โยวหนิง...”
ฉู่อวี้อดรู้สึกโศกเศร้าไม่ได้ คนผู้นี้ยังเป็หนุ่มน้อยงามล่มเมือง ไหนจะอาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวตามแรงลม ทั้งเส้นผมงามสลวยสีดำขลับในยามนี้ พานให้หวนนึกย้อนกลับไปวันที่ผู้คนต่างต้องหวาดหวั่น เด็กหนุ่มผู้นี้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นเจิ่งนองด้วยเืเบื้องหน้าตน ภาพเื่ราวทั้งหมดคล้ายกับกำลังปรากฏต่อหน้าเขาอีกครั้ง
กู้โยวหนิงยังคงนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สายตาจ้องมองผู้ที่ลงจากหลังม้า และกำลังมุ่งหน้าเข้ามาหาตนด้วยความหวาดกลัว เขาใจนเผลอก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ทว่ายังไม่ทันได้ถอยหลังอีกก้าว กลับถูกบุรุษเบื้องหน้ารวบกายเข้าสู่อ้อมกอดแสนอบอุ่นเสียก่อน
ไม่ใช่แค่กู้โยวหนิงที่ตกตะลึงจนดวงตาคู่งามเบิกโพลง แม้แต่ผู้คนรอบกายในยามนี้ก็ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะองครักษ์ข้างกายของฉู่อวี้ที่ตกตะลึงจนอ้าปากค้างไปเรียบร้อยแล้ว
ผู้คนทั้งฉางอันต่างรู้ดี เหวินอ๋องเคยเกือบจะต่อต้านพระราชโองการของฝ่าา เพราะไม่พอใจในการอภิเษกพระชายาบุรุษ
ทว่าท่านอ๋องในยามนี้...
เห็นท่านอ๋องโอบกอดว่าที่พระชายาอย่างแแ่ พวกเขาได้แต่มองตามด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง หรือว่าท่านอ๋องจะพลัดตกจากหลังม้าจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว? แต่การกระทำเช่นนี้แลดูบุ่มบ่ามเกินไปสักหน่อย ยังไม่ทันเข้าพิธีอภิเษก จะกระทำกิริยาเช่นนี้ในที่โจ่งแจ้งได้อย่างไรกัน?
ฉู่อวี้ไม่มีเวลามาคำนึงว่าผู้อื่นจะตกตะลึงเช่นไร ตอนนี้เขาคิดแค่ว่าอยากจะโอบกอดและดอมดมกลิ่นของคนผู้นี้อย่างคนละโมบเท่านั้น
กู้โยวหนิงทั้งใและมึนงงกับการกระทำอุกอาจของคนตรงหน้า จากนั้นค่อยๆ ย้อนถามตัวเองถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อีกครั้ง เขายืนอยู่หน้าประตูจวนดีๆ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่เขาไม่รู้จักพุ่งเข้ามากอด มิหนำซ้ำยังเรียกชื่อของเขาอีก แบบนี้ใครมันไม่ใก็บ้าแล้ว ทว่ากู้โยวหนิงไม่มีเวลาคิดว่าแท้จริงแล้วเกิดเื่อะไรขึ้น เพราะเขารู้แค่ว่าตอนนี้ชีวิตของเขาถูกคุกคามเสียแล้ว
กู้โยวหนิงพยายามขัดขืนอย่างสุดชีวิตเพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดบุรุษตรงหน้า แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เป็ผล ท้ายที่สุดทำได้เพียงเอ่ยปากบอกกับบุรุษผู้นั้นว่า “นี่ พี่ชาย พี่ชาย ท่านปล่อยข้าก่อน ข้าจะโดนท่านรัดตายแล้ว”
ทางด้านฉุ่ยวี้ที่รู้สึกร้อนระอุในอกราวกับถูกไฟลน ราวกับมีเพียงการโอบกอดผู้ที่อยู่อ้อมกอดเท่านั้น ถึงจะทำให้เขาไม่รู้สึกเคว้งคว้าง ทุกคนในที่นี้ไม่มีใครที่เขาสามารถเชื่อใจได้สักคน เว้นแต่คนผู้นี้เพียงผู้เดียว มีแค่คนในอ้อมกอดผู้นี้เท่านั้นที่ยังอยู่ข้างกายเขา แม้กำลังจะเผชิญหน้ากับความตายก็ตาม เพราะฉะนั้นไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม คนผู้นี้ไม่มีทางทอดทิ้งเขาแน่นอน
คิดเพียงอยากจะโอบกอดเขาให้แน่น โอบกอดไว้ให้แน่นขึ้นอีกสักนิด จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องอย่างเ็ปของกู้โยวหนิง ฉู่อวี้ถึงมีสติกลับมาและรีบคลายกอดทันที ทว่าสายตายังคงจดจ้องไปที่กู้โยวหนิง คล้าย้าจดจำผู้ที่อยู่เบื้องหน้าให้ฝังลึกเข้าไปในหัวใจ เพราะเขาเกรงว่านับแต่นี้ไปจะเผลอมองข้ามคนผู้นี้อีกแม้แต่นิดเดียว
กู้โยวหนิงรีบสูดอากาศหายใจเข้าปอดหลังได้รับอิสระ ให้ตายเถอะ นี่เขาเกือบจะโดนรัดตายอยู่ตรงนี้แล้ว
เจียนอวี่เห็นดังนั้นก็รีบยื่นมือไปช่วยลูบอกกู้โยวหนิง จากนั้นหันไปถลึงตาใส่ฉู่อวี้แล้วะโลั่น “เ้ามักมากในกามผู้นี้มาจากแห่งหนตำบลใดกัน กล้ามาทำตัวอันธพาลที่จวนอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายเช่นนี้...”
เสียงร้องะโของเจียนอวี่ไม่ทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวสักนิด แต่เป็กู้โยวหนิงต่างหากที่รู้สึกกลัวขึ้นมาเสียเอง เด็กหนุ่มหน้าตาสวยสดงดงามถลึงตาเช่นนี้ไม่ได้มีความน่าเกรงกลัวสักนิด กลับดูน่ารักเง้างอนเสียด้วยซ้ำ กู้โยวหนิงรีบลากเจียนอวี่ให้มายืนอยู่ด้านหลังตนทันที ถ้าเ้าเด็กโง่นี่ะโออกไปอีกที นอกจากหัวสองหัวนี้จะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว กระทั่งหลุมฝังศพก็คงจะไม่มีเหมือนกัน
กู้โยวหนิงเงยหน้ามองบุรุษผู้นั้น ทั้งร่างสวมอาภรณ์สีดำทอด้วยผ้าไหมดูหรูหรา ผมเผ้ามัดรวบไว้ด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจนัก หลังพิจารณาจากหน้าตาที่คมคายถึงรู้ว่าเป็บุรุษรูปงาม ไหนจะดวงตาที่ราวกับดวงดาวสุกสกาวบนท้องนภาคู่นั้น ช่างดูลึกลับน่าค้นหามากกว่าผู้คนทั่วไปเป็ไหนๆ กู้โยวหนิงจิ๊ปาก คิดว่าั้แ่เขาย้อนเวลามาอยู่ที่ยุคนี้ ทั้งยังอาศัยอยู่ในจวนอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่ราวกับขุมนรกมาตลอดสิบปี พบเจอผู้คนมาตั้งมากมาย เมื่อก่อนคิดว่ารัฐทายาทยูนนานอ๋องคือบุรุษรูปงามอันดับหนึ่ง แต่หลังจากที่พบกับบุรุษผู้นี้ ถ้าจะให้เทียบกันแล้ว ท่านรัฐทายาทยูนนานอ๋องไม่มีค่าพอให้เอ่ยชื่อมาเทียบเลยด้วยซ้ำ
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น คนผู้นี้มีกลิ่นอายของความสูงศักดิ์ ในยุคสมัยแบบนี้ถือว่าพบเจอคนแบบนี้ได้ยาก เพราะอย่างนั้นเขามั่นใจว่าบุรุษผู้นี้ต้องเป็ผู้ลากมากดีอย่างแน่นอน
ทันใดนั้น องครักษ์ด้านหลังคนผู้นั้นเอ่ยออกมาว่า “บังอาจ ท่านผู้นี้คือเหวินอ๋อง ยังไม่รีบ...”
……
“เหวินอ๋อง!”
องครักษ์ผู้นั้นยังไม่ทันได้เอ่ยจบ กลับได้ยินเสียงร้องที่ทำให้นกบนท้องฟ้าถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความใ กู้โยวหนิงในยามนี้ใบหน้าซีดเซียว มองไปยังฉู่อวี้ด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว
“ช่างเถิด” ฉู่อวี้หันไปเอ่ยเสียงเย็นกับองครักษ์ผู้นั้น เมื่อเห็นว่ากู้โยวหนิงขมวดคิ้วเป็ปมและใบหน้าซีดเซียว “พวกเ้าทั้งหมดออกไปก่อน!”
“แต่ว่า...ท่านอ๋อง...อาการาเ็ของท่าน...”
องครักษ์ผู้นั้นคล้าย้าจะกล่าวต่อ แต่เพราะถูกเหวินอ๋องจ้องหน้าจึงหยุดพูดในทันที รีบคำนับฉู่อวี้แล้วนำคนอื่นๆ ถอยออกห่างไประยะหนึ่ง
เมื่อเห็นเหล่าองครักษ์ถอยออกไปแล้ว ฉู่อวี้ถึงหันกลับมามองกู้โยวหนิงอีกครั้ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เมื่อครู่เปิ่นหวางล่วงเกินเ้า เ้าใกลัวหรือไม่”
“เพราะฉะนั้นแล้ว...” กู้โยวหนิงกับเจียนอวี่ถอยหลังไปอยู่ข้างกัน มองไปยังฉู่อวี้พลางตัวสั่นงกๆ
“เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านคือเหวินอ๋องจริงๆ หรือ?”
ฉู่อวี้เห็นกู้โยวหนิงตื่นตระหนกถึงขั้นนั้น จึงได้แต่ยกยิ้มมุมปากแล้วพยักหน้า
กู้โยวหนิงสั่นสะท้านไปทั้งกาย เขาผลักเจียนอวี่ออกแล้วโผเข้าไปกอดขาฉู่อวี้ทันที เบะปากแล้วส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญจนดังสนั่นฟ้าะเืดิน
“กรรมเกิดจากเหตุ มีเหตุจึงมีผลตามมา1 ข้าไม่ได้อยากจะอภิเษกกับท่านเลยสักนิด ท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายต่างหากที่บังคับข้า ขอท่านโปรดอย่าได้ทำอะไรข้าเลย ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ได้โปรดเมตตาข้าด้วย”
เจียนอวี่เห็นเ้านายตนร้องห่มร้องไห้อย่างนั้น พลันคุกเข่าลงแล้วกอดขาอีกข้างของฉู่อวี้ จากนั้นเริ่มส่งเสียงร้องไห้ออกมาเช่นกัน
“ใช่แล้วขอรับ คุณชายห้าของพวกเราถูกบีบบังคับ ขอท่านอ๋องโปรดเห็นใจ ไว้ชีวิตคุณชายห้าของพวกเราด้วยเถอะนะขอรับ”
กู้โยวหนิงร้องไห้ปานใจจะขาดอย่างน่าสงสาร “ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยนะขอรับ ข้ายังไม่อยากตาย เบื้องบนยังมีลูกมีหลาน เบื้องล่างยังมีท่านพ่อท่านแม่ที่ต้องดูแลนะขอรับ”
เจียนอวี่เกิดอาการงงงวยไปพักหนึ่ง ค่อยๆ เอื้อมมือไปกระตุกชายอาภรณ์กู้โยวหนิง “คุณชายห้า! ผิดแล้วขอรับ เบื้องบนยังมีท่านพ่อท่านแม่ เบื้องล่างยังมีลูกมีหลานต่างหากขอรับ”
“หา!” กู้โยวหนิงถึงกับหยุดนิ่งไปพักหนึ่งเพราะสติหลุด ทันใดนั้นก็เริ่มส่งเสียงร้องไห้ออกมาอีกครั้งหนึ่ง “ใช่แล้วๆๆ เบื้องบนยังมีท่านพ่อท่านแม่ เบื้องล่างยังมีลูกมีหลานต้องดูแล ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดขอรับ!”
-----------------------------------
1 กรรมเกิดจากเหตุ มีเหตุจึงมีผลตามมา หมายถึง ทุกๆ เื่มีต้นตอ ควรให้คนก่อเป็ผู้รับผล
