ทำไมนางจะไม่รู้เล่าว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็บ่าวคนสนิทของต้วนชิงิเพียงแต่เื่ที่จะพูดเป็เื่ที่นางต้องล่วงเกินหลิวอี๋เหนียงจึงไม่อยากให้คนนอกได้ยินได้ฟัง
นางมองไปที่อีกฝ่ายพูดว่า “คุณหนูใหญ่คงจะรู้เื่ที่อี๋เหนียงเคยมีลูกแต่ว่าแท้งไป”
นางพยักหน้าเป็คำตอบรับว่าทราบแล้ว “เื่นี้ข้าเคยได้ยินมานานแล้ว”
นางจึงพูดต่อ “ในจวนต้วนนอกเสียจากฮูหยินติงโหรวแล้วก็มีเพียงหลิวหรงที่มีลูกสาวส่วนอี๋เหนียงและคนอื่นถ้าเกิดท้องขึ้นมา ไม่แท้งลูก ก็เสียชีวิตตอนคลอดดังนั้นจนถึงตอนนี้ในจวนต้วนมีเพียงคุณหนูใหญ่ คุณหนูรองและคุณชายใหญ่ส่วนฮูหยินได้จากโลกไปหลังจากคลอดคุณชายใหญ่ได้ไม่นาน”
แววตาของต้วนชิงิหม่นหมองลงคล้ายหวนรำลึกเื่นี้นางรู้ ทว่าสิ่งที่ไม่รู้คือเหตุใดจางอี๋เหนียงถึงได้มาพูดถึงเื่ในอดีตที่ผ่านมาแล้ว
นางเล่าย้อนรำลึกถึงเื่เก่า “ข้าจำได้ชัดเจนไม่ลืมเลือน ตอนนั้นเป็ฤดูใบไม้ร่วงเป็่ที่ดอกกุ้ยฮวาผลิบาน ท้องของข้าก็ยังปกติดี แต่เมื่อกินขนมกุ้ยฮวา[1] ข้าก็แท้งลูกโดยไม่คาดคิด ทั้งยังหาสาเหตุไม่ได้” นางหยุดเว้นจังหวะ ต้วนชิงิที่ฟังมาถึงตรงนี้คล้ายจับพิรุธได้นางต้องรู้แน่ ว่าใครปองร้ายนางกับลูกของนาง ไม่เช่นนั้นจะพูดเช่นนี้ทำไม!
อีกฝ่ายกล่าวต่อ “ข้ารู้ว่าหลิวหรงไม่ยอมให้ใครมีลูกชายสืบสกุลให้จวนต้วนนางจึงใช้โอกาสใน่นั้นลงมือ”
เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้นพลางขมวดมุ่นคิ้วในทันที “เื่นี้ยังไม่ได้สืบหาสาเหตุเลยหรือ?”
จางอี๋เหนียงยิ้มรับอย่างขมขื่นกล่าวตอบ “จะหาได้อย่างไร? ตอนนั้นนายท่านอยู่ชายแดนหลิวอี๋เหนียงออกไปเก็บค่าเช่าตอนกลับมายังโทษข้าว่าไม่ระวังจึงไม่สามารถรักษาบุตรชายของตัวเองไว้ได้”
อีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่พูดจานางรู้แล้วว่าเล่ห์เหลี่ยมหลิวหรงนั้นมากมายเกรงว่าจางอี๋เหนียงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง
“ความจริงแล้วทุกปี ในฤดูใบไม้ร่วง หลิวหรงมักจะป่วย่ระยะเวลาหนึ่ง แต่ตอนนั้นเหตุใดนางถึงหายป่วยหลังจากออกไปเก็บค่าเช่าอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนอี๋เหนียงที่ตั้งครรภ์ส่วนมากจะอยู่่ฤดูร้อนพอถึงฤดูใบไม้ร่วงก็จะแท้งลูกไม่ใช่แค่นางยังมีอี๋เหนียงอีกหลายคนที่เป็แบบนี้เหมือนกัน”
นางมองไปยังต้วนชิงิด้วยความทุกข์ใจ
“ที่ข้าเอาเื่นี้มาพูดกับคุณหนูใหญ่ ไม่ได้หวังว่าให้เ้าช่วยแก้แค้นลูกข้าไม่สามารถได้ลืมตาดูโลกอาจจะเป็ความโชคร้ายของข้าแต่สำหรับลูกอาจจะเป็ความโชคดี”
เด็กสาวยังคงรับฟังอย่างสงบนิ่งนางกับต้วนอวี้เป็ถึงลูกภรรยาเอก ยังโดนหลิวหรงเล่นงานขนาดนี้จะนับประสาอะไรกับลูกชายและลูกสาวอนุดูท่าแล้วจางอี๋เหนียงผู้นี้คงคิดได้แล้ว
จางอี๋เหนียงหยุดเว้นจังหวะครู่เดียวร่างกายพลันสั่นเทิ้มขึ้นมาราวกับกลืนก้อนสะอื้นอยู่ในอกพูดขึ้นเสียงสั่น
“เป็ความผิดของข้าเองทำให้คุณหนูใหญ่ไม่สบายใจ” ต้วนชิงิเพียงแต่ยิ้มรับไม่เปล่งเสียงตอบนางจึงพูดต่อ
“ปกติข้าไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ ได้แต่นับวันนับเดือนว่าใกล้จะถึงวันที่ไปเก็บค่าเช่าแล้วหรือยังดูท่าหลิวหรงคงจะไม่ยอมถูกกักบริเวณอยู่แต่ในเรือน”
ได้ยินคำพูดจางอี๋เหนียงนางขมวดคิ้วทันทีพลันคิดได้ว่า่ฤดูใบไม้ร่วงของทุกปีหลิวหรงจะไม่อยู่จวนหลายวัน ส่วนไปทำอะไรนั้นไม่เคยมีใครพูดถึงมาก่อน
ดูท่าปีนี้เื่ค่าเช่าจะให้หลิวหรงไปเก็บไม่ได้เด็ดขาด!คิดถึงตรงนี้ นางจึงพูดออกไป “ขอบคุณอี๋เหนียงที่คอยเตือนถ้าไม่พูดถึง… ข้าคงลืมไปแล้ว!”
นางยิ้มเจื่อนๆ “อยู่ในจวนมาสิบกว่าปีเื่อื่นอาจจะลืมเลือนไปบ้างแต่วันที่เสียใจกลับจดจำได้อย่างชัดเจน!”
อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบดุจเดิมผู้หญิงคนหนึ่งใช้่เวลาที่ดีที่สุดเพื่อรักผู้ชายคนหนึ่งและยังสูญเสียลูกอันเป็ที่รักอย่างสุดหัวใจแน่นอนว่าคงเป็่เวลาน่าเศร้าที่จำได้อย่างไม่ลืมเลือน
จากที่เงียบอยู่นานต้วนชิงหนิงจึงพูดขึ้น “อี๋เหนียงอย่ามองโลกในแง่ร้าย เ้ายังอ่อนวัย ยังสามารถมีลูกได้...”
นางพยักหน้าตอบ “ช่างเสียเถอะคุณหนูใหญ่ ข้าท้อแท้ใจไปหมดแล้วตอนนี้คิดเพียงแต่ดูแลองค์ชายใหญ่ให้เติบโต เพื่อพึ่งพาในบั้นปลายชีวิตก็เท่านั้น”
เด็กสาวหรี่ตาลงมองอีกฝ่ายตรงหน้าที่้าแสดงความซื่อสัตย์ต่อนางโดยยอมไม่มีลูกขอเพียงได้เห็นต้วนอวี้เติบใหญ่
นางยังไม่ทันได้อ้าปากถามนอกห้องก็มีเสียงชิวจวี๋พูดดังขึ้น “คุณหนูใหญ่เถี่ยเฟิงมาแล้วเ้าค่ะ!” นางกล่าวตอบรับทันที
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” เมื่อเห็นว่าต้วนชิงิมีธุระนางรีบกล่าวขอตัวลา
เมื่อเดินออกจากห้องจึงเห็นเถี่ยเฟิงโค้งคำนับให้ “คุณหนูใหญ่ นายท่านเชิญไปที่ห้องอ่านหนังสือขอรับ”
นางพยักหน้ารับรู้ “รอสักประเดี๋ยว ข้าจะไปพร้อมกับเ้า”
แล้วหันไปเรียกเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มาช่วยนางเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อครู่เพิ่งพูดถึงหลิวหรงตอนนี้ต้วนเจิ้งเรียกนางไปหาแล้วไม่รู้ว่าการเรียกไปครั้งนี้ด้วยเื่อันใด?
…...
เมื่อต้วนชิงิมาถึงหน้าห้องอ่านหนังสือพลันได้ยินเสียงดุของต้วนเจิ้งดังก้องกังวานออกมา
“ถ้าป่วยก็ไปตามหมอมา ให้ข้าไปจะมีประโยชน์อะไร?” ภายในห้องได้ยินเสียงแม่นมหลี่พูดค่อยๆ
“นายท่านก็ทราบดีว่าทุกปีเมื่อถึง่นี้โรคเรื้อรังที่อี๋เหนียงเป็จะกำเริบ... ขอร้องนายท่าน...”
แม่นมยังพูดไม่ทันจบต้วนเจิ้งชิงตวาดเสียงกร้าว ไม่เปิดช่องให้ต่อรองแม้สักนิด “ต้องให้ข้าพูดใหม่อีกรอบใช่ไหม?” อีกฝ่ายได้ยินจึงรีบขอตัวลาไปทันที
ต้วนชิงิที่ฟังอยู่นอกห้องหยักยิ้มขึ้นยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่โดนอวี้หรานตบ ตบนี้ช่างคุ้มค่า!เช่นนี้แม้หลิวหรงจะออดอ้อนอย่างไรก็คงไม่สำเร็จ!
ทว่าครั้งนี้คนที่ตบหน้านางคือต้วนอวี้หรานแต่อีกฝ่ายยังคงเดินไปมาอยู่ในเรือนอย่างสบายใจไม่เห็นต้วนเจิ้งทำโทษนั่นแสดงว่าความโกรธของผู้เป็บิดาทุเลาลงมากแล้ว
เช่นนั้นนางจะต้องพูดโน้มน้าวให้ผู้เป็บิดาปล่อยหลิวอี๋เหนียงออกมาดีหรือไม่?
นางเปลี่ยนสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มทันทีผลักประตูเข้าทำความเคารพ “ชิงิคารวะท่านพ่อ!”
“ชิงิมาแล้วหรือ?” แม้ใบหน้าของผู้เป็บิดาจะไม่ได้เปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มทว่าน้ำเสียงกลับอ่อนลง
ต้วนชิงิทำท่าหันไปมองแม่นมหลี่เอ่ยถามนางด้วยความแปลกใจ “แม่นมหลี่จากเรือนหลิวอี๋เหนียงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเล่าอี๋เหนียงไม่ได้ถูกกักบริเวณไปแล้วหรือ มาหาท่านพ่อด้วยเหตุอันใด?”
เมื่อได้ฟังที่ต้วนชิงิถามจึงรีบก้มหน้าเอ่ยขึ้นเสียงคล้ายไร้เรี่ยวแรง
“เรียนคุณหนูใหญ่ อี๋เหนียงป่วยเป็โรคเรื้อรังเ็ปทรมานอย่างมากจึงอยากให้นายท่านไปดูเสียหน่อยเ้าค่ะ!” เมื่อพูดจบนางก้าวไปข้างหน้าพูดอย่างขอร้องอ้อนวอน “คุณหนูใหญ่ช่วยพูดให้นายท่านไปดูหลิวอี๋เหนียงที่ปวดทรมานอยู่ด้วยเถอะเ้าค่ะ!”
นางยิ้มบางเอ่ยเสียงเรียบไม่เป็เดือดเป็ร้อน “ถ้าป่วยก็ให้ไปตามหมอท่านพ่อไม่ใช่หมอ ถ้าไปดูแล้วอี๋เหนียงจะดีขึ้นได้อย่างนั้นหรือ?”
คิดไม่ถึงว่าต้วนชิงิจะพูดเช่นนี้ สีหน้าแม่นมละม้ายตระหนกใพูดอะไรไม่ออกพลันเหลือบมองไปที่ต้วนเจิ้งที่มีสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์พลางขมวดคิ้วขึ้นทว่าใบหน้าของเด็กสาวยังคงแต้มรอยยิ้มบางดุจเก่า
“ แม่นมกลับไปก่อน ไปเรียนว่าท่านพ่อทราบแล้ว!” แม่นมหลี่จนปัญญาได้แต่มองอีกฝ่ายที่ไม่แสดงท่าทีจึงขอตัวลาออกไป
ต้วนชิงิเดินไปตรงหน้าต้วนเจิ้งพูดขึ้นสุ้มเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ท่านพ่ออี๋เหนียงไม่สบาย ท่านจะไม่ไปดูหน่อยหรือเ้าคะ?”
ผู้เป็บิดาไม่เปล่งเสียงตอบทว่าส่งเสียง “ฮึ” ออกมาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าดุจเดิม “เ้าไม่ได้พูดไปเมื่อครู่หรือว่าพ่อไม่ได้เป็หมอ?”
นางยิ้มออกมาเล็กน้อย “ท่านพ่อไม่ใช่หมอแต่ไม่แน่ว่าท่านพ่อไปดูอี๋เหนียงแล้วอาจจะหายเป็ปกติก็ได้เ้าค่ะ”
นางดูออกอีกฝ่ายกำลังโมโหคงโกรธหลิวหรง แต่ก็ยังเป็ห่วงสุขภาพของนางอยู่ ต้วนชิงิจึงชิงพูดขึ้น “ท่านพ่อเื่นี้ไม่ใช่ความผิดของอี๋เหนียงถ้าท่านหายโกรธแล้วก็ปล่อยอี๋เหนียงออกมาเถอะเ้าค่ะ!”
ต้วนชิงิวาดหวังเต็มอกว่าจะได้ชำระแค้นกับหลิวหรงถ้าไม่ปล่อยให้นางออกมาก็คงไม่มีโอกาสได้จัดการกับนาง ปล่อยให้นางออกมาเสียดีกว่าไม่แน่ว่าครั้งนี้อาจจะได้ประจันหน้ากันอย่างจริงจัง
ผู้เป็บิดาครุ่นคิดอยู่ครู่เดียวก่อนเอ่ยวาจาออกมา “ชิงิ... อย่างไรเสียนางก็เป็อี๋เหนียงของเ้าไปดูนางแทนพ่อหน่อยได้หรือไม่”
…...
[1]ขนมกุ้ยฮวา ทำมาจากแป้งหมี่ขาวและน้ำตาล ทรงสี่เหลี่ยมหรือกลมลักษณะสีขาวคล้ายขนมโก๋
