หลิวหลีเยือกเย็นยิ่งนัก เอ่ยอย่างไม่รีบร้อนว่า“วันนี้คือวันประสูติขององค์รัชทายาทเพคะ ก่อนหน้านี้ห้าเดือนฮองเฮาเหนียงเหนียงทรงบ่มสุราดอกเหมยไว้ให้องค์รัชทายาท จากคำนวณเวลาเอาไว้คาดว่าเหลืออีกครึ่งชั่วยามก็จะได้เวลาเปิดไหสุราแล้วเพคะสุราดอกเหมยนี้ การเปิดไหสุราในขั้นตอนสุดท้ายจำเป็ต้องระมัดระวังมากเพคะหนูปี้จึงต้องไปจัดการเองถึงจะวางใจเพคะ”
พระพันปีพยักพระพักตร์“ฮองเฮามีจิตใจเมตตาดั่งมารดา อายเจียได้ฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งไม่น้อยจะนับประสาอะไรกับองค์รัชทายาท?”
“ฮว่านอวิ๋นเ้าลองตามไปดูสักหน่อย ดูสิว่าหลิวหลีทำขั้นตอนสุดท้ายอย่างไร ถ้าจำได้แล้วพรุ่งนี้มีเวลาก็บ่มสุราให้อายเจียสักหน่อย” พระพันปีตรัส
“หมัวหมั่วจะไปเอาผ้าไหมหลิวกวางของวังหลวงมาให้เหม่ยเหรินไม่ใช่หรือเพคะ?จะดีกว่าหากหม่อมฉันกลับไปก่อนรอให้หมัวหมั่วทำธุระเสร็จแล้วค่อยตามหม่อมฉันไปตำหนักคุนหนิงกงก็ได้เพคะ”หลิวหลีเอ่ย
“ไม่เป็อะไร” ไทเฮาตรัส “หากฮว่านอวิ๋นกลับไปพร้อมเ้าอาจจะช่วยอะไรเ้าได้บ้างเ้าจะให้พวกเราไปเรียนวิชาโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนทำเช่นนี้จะไม่ถือว่าจิตใจคับแคบหรอกหรือ? เื่จะไปเอาของค่อยให้เด็กรับใช้ไปเอาก็ได้”
หลิวหลีไร้หนทางอื่นจึงทำได้เพียงเงยหน้าส่งสายตาหาผู้เป็นายของตน ฮองเฮาขมวดพระภมุกาและทำได้แค่พยักพระพักตร์
หลังหลิวหลีเห็นผู้เป็นายตนส่งสัญญาณถึงพาปั๋วหมัวหมั่วเดินกลับไปยังตำหนักคุนหนิงกง
โชคดีที่นางไม่ได้พูดอะไรออกนอกขอบเขตและพูดถึงเื่ที่เป็จริงไม่เช่นนั้นหากให้ปั๋วหมัวหมั่วตามมาแล้วไม่มีสุราดอกเหมยไหนั้น นางจะแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร?
ครั้นฮองเฮาเห็นหลิวหลีกับปั๋วหมัวหมั่วออกไปจึงไม่ต่อบทสนทนาก่อนหน้านี้และหยัดกายลุกขึ้น “หมู่โฮ่วเพคะเอ๋อร์เฉินเกรงว่าหลิวหลีจะสะเพร่าและไม่ได้เื่หม่อมฉันตามไปดูด้วยตนเองจะดีกว่าเพคะ หม่อมฉันทูล...”
“ไม่ต้องรีบร้อน”พระพันปียกพระหัตถ์หยุดการขอทูลลาของนาง “อายเจียยังมีเื่ที่พูดคุยกับเ้าไม่จบกลับถูกพวกเขาเข้ามาเอะอะโวยวายเสียก่อน หลังจัดการเื่นี้เสร็จเ้าอยู่พูดคุยกับอายเจียแล้วค่อยกลับไปก็ยังไม่สาย”
“เื่นี้เป็เื่ระหว่างองค์รัชทายาทกับเฉินอ๋องตอนนี้พระสนมเอกไม่อยู่ในเหตุการณ์ ทว่าเอ๋อร์เฉินกลับอยู่ที่นี่ดูแล้วไม่ยุติธรรมต่อเฉินอ๋องนัก เอ๋อร์เฉินควรจะกลับไปก่อนหลังรอให้พวกเ้าสามชี้แจงเื่นี้แล้วเสร็จเอ๋อร์เฉินค่อยกลับมาอยู่พูดคุยกับหมู่โฮ่วเพคะ” ฮองเฮาตรัส
ไม่รอให้พระพันปีเหนี่ยวรั้งแต่อย่างใดเฉินอ๋องจึงเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “ขอพระทัยฮองเฮาเหนียงเหนียงที่เข้าพระทัยพ่ะย่ะค่ะกล่าวตามตรงแล้ว ฮองเฮาเหนียงเหนียงประทับอยู่ที่นี่เอ๋อร์เฉินรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าใดนักพ่ะย่ะค่ะมักรู้สึกว่าองค์รัชทายาทมีหมู่เฟยคอยปกป้อง ทว่าข้ากลับไม่มี”
พระพันปีเข้าใจความหมายของเฉินอ๋องคล้ายกับ้าปล่อยให้ฮองเฮาออกไป
แม้จะไม่เข้าใจแต่ก็ไม่จำเป็ต้องกล่าววาจาเหนี่ยวรั้งอีก
แม้สีพระพักตร์ของฮองเฮาไม่เปลี่ยนไปยังคงสุขุมเยือกเย็นดังเดิม ทว่าภายในพระทัยกลับลังเล
นี่มันอะไรกัน? เฉินอ๋องดูไม่ออกว่านางจะเชิญฝ่าาเสด็จมาอย่างนั้นหรือ?แม้ปกติเ้าสามดูเป็คนไม่เอาไหน แต่ไม่ใช่คนโง่เง่าแต่อย่างใดเหตุใดจึงใจนเลอะเลือนเพราะเื่เล็กแค่นี้?
“ฮองเฮา ในเมื่อเป็เช่นนี้หากเ้าอยากจะไปจริงๆ อายเจียจะไม่รั้งเ้า หากมีเวลาวันหน้าค่อยมาพูดคุยกันอีกเพราะถึงอย่างไรก็ไม่ใช่เื่สำคัญแต่อย่างใด แต่ถ้าเ้าอยากอยู่ก็อยู่ต่อเถิด”พระพันปีทรงเห็นฮองเฮาไม่ตรัสสิ่งใดจึงเตือนด้วยพรสุรเสียงอ่อนโยน
“เพคะ...” ฮองเฮาขานรับหลังชะงักครู่หนึ่งถึงตรัสออกมาว่า “ขอหมู่โฮ่วทรงอภัยให้เอ๋อร์เฉิน เอ๋อร์เฉินต้องขอทูลลาไปก่อนเพคะ”
ก่อนหน้าอ้างเหตุผลเพื่อออกไปถึงเพียงนั้นตอนนี้ยังจะนั่งอยู่ที่นี่ได้อีกหรือ? จะไปเข้าเฝ้าฝ่าาหรือไม่คือเื่ในอนาคตแต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็อยู่ในตำหนักสือหนิงกงต่อไปไม่ได้แล้ว
องค์รัชทายาทรู้สึกสับสนมึนงงเช่นกันไม่อาจไตร่ตรองในทันทีทันใดว่าควรให้หมู่โฮ่วไปเชิญเสด็จพ่อตามแผนการเดิมหรือละทิ้งแผนการเพื่อจบสิ้นแต่เพียงเท่านี้เพราะขณะฮองเฮาทอดพระเนตรมาทางองค์รัชทายาท องค์รัชทายาทกลับไม่อาจสื่อสารสิ่งใดผ่านสายตา
หลังฮองเฮาเสด็จออกจากตำหนักสือหนิงกง ไทเฮาจึงตรัสขึ้นว่า“ฮุ้ยเหม่ยเหริน จากที่เ้าพูด รู้ได้ว่าเ้ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจริงๆอายเจียสะเพร่า คิดไม่ถึงว่าจะทำให้เ้าต้องน้อยใจ อายเจียชราแล้วจึงมีบางครั้งบางคราวที่คิดไม่รอบคอบ เ้าอย่าได้เก็บไปใส่ใจ”
“หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ...”ฉินอิ่งเยว่เอ่ย
พระพันปีตรัสพลางแย้มสรวล “เอาล่ะในเมื่อไม่กล้า แล้วเหตุใดถึงยังขุ่นเคืองอายเจีย? รีบลุกขึ้นเถิด”
ฉินอิ่งเยว่แสร้งลังเลจนแลดูคล้ายลำบากใจยิ่งนักทว่าท้ายที่สุดกลับเอ่ยออกมาว่า “ขอบพระทัยไทเฮาเพคะ”
“เสด็จย่า”ฉินอิ่งเยว่พึ่งจะลุกขึ้น องค์รัชทายาทพลันกล่าวว่า“ขอเสด็จย่าโปรดไต่สวนให้ถ้วนถี่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ คำพูดบางอย่างซุนเอ๋อร์คิดว่าไม่พูดตอนนี้ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าพูดเถิด”พระพันปีตรัสอย่างราบเรียบ
“เสด็จอาจไม่ทรงทราบแท้จริงแล้วเมื่อครั้งอยู่ในสำนักไท่เฉว น้องสามรักมั่นต่อเยว่เอ๋อร์มาโดยตลอดเพียงแต่ซุนเอ๋อร์ไม่ทราบเื่นี้มาก่อนพ่ะย่ะค่ะ หลังเยว่เอ๋อร์ติดตามซุนเอ๋อร์ซุนเอ๋อร์ถึงมั่นใจเพราะการกระทำของน้องสามและคำพูดของผู้อื่นซุนเอ๋อร์รู้ว่าน้องสามยังไม่ลืมเยว่เอ๋อร์มาโดยตลอดถึงได้เกิดเหตุการณ์เช่นวันนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“เสด็จย่าพ่ะย่ะค่ะซุนเอ๋อร์ไม่ใช่พี่ชายที่ไม่รักและเอ็นดูน้องชาย หากน้องสามชอบพอเหม่ยเหรินนางใดจริงๆไม่ว่าจะนางใดก็ได้ ซุนเอ๋อร์จะต้องยกให้เขาอย่างแน่นอนทว่าฮุ้ยเหม่ยเหรินต่างจากผู้อื่นเพราะฮุ้ยเหม่ยเหรินคือผู้ที่อยู่ในใจของซุนเอ๋อร์เช่นกันความจริงแล้วหากเป็เพราะเื่แค่นี้ ซุนเอ๋อร์คงไม่มาสร้างความวุ่นวายให้เสด็จย่าถึงที่นี่เหตุที่ซุนเอ๋อร์มายังตำหนักสือหนิงกงในวันนี้ไม่ใช่เพราะตัวเองแต่ทำไปเพื่อน้องสามนะพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทจงใจพูดเื่สั้นให้กลายเป็เื่ยาวเพื่อยื้อเวลาเอาไว้นอกจากนั้นยังพูดสิ่งที่เตรียมไว้พูดต่อหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อออกมาจนหมด “น้องสามเ้าชู้จนเคยตัวและไม่รู้จักควบคุมตนเองหากจากเป็เช่นนี้ต่อไป ไม่แน่ว่าคนผู้นี้อาจเสียคนพ่ะย่ะค่ะในฐานะที่ซุนเอ๋อร์เป็พี่ชายจำต้องใช้เื่ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เ้าสามรู้ว่าวีรบุรุษสามารถไขว่คว้ามาได้ก็ต้องรู้จักปล่อยวางเช่นกันทำให้น้องสามรู้ว่าอะไรควรไขว่คว้า อะไรควรปล่อยวางและอะไรคือกฎระเบียบพ่ะย่ะค่ะ...”
พระพันปียกยิ้มมุมพระโอษฐ์และไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงสิ่งที่เขากล่าวเพียงแต่ตรัสถามว่า “ถ้าเช่นนั้นหลินเอ๋อร์คิดว่าควรจะทำเช่นไร?”
“เสด็จย่าควรลงโทษน้องสามสถานหนักพ่ะย่ะค่ะตั้งระเบียบกฎเกณฑ์กับเขาหากวันหน้าเขายังทำตัวเ้าชู้ประตูดินอีกควรจะลงโทษอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ...”องค์รัชทายาทเอ่ย
พระพันแย้มพระสรวล“คำพูดของหลินเอ๋อร์มีเหตุผล ในบรรดาพวกเ้าไม่กี่คนอายเจียเห็นว่าเ้าสองประพฤติตนเหมาะสมอยู่บ้างแต่ท้ายที่สุดก่อนหน้านี้กลับสร้างเื่น่าอับอาย พวกเ้านี่นาคาดว่าคงพากันหลงลืมสี่ตำราห้าคัมภีร์จนหมดเสียแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้นเอาอย่างนี้” ไทเฮาตรัส“เื่นี้พวกเ้าต่างยึดมั่นในเหตุผลของตัวเอง อายเจียชราแล้วแยกแยะไม่ออกว่าแท้จริงแล้วเป็จริงตามที่เฉินเอ๋อร์พูดหรือเป็จริงตามที่หลินเอ๋อร์พูดเพียงแต่คำพูดสุดท้ายของหลินเอ๋อร์ก็ไม่ได้ผิดเ้าสามไม่อาจทำตัวเ้าชู้และไม่รู้จักควบคุมตนเองต่อไปแม้อายเจียจะไม่อาจตัดสินอย่างชัดเจน ทว่าพวกเ้าคือพี่น้องกันโดยปกติควรเคารพพี่ชายเป็หลัก อายเจียจะฟังคำพูดของเ้าและลงโทษเ้าสาม”
องค์รัชทายาทได้ยินรับสั่งเช่นนี้ของพระพันปีกลับไม่รู้สึกผ่อนคลายแม้จะบอกว่าพระพันปีอยู่ในวังหลวงมานานแลดูเหมือนไม่ยุ่งเกี่ยวหรือถามไถ่เื่ภายในวังหลังและราชสำนักเว้นเสียแต่เื่ของลูกหลานเช่นพวกเขาแต่ความเป็จริงพระพันปีค่อนข้างหวาดระแวงพระญาติฝ่ายนอกอย่างตระกูลโจว
พระญาติฝ่ายนอกเช่นเดียวกันอย่างตระกูลเฉินและตระกูลเซิ่นไม่อาจเทียบอำนาจกับตระกูลโจวไม่ว่าจะเพื่อตระกูลฝ่ายมารดาของตนหรือเพื่ออำนาจอันมั่นคงขององค์จักรพรรดิพระพันปีล้วนมีพระประสงค์จะให้อำนาจของตระกูลโจวลดน้อยลง ดังนั้นเมื่อเป็เช่นนี้ระหว่างตนและเฉินอ๋อง พระพันปีจะต้องลำเอียงเข้าข้างเฉินอ๋องอย่างแน่นอน
แม้พระพันปีทรงรับปากว่าจะลงโทษแต่คาดว่าบทลงโทษนั้นคงไม่แสบไม่คันแต่อย่างใด
เป็ไปตามคาดหลังได้ยินพระพันปีตรัสว่า“เฉินเอ๋อร์ ในเมื่อเ้าลืมสี่ตำราหน้าคัมภีร์ก็จงกลับจวนไปคัดสี่ตำราห้าคัมภีร์จำนวนหนึ่งรอบอายเจียให้เวลาเ้าสิบวัน จากนั้นส่งมาให้อายเจีย”
“หา? สิบวัน?เสด็จย่าพ่ะย่ะค่ะ ต่อให้ซุนเอ๋อร์ไม่หลับไม่นอนไม่กินไม่ดื่มก็คัดสี่ตำราห้าคัมภีร์ไม่เสร็จนะพ่ะย่ะค่ะ!ตำราที่แม้จะไม่หลับไม่นอนตลอดหนึ่งเดือนยังคัดไม่เสร็จเช่นนี้ซุนเอ๋อร์จะคัดเสร็จในสิบวันได้อย่างไรกันพ่ะย่ะค่ะ?”
“ทำเช่นนี้ถึงจะสามารถคุมความประพฤติของเ้าทำให้เ้าไม่ได้ออกไปสร้างเื่วุ่นวายนอกจวน” พระพันปีตรัส
“ในเมื่อเป็เช่นนี้น้องสามจงอยู่คัดตำราในจวนเถิดการเข้าเฝ้าในท้องพระโรงของวันพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องไปแล้วจะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้คุณชายตระกูลมั่งคั่งเ่าั้พบน้องสามแล้วนัดแนะกันไปดื่มสุราอีกเพราะเป็เื่เกี่ยวข้องกับมิตรภาพ น้องสามคงบ่ายเบี่ยงได้ยากตลอดหลายวันนี้จงเก็บตัวเพื่อสงบจิตสงบใจของตนสักหน่อย เ้าว่าอย่างไร?” องค์รัชทายาทเอ่ย
เฉินอ๋องหัวเราะ “ก็ดีพ่ะย่ะค่ะถ้าเช่นนั้นก็ข้าไม่เข้าเฝ้าในท้องพระโรงแล้ว เพียงแต่หากเสด็จพ่อตรัสถามขึ้นมาคงต้องให้พี่ใหญ่ช่วยขอรับโทษแทนน้องด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ”
“ย่อมต้องเป็เช่นนั้น”องค์รัชทายาทกล่าว “ขอเพียงเ้าสำนึกผิดจากใจจริง ข้าต้องช่วยเ้าอย่างแน่นอน”
พระพันปีพยักพระพักตร์อย่างพอพระทัย“ดีมาก พวกเ้าสองคนทำเช่นนี้ถึงสมกับที่เป็พี่น้องกัน...”
เฉินอ๋องบอกว่าจะไม่ร่วมการเข้าเฝ้าในท้องพระโรงของวันพรุ่งนี้แน่นอนว่าองค์รัชทายาทไม่เชื่อลมปากที่ไม่ใช่พระประสงค์ของพระพันปีและไม่ใช่คำมั่นแต่อย่างใดวันพรุ่งนี้เฉินอ๋องยังคงไปเข้าเฝ้าในท้องพระโรงแน่นอนถึงยามนั้นหากเขาแก้ผ้าเอาหน้ารอดก็คงไม่เป็อะไรแล้วไม่ใช่หรือ?
เพียงแต่หากเขาคิดจะแก้ผ้าเอาหน้ารอดคงไม่ง่ายเช่นนั้น
ข้อแรก หากอีกครู่เสด็จพ่อเสด็จมาหรือหากเขาสามารถยื้อเวลาจนเสด็จพ่อเสด็จมาถึง หลังกราบทูลเสด็จพ่อเื่คำตัดสินของพระพันปีและเื่ที่เขากับเฉินอ๋องตกลงกันไว้เื่นี้ก็จะสำเร็จ ข้อสอง หากเสด็จพ่อไม่เสด็จมาเฉินอ๋องร่วมเข้าเฝ้าในท้องพระโรงของวันพรุ่งนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนตนแค่ถามเขาอย่างประหลาดใจว่า “น้องสาม เหตุใดวันนี้เ้าถึงมาเข้าเฝ้าในท้องพระโรง?” เพื่อทำให้เ้าสามอับอาย
อีกทั้งวันนี้คือวันเกิดของเขาหมู่เฟยจะต้องหากโอกาสเข้าเฝ้าเสด็จพ่อและกราบทูลเื่การกระทำไม่เจียมตัวของเ้าสาม
เพื่อให้เสด็จพ่อทรงทราบไว้ก่อน
หลังยื้อเวลาอยู่ครู่ใหญ่เมื่อเห็นฝ่าาไม่เสด็จมา องค์รัชทายาทจึงไม่เสียเวลาและลุกขึ้นทูลลา
เพราะถึงอย่างไรเขาก็วางแผนครั้งนี้อย่างรัดกุมยังมีอีกหลายหนทางที่สามารถเลือกเดิน ในเมื่อหนทางสายนี้ไปไม่ได้ก็ยังมีสายอื่น
พระพันปีทรงเห็นว่าฝ่าาไม่เสด็จมาและเฉินอ๋องมีท่าทีอยากจะกลับพระนางจึงไม่ได้เหนี่ยวรั้งแต่อย่างใดหลังถามไถ่ด้วยความเป็ห่วงไม่กี่ประโยคจึงให้พวกเขากลับไป
ฉินอิ่งเยว่บอกว่าไม่อยากให้ผ้าไหมหลิวกวางของวังหลวงหลังพวกเขาทูลลา พระพันปีจึงตรัสพลางแย้มพระสรวล“ในเมื่อฮุ้ยเหม่ยเหรินไม่อยากได้ผ้าไหมในวัง อายเจียจึงไม่สั่งให้เอามาภายหน้าหามีสิ่งใดเหมาะสมกับฮุ้ยเหม่ยเหริน อายเจียค่อยมอบให้เ้า”
“หม่อมฉันขอบพระทัยไทเฮาที่ทรงเมตตาเพคะ”ฉินอิ่งเยว่เอ่ยอย่างนอบน้อมระแวดระวัง
พระพันปีพยักพระพักตร์และแย้มสรวล“เอาล่ะ กลับไปกันเถิด”
