“ผู้าุโไป๋ จะให้ผมเจียระไนหยกก้อนนี้ให้ไหมครับ!” เถ้าแก่ร้านขายหยกเดินเข้ามา แล้วถามผู้าุโด้วยความเคารพ
“ผู้าุโไป๋ คุณแซ่ไป๋เหรอ เมียของผมก็แซ่ไป๋ บังเอิญจริงๆ เลย!” เย่ฝานพูดด้วยความเริงร่า
“เขาคนนั้นยังไม่ได้เป็เมียนาย” ไป๋ซื่อหยวนพูดด้วยความโมโห
เย่ฝานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ต่อไปก็ใช่เองแหละ!”
“ที่นายพูดน่ะ มันยังเร็วเกินไป” ไป๋ซื่อหยวนพูดอย่างไม่พอใจ
เย่ฝานมองไป๋ซื่อหยวนอย่างไม่เข้าใจ “ท่านผู้าุโ พอผมพูดถึงภรรยา ทำไมคุณต้องโมโหด้วย”
ไป๋ซื่อหยวนกลั้นใจพูดอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า “นายไม่รู้เหรอว่าฉันเป็ใคร?”
เย่ฝานส่ายหน้าก่อนตอบ “ผมไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไร"
ไป๋ซื่อหยวน “…” เย่ฝานเ้าคนสารเลว ไม่รู้จักแม้กระทั่งเขา
“ฉันคือไป๋ซื่อหยวน” ไป๋ซื่อหยวนกัดฟันกรอด
“ทำไมคุณถึงใช้ชื่อนี้นะ มันออกเสียงยากจัง! แต่จะว่าไปแล้วชื่อนี้ฟังคุ้นหูอยู่นะ อ๋อ! ผมนึกออกแล้ว คุณคือคุณปู่ของไปอวิ๋นซี...” เย่ฝานกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ไป๋ซื่อหยวน “…” เย่ฝานเ้าบ้าเอ๊ย!
“ผมบอกว่าคุณปู่...”
“ใครเป็ปู่นาย...”
“ถ้าอย่างนั้นผู้เฒ่าไป๋ คุณยกหินหยกนี้ให้ผมเถอะ ถ้าผมหาเงินจากหยกนี่ได้เมื่อไร ผมจะเก็บไว้เป็ค่าสินสอดมอบให้คุณปู่อยู่แล้ว คุณไม่ขาดทุนแน่นอน พวกเราคนกันเองทั้งนั้น คุณปู่อย่าใจแคบเลยนะ!” เย่ฝานพูดพลางเขยิบเข้าไปใกล้ไป๋ซื่อหยวน
ไป๋ซื่อหยวน “…”
เถ้าแก่ร้านขายหยกมองเย่ฝานด้วยความประหลาดใจ เขารู้จักไป๋ซื่อหยวนดี เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนกล้าพูดกับไป๋ซื่อหยวนแบบนี้
ไป๋ซื่อหยวนมองเย่ฝานด้วยใบหน้าเหยเก ก่อนหน้านี้ไป๋อวิ๋นซีขอให้เย่ฝานไปคุ้มครองเซี่ยวฉืออยู่่หนึ่ง ทุกครั้งที่เซี่ยวฉือพูดถึงเย่ฝาน เขาจะมีท่าทางเหมือนเ็ปจนแทบทนไม่ได้ แล้วมักจะพูดว่าหากได้อยู่กับเย่ฝานแค่วันเดียว จะทำให้อายุสั้นไปหลายเดือน ตอนนั้นไป๋ซื่อหยวนยังคิดว่าเซี่ยวฉือกล่าวเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเซี่ยวฉือไม่ได้พูดเกินไปเลยสักนิด!
“ท่านผู้าุโไป๋ คุณคนนี้คือหลานเขยของคุณในอนาคตหรือครับ เขาก็คือคู่หมายของอวิ๋นเฟยหรือนี่! เขาดูเป็คนกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวาดีนะครับ?” เ้าของร้านกล่าว
ไป๋ซื่อหยวน “...เขาพูดจาเหลวไหล”
เย่ฝานขมวดคิ้วพลางกล่าว “ผมเปล่านะ! ผมเคารพกฎหมายและปฏิบัติตามวินัยของสังคม ผมไม่ได้พูดโกหก! ผมกับ...”
“หุบปาก” ไป๋ซื่อหยวนพูดตัดบทด้วยท่าทางขึงขัง
“ไม่พูดก็ไม่พูดสิ! หินหยกก้อนนั้น...”
“ไม่ให้!” ไป๋ซื่อหยวนรู้สึกว่าเมื่อเข้าใกล้เย่ฝาน ระดับสติปัญญาของเขาจะลดลงตามไปด้วย
“ผมเอายาบำรุงครอบจักรวาลแลกกับคุณก็ได้!” เย่ฝานแสดงท่าไม้ตายออกมา
ไป๋ซื่อหยวนโมโหจนหน้าแดงคล้ายกับสีตับหมูทันที “ไม่แลก!”
“ทำไมล่ะ! คุณชอบยานั่นไม่ใช่เหรอ? ตาเฒ่าเซี่ยวมาเอาไปเยอะมาก ผมยังกังวลว่าตาเฒ่าเซี่ยวจะกินยาบำรุงมากจนเกินไป แต่เขาบอกว่ายาส่วนใหญ่ได้มอบให้คุณไปแล้ว” เย่ฝานพูดอย่างไม่เข้าใจ
ไป๋ซื่อหยวน “…” เซี่ยวฉือเ้าคนสารเลว!
“เอาล่ะๆ ฉันยกมันให้นายก็ได้” ไป๋ซื่อหยวนพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เย่ฝานเผยรอยยิ้มสดใสพร้อมกล่าว “อ่อ งั้นดีเลยครับ ไป๋อวิ๋นซีบอกว่าคุณมีเงินเยอะ! คุณมีเยอะขนาดนี้ก็ไม่ควรใจแคบนะ อีกหน่อยเราก็จะเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว”
ไป๋ซื่อหยวนพูด “นายหุบปากสักทีได้ไหม!”
เย่ฝานทำแก้มป่องพลางเอ่ย “ผู้เฒ่าไป๋ คำพูดติดปากของคุณเหมือนกับผู้เฒ่าเซี่ยวเป๊ะเลย!”
ไป๋ซื่อหยวน “…”
เย่ฝานคุยกับพนักงานขายที่ยืนอยู่ข้างๆ “ผู้เฒ่าไป๋มอบหินหยกนี้ให้กับฉันแล้ว ช่วยห่อให้ฉันทีนะ”
พนักงานขายมองเย่ฝาน เขานึกไม่ถึงว่าเื่ราวจะเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ได้
“สหายน้อย เธอจะให้ฉันเจียระไนหยกไหม?” พนักงานขายถาม
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ไม่ต้อง”
......................................................................…
ณ บริษัทเจาซี
“ลักษณะของหินหยกก้อนนี้ไม่เลวเลย!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ! มันไม่เลวเลยจริงๆ”
“นายซื้อมาเหรอ?” เย่ฝานเ้าหมอนี่เหมือนเป็คนที่ชอบของถูก!
“เปล่า คุณปู่ของนายยกให้ฉัน”
ไป๋อวิ๋นซีทำตาโตแล้วเอ่ยว่า “คุณปู่ของฉัน? มอบให้นาย? ทำไมคุณปู่ของฉันถึงมอบหยกนี้ให้นายได้”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาคงชอบฉันล่ะมั้ง”
“ชอบนาย?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ! อวิ๋นซีทำไมนายทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ฉันเป็คนดีขนาดนี้ ใครๆ ก็ต้องชอบฉันอยู่แล้ว”
ไป๋อวิ๋นซี “…” นายแน่ใจเหรอ!
ไป๋อวิ๋นซีนึกได้ว่าเมื่อวานตอนที่คุณปู่กลับมา เขาอารมณ์ไม่ดีเลย พอถามว่ามีเื่อะไรก็ไม่ยอมตอบ หรือจะเป็เพราะโดนเย่ฝานเอาเปรียบเข้าให้แล้ว
...............................................................…
เย่ฝานกลับมาถึงคฤหาสน์ก็พบว่าไช่เจิ้นจวิ้นมารออยู่ที่ประตูทางเข้าแล้ว
“เ้าคนอ่อนหัด ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?”
“ลูกพี่เย่ ผมไม่ใช่คนอ่อนหัดนะ ผมคือไช่เจิ้นจวิ้น คุณเรียกผมว่าพี่ไช่ก็ได้นะ!” ไช่เจิ้นจวิ้นกล่าว
เย่ฝาน “…” พี่ไช่? นายละเมออยู่หรือไง!
“มาหาฉันมีเื่อะไร!”
“ผมอยากจ้างคุณไปเป็บอดี้การ์ดให้พี่ชายผมสักครึ่งเดือน” ไช่เจิ้นจวิ้นตอบ
เย่ฝานนิ่วหน้าขณะถาม “ครึ่งเดือน? นานเกินไปหรือเปล่า ฉันต้องอยู่เป็เพื่อนเมียนะ” คราวก่อนฉันก็ไปเฝ้าเซี่ยวฉือมาพักหนึ่ง ตาแก่นั่นชอบบ่นนั่นบ่นนี่ เอาใจยากชะมัดเลย
ไช่เจิ้นจวิ้นถามด้วยความกระตือรือร้นว่า “งั้นคุณชายเย่ หนึ่งร้อยล้านเป็ไง ผมจะให้คุณหนึ่งร้อยล้านหยวน!”
“หนึ่งร้อยล้าน นายมีเงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?” เย่ฝานกล่าว
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าพร้อมตอบ “รอให้ผมขายเรือสำราญ รถหรู และคฤหาสน์ส่วนหนึ่งออกไปก่อนก็จะมีเงินแล้ว”
เย่ฝานมองไช่เจิ้นจวิ้น ก่อนพูดอย่างคาดไม่ถึงว่า “ดูไม่ออกเลยนะ! ว่านายจะมีเงินมากมายขนาดนี้”
“ไม่เท่าไรหรอก คุณพ่อคุณแม่ของผมค่อนข้างใจกว้างน่ะ”
เย่ฝานมองไช่เจิ้นจวิ้นด้วยความไม่เข้าใจ “พี่ชายของนายมีปัญหาอะไรเหรอ! ทำไมต้องให้ฉันติดตามเขาตั้งครึ่งเดือน?”
“ผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรมานักหรอก เขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศก็ถูกองค์กรมือสังหารระหว่างประเทศจับตามอง คุณชายเย่ คุณรู้จักนักรบพันธุกรรมพิเศษไหม” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
“นักรบพันธุกรรมพิเศษคืออะไร?”
ไช่เจิ้นจวิ้นส่ายหน้าพลางกล่าว “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ได้ยินว่าในประเทศมีผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณอยู่จำนวนหนึ่ง พวกเขาหนึ่งคนสามารถต่อกรกับศัตรูได้นับพัน คนพวกนี้จะไม่ลงมือพร่ำเพรื่อ นักรบพันธุกรรมพิเศษก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน เมื่อพวกเขาได้รับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมก็จะทำให้มีพลังมหาศาล บางคนยังสามารถควบคุมไฟหรือน้ำได้ด้วย”
เย่ฝานถามด้วยความสงสัย “จุดไฟได้ด้วยเหรอ?”
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าตอบกลับ “อืม เหมือนจะมีคนประเภทนี้ด้วย? แต่นั่นก็เป็แค่สิ่งที่เคยได้ยินมา มันจะเป็เื่จริงไหมผมก็ไม่อาจรู้ได้”
เย่ฝานรู้สึกงุนงง เขาคิดในใจ : หรือว่าจะมีผู้ฝึกตนอยู่ในต่างประเทศ? “พี่ชายของนายไปทำอะไรล่วงเกินพวกนักรบพันธุกรรมพิเศษเข้าหรือเปล่า?”
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าก่อนพูดว่า “บางทีอาจเป็อย่างนั้น ตามข่าวที่ได้รับ เหมือนว่าพี่ชายของผมจะได้ของที่ไม่ควรได้กลับมาด้วย รัฐบาลยังส่งคนของทีมัมาคุ้มกันความปลอดภัยให้เขาด้วย เพราะกลัวว่าของนั้นจะตกไปอยู่ในมือชาวต่างชาติ”
“ของนั่นคืออะไร?” เย่ฝานถาม
ไช่เจิ้นจวิ้นส่ายหน้าแล้วพูดว่า “พี่ชายผมไม่ได้เล่าให้ฟัง”
เย่ฝาน “…”
“งั้นก็ได้ พักนี้อวิ๋นซีก็งานยุ่งมากจนไม่มีเวลาสนใจฉันเลย ฉันไปคุ้มครองพี่ชายนายสักระยะก็ได้ ได้เงินเมื่อไรฉันก็เริ่มงานได้เลย” เย่ฝานพูด
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าก่อนตอบ “ได้เลยๆ ลูกพี่เย่ พี่ชายของผมเป็คนเื่มาก ตอนที่คุณไปคุ้มภัยเขา อย่าบอกเขาได้ไหมว่าผมเป็คนเชิญคุณไปเป็บอดี้การ์ดให้น่ะ!”
เย่ฝานถามด้วยความแปลกใจ “เอ๋ ทำไมล่ะ?”
“ตอนนี้พี่ชายผมมีบอดี้การ์ดคุ้มกันข้างกายอยู่สามชั้น ภายนอกอีกสามชั้น เขาคงเกลียดบอดี้การ์ดมาก” ไช่เจิ้นจวิ้นพูดด้วยความกลัดกลุ้ม
“แล้วจะให้ฉันบอกพี่ชายนายว่ายังไง!”
“ให้คุณบอกว่าเป็ครูฝึกเทควันโดที่ผมเชิญมา!”
“ลูกพี่เย่ คุณยังมีพวกสิ่งของคุ้มภัยอยู่ไหม?” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
“นายอยากได้หยกคุ้มภัยเหรอ”
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้ว”
“ชิ้นละสามล้านหยวน” เย่ฝานบอก
ไช่เจิ้นจวิ้นขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ขึ้นราคาอีกแล้วเหรอ!”
“ใช้ของคุณภาพดี ราคาก็ต้องแพงเป็ธรรมดา” เย่ฝานพูด
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นก็ได้!”
.......................................................
ไช่เจิ้นจวิ้นพาเย่ฝานไปพบไช่ไซว้!
ไช่ไซว้มีคนคอยคุ้มกันอยู่ไม่น้อย ไช่เจิ้นจวิ้นอธิบายอยู่นานถึงจะสามารถเข้าไปพบเขาได้
เย่ฝานมองไช่เจิ้นจวิ้นแล้วพูดด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ชายของนายมีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันอยู่ไม่น้อยเลยนี่!”
“คุณพ่อจ้างบอดี้การ์ดมาเยอะมาก แม้แต่ตอนไปเข้าห้องน้ำก็ต้องตามเข้าไปด้วย แต่ว่า...” แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็พวกเก่งไม่จริง หากเกิดเหตุการณ์คับขันเกรงว่าจะรับมือไม่ไหว
ไช่ไซว้พอเห็นไช่เจิ้นจวิ้น ก็ตำหนิอีกฝ่ายว่า “ไอ้น้องเลว นายไปทำอะไรไว้?”
ไช่เจิ้นจวิ้นพูดอย่างไม่เข้าใจ “ผมทำอะไรเหรอ?”
“รถกับบ้านของนายทำไมถึงขายไปหมดแล้ว!” ไช่ไซว้พูดอย่างไม่พอใจ
ไช่เจิ้นจวิ้นหัวเราะแล้วตอบว่า “ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ ่นี้ผมแพ้พนัน! ก็เลยต้องขายเอาเงินมาใช้ด่วน!”
“นายเล่นพนันเหรอ!” ไช่ไซว้มองไช่เจิ้นจวิ้นด้วยความขุ่นเคือง เขากระโจนใส่ไช่เจิ้นจวิ้นและกำลังจะง้างมือต่อย
ไช่เจิ้นจวิ้นรีบหลบอยู่ด้านหลังเย่ฝานและพูดว่า “พี่คิดว่าผมเป็ผีพนันเหรอ? พี่ใหญ่ พี่เองก็พนันหยกไม่ใช่เหรอ? ทำไมพี่ทำได้ แต่ผมทำไม่ได้ล่ะ?”
ไช่ไซว้พูดด้วยความไม่พอใจ “เหลวไหล นายเล่นพนันแล้วยังมีหน้ามาพูดถึงเหตุผลอีกเหรอ?”
“ผมก็ไม่ได้เล่นพนันเป็อย่างเดียวนะ ผมยังเชิญครูฝึกมาท่านหนึ่ง พี่ใหญ่ดูสิว่าเขาเป็ใคร คนผู้นี้คือพี่เย่ ผมตั้งใจเชิญเขามาเป็ครูฝึกให้พี่เลยนะ ผมคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้เอาแต่พึ่งบอดี้การ์ดอย่างเดียวคงจะไม่ดี ที่สำคัญคือพี่ต้องพัฒนาความสามารถของตนเองด้วย พี่เย่เป็ครูฝึกเทควันโด ผมต้องทุ่มเทมากกว่าจะเชิญเขามาได้”
ไช่ไซว้ดูเย่ฝานแวบหนึ่ง แล้วถามอย่างไม่ชอบใจ “นายหลอกเงินน้องชายฉันไปเท่าไร!”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วมองหาเก้าอี้ตัวหนึ่ง เขานั่งลงก่อนตอบเสียงเรียบ “ผมเป็คนเคารพกฎหมายและปฏิบัติตามวินัยของสังคม ซื่อสัตย์และรักษาคำพูด ผมไม่เคยหลอกลวงใคร”
ไช่เจิ้นจวิ้นรีบพยักหน้าแล้วพูดว่า “ถูกต้องแล้วพี่ใหญ่ ลูกพี่เย่เป็คนที่มีความสามารถมาก พี่ใหญ่ต้องปฏิบัติต่อเขาดีๆ นะครับ”
ไช่ไซว้กลอกตามองบน มองเย่ฝานด้วยสายตาเ็าพร้อมกล่าวว่า “นายจะสอนอะไรฉัน!”
เย่ฝานประเมินไช่ไซว้ด้วยสายตาครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ดูแล้วสติปัญญาของคุณก็อยู่ในระดับทั่วๆ ไป ในระยะเวลาสั้นๆ คงเรียนรู้อะไรไม่ได้มาก อย่างมากก็เรียนได้แค่ผิวเผิน แน่นอนว่าผมยังสามารถสอนอย่างอื่นให้คุณได้”
ไช่ไซว้หัวเราะด้วยน้ำเสียงเ็าก่อนถามกลับ “อย่างเช่น...”
“เช่นการเคารพครูบาอาจารย์ ให้เกียรติผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ ตอนนี้ผมหิวมากเลย คุณจะมาเป็ลูกศิษย์ของผมก็ต้องเตรียมอาหารให้ผมสักโต๊ะสิ!”
ไช่ไซว้ “...”
ไช่เจิ้นจวิ้นมองใบหน้าซีดขาวของไช่ไซว้ แล้วรีบพูดว่า “ลูกพี่เย่ คุณรอก่อนนะ เดี๋ยวผมไปสั่งอาหารให้คุณเอง!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วบอกว่า “เร็วๆ หน่อยนะ!”
“ได้!”
ไช่เจิ้นจวิ้นเดินออกจากห้องไปอย่างเบิกบานใจ ท่าทางของเขาเหมือนคนที่รู้ตัวว่าถูกหลอกแต่ก็เต็มใจให้หลอก
