เย่ฝานหยิบกระดาษลงอักขระออกมาปึกหนึ่ง แล้วนำปากกาลงอักขระออกมาเตรียมตัวจะวาดยันต์
“นักศึกษาเย่ นายจะทำอะไรเหรอ?” ศาสตราจารย์สื่อถามด้วยความสงสัย
“ผมเหรอ? ผมจะวาดยันต์ไงครับ!”
“นายวาดยันต์ใช้เองเหรอ?”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ไม่ใช่ครับ ผมจะขายต่างหาก! ภรรยาในอนาคตของผมชอบคนมีเงิน ผมจะวาดยันต์ไปขายเพื่อหาเงินครับ”
“อ่อ ที่แท้ก็เป็นี้นี่เอง! นักศึกษาเย่นายนี่ขยันจริงๆ! สมัยนี้คนหนุ่มที่แสวงหาความก้าวหน้าอย่างนายมีน้อยเต็มที! แต่ยันต์นี้จะขายได้เหรอ?” ศาสตราจารย์สื่อถามอย่างใคร่รู้
“ขายได้สิ” เย่ฝานพูดด้วยความมั่นใจ
“แล้วใครจะซื้อล่ะ!”
“พวกร่างทรง!”
ศาสตราจารย์สื่อ “…”
ศาสตราจารย์สื่อหลังเก็บข้อมูลจากเย่ฝานจนพอใจแล้ว จึงเดินไปหาเซี่ยวฉือด้วยความเบิกบานใจ
“ศาสตราจารย์เซี่ยว เื่นี้คุณทำไม่ถูกเลยนะ! คุณดูเย่ฝานสิ เป็เด็กดีขนาดนี้! ทำไมคุณต้องบีบบังคับจนเขาต้องเข้าไปพัวพันกับพวกร่างทรงด้วย เขาคงหาเงินลำบาก ถึงต้องใช้วิธีต้มตุ๋นหลอกลวงแบบนี้! ไป๋อวิ๋นซีมีเงินเยอะไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงร้องขอจากคนรักมากมายขนาดนั้น” ศาสตราจารย์สื่อส่ายหน้าพูดพลางถอนหายใจ
เซี่ยวฉือเงยหน้ามองสื่อเว่ย เขาคิดในใจว่าคนปัญญาอ่อนอย่างนายจะรู้อะไร พวกร่างทรงที่ว่าหมายถึงนักพรตแห่งเขาหลงหู่ ยันต์นั่นราคาแผ่นละหนึ่งล้านหยวน คนธรรมดาซื้อไม่ไหวหรอก! ต่อให้เป็เงินเดือนของสื่อเว่ย ก็คงซื้อได้แค่เศษเล็กๆ เท่านั้น! ไม่อยากจะพูดว่า ถึงเย่ฝานจะดูเป็คนพึ่งพาไม่ได้ แต่ความสามารถของเขาไม่ด้อยเลย
เซี่ยวฉือมองศาสตราจารย์สื่อแล้วพูดว่า “นายไม่รู้ตื้นลึกหนาบางก็พูดให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ”
ศาสตราจารย์สื่อเปล่งเสียง ‘ฮึ’ อย่างแ่เบาแล้วพูดว่า “เย่ฝานเป็เด็กดีมากเลยนะ เสียดายที่หลานสาวของฉันแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว! ไม่งั้นล่ะก็!”
เซี่ยวฉือกวาดสายตามองศาสตราจารย์สื่อ แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ถึงแม้หลานสาวของนายจะยังไม่ได้แต่งงาน เ้าเย่ฝานนั่นก็คงไม่สนหล่อนหรอก! เพราะเขาชอบหลานชายของฉัน”
ศาสตราจารย์สื่อ “...”
เซี่ยวฉือเห็นสีหน้าแย่ๆ ของศาสตราจารย์สื่อ เขาพลันรู้สึกดีที่ได้เอาคืนไม่น้อยเลย!
…
“อาจารย์ครับ วิทยานิพนธ์ของผมเขียนเสร็จแล้วครับ” หยางเฟยเดินเข้ามาในห้องทำงาน และพูดกับเซี่ยวฉือด้วยความนอบน้อม
เซี่ยวฉือพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “ดี รอฉันมีเวลาว่างก่อน แล้วฉันจะดูให้นาย”
“ครับ”
เย่ฝานโบกมือให้หยางเฟย พูดวางท่าอย่างผู้ใหญ่ว่า “เอามานี่สิ! ตาเฒ่าเซี่ยวไม่ว่าง ฉันจะดูให้นายเอง!”
“คุณชายเย่ คุณอยู่ที่นี่หรือเนี่ย” หยางเฟยเห็นเย่ฝานก็ดีใจขึ้นมา
“อาจารย์ครับ ถ้าอย่างนั้นผมเอาไปให้คุณชายเย่ดูสักหน่อยนะครับ” หยางเฟยกล่าว
เซี่ยวฉือทำหน้าเคร่งขรึม ตอบกลับไปว่า “เอาไปสิ”
เซี่ยวฉือกลอกตามองบน แล้วคิดในใจว่า เ้าปัญญาอ่อนเย่ฝาน ไม่รู้ทำไมพอมาถึงที่นี่ก็สนิทสนมกับคนที่รับมือยากอย่างศาสตราจารย์สื่อได้ง่ายๆ เื่นี้ยังพอเข้าใจได้ แต่นี่หยางเฟยก็เป็ไปกับเขาด้วย! ปกติเขาเป็นักศึกษาที่เคร่งครัดและทำอะไรจริงจัง ไม่รู้ว่าไปรู้จักกับเย่ฝานได้อย่างไร พอเจอกันเข้าก็ประจบสอพลอขึ้นมาทันที
“คุณชายเย่ บ้านหลังนั้นของนายไม่มีปัญหาใช่ไหม?” หยางเฟยเอ่ยถาม
เย่ฝานโบกมือแล้วพูดอย่างโอ้อวดว่า “มีฉันอยู่ทั้งคน จะมีปัญหาอะไรได้ล่ะ!”
หยางเฟยพยักหน้า แล้วเอ่ยว่า “นั่นสินะ!”
“ประโยคนี้นายเข้าใจความหมายผิดไปแล้ว ควรจะเป็ความหมายนี้...”
หยางเฟยนั่งอยู่กับเย่ฝาน ทั้งคู่เริ่มสนทนากัน “คุณชายเย่ นายเก่งจังเลย!”
“ฉันเป็อัจฉริยะนี่นา! ก็ต้องเก่งอยู่แล้ว”
เย่ฝานและหยางเฟย พูดคุยเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในวิทยานิพนธ์ ทั้งสองคุยกันเกือบครึ่งชั่วโมง เย่ฝานให้คำแนะนำที่ตรงประเด็นกับหยางเฟยไปไม่น้อย
เย่ฝานโบกมือแล้วพูดว่า “เอาไปแก้เถอะ”
หยางเฟยพยักหน้าพลางกล่าวว่า “จริงสิ คุณชายเย่ พอดี่นี้ฉันไปเจอภาษาโบราณเข้าบทหนึ่ง ฉันดูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก นายช่วยฉันดูหน่อยได้ไหม?”
“ยังไงตอนนี้ฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว นายเอามาเถอะ”
หยางเฟยพยักหน้าก่อนตอบ “ได้”
เดิมทีหยางเฟยก็มีคำถามมากมายที่อยากถามเซี่ยวฉือ แต่ว่าเซี่ยวฉือพักนี้มีภารกิจต้องทำ หยางเฟยจึงไม่กล้าเข้าไปรบกวน ในเมื่อเย่ฝานอยู่ที่นี่ หยางเฟยจึงรู้สึกว่าปัญหาของเขาคลี่คลายไปได้มากทีเดียว เย่ฝานถึงแม้อายุยังน้อย แต่ว่าความเข้าใจในภาษาโบราณก็ไม่ด้อยไปกว่าศาสตราจารย์สื่อ
ศาสตราจารย์สื่อมองหยางเฟยและเย่ฝาน ดวงตามีประกายของความสงสัย ตอนแรกเขาคิดว่าเย่ฝานเป็พวกอาศัยเส้นสาย แต่ความจริงแล้วเย่ฝานเหมือนจะมีความสามารถอยู่ไม่น้อย เขารู้จักหยางเฟยดี หยางเฟยเป็ศิษย์คนโปรดของเซี่ยวฉือ เดิมทีหากไม่มีอะไรผิดพลาด วิชาความรู้ทั้งหมดของเซี่ยวฉือน่าจะสืบทอดให้กับศิษย์คนนี้ แต่ตอนนี้มีเย่ฝานเพิ่มขึ้นมาอีกคน เขาเองก็ไม่ค่อยแน่ใจในเื่นี้เสียแล้ว
ศาสตราจารย์สื่อคิดว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงจะไม่ดีเท่าไรนัก แต่ว่าตอนนี้ได้เห็นหยางเฟยอยู่กับเย่ฝาน ความเข้าใจของเขากลับผิดจากที่คาดทั้งหมด ทั้งสองสนิทสนมกันดีมาก สายตาที่หยางเฟยมองเย่ฝานก็มีความเลื่อมใสและเชื่อฟังเขาอยู่ไม่น้อย
“ตาเฒ่าเซี่ยว ลูกศิษย์ที่รับเข้ามาใหม่ของคุณน่ะ ความรู้ด้านภาษาโบราณไม่เลวเลยนะ!” ศาสตราจารย์สื่อเป็นักประวัติศาสตร์ เคยอ่านภาษาโบราณมาไม่น้อย! ผู้เชี่ยวชาญย่อมมีความรู้ในด้านนี้ ศาสตราจารย์สื่อได้ยินที่เย่ฝานคุยกับหยางเฟยอยู่ไม่กี่ประโยค ก็รู้ว่าเย่ฝานไม่ธรรมดาเลย!
“เ้าหมอนี่เื่ไอคิวไม่มีปัญหา แถมยังความจำเป็เลิศ แต่ด้านอีคิวไม่ค่อยดีเท่าไรนัก” ศาสตราจารย์เซี่ยวโต้กลับ
ศาสตราจารย์สื่อพยักหน้า รู้สึกเข้าใจในเื่ราวเพิ่มมากขึ้น
…
เย่ฝานนั่งี้เีอยู่ในห้องทำงาน เขาทั้งวาดยันต์ สร้างอาวุธ พอว่างก็ดูการ์ตูนแล้วก็กินขนม
โทรศัพท์มือถือของเย่ฝานดังขึ้น เขาเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอจึงรีบรับสายด้วยความรวดเร็ว
“อวิ๋นซีนายโทรหาฉัน! คิดถึงฉันเหรอ?”
“ทุกอย่างเรียบร้อยดี มีฉันอยู่ทั้งคนจะเกิดเื่ได้ยังไง!”
“ฉันเหรอ? ฉันไม่ได้ล่วงเกินใครเลยนะ ฉันเข้ากับเพื่อนร่วมงานของตานายได้ดีมาก ก็มีแต่ตาของนายนั่นแหละที่เข้ากันไม่ค่อยได้!”
“ฉันรู้แล้ว ฉันจะไม่ก่อเื่”
…
เงาร่างที่งดงามของผู้หญิงคนหนึ่ง ปรากฏขึ้นในห้องทำงานนักศึกษาปริญญาโท
“พี่ชาย ฉันเอาอาหารมาส่งแล้ว” เฉินเข่อหลันในชุดเดรสสีชมพู แต่งตัวราวกับเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วไป
เฉินเอี๋ยนยิ้มพลางพูดว่า “เข่อหลัน เธอไปทำธุระของเธอเถอะ พี่สั่งอาหารจากข้างนอกก็ได้”
เฉินเข่อหลันส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ได้ยังไงล่ะ พอพี่ใหญ่ยุ่งกับงานขึ้นมาก็ไม่รู้จักความพอดี ลืมดูแลตัวเองตลอด”
เฉินเอี๋ยนหัวเราะ แล้วพูดหยอกล้อ “น้องสาวของพี่ น้องช่างแสนดีเพียบพร้อมจริงๆ! ใครได้แต่งน้องเป็ภรรยาคงจะโชคดีมาก!”
เฉินเข่อหลันถลึงตาใส่เฉินเอี๋ยน แล้วพูดอย่างไม่พอใจว่า “พี่ใหญ่ล่ะก็ ชอบล้อเล่นแบบนี้อยู่เรื่อย”
“เย่ฝาน” พอมองเห็นเย่ฝานอยู่ในห้องทำงานของเซี่ยวฉือ เฉินเข่อหลันจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วสงสัย
เฉินเอี๋ยนดูสีหน้าของเฉินเข่อหลัน จึงถามอย่างสงสัยว่า “ทำไมเหรอ เธอรู้จักเย่ฝานด้วยเหรอ?”
เฉินเข่อหลานพยักหน้าพร้อมตอบว่า “ใช่แล้ว เขาเป็คนนิสัยไม่ดี!
เฉินเอี๋ยนถามอย่างแปลกใจว่า “เธอเคยมีเื่กับเขาเหรอ?”
เฉินเข่อหลานพยักหน้า พร้อมกับเล่าว่า “เขาเคยถูกคุมตัวไปที่สถานีตำรวจเพราะก่อเหตุทะเลาะวิวาท แล้วคุณชายไป๋ก็เป็คนมาประกันตัวเขา”
“ไป๋อวิ๋นซีไปประกันตัวเขา?” เฉินเอี๋ยนถามอย่างคาดไม่ถึง
เฉินเข่อหลันพยักหน้า แล้วเอ่ยว่า “ใช่!”
เฉินเอี๋ยน “…”
“คนคนนั้นเหมือนว่ามีความสามารถอยู่ไม่น้อย แต่เขาเป็คนสารเลว พอเห็นเงินแล้วตาโต ไม่มีความเห็นใจคนอื่นเลยสักนิด” เฉินเข่อหลันกล่าว
…
“เย่ฝาน ที่นายวาดคือยันต์ปัดเป่าโรคภัยใช่ไหม?” หยางเฟยเอ่ยถาม
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ไม่ใช่ นี่คือยันต์สายฟ้าฟาด!”
“ยันต์พวกนี้จะเอาไปขายเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าตอบว่า “ใช่ พวกนักพรตสั่งของไว้”
หยางเฟยพยักหน้ากล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง!”
“คุณชายเย่ แล้วนายมียันต์ปัดเป่าโรคภัยไหม! ผมอยากซื้อหนึ่งแผ่น” หยางเฟยถาม
เย่ฝานหรี่ตาลงแล้วกล่าวว่า “ของน่ะมีแน่ แต่ว่าขึ้นราคาแล้วนะ”
หยางเฟยมองเย่ฝานก่อนไตร่ตรองบางอย่าง และพูดว่า “คุณชายเย่ พวกเรารู้จักกันมานาน นายลดราคาให้หน่อยได้ไหม?”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “ได้สิ! เห็นแก่ที่เรารู้จักกันมานาน แผ่นละห้าแสนหยวนก็แล้วกัน”
หยางเฟย “…”
…
สื่อเว่ยเข้าไปใกล้เซี่ยวฉือแล้วพูดแขวะว่า “ตาแก่เซี่ยว คุณสอนลูกศิษย์ยังไงกัน! ประเทศของเราต่อต้านการงมงายในเื่ไสยศาสตร์มาหลายปีแล้ว แต่ลูกศิษย์ทั้งสองของคุณกลับยังเชื่อเื่ยันต์เื่หมอผีอยู่งั้นเหรอ?”
เซี่ยวฉือเอามือบีบขมับ แล้วโต้กลับไปว่า “ทุกคนต่างมีศรัทธาของตนเอง! บนโลกใบนี้ยังมีเื่อีกมากมายที่อธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้”
สื่อเว่ย “…”
“แผ่นละห้าแสนหยวน ดูท่าทางแล้วหลานของคุณคงบีบคั้นจนเย่ฝานหมดทางไปจริงๆ ถึงได้กล้าขึ้นราคาของซะสูงขนาดนั้น!” สื่อเว่ยพูดพลางส่ายหน้า
“ห้าแสนหยวน นี่คือราคามิตรภาพแล้วนะ ถ้าคนอย่างคุณไปซื้อ คงต้องคิดหนึ่งล้านหยวน” เซี่ยวฉือตอบกลับด้วยความโมโห
สื่อเว่ยหัวเราะเยาะ แล้วพูดว่า “คุณคิดว่าผมปัญญาอ่อนหรือยังไง เงินหนึ่งล้านซื้อกระดาษเน่าๆ หนึ่งแผ่น?”
คนที่ดูของเป็ยังบอกว่าราคาถูกไปเลย
สื่อเว่ยมองเซี่ยวฉือแล้วถามว่า “ตาแก่เซี่ยว คุณโดนของหรือไง!”
เซี่ยวฉือกวาดตามองสื่อเว่ย แล้วโต้กลับไปว่า “คุณต่างหากที่โดนของ!”
…
เซี่ยวฉือพูดกับเย่ฝานว่า “เดี๋ยวฉันจะไปที่เขตกองทัพ”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ผมจะไปด้วย”
เซี่ยวฉือ “…”
เย่ฝานตามเซี่ยวฉือไป พวกเขาขึ้นไปนั่งบนรถยนต์คันหนึ่ง
บนรถยนต์คันนั้นเฉินเอี๋ยนนั่งตรงที่นั่งคนขับ ส่วนหูหลินนั่งข้างคนขับ หูหลินหันมามองเย่ฝานอย่างแปลกใจอยู่เป็ระยะ
รถยนต์แล่นอยู่บนถนน เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ดวงตาของเย่ฝานพลันเกิดประกายเยือกเย็น
“ลดความเร็ว! ลงจากรถ”
เซี่ยวฉือได้ยินที่เย่ฝานพูดก็รู้สึกอยากจะกระอักเืขึ้นมา “นี่มันบนทางด่วนนะ”
เย่ฝานชกหลังคารถจนเป็รูโหว่
เย่ฝานพาเซี่ยวฉือออกจากรูโหว่ที่หลังคารถ เขาดึงตัวของเซี่ยวฉือออกมาจนได้ พอเท้าเหยียบบนหลังคารถ เย่ฝานก็พาเซี่ยวฉือะโจากตัวรถ ขณะเดียวกันเย่ฝานใช้มือวาดในอากาศ รถยนต์ทั้งคันถูกผ่าออกเป็สองส่วน เย่ฝานยกเท้าเตะห้องโดยสารด้านหลังให้กระเด็นไปที่ทะเลสาบข้างทางด่วน ห้องโดยสารพลันะเิ! ส่งเสียงดังกึกก้อง
เย่ฝานพาเซี่ยวฉือลงถึงพื้นถนนทางด่วนอย่างปลอดภัย เซี่ยวฉือยืนอยู่ข้างเย่ฝาน มองดูครึ่งหนึ่งของรถยนต์ที่ะเิจนไหม้เกรียม อดที่จะมีอาการเข่าอ่อนไม่ได้
เย่ฝานยืนอยู่ริมน้ำด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ทำไมนายรู้ว่ามีะเิ?”
“ผมดูในหนังน่ะ!”
“หนัง?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว ในหนังที่คนแสดงกันก็มีฉากแบบนี้ ฉันได้ยินเสียงติ๊ดๆ”
เฉินเอี๋ยนและหูหลินเดินออกมาจากรถ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก แม้ว่าเฉินเอี๋ยนจะชะลอความเร็วแล้ว แต่คนทั้งสองก็ยังได้รับาเ็ โชคดีที่ระบบนิรภัยในรถทำงานได้ดี ดังนั้นคนทั้งสองจึงไม่เป็อันตรายถึงชีวิต
