ณ ห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซี
เย่ฝานนั่งนวดเท้าของตนอยู่บนโซฟาอย่างเบื่อๆ ั้แ่เย่ฝานเข้ามาในห้องจนถึงตอนนี้ บรรยากาศในห้องทำงานก็เงียบกริบมาชั่วโมงกว่าแล้ว
เต่ากักพลังที่อยู่ในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซีเหมือนจะรู้ถึงบรรยากาศตึงเครียดระหว่างสองคน มันจึงเอาแต่หดหัวอยู่ในกระดอง ไม่กล้าโผล่หัวเหมือนทุกครั้ง
ไป๋อวิ๋นซีหมดความอดทน ในที่สุดจึงถลึงตาใส่เย่ฝานแล้วพูดว่า “พอได้แล้ว! เอาเท้าเหม็นๆ ของนายวางลง แล้วสวมรองเท้าด้วย”
เย่ฝานพูดด้วยความดีใจว่า “อวิ๋นซี นายยอมพูดกับฉันแล้วเหรอ!”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าให้รู้จักสงบเสงี่ยมหน่อย! นายไม่รู้จักคำว่าสงบเสงี่ยมเหรอ!” ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เย่ฝานตอบอย่างเขินอาย “รู้จักสิ ฉันฉลาดขนาดนี้จะไม่รู้จักคำนั้นได้ยังไง? ฉันก็อยากจะสงบเสงี่ยมอยู่หรอก แต่ว่าฉันดันเป็ที่ชื่นชอบมาก คนพวกนั้นคอยโอบล้อมตัวฉันไว้อย่างนั้น ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน!”
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานน่ะเหรอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไง! อย่างเย่ฝานน่ะน่าจะดีอกใจดีใจซะมากกว่า
“นายโกรธที่ฉันให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเหรอ?” เย่ฝานถาม
“หลายวันมานี้คุณปู่ของฉันได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนๆ หลายสิบสาย ส่วนมากจะโทรมายินดีที่ท่านได้หลานเขยเป็อัจฉริยะ!”
“แล้วจากนั้นล่ะ?” เย่ฝานถามด้วยความอยากรู้
“จากนั้นน่ะเหรอ? คุณปู่ของฉันก็ล้มป่วยไงล่ะ!” ไป๋อวิ๋นซีกัดฟันพูด
“เขาดีใจจนล้มป่วยเลยเหรอ? ความแข็งแรงทางจิตใจของปู่นายแย่เกินไปหรือเปล่า เขาเองก็รู้ั้แ่แรกแล้วนี่ว่าอัจฉริยะไร้เทียมทานคนนี้กำลังตามจีบนายอยู่ เขาน่าจะทำใจได้แล้วนะ?” เย่ฝานพูดพร้อมส่ายหน้า
ไป๋อวิ๋นซี “…” บ้านนายสิ
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซีแล้วพูด “คุณปู่ของนายล้มป่วยงั้นเหรอ? ถ้างั้นวันนี้ฉันไปเยี่ยมเขาเป็เพื่อนนายนะ”
ไป๋อวิ๋นซี “ไปเยี่ยมคุณปู่ฉัน?” เย่ฝานเ้าหมอนี่ ไม่กลัวว่าจะยิ่งทำให้เื่มันเลวร้ายลงไปหรือไง!
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว! ครั้งก่อนตอนงานวันเกิดของคุณปู่นาย ฉันยังไม่มีโอกาสได้คุยกับท่านดีๆ เลย”
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่ ยังอยากจะคุยกับคุณปู่ดีๆ?
……........................................................................................
ไป๋อวิ๋นซีถูกเย่ฝานดึงออกมาที่ถนนใหญ่ ไป๋อวิ๋นซีทำหน้าบึ้ง คิดไม่ออกว่าเื่นี้จะออกมาในสภาพไหน
“ข้างหน้าเป็ศูนย์การค้า คุณปู่ของนายชอบอะไรเหรอ ฉันจะได้ซื้อไปฝาก” เย่ฝานถามด้วยความสนใจ
“คุณปู่ชอบฉันไงล่ะ”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันก็ชอบนาย ดูท่าทางแล้ว ฉันและปู่ของนายก็คงจะมีจุดที่เหมือนกันคือเื่นี้แหละ อย่างนี้พวกเราคงจะพูดภาษาเดียวกันแน่ๆ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“อ้า! ตรงนั้นมีดูดวงด้วย พวกเราไปดูดวงกันเถอะ!” เย่ฝานเห็นแผงรับดูดวงก็ชวนด้วยความสนอกสนใจ
ไป๋อวิ๋นซีมีสีหน้าประหลาดใจ “นายเชื่อเื่ดูดวงด้วยเหรอ...”
“แน่นอนสิ เมื่อก่อนในที่ที่ฉันอยู่ มีสำนักเทียนจีที่รับทำนายดวงชะตาโดยเฉพาะ ฉันรู้ว่าที่นี่มีทั้งหมอดูที่ดีและหมอดูชั่วปะปนกัน แต่ได้ยินมาว่ายังมีหมอดูบางส่วนที่มีวิชาดีหลงเหลืออยู่บ้าง” เย่ฝานพูดเป็ต่อยหอย
ดวงตาของไป๋อวิ๋นซีเกิดประกายประหลาดใจไม่น้อย เขายังไม่ทันเข้าใจอะไร ก็ถูกเย่ฝานดึงแขนไปยืนหน้าแผงดูดวงแล้ว
“พ่อหนุ่มจะดูเื่อะไรล่ะ?”
“ทำนายเนื้อคู่ ดูว่าผมกับเขามีวาสนาต่อกันไหม แล้วจะลงเลยกันเมื่อไร ถ้าคุณทำนายแม่นผมจะให้คุณหนึ่งพันหยวน แต่ถ้าคุณทำนายไม่แม่นผมจะมาพังแผงดูดวงของคุณ!”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“ฉันดูโหงวเฮ้งของคุณทั้งคู่ก็รู้ว่าพวกคุณเป็เนื้อคู่ที่พรหมลิขิตมาั้แ่ภพก่อน เป็คู่แท้ฟ้าประทานอย่างแท้จริง บนโลกใบนี้จะหาคนที่เหมาะสมกันเท่าคู่ของคุณนั้นไม่มีอีกแล้ว พวกคุณต้องรีบแต่งงานกันเร็วๆ ยิ่งเร็วยิ่งดี แล้วจะเป็ผลดีต่อพวกคุณทั้งสองมาก”
เย่ฝานตบบ่าของหมอดูเบาๆ แล้วพูดด้วยความชื่นชม “ที่แท้ก็ยังมียอดฝีมืออยู่ในมวลชน! ท่านซินแส คุณทำนายแม่นมากนะ! คุณทายแม่นอย่างกับตาเห็น!”
เย่ฝานคิดในใจว่า ร่างกระดูกหงส์บริสุทธิ์ของไป๋อวิ๋นซีมีแต่เขาเท่านั้นที่ช่วยได้ ยิ่งแก้ไขไวยิ่งดี ก็เท่ากับว่ายิ่งแต่งงานเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าคนปัญญาอ่อน! อยากจะเล่นเป็คนโง่ก็มาคนเดียวสิ ทำไมต้องลากเขาเข้ามาด้วย แม่นอย่างกับตาเห็น แม่นบ้านนายสิ
หมอดูมองไป๋อวิ๋นซีแวบหนึ่งแล้วพูดอย่างจริงจัง “จากที่ฉันดูนะ คุณผู้ชายท่านนี้ ตรงหว่างคิ้วเป็จุดวิบาก ่นี้เกรงว่าจะมีเคราะห์ อาจมีเืตกยางออก ระยะนี้ดวงไม่ค่อยดีนะ!”
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “งั้นเหรอ? ผมจะคุ้มครองเขาไม่ให้ห่างแม้แต่ก้าวเดียว”
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่ ไม่นึกเลยว่าจะหลอกง่ายขนาดนี้
“อวิ๋นซี นายวางใจได้ มีฉันอยู่ ฉันจะไม่ยอมให้นายเกิดเื่แน่นอน” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซี “พอแล้ว ไปกันเถอะ!”
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้วเป็ปม ่นี้เย่ฝานมีชื่อเสียงไม่น้อย แม้จะบอกว่าตอนออกมาข้างนอก ขอให้เย่ฝานปลอมตัวตามที่เขาขอ แต่ยังไงก็ปิดบังไม่มิดอยู่ดี ระหว่างที่พวกเขาดูดวง มีหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นเริ่มจำเย่ฝานได้ หากทั้งคู่ยังอยู่ตรงนั้นต่อไป ก็คงโดนคนล้อมไว้แน่ๆ
“อวิ๋นซี หมอดูคนนั้นดูแม่นขนาดนั้น ทำไมนายไม่ถามเขาอีกสักหน่อยล่ะ!”
“ถ้ายังจะถามต่อไปอีกสองสามประโยคละก็ นายนั่นแหละที่จะเืตกยางออก” วิธีที่หมอดูส่วนใหญ่ใช้โดยทั่วไปคือทำนายว่านายมีเคราะห์ ระวังจะเืตกยางออก แล้วก็หลอกให้นายจ่ายเงิน เพื่อให้เขาทำพิธีแก้วิบากกรรม เย่ฝานเ้าคนโง่ คำพูดใครไม่รู้ก็เชื่อไปหมด
เย่ฝาน “…”
.............................................................................................
ถังอวี่เซวียนเอนตัวบนเก้าอี้ กำลังดูคลิปให้สัมภาษณ์ของเย่ฝาน
“คุณชายเย่เป็คนเปิดเผย ตรงไปตรงมาดีนะครับ!” ผู้ช่วยของถังอวี่เซวียนอดพูดออกมาไม่ได้
ถังอวี่เซวียนหัวเราะ “ก็ใช่น่ะสิ!”
เดิมทีเขายังคิดจะจัดการกับข่าวฉาวระหว่างเย่ฝานกับเขายังไงดี แต่ตอนนี้ถูกเย่ฝานทำให้กระจ่างแล้ว
“ส่งหยกไปให้คุณพ่อกับคุณแม่แล้วเหรอ?” พ่อและแม่ที่ถังอวี่เซวียนกล่าวถึง แน่นอนว่าย่อมหมายถึงพ่อแม่บุญธรรมของเขา
“คุณถังวางใจได้ครับ หยกถูกส่งไปถึงมือท่านทั้งสองแล้ว”
ถังอวี่เซวียนพยักหน้า “งั้นก็ดี หากมีโอกาส บางทีฉันอาจซื้อเพิ่มอีก”
ถังอวี่เซวียนต่อสู้มาถึงระดับนี้แล้ว เงินจึงเป็แค่ตัวเลขหรือทรัพยากรอย่างหนึ่งเท่านั้น เดิมทีเขาคิดว่าจะซื้อหยกระดับสูงของเย่ฝานไว้ เพื่อทำให้เย่ฝานประทับใจ แต่หลังจากตรวจสอบหยกเ่าั้แล้ว กลับพบว่าหยกนั่นมีประโยชน์มากมายจริงๆ
“คุณถังครับ คุณหนูเหลียงซินมาแล้วครับ น่าจะตามคุณมานะครับ” ผู้ช่วยพูดเสียงทุ้ม
ถังอวี่เซวียนมีสีหน้าราบเรียบ “ฉันรู้แล้ว”
ชีวิตส่วนตัวของเขากลายเป็ประเด็นที่สื่อมวลชนยกไปเขียนกันอย่างเพลิดเพลินมาโดยตลอด ไม่ว่าเขาจะเข้าใกล้ดาราสาวคนไหนก็ต้องกลายเป็ข่าวเื่รักๆ ใคร่ๆ ทุกที ่นี้เขาก็เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์เขียนว่าเขาคบหากับเหลียงซิน แต่น่าเสียดายที่ข่าวของเขากับเย่ฝานกลับมีคนให้ความสนใจมากกว่า ข่าวของเขาและเหลียงซินจึงโดนกลบไป
“คุณถังครับ ผมว่าผู้หญิงคนนี้คงอยากอาศัยคุณในการไต่เต้าแน่ๆ ครับ”
ถังอวี่เซวียนหรี่ตาลง เื่ลักษณะนี้เขาเคยเจอมานักต่อนักแล้ว เขาจึงแปลกใจมาตลอด เหลียงซินให้ความรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าเขาควรอยู่ห่างผู้หญิงคนนี้เอาไว้
.............................................................................
ณ บ้านตระกูลไป๋
ไป๋อวิ๋นจิ่นเห็นเย่ฝานเข้ามาก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
ไป๋อวิ๋นจิ่นดึงแขนไป๋อวิ๋นซีแล้วลากเขาไปอีกด้านหนึ่ง “อวิ๋นซี ทำไมนายถึงพาเขามาด้วยล่ะ?”
“ก็เขาจะมาให้ได้” ไป๋อวิ๋นซีตอบ
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
“นายรีบพาเขาไปเถอะ” ไป๋อวิ๋นจิ่นพูดด้วยความรีบร้อน
เย่ฝานเขยิบเข้าไปใกล้แล้วถามอย่างไม่เข้าใจ “พี่ใหญ่ คุยอะไรกับอวิ๋นซีหรือครับ อะไรไปไม่ไปครับ?”
“ตอนนี้คุณปู่กำลังพักผ่อนอยู่ นายมาเยี่ยมคุณปู่วันหลังจะดีกว่านะ” ไป๋อวิ๋นจิ่นกล่าวด้วยสีหน้าปกติ
“เมื่อครู่ผมได้พบกับหมอดูคนหนึ่ง เขาบอกว่าผมต้องคอยคุ้มครองอวิ๋นซีไม่ให้ห่างแม้แต่ก้าวเดียว ถ้าอย่างนั้นผมพักที่นี่ละกันครับ” เย่ฝานพูด
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่ สมองคงผิดปกติแน่ๆ หลังจากพูดจาเหลวไหลกับสื่อมวลชนอย่างนั้นแล้ว ยังมีหน้ามาขอค้างคืนที่บ้านตระกูลไป๋อีก
ไป๋ซื่อหยวนถือไม้กวาดด้ามหนึ่ง แล้วพุ่งออกมาด้วยความโมโห “เ้าสารเลวนั่นมาถึงแล้วเหรอ ไหนมันอยู่ไหน?”
ไป๋อวิ๋นจิ่นเห็นไป๋ซื่อหยวนเดินออกมาก็รู้สึกจนใจ
เย่ฝานเห็นผู้เฒ่าไป๋โมโหเป็ฟืนเป็ไฟ ก็ตาเบิกกว้างพร้อมกับถามว่า “ผู้เฒ่าไป๋ คุณกำลังทำอะไรน่ะ? หรือว่าบ้านตระกูลไป๋ขาดแม่บ้านเหรอ คุณถึงกับต้องลงมากวาดบ้านเอง!”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
“ไม้กวาดนี้ฉันไม่ได้เอามากวาดพื้น แต่จะเอามากวาดนายโดยเฉพาะ” ไป๋ซื่อหยวนชูไม้กวาดขึ้นหมายจะฟาดเย่ฝานให้ได้!
เย่ฝาน “…”
ไป๋อวิ๋นจิ่นรั้งไปซื่อหยวนเอาไว้พลางพูดไกล่เกลี่ย “คุณปู่ครับ มีอะไรก็พูดกันดีๆ นะครับ!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว! มีอะไรก็พูดกันดีๆ ก็ได้นี่ครับ ผมเอาของมาฝากคุณด้วยนะ! ดุขนาดนี้มันไม่ดีเลยนะครับ!”
ไป๋ซื่อหยวนมีสีหน้าเกรี้ยวกราด ฟาดไม้กวาดใส่เย่ฝานอย่างไม่สนอะไร “ฉันจะตีไอ้สารเลวนี่ให้ตาย!”
เย่ฝานหยิบยันต์ขึ้นมาหนึ่งแผ่น ยันต์นั่นติดเข้าที่หน้าผากของไป๋ซื่อหยวน ไป๋ซื่อหยวนก็ล้มลงหมดสติทันที
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานและถามด้วยความใ “เย่ฝาน นั่นมันเป็ยันต์อะไร? ทำไมถึงใช้กับคุณปู่ฉันได้ล่ะ นายทำอะไรกับคุณปู่ของฉัน”
"ยันต์สงบสติอารมณ์ ตอนนี้เขาหลับไปแล้ว"
ไป๋อวิ๋นซี “…”
ไป๋ซื่อหยวนสลบอยู่กับพื้น สักครู่ก็มีเสียงกรนดังออกมา ไป๋อวิ๋นจิ่นถอนหายใจโล่งอกพลางคิดในใจ “สองวันมานี้คุณตาไม่ได้พักผ่อนดีๆ เลย หลับไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
ไป๋อวิ๋นซีหลับตาสูดหายใจเต็มปอด เขามองเย่ฝานแล้วพูดว่า “นายกลับไปก่อนเถอะ”
เย่ฝานพูดอย่างไม่เข้าใจ “คุณปู่ของนายดูโมโหมาก! ท่าทางเหมือนจะได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ! ไม่ต้องให้ฉันอยู่ดูแลเขาเหรอ?”
“ไม่ต้อง!” ไป๋อวิ๋นซีพูดขณะที่พยายามระงับอารมณ์โกรธ
เย่ฝานเห็นสีหน้าเมินเฉยของไป๋อวิ๋นซีจึงถอนหายใจก่อนตอบ “งั้นก็ได้” เย่ฝานหยิบยันต์จำนวนหนึ่งให้ไป๋อวิ๋นซี “นี่เป็ยันต์สงบสติอารมณ์ ถ้าเขาโมโหอีก ก็ให้ใช้ยันต์นี้ตบที่หน้าอกของเขา ก็จะทำให้เขาหลับสบาย”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานพูดด้วยความอาลัยอาวรณ์ “งั้นฉันไปก่อนนะ!”
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าตอบ “ไปเถอะ นายไปเถอะ”
“ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้นรีบโทรหาฉันนะ!” เย่ฝานกำชับ
ไป๋อวิ๋นซีตอบด้วยความรำคาญ “ฉันรู้แล้ว”
...........................................................................
รถสปอร์ตคันสีแดงของไป๋อวิ๋นเฟยขับเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยความรวดเร็ว
ไป๋อวิ๋นเฟยก้าวลงจากรถสปอร์ต “พี่ใหญ่ ฉันได้ยินว่าเย่ฝานทำให้คุณปู่โมโหจนเป็ลมไปเหรอ?
ไป๋อวิ๋นจิ่น “คุณปู่กำลังพักผ่อนอยู่”
ไป๋อวิ๋นเฟย “...แล้วเย่ฝานล่ะ?”
“อวิ๋นซี ให้เขากลับไปแล้ว”
ไป๋อวิ๋นเฟยกัดฟันพูด “เ้าสารเลวนั่น ช่างไร้… เหตุผลสิ้นดี!”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
