ไป๋อวิ๋นซีและเย่ฝานเดินวนไปรอบๆ หมู่บ้านรอบหนึ่ง เย่ฝานเอียงคอท่าทีเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝาน แล้วถามว่า “มีอะไรหรือเปล่า?”
“ฉันรู้สึกว่าหมู่บ้านนี้แปลกๆ ยังไงไม่รู้!” เย่ฝานตอบ
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “มันต้องแน่อยู่แล้ว ก็ที่นี่เป็หมู่บ้านผีสิงนี่!”
เย่ฝานพยักหน้า พูดว่า “มันก็ใช่อ่ะเนอะ!”
“ผีในหมู่บ้านนี้อาจมีจำนวนมากไปหน่อย” ใช่ว่าทุกคนที่ตายแล้วจะกลายเป็ผีล่องลอยอยู่ในโลกมนุษย์ คนส่วนมากเมื่อเสียชีวิตแล้ว ล้วนต้องไปเกิดใหม่กันทั้งนั้น
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้า แล้วพูดว่า “เหมือนจะใช่อย่างที่นายว่า รอบหมู่บ้านนี้มีศาลเ้าอยู่สามแห่ง ตำแหน่งที่ตั้งเป็รูปสามเหลี่ยม ซึ่งที่ตั้งลักษณะนี้ ว่ากันว่าสามารถสะกดสิ่งชั่วร้ายได้”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “ใช่ บางทีหมู่บ้านนี้ อาจใช้สิ่งนี้สะกดบางอย่างเอาไว้”
สุสานโบราณที่ขุดพบไข่นกศักดิ์สิทธิ์ตามคำเล่าลือ ก็เหมือนจะอยู่ใกล้ๆ หมู่บ้านนี้ ไม่แน่ว่าหมู่บ้านแห่งนี้กับนกศักดิ์สิทธิ์ อาจมีความเกี่ยวข้องกันก็เป็ได้
“ตอนนี้ก็ใกล้จะค่ำแล้ว พวกเรากลับโรงแรมกันเถอะ” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้ารับคำ “ได้”
……………………………………………………………………………………………
ไป๋อวิ๋นซีกลับไปถึงโรงแรม เห็นจอร์จที่แก้มแดงระเรื่อพูดเสียงดังโวยวาย พร้อมกับทำท่าชกมวย
เฉินหรานยืนอยู่ข้างๆ มองจอร์จที่กำลังควงหมัดสะเปะสะปะ สีหน้าจนปัญญา ไม่รู้ควรทำเช่นไร
“คุณเฉิน คุณจอร์จเป็อะไรไปครับ!” ไป๋อวิ๋นซีเดินเข้าไปถาม
“ผู้ใหญ่บ้านเอาใจเขามากเกินไป เอาแต่รินเหล้าให้จอร์จดื่มไม่หยุด เ้าหมอนี่ ยิ่งเป็พวกปฏิเสธคนไม่เป็เสียด้วย สุดท้ายเขาก็ดื่มจนเมามายแบบนี้” เฉินหรานเล่าด้วยความจนใจ
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะ คนจีนเวลาเจรจาธุรกิจ มักจะเจรจากันในวงเหล้า เมื่อสุราพร้อม อาหารพร้อม ธุรกิจย่อมเจรจาอย่างราบรื่น
“เขากำลังชกมวยอยู่หรือครับ?” เย่ฝานถาม
เฉินหรานพยักหน้า แล้วตอบว่า “จอร์จหลงใหลในศิลปะการต่อสู้ของจีน ความฝันในชีวิตของเขาก็คือสามารถะโไต่กำแพงขึ้นไปเดินบนหลังคาได้ ตอนที่อยู่ต่างประเทศ จอร์จเคยเสียเงินจำนวนไม่น้อยจ้างครูฝึกชาวจีนมาสอนมวยจีนให้เขาหนึ่งคอร์ส ทุกครั้งที่เขาดื่มเหล้าจนเมามาย ก็จะทำท่าชกมวยจีนแบบนี้”
เย่ฝานยืนกอดอก ลูบคางแล้วส่ายหน้า “ดูจากการชกมวยของเขา ครูฝึกที่เขาจ้างมา น่าจะเป็พวกปลายแถว!”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เฉินหรานพูดด้วยความกลัดกลุ้ม “จอร์จคิดว่าประเทศจีน มียอดฝีมืออยู่ทุกหนแห่ง หลังจากที่มาถึง เขาจึงอยากเชิญอาจารย์ชื่อดังมาสอนวิชาเหาะเหินเดินอากาศ...”
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ มองเฉินหรานแล้วกล่าวด้วยความเห็นใจ “มีแฟนแบบนี้ คุณคงลำบากมากสินะครับ!”
เฉินหรานพยักหน้า แล้วเอ่ยว่า “ก็ใช่น่ะสิครับ!”
เย่ฝานยกแขนดันข้อศอกของไป๋อวิ๋นซี แล้วพูดว่า “นายดูสิ เขาหาแฟนตัวใหญ่ที่งี่เง่าอย่างนั้น มันต้องเปลืองแรงมากขนาดไหน! นายได้แฟนอย่างฉัน ประหยัดแรงจะตาย”
ไป๋อวิ๋นซี “…” เป็แฟนกับเย่ฝานมันประหยัดแรงตรงไหน!
“อวิ๋นซี เวลาที่ฉันเมา ฉันว่านอนสอนง่ายมากเลยใช่ไหม!” เย่ฝานถาม
ไป๋อวิ๋นซีนึกในใจ ว่านอนสอนง่าย? ว่านอนสอนง่ายบ้านนายน่ะสิ!
“แฟนของคุณอยากเรียนวิชาตัวเบา แล้วคุณแก้ไขปัญหานี้ยังไงครับ!” ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย
“ผมบอกกับเขาว่าอยากเรียนวิชาเหาะเหินเดินอากาศ จะต้องตัวเบาดั่งนกนางแอ่น ต้องกักตัวฝึกตน สามวันกินข้าวหนึ่งมื้อ แล้วต้องทำแบบนี้ต่อเนื่องด้วย จอร์จเขาเป็คนชอบกินมากที่สุด เขาอดข้าวได้แค่สองวัน ก็เลิกล้มความคิดที่จะฝึกตน” เฉินหรานกล่าวอย่างได้ใจ
เย่ฝานกะพริบตา แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เ้าหมอนี่น่ากลัวจริงๆ! หลอกเขาว่าสามวันกินข้าวได้หนึ่งมื้อ ใครจะไปทนไหวล่ะ!”
ไป๋อวิ๋นซี “……” ถังใส่ข้าวอย่างนาย[1] ทนไม่ได้แน่นอน!
……………………………………………………………………………………………
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เย่ฝานเปิดประตูห้องก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญ
เหล่าทายาทเศรษฐีนั่งอยู่บนพื้น สีหน้าบอกบุญไม่รับ
“อวิ๋นซี นั่นมันนักแข่งรถพวกนั้นนี่! แต่ละคนใกลัวจนเสียขวัญอย่างกับนกกระทาแน่ะ พวกเขาไปทำอะไรมาเนี่ย!”
ไป๋อวิ๋นซีถลึงตาใส่เย่ฝาน แล้วเตือนว่า “อย่าทำเป็เล่นไป”
ไป๋อวิ๋นซีเข้าไปสอบถามจากกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ที่ติดตามทายาทเศรษฐีพวกนั้นมา จึงทราบเื่ราวทั้งหมด
ตอนที่เหล่าทายาทเศรษฐีไปสำรวจในบ้านโบราณ ได้พบกับสมบัติล้ำค่าหนึ่งชิ้นเข้า สุดท้ายพวกเขายังไม่ทันได้นำของไปไว้ที่เดิม ก็ออกไปแข่งรถกันเสียก่อน ผลปรากฏว่าการแข่งขันถูกเย่ฝานเข้าไปแทรกแซง ก่อความวุ่นวายและไม่มีใครยอมรับที่เย่ฝานได้แชมป์
ต่อมาพวกทายาทเศรษฐีก็คิดพิเรนทร์ขึ้นอีก
หลังจากที่พวกเขามาถึงหมู่บ้านฮว๋าย ก็พบว่าที่นี่เป็หมู่บ้านผีสิง จึงนัดหมายกันไปพักในบ้านผีหัวขาดที่มีชื่อเสียงของหมู่บ้าน หากใครอยู่ที่นั่นได้นานที่สุด ของล้ำค่าก็จะตกเป็ของคนนั้น
ผลปรากฏว่าตอนกลางวันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตกดึกสายลมเย็นะเืก็พัดเข้ามาในบ้านผีสิง เสียงร้องไห้คร่ำครวญของภูตผีก็ดังระงม เหล่าทายาทเศรษฐีหวาดกลัวจนสติไม่อยู่กับตัว ไม่มีใครอยากได้สมบัติอีกต่อไป เอาแต่คิดจะหนีออกไปจากที่นั่นเพียงอย่างเดียว แต่สุดท้ายพวกเขาถูกขังอยู่ในบ้านตลอดทั้งคืน วันนี้ตอนรุ่งเช้า ชาวบ้านถึงเข้าไปช่วยพวกเขาออกมาได้
เย่ฝานเอามือเท้าเอวมองทายาทเศรษฐีที่ใจนเสียขวัญ เขาส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่มีความสามารถแล้วยังจะอวดเก่งอีก บ้านผีสิงไม่ใช่สถานที่ที่จะสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปพักได้”
จอร์จมองชายผมทองและชายผมสีเขียวที่ต่างมีอาการเซื่องซึมและเหม่อลอย แล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน “ฉันคิดว่าทางที่ดีเราอย่าลงทุนที่นี่เลย มันอันตรายเกินไป เกรงว่าลูกค้าจะเกิดเื่ได้”
เฉินหรานพยักหน้า แล้วตอบว่า “อืม ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”
เมื่อคืนนี้เขาแอบไปพบคุณป้าเสียสติที่อาศัยอยู่ในศาลเ้า ได้เื่ราวจากปากของหล่อนบางส่วน
อย่างเช่น ในอดีตสามีของป้าจับลูกสาวถ่วงน้ำจนตาย จากนั้นไม่นานลูกชายที่กำลังว่ายน้ำเล่นก็ถูกผีพรายดึงลงไปในทะเลสาบ สามีของเขาออกไปทำงานนอกหมู่บ้านก็เสียชีวิตเนื่องจากตกลงมาจากที่สูง อาการขอคุณป้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ตอนเสียสติ หล่อนมักจะพูดว่ากรรมตามสนอง กรรมตามสนอง...
เฉินหรานบังเอิญได้ยินคนต่างหมู่บ้านพูดว่า หากเด็กชายและเด็กหญิงในหมู่บ้านฮว๋ายลงเล่นน้ำในทะเลสาบพร้อมกัน เด็กชายจะจมน้ำตาย แต่เด็กหญิงกลับไม่เป็อะไรเลย เด็กชายหากลงน้ำไปมักจะตายทุกคน แต่เด็กหญิงที่ลงน้ำไปนานๆ ทีจะตายสักหนึ่งคน และไม่แน่ว่าสาเหตุการตายคือจมน้ำตายหรือไม่
เฉินหรานสงสัยว่า เด็กชายที่ตายอาจถูกิญญาทารกหญิงที่อาฆาตดึงลงสู่ใต้น้ำจนเสียชีวิต แต่เด็กหญิงที่ตาย อาจเป็การจงใจของพ่อแม่ที่ไม่้าเลี้ยงลูก จึงนำเด็กไปถ่วงน้ำ แล้วจัดฉากว่าลูกสาวจมน้ำตาย เนื่องจากเฉินหรานไปสืบมาได้ความว่า เหตุการณ์ที่เด็กชายจมน้ำตายส่วนมากจะเกิดในฤดูร้อน แต่กลับมีเด็กหญิงสองคนที่จมน้ำตายในฤดูหนาว ปกติแล้วในฤดูหนาวใครละจงไปเล่นน้ำกันล่ะ?
………………………………………………….……………………………………
“คุณคือคุณชายเย่หรือคะ! สวัสดีค่ะ ฉันเป็แฟนละครของคุณนะคะ ฉันชอบละครที่คุณแสดงมากๆ เลยค่ะ” หนึ่งในทีมเชียร์ลีดเดอร์ของทายาทเศรษฐี จ้องเย่ฝานอยู่นานสองนาน ในที่สุดก็แน่ใจว่าเย่ฝานเป็ใคร หล่อนจึงรีบเดินเข้าไปทักทายด้วยความกระตือรือร้น
เย่ฝานใระคนดีใจ “เธอรู้จักฉันด้วยเหรอ”
เจียงหลันพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่ค่ะ! ฉันเป็แฟนคลับของาาแห่งวงการภาพยนตร์ถัง และเป็แฟนคลับของคุณด้วย พวกเราชื่นชมคุณมากๆ เลย”
เย่ฝานสะกิดไป๋อวิ๋นซีแล้วพูดว่า “อวิ๋นซี ฉันเจอแฟนละครด้วยล่ะ!”
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน แล้วคิดในใจว่า ก็แค่แฟนละครคนหนึ่ง ไม่เห็นมีอะไรเลยน่าอวดเลย? ทำไมต้องดีใจขนาดนั้นด้วย
“ได้ยินว่า คุณเป็ปรมาจารย์ที่อาศัยอยู่ในบ้านผีสิง เหาะเหินเดินอากาศได้ และสามารถะโจากตึกสิบชั้น ตอนะโลงมาถึงพื้น คุณไม่ได้รับาเ็เลยสักนิด” เจียงหลันพูดด้วยความเลื่อมใส
เฉินหรานมองเย่ฝานด้วยความตื่นตระหนก เขาคาดเดาั้แ่แรกแล้วว่าเย่ฝานดูลึกลับอย่างไรชอบกล แต่ไม่คิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็ถึงปรมาจารย์
“ไม่มีเื่แบบนั้นหรอกครับ ทุกอย่างมันเป็การโปรโมตละครเพื่อสร้างกระแสน่ะครับ”
เย่ฝานหันไปมองไป๋อวิ๋นซีด้วยความกลัดกลุ้ม แต่ถูกอีกฝ่ายถลึงตาใส่
เฉินหรานกลอกตามองไป๋อวิ๋นซีและเย่ฝาน เขาคิดขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเขาอยู่ที่ริมทะเลสาบกระชากิญญาแล้วหมอกลงหนา เย่ฝานเป็คนพาพวกเขาเดินออกมา อีกทั้งก่อนหน้านี้เย่ฝานก็เคยพลั้งปากพูดว่า เด็กหญิงที่ถูกถ่วงน้ำเ่าั้ยังคงอยู่ในทะเลสาบ ตอนนั้นเฉินหรานคิดว่าเย่ฝานอาจคาดเดาเพียงเท่านั้น แต่พอได้ยินที่เจียงหลันพูดว่าเย่ฝานเป็ปรมาจารย์ เฉินหรานจึงคิดว่า บางทีเย่ฝานอาจจะไม่ได้เดา แต่เขามองเห็นจริงๆ
เฉินหรานขนหัวลุกขึ้นมาทันที เื่แบบนี้ยังมีอยู่จริงๆ หรือ?
ชาวบ้านหลายคนได้ยินเจียงหลันพูดว่าเย่ฝานเป็ปรมาจารย์ แต่ละคนแสดงสีหน้าไม่เป็ธรรมชาติขึ้นมาทันที
ไป๋อวิ๋นซีถูกทิ้งไว้คนเดียว หลายคนต่างกรูเข้าไปโอบล้อมเย่ฝาน แล้วถามโน่นถามนี่กับเขา
ไป๋อวิ๋นซีมีชื่อเสียงก็จริง แต่ก็มีชื่ออยู่ในแวดวงทายาทเศรษฐีในเมืองหลวงเท่านั้น คนธรรมดาไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้และไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ
ถึงแม้เย่ฝานจะเป็ดารามาสักระยะแล้ว แต่ก็เป็ดาราปลายแถว ดีที่เขาเคยแสดงละครมาบ้าง!
จอร์จดูเย่ฝานด้วยความตื่นเต้น เข้าแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์
“คุณชายเย่ สวัสดีครับ ผมเป็หลงใหลในประเทศจีนมาก ผมชอบละครกำลังภายในของจีนที่สุด คุณเป็ยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทาน แล้วคุณเป็กังฟูไหมครับ ผมชื่นชอบวิชากรงเล็บกระดูกขาวเก้ามหากาฬมากที่สุด คุณทำเป็ไหมครับ?” จอร์จจับมือของเย่ฝานเขย่าอย่างแรง
สายตาที่จอร์จมองเย่ฝานดูเร่าร้อนสุดจะบรรยาย ทำเอาไป๋อวิ๋นซีที่ยืนมองอยู่เหงื่อตกเลยทีเดียว
เย่ฝานมองจอร์จแล้วพูดว่า “คุณอย่าจับตัวผมแน่นขนาดนั้น ภรรยาผมอยู่ตรงนี้นะครับ!”
จอร์จมองไป๋อวิ๋นซี แล้วพูดด้วยความประหม่า “ขออภัย! ขออภัยด้วยครับ! ผมแค่อยากเรียนกังฟูเท่านั้น”
เย่ฝานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “คุณเป็ลูกผู้ชายอกสามศอก แต่ชอบวิชากรงเล็บกระดูกขาวเก้ามหากาฬ หรือว่าคุณไม่ชอบวิชายี่สิบแปดฝ่ามือพิชิตัหรือไง?”
จอร์จตอบกลับด้วยความดีใจว่า “ใช่ๆๆ ผมก็ชอบวิชายี่สิบแปดฝ่ามือพิชิตัเหมือนกัน”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
…………………………………………………………
คุณชายเย่ ในเมื่อคุณเป็ปรมาจารย์ ช่วยพวกเขาปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายไปหน่อยได้ไหมคะ” เจียงหลันถาม
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ “ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แล้วฉันจะได้อะไรล่ะ!”
ไป๋อวิ๋นซีผลักเย่ฝานไปข้างหน้าแล้วกล่าวว่า “นายอย่าเอาแต่คิดถึงเงินไปซะทุกเื่สิ ถือว่าทำความดีหนึ่งวันก็แล้วกัน!”
เย่ฝานกะพริบตา แล้วพูดว่า “ฉันไม่ชอบทำความดี ไม่ได้ผลประโยชน์ ถือว่าเปลืองแรงเปล่าๆ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เจียงหลันมองเย่ฝาน แล้วครุ่นคิดพลางพูดว่า “คุณชายเย่ เอาอย่างนี้ไหมคะ ถ้าพวกคุณชายได้สติกลับคืนมาเมื่อไร ฉันจะให้พวกเขามอบเงินให้คุณห้าล้านหยวนค่ะ”
เย่ฝานกวาดตามองเจียงหลันแวบหนึ่ง แล้วถามว่า “เธอจะเป็คนรับผิดชอบใช่ไหม?”
เจียงหลันพยักหน้าแล้วตอบว่า “ได้ค่ะ”
“ก็ได้ ยังไงก็ไม่ใช่เื่ยากเย็นอยู่แล้ว” พวกขี้ขลาดนี่แค่ถูกผีอำเท่านั้น
เย่ฝานนำยันต์ออกมาหลายแผ่น แปะหน้าผากคนเ่าั้ พวกเขาพลันได้สติฟื้นคืนมาทันใด
อาคมที่เย่ฝานแสดงออกไป ทำให้ผู้คนที่ยืนแวดล้อมตกตะลึงไปตามๆ กัน
“คุณชายเย่เก่งมากเลยค่ะ” เจียงหลันกล่าว
เย่ฝานเอามือไขว้หลัง วางมาดราวกับเป็ยอดคนผู้สูงส่งพลางพูดว่า “ฉันเพียงเรียกจิติญญาของพวกเขากลับคืนมา ตอนนี้พลังหยินบนร่างของพวกเขายังเข้มข้นอยู่มาก เชิญพวกร่างทรงมาทำพิธีปัดเป่าให้พวกเขาก็หมดปัญหาแล้ว!
ไปอวิ๋นซีดึงแขนเย่ฝานแล้วเอ่ยว่า “พวกเราไปสำรวจที่บ้านผีสิงหลังนั้นกันเถอะ”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ได้ นายนี่จริงๆ เลยนะ! ไม่นึกเลยว่าจะมีความชื่นชอบเหมือนกับเ้าพวกนั้น แต่นายวางใจเถอะ ฉันจะปกป้องนายเอง”
ไป๋อวิ๋นซีกวาดตามองเย่ฝานแวบหนึ่ง “นายลืมไปแล้วเหรอ ฉันก็มีความสามารถในการปกป้องตัวเองเหมือนกัน”
“แต่ยังห่างไกลจากฉันมาก ถ้าเจอกับพวกภูตผีปีศาจเข้าต้องแย่แน่ๆ” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซี “…”
----------------------------------------------------------------------------------------
[1] ถังใส่ข้าว แปลว่า คนที่เอาแต่กินอย่างเดียว ไม่ยอมทำงานทำการอะไรเลย
