แม่นมหนิงถือเป็คนเก่าแก่ในจวนต้วนทั้งยังคุ้นเคยกับติงโหรวเป็อย่างดี จึงรู้ว่าเื่นี้มีสิ่งผิดปกติดังนั้นการจัดการเื่ต่างๆจะต้องเพิ่มความระมัดระวังเมื่อนางได้ยินที่เด็กสาวบอกว่าจะไปหาหมอเทวดาก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมาครั้นจะโน้มน้าวก็คงยาก เพราะคุณหนูมีความคิดเป็ของตัวเองเื่ที่ตัดสินใจไปแล้วยากที่จะเปลี่ยนแปลง
แม้จะรู้ว่าคงไม่สามารถโน้มน้าวแต่ก็ยังอดรู้สึกเป็ห่วงไม่ได้คล้ายรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียอย่างไรอย่างนั้น
จึงตัดสินใจเอ่ยปรามขึ้น “แต่ว่าเื่นี้ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ถ้าถูกหลิวอี๋เหนียงรู้เข้ากลัวว่าจะสร้างเื่ลำบากขึ้นมา…” ถ้าหลิวอี๋เหนียงรู้ว่าต้วนชิงิเล่นงานเื่ยาจะต้องหาทางมาแก้แค้นเป็แน่
เด็กสาวยิ้มออกมา “ เช่นนั้นข้าอยากจะถามแม่นม ถ้าข้าไม่เล่นงานนางนางจะไม่มาหาเื่ข้าอย่างนั้นใช่หรือไม่?”
นางไม่ถูกกับหลิวหรงหรือคงพูดได้ว่าอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันไม่ได้! ในเมื่อเื่ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้แล้วดังนั้นจึงไม่ใช่เื่ว่าใครล่วงเกินใครก่อนแต่คือการหาทุกวิถีทางทำให้อีกฝ่ายตายอยู่ในกำมือต่างหาก!
อีกฝ่ายได้ยินที่ต้วนชิงิพูดถึงกับหน้าซีดจนพูดอะไรไม่ออก
ใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาความหมายได้…นางเชิดคางขึ้นพลางจัดเสื้อให้เรียบร้อย ค่อยๆ เดินเข้าไปร้านหมอในเมื่อนางมาถึงที่นี่ก็หาได้กลัวหลิวหรงรู้ไม่หรือแม้หลิวหรงจะรู้แต่นางก็มีวิธีการทำให้อีกฝ่ายจนปัญญา!
ต้วนชิงิหยุดยืนมองผู้คนที่เจ็บป่วยไม่สบายมาหาหมอเทวดาอย่างไม่ขาดสายที่หน้าประตูร้าน
วันนี้นางมาหาหมอไม่ได้มาเพื่อตัวเอง แต่มาหาเพื่ออนุภรรยาของท่านพ่อที่น่าสงสารนางป่วยด้วยโรคของผู้หญิงอย่างหนัก หลายปีมานี้ พูดได้ว่าเจ็บจนทุกข์ทรมานแต่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้
วันนี้ต้วนชิงิมาหาหมอเทวดาเพื่อจะสอบถามว่าจะทำอย่างไรถึงจะรักษาโรคที่อนุภรรยาของพ่อเป็อยู่ให้หายได้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสามารถทานกับดื่มอะไรได้บ้าง และมีของใดที่ห้ามทานเด็ดขาด
แค่นี้เท่านั้น...
……
มีร้านน้ำชาที่ห่างไปอยู่ร้านหนึ่งที่นั่นเป็ร้านสูงสามารถนั่งชมวิว ทั้งยังประจวบเหมาะสามารถมองเห็นประตูเข้าออกของร้านหมอได้พอดี
แน่นอนว่าเื่ที่หญิงสาวถูกชนตรงหน้าร้านหมอก็ถูกสายตานั้นที่ซ่อนอยู่หลังม่านมองเห็นทุกอย่างจนถึงตอนนี้คนคนนั้นก็ยังไม่แสดงความใอะไรออกมา!
จวบจนเห็นเด็กสาวตัวน้อยเดินลงจากรถม้าเข้าไปในร้านหมอ…ในที่สุดเขาก็ต้องประหลาดใจ นางเข้าไปเพื่ออะไร?
หรือว่าเป็เพราะเื่ไฟไหม้เมื่อคืนทำให้นางใ? หรือว่ามาต่างที่ต่างถิ่นไม่ชินกับน้ำและอาหารจึงป่วย?
แต่ว่าดูอย่างไรต้วนชิงิก็ไม่เหมือนกับคนที่อ่อนแอได้ง่าย!
“ลั่วสุ่ย… นางป่วยหรือ?”
ชายคนนั้นหันหน้ามาพร้อมด้วยแสงอาทิตย์ที่สาดส่องใบหน้าด้านข้างเผยให้เห็นถึงความหล่อเหลา ใสสว่างผุดผ่องราวกับหยกบริสุทธิ์ที่ดึงดูดสายตาผู้คนให้หลงใหลได้ไม่ยาก ตอนนี้ภายใต้ดวงตาที่ดำขลับและเปล่งประกายใบหน้าหล่อเหล่าและท่าทางที่สูงศักดิ์ ก็คือองค์ชายสามหรือเหยียนหลิ่งอวี๋ นั่นเอง
“ไม่ได้ยินเื่นี้เลยขอรับ…”
เื่ไฟไหม้เมื่อคืนเขาเป็คนจับตาดูอยู่โดยรอบจนกระทั่งอาหารเช้าในห้องของคุณหนูใหญ่ก็ไม่มีข่าวว่านางจะป่วย!
ไม่มีและไม่เคยได้ยินเื่นี้?
เมื่อได้ยินลั่วสุ่ยพูดออกมาสองประโยค เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ทำหน้าเข้มขึง “แน่ใจนะว่าไม่ได้ป่วย?”
น้ำเสียงนั้นเริ่มไม่สบอารมณ์
ลั่วสุ่ยรับรู้ว่าองค์ชายเริ่มไม่พอใจอย่างมากเขาจึงรีบกะพริบตาปริบๆ เอ่ยปากอธิบาย “ คุณหนูใหญ่ตามบ่าวรับใช้คนหนึ่งมาถึงที่นี่ไม่แน่ว่า ตอนนี้จะช่วยคนอื่นหายาก็เป็ได้”
อีกฝ่ายจ้องเขม็งไปที่ลั่วสุ่ยกับคำตอบที่เขาพูดด้วยความไม่พอใจเป็อย่างมาก ช่วยคนอื่นหายา? เื่เสียแรงเอาใจคนอื่นเ้าจิ้งจอกน้อยไม่มีทางทำเื่เเบบนั้นแน่
เขารู้ว่าในเมืองหลวงและใต้หล้าถ้าไม่ใช่การเจ็บป่วยของต้วนอวี้และหลิวยวนแม้แต่หางตานางก็ไม่ปรายตามองคนอื่นเป็แน่!
ทว่าเมื่อนึกถึงหลิวยวนทีไรใจของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็จะอดเคียดแค้นไม่ได้… เหอะ! เ้านั่นไม่เคยทำเื่ดีอะไรกลับมีความดีความชอบ ทำไมกัน! ลูกชายของเสนาบดีเหนือกว่าคนอื่นมากหรืออย่างไร? ถ้าเ้านั่นทำให้ข้าไม่พอใจ ข้านี่แหละจะไปจัดการมันด้วยตัวเอง!
เมื่อเห็นว่าองค์ชายไม่ได้ซักไซ้ถามต่อลั่วสุ่ยจึงหัวเราะขึ้นมาเบาๆ “องค์ชายถ้าอย่างนั้นประเดี๋ยวเมื่อคุณหนูออกมา ข้าน้อยจะไปสืบเื่ให้ชัดเจนขอรับ!”
เขาตัดสินใจแล้วอีกครู่จะไปสอบถามหมอเทวดา เพื่อดูว่าต้วนชิงิเอายาอะไรไป!
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าเห็นด้วย
ตอนนี้ลั่วสุ่ยเริ่มรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเื่ง่ายๆ เช่นนี้ ทำไมองค์ชายคิดไม่ถึงหรือ! หรือนี่จะเป็ที่โบราณว่า ‘เป็ห่วงเกินไป จนร้อนใจไปหมด’
คำพูดนี้ลั่วสุ่ยไม่กล้าพอที่จะพูดออกมา เพราะเขาพบว่าทุกเื่ที่เกี่ยวกับคุณหนูใหญ่คำตอบขององค์ชาย ถ้าไม่เป็ห่วงก็คือไม่สนใจแม้แต่น้อยส่วนคนที่ได้รับโทษล้วนแล้วแต่เป็คนที่ถามหาเื่คุณหนูใหญ่ดังนั้นลั่วสุ่ยผู้มีไหวพริบ จะไม่หาเหาใส่หัว หาเื่ใส่ตัวเด็ดขาด
ต้วนชิงิเข้าไปในร้านหมอยังไม่ทันจะต้มน้ำชาจนร้อนก็ออกมาขึ้นรถม้าจากไป
เมื่อเห็นนางขึ้นรถม้าไปแววตาของเขาก็ลุกวาวขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ “ลั่วสุ่ยพวกเราไปหาหมอกัน!”
ลั่วสุ่ยถึงกับใเหมือนถูกฟ้าผ่า
หาหมอ? จะไปหาให้ใคร?
บรรดาเพื่อนของเขาล้วนแล้วแต่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดในหนึ่งปีนอกจากแผลจากหอกจากดาบแล้ว ความเจ็บป่วยอื่น เช่น ปวดหัวตัวร้อนก็ไม่กล้ามาหาพวกเขา!
ลั่วสุ่ยถึงกับงงเป็ไก่ตาแตกที่เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋สวมหมวกห้อยม่านตาข่ายเดินออกไปด้วยท่าทางที่รีบร้อนเขาจึงรีบวิ่งตามไป พูดขึ้นว่า “องค์ชายพวกเราจะหาหมอให้ใคร?”
“ให้เ้า!” เขาพูดโดยไม่หันหน้ากลับมามอง เร่งฝีเท้า
อีกฝ่ายได้ยินก็ชะงักไป…เขาเป็อะไร? ป่วยตรงไหน? ต้องเอายาจากหมอด้วยหรือ?
เหยียนหลิ่งอวี๋หรี่ตามองลั่วสุ่ยผ่านม่านตาข่ายยู่ปากเล็กน้อยและพูดอย่างอ่อนโยน “ก็เ้าเป็น้องชายของข้าเมื่อไม่กี่วันก่อนไปเจอลมหนาวจนไม่สบาย ถึงตอนนี้ก็ยังรักษาไม่หายข้าเป็ห่วงเ้าอย่างมาก จึงตั้งใจพาเ้ามาหาหมอเทวดายังไงล่ะ!”
“เฮ้อ……”
เมื่อเห็นองค์ชายคิดเื่ราวอย่างรอบคอบ ถึงกับตะลึงในเื่ที่ผู้เป็นายแต่งขึ้น รีบวิ่งไล่ตามไปพูดขอร้อง “องค์ชาย ข้าน้อยไม่ได้ป่วยจากลมหนาว…เพราะโรคนี้ถ้าเป็อาการจะหนัก… เพียงแต่ถ้าได้ยามาแล้วไม่ต้องต้มกินจะได้ไหมขอรับ?”
เขากลัวรสขมเป็ที่สุดหากได้กินอะไรที่ขมจะปวดท้องในทันที บางครั้งอาจหนักจนถึงอาเจียนออกมา
ลั่วสุ่ยเป็คนที่ฝึกฝนอย่างหนักสุขภาพร่างกายก็ไม่ได้อ่อนแอ ถ้าจะให้เขาต้องแกล้งป่วยก็คงไม่ใช่เื่ยากเพียงแต่แกล้งป่วยแล้ว ไม่ต้องกินยาได้หรือไม่?
ได้ยินเสียงอ้อนวอนพึมพำข้างหูเหยียนหลิ่งอวี๋ก็มองจ้องกลับไปที่ลั่วสุ่ย พูดด้วยเสียงเหี้ยมโหด “ถ้าเ้ายังถามไม่หยุด ข้าจะให้หมอเทวดาจัดหาให้เ้าเยอะสักหน่อย!”
ลั่วสุ่ยได้ยินก็เบิกตาโพลงพลันยกมือขึ้นปิดปากด้วยความกลัว ส่ายหน้าไปมาไม่พูดอะไรต่อ
แย่แล้วเขาต้องระวังองค์ชายเสียหน่อย เพราะองค์ชายเป็คนเ้าคิดเ้าแค้นไม่อย่างนั้นคนที่ซวยจะเป็เขา! ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความทุกข์ถ้าองค์ชายไม่พอใจเื่อะไรก็ตาม คนที่ซวยก็เป็เขาอยู่ดี
