สีหน้าของนางทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋มีความสุขอย่างออกหน้าออกตาละม้ายกับคิดเื่น่าขันในอดีตขึ้นมาได้ผ่านไปชั่วครู่ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะปล่อยต้วนชิงิไปหมุนตัวทำท่าเดินจากไป... พริบตาเดียวก็หมุนตัวกลับมามองนางอีกรอบจนชุดขาวที่สวมอยู่สะบัดในอากาศงดงาม อีกฝ่ายที่กำลังจะรู้สึกผ่อนคลายกลับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอีกครา“ท่าน” นางเอ่ยเมื่อเห็นเขาหมุนตัวกลับมาทว่าเขาเพียงหัวเราะอย่างเปิดเผย “ต้วนชิงิดีที่เ้ายังรู้ตัว!” อันที่จริง นางไม่อยากจะปรับตัวทำตามแต่ปัญหาคือนางจะกล้าหรือ?
ต้วนชิงิถอนหายใจอย่างแ่เบา...“ท่าน” รีบไปเถอะตอนนี้ตัวนางรับความใอื่นใดไม่ได้อีกแล้ว!
ใครจะไปล่วงรู้ได้ว่าความคิดของนางกลับถูกเหยียนหลิ่งอวี๋รับรู้ได้ทั้งหมดเขาจึงหันหัวกลับมาอย่างเชื่องช้า พูดอย่างมีเลศนัย
“ต้วนชิงิ ยังไง? เ้ากำลังด่าข้าในใจอีกแล้วใช่หรือไม่?”
ครั้งนี้นางลำบากใจจนยิ้มไม่ออกทว่านางไม่กล้าอธิบายสิ่งใดต่อ ต้องรู้ว่าต่อหน้าเขาการอธิบายเป็เหมือนการปิดบังอำพรางเท่านั้น! นางจึงถือโอกาสก้มหัวลงและพูดอย่างไร้ความผิดไปว่า“องค์ชายสาม ต้วนชิงิจะกล้าได้อย่างไรเพคะ!”
ต่อให้จะด่าทอก็ไม่กล้าให้เขารู้หรอก!
เขามองไปที่นางปราดหนึ่งในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างหมดอารมณ์ “ข้ารู้ว่าเ้าไม่กล้า...ต้วนชิงิ เ้าจงจำให้ขึ้นใจต่อไปถ้าเ้าไม่อยากยิ้มก็ไม่ต้องยิ้มและท่าทางเสแสร้งเช่นนี้ทำให้ใครดูกันหรือ?”
อีกฝ่ายไม่กล้าส่งเสียงใดตอบกลับไปนางก้มหัวจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียวจนกว่าเงาของเหยียนหลิ่งอวี๋จะหายวับไป!
“คุณหนูต้วนเป็อย่างไรบ้าง ยังเดินได้หรือไม่?” จู่ๆมีเงาะโลงมาจากต้นไม้จาก้าหัว เด็กสาวใจนแทบะโ ครั้นเงยหน้าขึ้นมาพบชายหนุ่มที่ดูสุภาพคนหนึ่งยื่นมือออกมาตรงหน้านาง “น้องสาวฟื้นแล้วข้ากำลังตามหาพอดี เดินตามข้ามาแล้วกัน!”
ชายหนุ่มคนนั้นมีรอยยิ้มหวานประดับอยู่ที่ริมฝีปากดวงตาสดใสเป็ประกาย ราวกับมีพลังดึงดูดมหาศาล ถ้าได้มองใหม่อีกครั้งอาจจะตกลงไปในคลื่นวังวนน้ำลึกขึ้นมาไม่ได้เพราะจมูกที่เป็สันสูงโด่ง คิ้วงามดังคันศร ดูท่าทางละม้ายบัณฑิตที่ร่างกายอ่อนแอบอบบาง
นางสูดลมหายใจเข้าออกอย่างใจเย็น โชคดีว่าคนที่มาไม่ใช่เหยียนหลิ่งอวี๋แต่เป็พี่ชายคนโตของเชวียหนิงหราน เชวียจื่อซวน!
เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนสองพี่น้องที่คอยปกป้องเชวียหนิงหราน ครั้นเห็นน้องสาวได้รับาเ็ จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วย!พอดีกับที่เห็นต้วนชิงิถูกน้องสาวต่างมารดาผลักตกน้ำไปทว่าภายใต้วิกฤตเหตุการณ์นั้นเหยียนหลิ่งอวี๋กลับแย่งที่จะช่วยนางและพานางขึ้นมาจากน้ำมาไว้บนฝั่ง!
ต้วนชิงิที่เพิ่งจะขยับลุกขึ้นยืนกลับล้มลงไปนั่งลงกับพื้นอีกครั้ง นางส่ายหน้าด้วยความรู้สึกเ็ป “เท้าข้าน่าจะพลิก... คงเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว! ”
เชวียจื่อซวนย่นหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆ “ซานเต๋อ รีบนำเกี้ยวมารับเร็ว!”
ซานเต๋อที่เดินตามมาจากด้านหลังรีบขานรับเรียกเกี้ยวมารับอย่างรวดเร็วเชวียจื่อซวนก็ยื่นมือมาให้ต้วนชิงิอีกครั้งพูดว่า “มา ข้าจะช่วยประคองเ้าไปนั่งด้านนู้นสักครู่!”
เด็กสาวเห็นท่าทางตัวนางที่นั่งไม่เป็ท่าอยู่บนพื้นจึงพยักหน้าตอบรับและพูดด้วยเสียงอ่อนแรง “ขอบคุณพี่ชายเชวีย!”
เชวียจื่อซวนก้มหน้าลงไปกับดวงตาใสวาววับเหมือนลูกตากวางคู่หนึ่ง ความบริสุทธิ์นั้นยังคงมองมาที่เขาอยู่ใจของเขาจึงเต้นไม่เป็จังหวะ เอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อน “คุณหนูต้วนระวังหน่อยค่อยๆ เดินตามข้ามา!”
ต้วนชิงิปวดจนหน้าบูดหน้าบึ้งค่อยๆ เดินตามเชวียจื่อซวนไปจนถึงโต๊ะหินและก่อนที่จะนั่งนางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดให้สะอาดสะอ้านจึงนั่งลงไม่นานก็เงยหน้า ยิ้มเล็กน้อยให้กับเขา
“พี่ชายเชวีย เป็พี่ชายของเชวียหนิงหราน ก็เหมือนเป็พี่ชายของชิงิต่อไปพี่ก็เรียกเหมือนพี่สาวเชวียแล้วกัน เรียกข้าว่า ชิงิ”
เชวียจื่อซวนเป็ห่วงน้องสาวจนสีหน้าเป็กังวลเมื่อได้ยินที่ต้วนชิงิพูดขึ้น จึงฝืนยิ้มออกมา “ชิงิต้องขอโทษด้วย ทำเื่ขายขี้หน้าเสียแล้ว!”
อีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลังพูดถึงเื่อะไรส่ายหน้าพูดอย่างจริงใจ “จวนไหนไม่มีเื่ไม่เป็เื่บ้างล่ะ?ไม่เป็ไรหรอก!”
ทันเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจเบาๆน้องสาวคนรองมีนิสัยแข็งกระด้าง ดังนั้นจึงไม่ได้รับการโปรดปรานจากท่านพ่อไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็มักจะถูกพี่สาวน้องสาวของลูกอนุกลั่นแกล้งไม่น้อย! พวกเขาเห็นควรว่าถึงเวลาแล้วที่ไม่ควรให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นแต่ว่าเื่ในจวนของบรรดาลูกสาว พวกเขาไม่อาจจะเข้ามายุ่มย่ามได้มาก
มาถึงตรงนี้เชวียจื่อซวนขึ้นพูดว่า “น้องสาวข้าไม่ค่อยจะมีเพื่อนปกตินางจะเป็คนเงียบเก็บเนื้อเก็บตัว ถ้าต้วนชิงิพอมีเวลาว่างก็มาอยู่เป็เพื่อนน้องข้าบ่อยๆ เถอะ”
ในใจนางรู้สึกซาบซึ้งรีบตอบอย่างรวดเร็ว “ข้าก็ชอบพี่เชวียไม่น้อยวางใจได้ ข้าจะมาเยี่ยมนางบ่อยๆ!”
ระหว่างที่พูดนั้นเกี้ยวก็มาถึงเชวียจื่อซวนจึงหันไปประคองต้วนชิงิขึ้นเกี้ยวจากนั้นกำชับให้ไปส่งนางที่ห้องเชวียหนิงหราน!
เกี้ยวถูกยกไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเงาสีขาวที่เพิ่งก้าวเดินออกมามองใบหน้าคล้ายรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์
ค่อยๆก้าวเดินไปยังที่ต้วนชิงินั่งไปเมื่อครู่ ใช้มือทุบไปที่โต๊ะหินอย่างรุนแรงเอ่ยขึ้นอย่างโมโหโทโส “เ้าทำเกินไปแล้วเหตุใดถึงต้องยิ้มให้กับชายคนอื่นและยังเรียกว่าพี่ชาย... เ้าปิดตาอยู่หรือไร?คนที่ช่วยชีวิตเ้าไม่ใช่ข้าหรอกหรือ?
เขาทุบและเตะไปที่โต๊ะหินตัวนั้นอีกครั้งระบายความโกรธในใจทุกอย่างดูรกหูรกตาไปเสียหมด พลางหรี่ตาลงและรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก! คิดไม่ตกที่จิ้งจอกตัวน้อย เรียกเป็พี่ชายไปหมดทุกคน? พอถึงตาเขาถ้าไม่หวาดกลัว ก็แกล้งทำ จนดูเสแสร้งไปหมด! ยังไงกันเนี่ยหรือว่าเขารูปไม่งาม? โหดร้ายเกินไป? หรือเหมือนั์เหมือนมาร?
สำหรับเื่นี้คงต้องหาเวลาเรียกตัวจิ้งจอกน้อยมาสอบสวนว่าจิตใจทำด้วยอะไรกันแน่!
“องค์ชายสาม พี่ชายของกระหม่อมให้กระหม่อมมาเรียนเชิญพระองค์พ่ะย่ะค่ะ!”เสียงเชวียหนิงซวนลอยมาแต่ไกล
ตามไปที่ห้องโถงรับรอง? เป็ที่นั่นหรือ ที่จิ้งจอกน้อยของเขาจะจัดการเอาคืนคนพวกนั้น?
องค์ชายสามชอบดูวิธีการและท่าทางของนางเวลาเอาคืนคนทีละเื่ ทีละอย่างเป็อย่างมากหวนนึกถึงเื่ราวที่เคยผ่านมาตอนนั้นดวงตาของนางจะเปล่งประกายละม้ายเพชรเม็ดงามยามต้องแสงไฟ
เหอะ!อย่างนั้นก็ได้ เขายอมรับว่าท่าทางตอนจัดการคนของต้วนชิงิ น่ารักมากกว่าตอนปกติธรรมดาเสียอีก!
เขาลุกขึ้นปัดเสื้อผ้าของตนทั้งๆ ที่ไม่ได้มีดินติดแม้แต่น้อย และขมวดคิ้วมองไปยังเชวียหนิงซวน “พี่ชายของเ้าอยู่ที่ไหน?”
“ห้องโถงรับรองพ่ะย่ะค่ะ!”
“คุณหนูต้วนก็อยู่ที่นั่นด้วยหรือ?” ตอนนี้เขาอยากจะเดินไปข้างหน้าเต็มทีแล้ว
“อยู่ที่ห้องน้องสาวกระผมพ่ะย่ะค่ะ!”
ฝีเท้าของเหยียนหลิงอวี๋ค่อยๆเดินเนิบนาบลง “เช่นนั้น พวกเราก็เดินช้าหน่อย!”
ถ้าจิ้งจอกน้อยไม่อยู่แล้วจะมีละครสนุกดูหรือ? เช่นนั้นแล้วเขาจะต้องไปให้ถึงที่นั่นให้พอดีกับเวลา!
ทางด้านเชวียหนิงซวนไม่เข้าใจองค์ชายสามเสียจริง ทำไมเดี๋ยวเดินเร็ว ทำไมเดี๋ยวเดินช้า!เขาทำได้เพียงพยักหน้ารับหงึกหงัก “เช่นนั้นเชิญองค์ชายสามขอรับ”
…...
ตอนที่ไห่ถังประคองต้วนชิงิเข้ามาก็ตามเชวียหนิงหรานมาถึงด้านข้างห้องโถงรับแขกด้วยพลันได้ยินเชวียหนิงเชี่ยนเอะอะโวยวาย แสดงอิทธิฤทธิ์เสียงดังสนั่น
“เื่นี้เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย? เป็เพราะพี่สาวคนรองเกลียดพี่สาวคนโตจึงผลักพี่สาวคนโตลงไปในน้ำ แล้วตัวนางก็พลัดตกลงไปด้วย!”
เชวียหนิงหรานได้ยินคำพูดนั้นพอดีความโมโหที่มีอยู่เดิมะเิปะทุขึ้นมาโกรธจนอยากพุ่งตัวเข้าไปจัดการทว่าต้วนชิงิมือไวรีบคว้านางเอาไว้ก่อน ถามขึ้นว่า
“พี่เชวีย ถ้าพี่ยังเชื่อใจข้าละก็อีกประเดี๋ยวข้าจะจัดการเื่ทั้งหมดให้ ไม่ว่าข้าจะพูดอะไรพี่ก็รับให้หมด จำไว้ว่าต้องทำตัวน่าสงสารเข้าไว้!”
เชวียหนิงหรานขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแล้วหันตัวกลับไป ลูกสาวคนโตของภรรยาเอกถูกกลั่นแกล้งเป็เื่ที่แย่อยู่มากตอนนี้จะให้ทำตัวน่าสงสารอีก เื่นี้เชวียหนิงหรานทำไม่ได้!
เห็นท่าทางอีกฝ่ายเป็เช่นนั้นจึงทำหน้าบึ้งทะมึน “พี่ชอบทำท่าแบบนี้จึงโดนเอาเปรียบเสียทุกครั้งไป ครั้งนี้พี่ต้องฟังข้าเข้าใจหรือไม่?”
แม้ต้วนชิงิจะตัวเล็กกว่าเชวียหนิงหรานทว่าอารมณ์และท่าทางกลับโตกว่ามากเมื่อพูดออกมายิ่งทำให้เชวียหนิงหรานใไม่น้อย!ครั้นเห็นใบหน้าเด็กสาวตรงหน้าบึ้งทะมึนพลางกดน้ำเสียงต่ำนางจึงรีบเดินเข้าไปช่วยไห่ถังประคองต้วนชิงิ พูดวิงวอนอย่างน่าสงสารเวทนา
“ได้ พี่สาวจะเชื่อเ้า!” เชวียหนิงหรานไม่ใช่คนที่ไร้ความรู้สึกและไม่ได้เป็คนไม่มีเหตุผล แม้นางจะไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจทำเท่าไรแต่เมื่อเห็นต้วนชิงิตกน้ำเกือบตาย กับเื่เท้าพลิกนางจึงไม่มีทางที่จะปฏิเสธต้วนชิงิ
ยิ่งไปกว่านั้นนางรู้ว่าต้วนชิงิทำเพื่อนางทั้งยัง้าช่วยนางระบายความโกรธในครั้งนี้
เด็กสาวเพ่งมองที่นางอย่างเ็าพร้อมกำชับกำชาอีกครั้ง “จำให้ดีอีกครู่เอาอารมณ์และท่าทางแบบนี้!”
เชวียหนิงหรานยู้ปากแม้นางจะไม่ค่อยเต็มใจ แต่ก็พยักหน้าเป็การตอบรับ!
