ภาพเหตุการณ์ในคืนก่อนยังตราตรึงอยู่ในสมองคิดไม่ถึงว่าเจี่ยนซืออินในบัดนี้จะแสดงท่าทีสุภาพ กิริยาอ่อนโยนดูมีมารยาทและสง่างามเช่นนี้ เกรงว่านางคงไม่กล้ามาอาละวาดที่จวนราชครูเป็แน่เฟิ่งสือจิ่นยอมรับการขอพบของเจี่ยนซืออิน ่นี้เป็กลางเดือนเจ็ดห้องโถงยังมีอากาศร้อนอบอ้าว บวกกับเจี่ยนซืออินมีคำพูดบางอย่างที่อยากจะคุยกับเฟิ่งสือจิ่นเป็การส่วนตัวเฟิ่งสือจิ่นจึงเชิญเจี่ยนซืออินไปคุยกันที่ศาลาแห่งหนึ่งภายในจวนราชครูแทน
เฟิ่งสือจิ่นพูดอย่างตรงไปตรงมา “มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะถ้าเ้ามาที่นี่เพื่อขอหยกแขวนของหลิวอวิ๋นชูคืนเกรงว่าเ้าคงต้องมาเสียเที่ยวแล้ว ถึงเ้าจะขอหยกคืนต่อหน้าอาจารย์ของข้าข้าก็ไม่มีทางคืนให้แน่ นอกเสียจากว่าหลิวอวิ๋นชูจะมาทวงด้วยตนเอง”
เจี่ยนซืออินมีท่าทีเป็มิตรและรักษามารยาทกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัดแม้รอยยิ้มบนใบหน้าจะดูฝืนใจมากก็ตาม นางบอก “วางใจเถอะ วันนี้ข้าไม่ได้มาทวงของคืน”
“แล้วเ้ามาหาข้าทำไม?”
เจี่ยนซืออินตอบ “หลังกลับบ้าน ข้าคิดอยู่นานข้าอาจจะพูดจารุนแรงจนเสียมารยาทไปหน่อย ข้าไม่ควรโยนความผิดทั้งหมดให้เ้าข้าแยกแยะออก รู้ว่าที่ตัวเองมีทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะเ้าแต่เป็ฝีมือของคนอื่นต่างหาก หวังว่าเ้าจะไม่ถือสา”
เฟิ่งสือจิ่นมีสีหน้าราบเรียบ “วางใจเถอะ ข้าไม่ได้ถือสาอะไร”
“แต่อย่างไรเสีย พรุ่งนี้ข้าก็จะกลายเป็ภรรยาของพี่อวิ๋นชูแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้มีข่าวลือเสียๆ หายๆ อะไรอีกหวังว่าเ้าจะไปมาหาสู่กับเขาให้น้อยลง เ้าเองก็รู้ว่าตัวเองมีฐานะอย่างไรคงไม่ดีถ้าคนนอกโยงพวกเ้าเข้าด้วยกัน”
“ได้”
เจี่ยนซืออินชะงักอึ้งลง นางคิดไม่ถึงว่าเฟิ่งสือจิ่นจะตอบตกลงง่ายๆเช่นนี้
“แล้วอย่างไรต่อ?” เฟิ่งสือจิ่นถาม
เจี่ยนซืออินนิ่งเงียบลงชั่วครู่ ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็อายจนหน้าแดงเสียแล้วนางพูดตะกุกตะกัก “ข้าได้ยินมาว่า ก่อนที่พระสนมในวังจะถวายตัวให้ฝ่าาพวกนางจะใช้ยาชนิดหนึ่ง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเข้าหอดังนั้นข้าจึงมาที่นี่เพื่อขอยาชนิดนั้น ในวันพรุ่งนี้...”
ยังพูดไม่ทันจบ เฟิ่งสือจิ่นก็พูดขัดขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบ “ไม่ได้”
เจี่ยนซืออินหน้าถอดสี “ทำไมถึงไม่ได้ล่ะ?”
เฟิ่งสือจิ่นยังไม่แน่ใจเต็มร้อยว่าเจี่ยนซืออินตั้งครรภ์จริงๆ หรือไม่แต่หลิวอวิ๋นชูจัดงานวิวาห์อย่างเร่งด่วนเช่นนี้คาดว่าต้องมีเบื้องลึกเื้ัอยู่แน่ ยิ่งไปกว่านั้น เื่แบบนี้เฟิ่งสือจิ่นก็ไม่สามารถตัดสินใจเองได้นางจึงพูดขึ้น “ยาของจวนราชครูถูกทำขึ้นเพื่อถวายแก่วังหลวงเท่านั้นข้าไม่รู้ว่าเ้าไปฟังเื่พวกนี้มาจากที่ไหน แต่อาจารย์ไม่เคยปรุงยาให้พระสนมในวังหลังมาก่อนยาทั้งหมดของอาจารย์ ถูกปรุงขึ้นเพื่อถวายแก่ฝ่าา ให้ฝ่าามีพระวรกายแข็งแรงเท่านั้นส่วนยาที่พระสนมใช้กัน หากไม่ใช่ยาที่ฝ่าารับสั่งให้ปรุงขึ้นเป็พิเศษ ก็คงเป็ยาที่นำมาจากหมอหลวงในวัง”
เจี่ยนซืออินพูด “เ้าโกหก ตอนที่ฝ่าาโปรดปรานพระสนมอวี๋ยาที่ทั้งสองพระองค์ใช้ ไม่ใช่ยาที่เ้าส่งเข้าไปในวังหรือไง?”
เฟิ่งสือจิ่นหัวใจกระตุกวูบ “ครั้งนั้นฝ่าามีรับสั่งให้ปรุงยาขึ้นโดยเฉพาะ เพราะพระสนมอวี๋มีร่างกายอ่อนแอฝ่าาเกรงว่านางจะรับการโปรดปรานไม่ไหว จึงสั่งให้ทำเช่นนี้ใครเป็คนบอกเื่นี้แก่เ้า?”
เจี่ยนซืออินเอ่ยต่อ “อย่าสนเลยว่าใครเป็คนบอกข้าที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อถามเ้าเื่นี้ แค่ตอบมาว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยก็พอ”เจี่ยนซืออินเว้นวรรคลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นอีกครา “อีกอย่างยานี้ก็ไม่ได้มีไว้ให้ข้าเสียหน่อย ข้าจะเอาไปให้พี่อวิ๋นชูใช้ต่างหากในเมื่อเ้าเป็เพื่อนกับพี่อวิ๋นชู เื่แค่นี้ เ้าควรจะช่วยไม่ใช่หรือ...”
เฟิ่งสือจิ่นพูดอย่างตรงไปตรงมา “ตกลงแล้ว หลิวอวิ๋นชูอยากได้ยานี้หรือเ้าคิดเองเออเอง และมาขอยาโดยไม่ถามความเห็นของเขากันแน่?” เจี่ยนซืออินหน้าซีดบ้างแดงบ้างด้วยความอับอาย เฟิ่งสือจิ่นพูดต่อ“แต่ไม่ว่าจะเป็แบบไหน ข้าก็ทำตามคำขอของเ้าไม่ได้อยู่ดีถ้าขอยานี้จากหมอหลวงไม่ได้ เช่นนั้นก็ลองไปหาข้างนอกเถอะในเมืองก็มียาที่ออกฤทธิ์คล้ายๆ กันขายอยู่บ้างนี่ไม่ใช่เื่ที่ข้าสามารถตัดสินใจเองได้ ต่อให้เ้าจะไปขอจากอาจารย์อาจารย์ก็ไม่มีทางให้เ้าอยู่ดี”
นั่นเป็ยาลับของวังหลัง จะปล่อยให้กระจายออกมานอกวังง่ายๆ ได้อย่างไรหากมีใครรู้เข้า นี่ก็ถือเป็ความผิดเช่นกันต่อให้นี่ไม่ใช่เื่ที่จะยกขึ้นมาพูดต่อหน้าผู้คนและเป็เื่ยากที่ผู้ใดจะมารู้เข้าก็เถอะ แต่ตอนนี้หลิวอวิ๋นชูไม่ได้มาด้วยตนเอง เฟิ่งสือจิ่นจึงไม่รู้ว่าหลิวอวิ๋นชูคิดอย่างไรกันแน่แล้วนางจะให้ยาไปง่ายๆ ได้อย่างไร
เจี่ยนซืออินอุตส่าห์ก้มหัวให้ อุตส่าห์ขอดีๆ แล้วคิดไม่ถึงว่าเฟิ่งสือจิ่นจะไม่ไว้หน้านางเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าเฟิ่งสือจิ่นปฏิเสธด้วยเสียงหนักแน่นโดยไม่คิดจะพูดอ้อมค้อมหรือยกข้ออ้างใดๆมาประกอบ เจี่ยนซืออินก็โกรธเป็อย่างมาก นางสะบัดมือแรงๆ แล้วลุกขึ้นยืนมีท่าทีแตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “เฟิ่งสือจิ่น ข้าอุตส่าห์พูดดีๆกับเ้าแล้ว อย่าหยิ่งทะนงไปหน่อยเลย เ้าคิดว่ามีแค่จวนราชครูหรือที่มียาเช่นนี้อยู่ถ้าเ้ากล้าปฏิเสธข้าละก็ อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”
พูดจบเจี่ยนซืออินก็หมุนตัว แล้วเดินจากไปอย่างโกรธเกรี้ยว
อีกด้าน เฟิ่งสือจิ่นไม่ถือสา นางจะถือว่าเจี่ยนซืออินไม่เคยมาที่นี่
หลังกลับจวนได้ไม่นาน มารดาของเจี่ยนซืออิน ฮูหยินแห่งอัครมหาเสนาบดีก็ไปขอเข้าเฝ้าฮองเฮาในวังเพียงไม่นานก็กลับมาที่จวน และเข้าไปคุยกับเจี่ยนซืออินในห้องส่วนตัวอย่างลับๆ
ฮูหยินเอ่ย “ตอนเข้าวังวันนี้ ข้าพบกับพระสนมเต๋อมาพระสนมเต๋ออยากชวนให้ข้าไปนั่งสนทนาในตำหนักของนาง แม้ที่ผ่านมาข้าจะรักษาความสัมพันธ์กับพระสนมทุกพระองค์ในวังหลวงให้ดีอยู่เสมอก็จริงแต่ในชีวิตนี้ ข้าไม่อยากไปมาหาสู่กับพระสนมเต๋ออีกแล้วนางคิดจะดึงท่านพ่อของเ้าไปช่วยองค์ชายสอง แต่กลับไม่คิดเสียบ้างว่าองค์หญิงเจ็ดลูกสาวของนางทำเื่ชั่วช้าสารเลวกับลูกของข้าอย่างไรบ้างท่านพ่อของเ้าไม่มีวันเลือกข้างองค์ชายสองกับพระสนมเต๋ออย่างแน่นอน”
เมื่อนึกถึงซูเหลียนหรู เจี่ยนซืออินก็เผยความแค้นเคืองออกมาทางแววตานางอยากจะกินเืกินเนื้อ อยากสับซูเหลียนหรูเป็ชิ้นๆ ด้วยซ้ำ “สักวันนางต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป” เจี่ยนซืออินหันไปมองมารดาพลางจับมือของอีกฝ่ายอย่างอ้อนวอน “ท่านแม่ ฮองเฮามอบยาแก่ท่านหรือไม่?”
ฮูหยินหยิบขวดขนาดเล็กที่มีรูปร่างประณีตงดงามออกมาจากแขนเสื้อ“นี่เป็ยาลับของวังหลัง เดิมที ฮองเฮาไม่มียานี้อยู่ในมือมีแค่พระสนมอวี๋เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตจากฝ่าาให้เก็บยาชนิดนี้เอาไว้เพราะพระสนมอวี๋ต้องกินยานี้หนึ่งเม็ดทุกครั้งที่ถวายตัวแก่ฝ่าาเพื่อจะได้รับใช้ฝ่าาได้อย่างเต็มที่ ว่ากันว่า ยานี้มีความพิเศษคือผู้ที่กินยานี้เข้าไปจะเห็นคนที่ร่วมรักกับตนเป็หน้าของคนที่ตนรัก”
“ในเมื่อมีแค่พระสนมอวี๋ที่มียานี้ แล้วฮองเฮาไปหามาจากที่ใด?”
ฮูหยินถอนหายใจออกมาเบาๆ “ฮองเฮามีอำนาจสูงส่ง ยิ่งใหญ่ที่สุดในวังหลังหากนางคิดจะแทรกแซงเื่ใด จะทำไม่ได้เชียวหรือ? ครั้งนี้ที่ฮองเฮายอมมอบยานี้ให้ ก็เพราะหวังจะดึงท่านพ่อของเ้าไปช่วยองค์รัชทายาทนั่นเองเมื่อข้ายอมรับความช่วยเหลือ ก็เท่ากับว่าข้าติดค้างบุญคุณฮองเฮาแต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ องค์ชายใหญ่เป็ถึงองค์รัชทายาทแห่งแคว้นก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่จวนอัครมหาเสนาบดีจะเลือกยืนอยู่ข้างเขา ไม่แน่ ในอนาคตเราอาจมีโอกาสเอาคืนองค์ชายสองกับองค์หญิงเจ็ดก็ได้ แบบนั้นก็ถือว่าเราได้แก้แค้นแทนเ้าแล้ว... เอาเถอะ อย่าพูดเื่พวกนี้เลยพูดไปเ้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”
เจี่ยนซืออินรับยาขวดนั้นมาตรวจดูอย่างละเอียดนางเผยรอยยิ้มที่เบาบางทว่าก็น่าพิศวงออกมาที่มุมปาก “ฮองเฮาได้บอกหรือไม่ว่าผู้ชายใช้ยานี้ได้ไหม?”
ฮูหยินแห่งอัครมหาเสนาบดีมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย นางพูดกล่อม“นี่เป็ยาที่ใช้ระหว่างร่วมรัก ผู้ชายก็ใช้ได้ไม่ต่างกัน แต่ว่า... ลูกแม่...อวิ๋นชูจิตใจดี มีน้ำใจ เป็เด็กดีคนหนึ่ง เ้าเองก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ไม่จำเป็ต้องใช้สิ่งนี้ก็ได้ นานวันเข้า อวิ๋นชูก็จะผูกพันกับเ้าเอง...”
