หลินหว่านเอ๋อร์โบกมือก่อนพูดขึ้น “นี่เซียวเหยาฉันกับเยว่เอ๋อร์ส่งนายแค่นี้นะ ด้านหน้าไม่มีมอนสเตอร์แล้วด้วยนายรีบไปจัดการภารกิจให้เสร็จเถอะพวกฉันจะกลับไปเก็บเลเวลให้กับสัตว์เลี้ยงที่เมืองฝานซูก่อนหวังว่านายจะขึ้นถึงเลเวล 40 เร็วๆ นะ จะได้เป็ฮีลเลอร์คลาส2 คนแรก อีกอย่าง... อย่าปล่อยให้ใครมาฆ่าตายอีกล่ะ”
ผม : “…”
ทั้งสองหยิบวาร์ปกลับเมืองออกมาเมื่อเรียกใช้งานร่างทั้งคู่ก็หายไปพร้อมกับแสงสีขาวที่สว่างวาบผมลูบหัวเ้าจุกนมพร้อมพูดว่า “เอาละ ตอนนี้เหลือแค่แกกับฉันแล้วนะ ไปกันเถอะ”
……
ผมถือคทาเวทมนตร์สีขาวที่ได้มาจากหมีขาวซึ่งไม่มีค่าสถานะอะไรเพิ่มขึ้นมาเลยเว้นแต่ค่าการโจมตี +50 พอยต์ แล้วเดินเข้าไปด้านในซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความแห้งแล้ง
โฮก!!! ...
ท่ามกลางป่าลึกเสียงของหมาป่าก็ดังขึ้นดูเหมือนจะเป็หมาป่าที่มีเลเวลสูงเกินกว่าที่ผมจะสามารถหลบหนีได้เสียอีก
ทันใดนั้นพื้นที่ที่ผมยืนพลันสั่นะเืผมรีบตรวจสอบก่อนจะพบว่ามันไม่ได้สั่นเนื่องจากร่างกายที่หนาวแต่มันสั่นเพราะพื้นที่ที่ผมกำลังเหยียบอยู่นั้นมีการสั่นะเื
“นี่มันอะไรกันเนี่ย?!!” ผมจับคทาในมือแน่น
ในเวลานั้นก็ปรากฏเงาั์ความสูงไม่น้อยกว่าสิบเมตรพร้อมกับค้อนหินที่มีความยาวหลายเมตรในมือ ร่างกายเต็มไปด้วยขนสีเขียวบนหน้าของมันมีลูกตาเพียงดวงเดียว นี่มันไซคลอปส์นี่[1] ให้ตายเถอะนี่มันมอนสเตอร์ที่ถูกเล่าขานนี่นา
ฟึบ!
ผมรีบล้มตัวลงก่อนจะมองค่าสถานะของไซคลอปส์เอ๋? ไม่เห็นเลเวลของมันเลยแฮะดูเหมือนว่าทางที่ดีไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง ไม่งั้นคงถูกมันฆ่าตายอยู่ตรงนี้ภายใน 1วินาทีแหงๆ
โฮก!!! ...
ไซคลอปส์เปล่งเสียงคำรามขณะเผชิญหน้ากับอสูรั์ที่ดูคล้ายกับเสือดำมีเปลวเพลิงสีเืแผ่กระจายรอบตัวอสูรั์ พร้อมคำรามด้วยความโกรธขนของมันตั้งชันแสดงถึงความไม่เกรงกลัวอีกฝ่ายเช่นกัน
หลังจากที่เ้าไซคลอปส์คำรามค้อนในมือของมันก็ถูกส่งไปด้านหน้าก่อนทุบเข้าที่หัวของอสูรั์ตัวนั้นจนเืสาดขณะที่อสูรั์ก็ใช้กรงเล็บฉีกส่วนขาของไซคลอปส์จนเป็แผลฉกรรจ์ช่างเป็ฉากนองเืที่อลังการจริงๆภายในเวลาอันรวดเร็วพื้นที่ตรงหน้าก็เต็มไปด้วยเืที่กระจายไปทั่ว
……
ผมกัดฟันแน่น เอาละ ตอนนี้คงได้แต่คอยโอกาสรอให้พวกมันมีค่าเืลดลงจนเกือบหมดแล้วค่อยจัดการ แต่ให้ตายเถอะค่าเืของเ้าพวกนั้นมันจะเยอะอะไรปานนั้น? ดูเหมือนว่าเลเวลจะอยู่ที่ 100 เป็อย่างต่ำ แม้แต่เ้าจุกนมก็อาจจะต้านทานไม่ไหวแล้วอย่างผมจะมีหน้าเข้าไปจัดการหรือ? ดูท่าจะรนหาที่ตายซะมากกว่า
ผ่านไปไม่กี่นาทีก็มีเสียงดังจากที่ไกลออกไปก่อนจะเผยให้เห็นร่างของบาร์บาเรียนที่มาพร้อมกับโซ่ในมือ “เ้าปีศาจร้าย!กล้าดียังไงถึงได้มาต่อสู้กันที่เมืองัเย็นแห่งนี้ ในเมื่อพวกเ้าคิดจะลองดีงั้นข้าจะจัดการกับพวกแกแล้วเอาไปเป็อาหารให้ชาวเมืองัเย็นเสียให้หมด!”
สวบ!
เขาฟาดโซ่ไปข้างหน้าราวกับว่ามันคือหอกเล่มหนึ่งสายโซ่พันคอของอสูรั์ตัวนั้นก่อนที่มันจะล้มลงไปตายภายใน 1 วินาที
ทันใดนั้นชื่อของบาร์บาเรียนผู้นั้นก็ปรากฏขึ้น
[ผู้คุมสัตว์ต๋าหลิน]
เลเวล:???
พลังโจมตี:???
พลังป้องกัน:???
ค่า HP:???
สกิล :???
แนะนำตัวละคร :หนึ่งในผู้พิทักษ์ในเมืองัเย็นผู้คุมสัตว์ต๋าหลินมีหน้าที่กำจัดสัตว์ร้ายทั้งหมดภายในเมืองเพื่อรักษาความสงบในเวลาเดียวกันเขายังเป็ผู้ฝึกัและนักรบมือใหม่ของที่นี่อัศวินที่มีความแข็งแกร่งผู้นี้มีความจงรักภักดีต่อาาลัวหลินของเมืองนี้เป็อย่างมากอีกทั้งยังเต็มใจจะทำงานนี้ไปชั่วชีวิต
……
ผู้คุมสัตว์?
ผมเปิดแผนที่ก่อนจะพบว่าด้านหน้าคือเมืองัเย็นอันเป็ตำแหน่งเดียวกับเมืองที่อยู่บนเขาซึ่งมีความสูงหลายร้อยเมตรนั่นถึงแม้มันจะดูเสื่อมโทรมราวผ่านมาหลายหมื่นปี แต่มันก็ยังคงเติบโตอยู่ จุ๊ๆๆถือว่าเป็เมืองที่น่าอัศจรรย์เมืองหนึ่งเลยนะเนี่ย ในนี้ยังมีเผ่าพันธุ์ัหลงเหลืออยู่อีกหรือ?
ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรอยู่นั้นผู้คุมสัตว์ต๋าหลินก็ใช้โซ่รัดคอของไซคลอปส์ก่อนที่หัวของมันจะหลุดกลิ้งไปบนพื้นพร้อมกับเืที่สาดกระจายศพขนาดใหญ่ของทั้งสองตัวลงไปนอนกองอยู่บนพื้นหิมะสีขาวจนทำให้ความขาวสะอาดก่อนหน้านี้กลายเป็พื้นที่เปื้อนเืขนาดใหญ่
ผมกัดฟันแน่นพร้อมมองไปด้านหน้า ให้ตายเถอะนี่มันบอสของ NPC นี่หว่า
ในเวลานั้นเองความวิตกกังวลก็ครอบงำ เวรเอ๊ยผมถูกจับได้เสียแล้ว
ผมรีบก้าวถอยออกไปพร้อมคทาในมือทว่ามันก็ยังไม่เร็วพอที่จะหลบผู้คุมสัตว์ต๋าหลินที่พุ่งมาด้านหน้าเขามองผมด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมก่อนพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “เ้าเป็ใคร? เหตุใดจึงเดินทางมาถึงเมืองัเย็นแห่งนี้ได้เ้าเป็คนที่เมืองเมฆาเพลิงส่งมาใช่หรือไม่?!!!”
ผมก้าวถอยหลังก่อนรีบนำตราประจำเมืองออกมา “ผะ...ผมคือนักผจญภัยจากเมืองปาหวาง ผมมาที่นี่เพื่อตามหาคนคนหนึ่ง”
“หืม?”
ผู้คุมสัตว์ดูผ่อนคลายลง “เด็กจากเมืองปาหวางเดินทางมาถึงนี่เพียงลำพังเพื่อหาใครบางคนอย่างนั้นหรือ?เ้าคิดจะหลอกข้าสินะ! หึ! คนบนโลกนี้ไม่มีใครรู้ว่ามีเมืองัเย็นอยู่ที่นี่คนอ่อนแอพวกนั้นไม่มีทางเข้าใกล้ปีศาจในภาคเหนือได้หรอก หึๆ เ้าโกหกข้าสินะ”
ผมตอบกลับไป “อ่อนแออะไรกัน? ผมมาถึงที่นี่ได้แถมยังต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์พวกนั้น ยังถือว่าอ่อนแออยู่อีกเหรอ?”
“อะไร? นี่เ้ามาตามหาคนจริงๆอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ครับ”
ผู้คุมสัตว์หรี่ตาสีแดงของเขาก่อนจะหัวเราะออกมา“แล้วเ้ามาหาใคร?”
ผมหยิบจดหมายออกมา “ผมมาหาลัวหลิน”
“หา?!” ผู้คุมสัตว์ชะงัก “ฝ่าาลัวหลินอย่างนั้นหรือ? จะ...เ้ามาหาาาลัวหลินผู้เป็าาของเมืองัเนี่ยนะ? บังอาจเกินไปแล้ว!!!นี่เ้าจะเข้ามาเพื่อทำลายเมืองัแห่งนี้หรือ?”
ผมจ้องอีกฝ่าย “ผมเนี่ยนะจะมาทำลายเมืองแห่งนี้เพียงลำพัง?ท่านดูตราประทับของจดหมายนี่เสียก่อนหากลัวหลินคือาาแห่งเมืองัเช่นนั้นจดหมายฉบับนี้ก็เป็จดหมายที่พ่อของเขาเขียนด้วยลายมือตัวเองเพื่อนำส่งให้เขานี่แหละ”
“หรือว่า... มันจะเป็เื่จริง...”
ผู้คุมสัตว์เปิดจดหมายดูก่อนจะพูดขึ้น “ข้าอ่านอักษรของจักรวรรดิพวกนี้ไม่ออกหรอกฮึ แต่ตราประทับนี่... ข้าเคยเห็นาาลัวหลินใช้มัน...หรือว่าเ้าจะเป็สุนัขรับใช้ที่ถูกส่งมาจากเมืองปาหวางจริง! เอาเถอะข้าจะพาเ้าไปหาาาลัวหลินก็แล้วกัน ไม่ว่าเ้าจะเป็พวกสอดแนมหรือไม่ทว่าาาลัวหลินผู้เฉลียวฉลาดจะรับรู้ได้ด้วยตัวของท่านเอง”
พูดจบผู้คุมสัตว์ก็จับบ่าของผมยกขึ้นพร้อมกับใช้โซ่รัดศพของอสูรั์ ก่อนจะปีนขึ้นเทือกเขาไประหว่างนั้นก็มีเสียงลมดังอื้อที่ข้างหูอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงยอดเขาผู้คุมสัตว์ก็ะโขึ้นว่า “ข้าต๋าหลิน หย่อนเชือกลงมาให้ข้าด้วย”
สวบ! ทันใดนั้นโซ่เหล็กก็ถูกปล่อยลงมาผู้คุมสัตว์โยนผมลงไปบนศพของอสูรั์ก่อนจะใช้อีกมือหนึ่งจับโซ่เหล็กปีนขึ้นไป้า
ตุบ!
ร่างของผมและอสูรร้ายกระแทกกับพื้นอย่างแรงเมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง อีกทั้งยังมี NPC นับสิบกำลังยืนเฝ้ายามอยู่รอบๆเมืองโดยสวมเสื้อคลุมไว้จนทำให้ผมแทบมองไม่เห็นตัวคน
“ไปกันเถอะเ้าหนู”
……
ผู้คุมสัตว์พาผมเดินเข้ามาในเมืองโดยระหว่างทางผมเห็นกลุ่มอัศวินหนุ่มที่กำลังฝึกซ้อมดาบกันอย่างแข็งขัน ห่างออกไปอีกหน่อยก็เป็พวกทหารม้าที่ขี่ม้าสวนไปมาแถวหน้าสุดเป็อาชาสีขาว ซึ่งหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวหิมะกำลังปีนลงมาจากหลังของมันเมื่อผู้คุมสัตว์ตรงไปหา เธอก็ถอดชุดคลุมออก ทันทีที่หญิงสาวเห็นผมเธอก็หันไปถามผู้คุมสัตว์ว่า “ต๋าหลิน... ครั้งนี้เ้านำอะไรกลับมาให้พวกข้างั้นหรือ?”
ผู้คุมสัตว์ยิ้ม “แม่ทัพหลิวซวงครั้งนี้ข้านำอสูรั์กลับมาได้หนึ่งตัวและมันสามารถเป็เสบียงให้กับเราได้ครึ่งเดือนแล้วก็ฝ่ายสอดแนมที่มาส่งสารให้าาลัวหลิน”
ผมกัดฟัน “บอกแล้วว่าผมไม่ใช่พวกสอดแนม!”
ทันใดนั้น NPC สาวสวยคนนั้นที่มีชื่อลอยอยู่เหนือศีรษะว่า“แม่ทัพหลิวซวงกองกำลังม้าั” ก็หันมามองผม“หึ เ้าจะใช่หรือไม่ยังไงก็หนีไม่พ้นความเฉลียวฉลาดของท่านาาลัวหลินอยู่ดี ตามข้ามา!ข้าจะพาเ้าไปหาาาลัวหลิน”
“ครับ”
……
ระหว่างนั้นก็มีอัศวินเข้ามาประกบผมถึง 4 คนหลังจากเดินผ่านกลางปราสาทไปแล้ว ในที่สุดผมก็มาถึงห้องโถงใหญ่สักทีในนี้ดูเรียบง่าย แม้แต่โต๊ะทำงานก็ไม่มีแม้แต่ตัวเดียวในห้องมีชายผมดำคนหนึ่งยืนอยู่ข้างแผนที่ บนศีรษะของเขามีตัวอักษรลอยอยู่ว่า “าาลัวหลินแห่งเมืองั”
“ฝ่าา”
หลิวซวงคุกเข่าทำความเคารพก่อนพูดขึ้น “ข้าได้เดินทางกลับจากการลาดตระเวนแล้วและยังได้นำผู้ส่งสารที่ดูเหมือนจะเป็ฝ่ายสอดแนมมาที่นี่ด้วย”
“หืม? ผู้ส่งสารงั้นหรือ?”
ลัวหลินเงยหน้าดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกล้าหาญและเฉลียวฉลาด ซึ่งเพียงพอจะอ่านใจคนได้เขามองผมก่อนพูดขึ้น “นักผจญภัยหนุ่ม เ้ามาส่งสารเื่ใดให้กับข้าหรือ?”
ผมยื่นกระดาษหนังแกะให้ก่อนจะกลับมายืนอยู่ที่เดิมเงียบๆ
……
ลัวหลินอ่านจดหมายในมือก่อนที่ร่างของเขาจะชะงักไปพร้อมกับดวงตาที่เป็สีแดงก่ำเขายืนกำหมัดแน่นอยู่ที่เดิม สูดหายใจเข้าลึก “ข้าหักหลังจักรวรรดิ และข้าก็หักหลังท่านพ่อของข้า...”
หลิวซวงเงยหน้าขึ้น “ฝ่าา เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ?”
“เปล่า”
ลัวหลินโบกมือ “ตอนนั้นข้าทรยศต่อจักรวรรดิและเดินทางมาที่แห่งนี้เพื่อสร้างเมืองัเย็น ทำให้ท่านพ่อผิดหวังเป็อย่างมากจนถึงวันนี้ท่านพ่อได้ส่งจดหมายมาหาข้าแล้วเพียงเพื่ออยากจะมั่นใจว่าข้าปลอดภัยดี... และข้าต้องตอบจดหมายฉบับนี้”
หลิวซวงพยักหน้า “ฝ่าาถ้าเช่นนั้นเราจะส่งจดหมายกลับไปให้เมืองปาหวางด้วยตัวเอง”
“ไม่”
ลัวหลินส่ายหน้า “หลิวซวงเ้าเป็คนของเมืองัเย็น ถ้าเ้าเดินทางไปยังปาหวางเ้าจะกลายเป็ตัวประหลาดของที่นั่นข้าคิดว่าให้นักผจญภัยผู้นี้นำกลับไปส่งดีที่สุด”
“เพคะฝ่าา”
……
เอาละวุ้ย หลังจากเสี่ยงเป็เสี่ยงตายมานานในที่สุดภารกิจ AA ก็ใกล้สำเร็จสักที! ไม่รู้ว่าจะได้รางวัลอะไรบ้าง หึๆรอให้ได้ของดีกลับมาก่อนเถอะ ความแข็งแกร่งของผมคงจะยิ่งใหญ่มากแน่ๆถึงเวลานั้นจะสั่งสอนเ้าพวกสงป้าเฟิงหยินเอาให้ลืมไม่ลงไปเลย คอยดูสิ ฮ่าๆๆๆๆ!
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
[1] ไซคลอปส์ คือ อสูรตาเดียว
