ทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าน่าหลงใหลเป็พิเศษ
ทุ่งหญ้าสีเขียว มีวัวและแกะสีขาวประปราย ราวกับบนทุ่งหญ้าผืนนี้แต่งแต้มไปด้วยดอกไม้ ชนกลุ่มน้อยมองโกลที่เป็มิตรเมื่อเห็นรถ ก็โบกไม้โบกมือทักทาย
ถ้าหยุดลงตอนนี้ พวกเขาต้องหยิบอาหารออกมา และร้องเพลงเสียงดังต้อนรับแขกจากแดนไกลแน่
แต่ พวกจ้าวอี้ไม่มีเวลา ดังนั้นจึงไม่ได้จอดรถ
ความเหน็ดเหนื่อยจากการนั่งเครื่องบินไม่ได้ทำให้ความตื่นเต้นของหวงอิงเจือจาง ในทางกลับกันกลับมองทิวทัศน์ด้านนอกผ่านหน้าต่างด้วยความคึกคัก
“สวยจริงๆ อยากทำแบบพวกเขาจัง ขี่ม้าะโไปมาอย่างซุกซนบนพื้นดิน ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าอากาศสดชื่นขึ้นเยอะ พี่เยว่ เธอคิดว่าไง?” หวงอิงดึงแขนของอู๋เยว่ แล้วพูดไม่หยุด
อู๋เยว่ก่ายหน้าผาก “แม่ทูนหัว อยู่บนเครื่องบิน เธอก็ชื่นชมท้องฟ้าก้อนเมฆ มาถึงทุ่งหญ้า เธอก็บอกว่าที่นี่สวยอีก คิดจะพูดจนถึงที่หมายของเราเลยใช่ไหม?”
“หวงอิง นอนหลับพักผ่อนสักหน่อยเถอะ ไม่งั้น คราวหน้าถ้ามีโอกาสให้ออกนอกสถานที่อีก ฉันคงไม่กล้าพาเธอออกมาด้วยแล้ว” เซี่ยตันมองฉากน่าขันนี้ เธอรู้ ว่าั้แ่ตรวจสอบออกมาว่าร่างกายของหวงอิงไม่ดี การดูแลของคนที่บ้านเรียกได้ว่าเอาใจใส่อย่างทั่วถึง เครื่องบินก็ไม่ให้เธอนั่ง ที่จริงแพทย์ได้บอกแล้ว ว่าถ้าระวังสักหน่อย ก็ไม่อาจเกิดปัญหาอะไร
หวงอิงได้ยินคำพูดของเซี่ยตัน จึงเบ้ปากอย่างไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีความกล้าที่จะต่อต้านพี่ใหญ่ จึงหรี่ตางีบลง
ประสิทธิภาพของรถดีมาก นี่เป็รถปฏิบัติการที่สถาบันวิจัยแห่งหนึ่งได้ออกมาเพื่อให้เหมาะกับการขับบนทุ่งหญ้า มั่นคงมาก แม้จะพูดไม่ได้ว่าสบาย แต่ก็ดีกว่ารถทั่วไปมาก
ยิ่งขับยิ่งลึกขึ้น รถค่อยๆเข้าใกล้พรมแดน
หวงอิงที่กำลังงัวเงียเรียกขึ้นมา ดำเนินการระบุตำแหน่งกระจุกทองแดงอีกครั้ง ได้มาถึงที่แล้ว จ้าวอี้ไม่ได้กังวลว่าจะถูกค้นพบสัญญาณจะเป็ยังไง เพราะแอนดริวคงไม่อาจทำลายกระจกทองแดงหรอก?
ตามการระบุตำแหน่งเมื่อตอนกลางวัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาได้อยู่ไม่ไกลแล้ว
ตามคาด สัญญาณอยู่ที่ประมาณไม่ถึงยี่สิบกิโลเมตรจากพวกเขา
ไปด้านหน้าอีก ทันใดนั้น เสียงกีบเท้าม้าดังกรุบกรับก็ค่อยๆใกล้ขึ้น กลุ่มชาวมองโกลประมาณเกือบร้อยคนเข้าใกล้พวกเขาอย่างรวดเร็ว
คนเหล่านี้ล้อมรถปฏิบัติการไว้รอบอย่างไม่เกรงใจ เสียงม้าร้องอย่างต่อเนื่อง กองกำลังฝึกมาอย่างดี นอกจากคนที่เป็ผู้นำ คนด้านหลังก็ได้ยกปืนขึ้น แล้วเล็งมาที่รถปฏิบัติการ
รถปฏิบัติการถูกบังคับให้หยุด
“คนพวกนี้เป็ใคร? พวกเขาถึงถือปืนมาล้อมพวกเรา กล้าเกินไปแล้ว”
ในประเทศจีน การอาวุธโดยผิดกฎหมายเป็ความผิดอย่างร้ายแรง แต่ที่นี่ กลับพบปืนเกือบร้อยกระบอกในคราวเดียว ทำให้เซี่ยตันประหลาดใจ
“ฉันลงไปดู พวกเธออยู่บนรถ มีอะไรผิดปกติ ให้ถอยกลับทันที!”
จ้าวอี้คิด แล้วจะลงจากรถ
เจี่ยงจาวตี้ดึงจ้าวอี้ไว้ “ไม่ได้ อันตรายเกินไป นายเป็ผู้บัญชาการของการปฏิบัติการครั้งนี้ ถ้าไป ก็เป็ฉันที่ไป”
พูดจบ เธอจึงลงไปแทนจ้าวอี้
“กลับมา! นี่เป็คำสั่ง!”
จ้าวอี้พูดอย่างจริงจัง ภายหลังน้ำเสียงจึงอ่อนโยนลง “ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น พวกเขาไม่ยิงปืนแต่แรก หมายความว่าสามารถเจรจาได้ ฉันไม่อาจเกิดความขัดแย้งกับพวกเขา”
เจี่ยงจาวตี้มองจ้าวอี้อย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โต้แย้ง
“นั่น ให้ฉันลงไปกับคุณไหม ฉันพูดภาษามองโกลได้” อู๋เยว่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก แล้วพูดเสียงเบา
“อย่าเพิ่ง ดูว่าพวกเขามีใครพูดแมนดารินเป็ไหม”
จ้าวอี้ไตร่ตรองเล็กน้อย ปฏิเสธความเห็นนี้ แม้จะบอกว่าเขาจะมั่นใจมากว่าอีกฝ่ายจะไม่ยิง แต่ก็ไม่กล้าพูดว่าร้อยเปอร์เซ็น จึงไม่อาจให้อู๋เยว่ตกอยู่ในอันตราย
จ้าวอี้ลงจากรถ ยกสองมือขึ้น แล้วะโเสียงดัง “ผมไม่มีเจตนาร้าย อย่ายิง คุยกันได้ไหม?”
ชายหัวหน้าพูด “พวกเราไม่มีอะไรต้องพูด ที่นี่เป็พื้นที่ต้องห้ามทางทหาร พวกคุณเชิญกลับไป!”
ภาษาจีนของเขาฟังยากมาก แต่ยังคงสามารถพยายามฟังได้
พื้นที่ต้องห้ามทางทหาร?
จ้าวอี้ตอบสนอง ชายคนนี้ต้องพูดโกหกแน่ ตอนมาเมื่อครู่ ที่ฐานทัพทหารนั่น หัวหน้ากองกำลังได้บอกว่า นี่เป็ฐานทัพทหารหนึ่งเดียวในระยะสองร้อยลี้ อีกอย่างคือที่นี่ใกล้กับพรมแดนมากขนาดนี้ ทำไมถึงเป็พื้นที่ต้องห้ามทางทหาร
“นี่เป็บัตรประจำตัวของผม คุณเป็หัวหน้าใช่ไหม? ผมอยากเจรจากับคุณ?”
จ้าวอี้ค่อยๆหยิบบัตรประจำตัวของตน พยายามไม่ปลุกเร้าความสงสัยของพวกเขาให้มากที่สุด แสดงให้เห็นว่าตนเองไม่มีอันตราย
หัวหน้าใช้สายตาส่งสัญญาณ ชายด้านข้างเขารีบขึ้นหน้ามาหยิบบัตรประจำตัว หัวหน้าคนนี้มองดู แล้วคืนหลับไป
“เก็บปืน!”
เขาออกคำสั่งให้เก็บปืนก่อน ชายเหล่านี้เก็บปืนในทันที ไม่เล็งที่จ้าวอี้อีก
"สหายจากแดนไกล ตรงหน้าเป็สถานที่รวมตัวของชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ ของเรา พวกเขาไม่ต้อนรับแขกจากภายนอก พวกคุณกรุณาอ้อมไป!" น้ำเสียงของเขายังคงแข็งกร้าว แต่ท่าทางดีกว่าเมื่อครู่มาก
“พื้นที่ประเทศทุกตารางนิ้วพวกเราต่างมีสิทธิที่จะไป ผมเคารพธรรมเนียมของพวกคุณ แต่ขอพวกคุณอย่าขวางเรา พวกเราเพียงปฏิบัติหน้าที่”
จ้าวอี้จะถอยกลับไปเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของอีกฝ่ายได้ยังไง ไม่อย่างนั้นรอบนี้ก็มาฟรีสิ?
ได้ยินคำพูดของจ้าวอี้ หัวหน้าคนนี้จึงขมวดคิ้ว น่าจะมีบางคนที่สามารถฟังภาษาจีนกลางได้ จึงแปลให้เพื่อนที่อยู่ข้างๆฟัง คนเหล่านี้จึงโกลาหลขึ้นในทันที บางคนที่ฉุนเฉียว จึงยกปืนขึ้น
“เงียบ!”
หัวหน้าะโอย่างน่าเกรงขามไปคำหนึ่ง ข่มความโกลาหลนี้ไว้
“คุณก็เห็นแล้ว คนของเราไม่ต้อนรับพวกคุณ ทำไมพวกคุณต้องไปที่รวมตัวของเรา? ขาดอาหารขาดน้ำหรือขาดน้ำมัน? พวกเราก็สามารถแก้ปัญหาพวกคุณได้ เพียงแค่ขอให้พวกเราอย่าเข้าไปในที่พักแรมของเรา” หัวหน้าพูดด้วยความจริงใจ เขาไม่ได้ปิดการติดต่อกับคนภายนอก เขารู้ ถึงน้ำหนักของบัตรประจำตัวเล็กๆใบนั้น
“คุณสามารถตัดสินใจได้เหรอ? ถ้าคุณสามารถตัดสินใจได้ ผมก็สามารถพูดให้คุณฟังได้”
จ้าวอี้ค่อนข้างไม่แน่ใจในสถานะของเขา ดูแล้วสถานะของเขาเหมือนจะไม่ต่ำ แต่จ้าวอี้ก็กังวลว่าจะแหวกหญ้าให้งูตื่นเช่นกัน
“ผมเป็ผู้สืบทอดอันดับสองของชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ เื่ส่วนมากสามารถตัดสินใจได้ คุณพูดมาเถอะ”
หัวหน้าบอกสถานะของตนเองอย่างใจเย็น นี่ทำให้จ้าวอี้ประหลาดใจ
“พวกเราไปพูดที่อีกด้านเถอะ?”
จ้าวอี้รู้สึกว่าเื่นี้ไม่อาจพูดได้อย่างเปิดเผย
ใครจะรู้ว่าหัวหน้าคนนี้ได้ฟังจ้าวอี้พูดเช่นนี้ จึงส่ายหน้าทันที “ที่นี่ต่างเป็พี่น้องของผม ไม่มีคำไหนที่พวกเขาไม่สามารถฟังได้ นอกจากคุณมีแผนร้ายอะไร!”
ใจของจ้าวอี้ค่อนข้างหม่นหมอง เขากลับเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ของหัวหน้า ยังไงก่อนหน้านี้พวกเขายังคงเป็คนแปลกหน้า ความระแวดระวังของอีกฝ่ายจึงสามารถเข้าใจได้
“พวกเราตามรอยอาชญากรคนหนึ่งมาที่นี่”
“ด้านหน้ายี่สิบกิโลเมตรต่างเป็ที่รวมตัวของพวกเราชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ ไม่กี่วันนี้ไม่มีชาวต่างชาติเข้ามา อาชญากรที่คุณว่าไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมว่าคุณตามผิดทางแล้ว ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ขนาดนี้ หลงทางเป็เื่ปกติ ทางที่คุณมามีฐานทัพทหารหนึ่งแห่ง คุณสามารถสอบถามพวกเขาได้” หัวหน้าถอนใจยาว อาชญากร อาชญากรอะไร พวกเขาที่นี่ไม่มีอาชญากร ต่างเป็ชนเผ่าเดียวกันเร้นกายมาตลอดทั้งปี มีเพียงชนเผ่าที่ได้รับการยินยอมไม่กี่คน ถึงสามารถออกไปได้
“ไม่มี? เป็ไปไม่ได้ ตามการระบุตำแหน่งของเรา เขาอยู่ที่ด้านหน้า สองวันนี้ไม่มีคนเข้ามาในที่รวมตัวของพวกคุณเหรอ? ต้องมีแน่!”
จ้าวอี้พูดด้วยความมุ่งมั่นเด็ดขาด เพราะสัญญาณของกระจกทองแดง อยู่ด้านหน้าอย่างชัดเจน นอกจากหัวหน้าคนนี้จะโกหกหน้าตาย
หัวหน้าชะงักชั่วขณะ เพราะจ้าวอี้พูดไม่ผิด ยังมีคนกลับมาจริงๆ
มองเห็นหัวหน้าไม่พูดจา จ้าวอี้ก็รู้ว่าที่เขาพูดไม่ผิดแน่
“ให้พวกเราเข้าไปเถอะ ผมรับรองว่าจะไม่รบกวนชีวิตประจำวันของพวกคุณ”
“ไม่ได้! ผมคิดดูก่อน”
หัวหน้ายังคงปฏิเสธ คิดแล้วจึงพูดต่อ “คุณบอกชื่อของเขามา มีรูปก็ได้ ถ้าเขากระทำผิดชั่วร้ายอะไร ผมต้องจับเขากับมือ แล้วส่งให้พวกคุณต่อหน้า แต่พวกคุณยังคงไม่สามารถเข้าไป! นี่เป็ธรรมเนียมของเรา ไม่งั้น คุณก็เป็ศัตรูกับพวกเรา”
พลังของธรรมเนียมนั้นยิ่งใหญ่ ดูท่าทางคนเหล่านี้ โดยพื้นฐานแล้วไม่สนใจที่จะล้อมโจมตีพวกเรา ฆ่าคน แล้วไปหลบซ่อนในทุ่งหญ้ากว้างขวาง จะจับยังไง? มีเพียงพวกเขาชาวมองโกลเหล่านี้ถึงจะเคยชินกับชีวิตเช่นนี้
จ้าวอี้ท่าทางงุ่มง่าม คิดสักครู่แล้วจึงพูด “คนคนนี้แหกคุกจากจีน อาจทำการปลอมตัว เขาโเี้มาก ผมไม่หวังจะเห็นพวกคุณเกิดการาเ็ ดังนั้นจึงมาที่นี่”
“เขาเป็ใคร? พวกเราเป็ลูกหลานของเจงกิสข่าน ไม่เคยกลัวความตาย ความตายเป็จุดหมายที่เป็นิรันดร์ของเรา” น้ำเสียงของหัวหน้าเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง จ้าวอี้จึงรู้ ว่านี่เกรงว่าจะพูดไม่ได้แล้ว
ใช้กำลัง ตอนนี้ดูแล้วจะไม่ใช่ความคิดที่ดี เกิดการาเ็ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เขา้า
กลับไปในรถ จ้าวอี้หารูปภาพของน้องชายเหยียนและอาหัวออกมา ยังมีรูปของคนอื่นที่แหกคุกส่งให้หัวหน้าพร้อมกัน หัวหน้าแค่มองดู สีหน้าก็เปลี่ยน
“เป็ความจริงที่อยู่ในชนเผ่าเรา แต่คนคนนี้ผมไม่มีสิทธจะจัดการ ผมจะแจ้งผู้าุโใหญ่ รบกวนแขกจากแดนไกลพวกคุณรออยู่ที่นี่ก่อน”
พูดจบ เขาก็ะโเสียงดัง กองคาราวานก็แบ่งเป็สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเตรียมกลับไปกับเขา อีกกลุ่มหนึ่งคอยเฝ้าระวังพวกเขาอยู่ตรงนี้
“รอก่อน”
จ้าวอี้เรียกเขา จ้าวอี้คิดว่าคนตรงหน้าค่อนข้างน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น
เขาหยิบรูปของแอนดริวขึ้นมา แล้วพูดต่อ “คนคนนี้ ถือกระจกทองแดงที่บอกว่ามาจากสุสานเจงกิสข่านไว้ เป้าหมายยังไม่ทราบ ไม่รู้ว่าเขาอยู่ในเผ่าของพวกคุณด้วยไหม พวกเราตามสัญญาณของเขามาที่นี่”
คราวนี้ หัวหน้ากัดฟันดังกรอด การแสดงออกน่ากลัวอย่างที่สุด “น่าตายๆ พวกเขากล้าดียังไง! กล้าดียังไงมารบกวนิญญาวีรบุรุษของข่านผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาสมควรตาย!”
ในสายตาของเขาเผยความรุนแรงออกมาก ปากยังร้องอย่างบ้าคลั่ง กองคาราวานเดือดขึ้นในทันที คำด่าภาษามองโกลดังก้องถึงฟ้า!
“อย่าเพิ่งวู่วาม! ดูแล้วถ้าเกิดขึ้นจริง พวกคุณจำเป็ต้องใช้ความช่วยเหลือของเรา!” จ้าวอี้ยินดีอย่างยิ่ง แต่บนหน้ากลับตีหน้าตาย
“ไม่จำเป็ เื่นี้เป็เื่ภายในของชนเผ่าเรา พวกคุณรออยู่ที่นี่ ผมจะมาอธิบายให้คุณฟัง!” พูดไป เขาก็ผิวปากหนึ่งครั้ง คนสามส่วนของตามไปด้านหลังเขา แล้วรีบร้อนกลับไป
คนอื่นลงจากม้ามาพักผ่อน และแบ่งคนไม่กี่คนให้จ้องมองพวกจ้าวอี้เช่นกัน
จ้าวอี้ทำได้เพียงกลับขึ้นรถ
“คุยเป็ยังไงบ้าง?”
เซี่ยตันถามขึ้นทันที
“พูดอะไรคนพวกนี้ก็ไม่ให้พวกเราเข้าไปในชนเผ่าของพวกเขา แอนดริวอยู่ในชนเผ่าของพวกเขา ไม่รู้ว่าเขาใช้เหตุผลอะไรถึงเข้าไปได้ นอกจากนั้นสามารถยืนยันได้จุดหนึ่ง นั่นก็คือน้องชายเหยียนและกลุ่มของเขาเป็คนในชนเผ่านี้ อีกทั้งสถานะยังค่อนข้างสูง แม้แต่ผู้สืบทอดอันดับสองยังไม่มีอำนาจในการจัดการเขา กลัวว่าจะมีอุบัติเหตุอะไร”
จ้าวอี้มองทุ่งหญ้าที่ด้านหน้าอย่างกระสับกระส่าย
เขารู้สึก ว่าคนเหล่านี้กล้ามีความคิดจะทำลายสุสานเจงกิสข่าน ต้องรู้อะไรมากกว่าพวกเขาแน่ เตรียมการอย่างเต็มเปี่ยม พึ่งพาชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ก่อน เกรงว่าจะไม่สามารถต้านทานความโลภของอีกฝ่ายได้
[1] ชนเผ่าผู้พิทักษ์สุสานเจงกิสข่าน
