“ร้านเราโหงวเฮ้งไม่ดีหรือเปล่าเนี่ย ั้แ่เราย้ายร้านมาที่นี่ทำไมเกิดเื่ตลอดเลย เฮ้อ...”
เย่จื่อ เฉินหยวนหยวน สวี่เหวินถิง เมื่อทั้งสามจากไป หวังกุ้ยจือมองร้านบะหมี่ที่ว่างเปล่า ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ
เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เยอะมากเกินไปจริงๆ เริ่มจากเ้าของร้านประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ต่อมาร้านก็ถูกพัง แล้วนายหญิงของร้านก็เข้าโรงพยาบาล แล้วหลังจากนั้น เื่วันนี้...
เซียวปิงปรบมือรัว รอจนทุกคนหันมาให้ความสนใจ เขาจึงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ทุกคนเชื่อฉันนะ ต่อจากนี้ไป ที่ของร้านเราจะต้องกลายเป็ทำเลทอง เหมือนกับคำที่ว่า ความโชคดีย่อมมาพร้อมกับความโชคร้าย เมื่อความโชคร้ายผ่านไป ความโชคดีก็จะผ่านเข้ามา...เมื่อความซวยหมดไป ก็จะเป็จุดเริ่มต้นของความโชคดี”
จางจิ้งพูดระคนหัวเราะ “พี่ปิง สาวสวยที่มาคนนั้นน่ะ เป็แฟนพี่ใช่ไหม?”
“ตอนนี้ยัง...”
จางจิ้งพูดระคนหัวเราะ “จะนัดเดทกันตั้งคืนนี้แล้ว ยังจะบอกว่าไม่ใช่อีก? โอ๊ย...คนเขาเป็ถึงดาวมหา’ลัย มาโดนพี่จีบติดได้ไงเนี่ย พี่ปิง พี่นี่เก่งจริงๆ เลย”
เซียวปิงเพียงหัวเราะ ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพราะเมื่อคิดถึงเื่นัดเดทในคืนนี้ อารมณ์เขาก็ดีที่สุดแล้ว”
แม้จะเพิ่งเกิดเื่ไป แต่ลูกค้าในร้านก็กลับมาเยอะอีกอย่างรวดเร็ว เซียวปิงวุ่นๆ ทำงานในร้านจนถึงหัวค่ำ แล้วจู่ๆ เย่จื่อก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าร้าน เธอโบกมือเรียกเซียวปิงด้วยหน้าตาน่ารัก
เซียวปิงวางงานลง แล้วพูดทิ้งท้ายกับพนักงานในร้าน ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเย่จื่อ เซียวปิงเดินไป พลางก็ถามเย่จื่อไปด้วย “ทำไมวันนี้สวี่เหวินถิงกับเฉินหยวนหยวนไม่ได้ตามมาด้วยล่ะ?”
“นายบื้อเอ๊ย ก็วันนี้เรามาเดทกัน แล้วพวกเธอจะมาเป็ก้างทำไมล่ะ?”
เซียวปิงพูดอย่างยิ้มแย้ม “เธอยอมรับว่าเรากำลังเดทกันแล้ว? ฉันจำได้ว่า มีแต่คนที่เป็แฟนกันถึงจะไปเดทกันไม่ใช่?”
เย่จื่อมองไปยังเซียวปิง ก่อนจะพบว่าตัวเอง กำลังจะตกหลุมกับดักที่เซียวปิงพูดวางเอาไว้แล้ว จึงหัวเราะกล่าว “ปกติดูเหมือนพี่จะเป็คนตรงๆ ซื่อๆ นะ เพิ่งรู้ว่าที่แท้แล้วพี่เป็คนกะล่อนแบบนี้...อยากจะให้ฉันเป็แฟนพี่ด้วยคำพูดล่อง่ายๆ แบบนี้เลย? ฝันไปเถอะ”
เมื่อได้ฟังเย่จื่อพูดจนจบ เซียวปิงก็หัวเราะออกมาเช่นกัน ถูกของจางยีจื่อ หลายปีมานี้ เขาผ่านผู้หญิงมาไม่น้อย มีผู้หญิงมากมายคอยรายล้อม และมีผู้หญิงอีกไม่น้อยพยายามจะเกาะติดเขา แต่ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหน ทำให้เขายอมรับในฐานะแฟนจริงๆ เลยสักคน!
คนที่ทำให้เขาทำอะไรวู่วาม และตามจีบแบบเย่จื่อ ยังไม่เคยมีเลยสักคน!
เย่จื่อเป็คนแรก!
และคนเดียว!
เซียวปิงมองไปยังเย่จื่ออย่างสงบ เขายิ้มน้อยๆ กล่าว “พวกเราไปทานดินเนอร์ใต้แสงเทียนกันก่อน ต่อจากนั้นก็ไปดูหนังต่อ ฉันเลี้ยงเอง”
“เอาสิ!” เย่จื่อหย้าตายิ้มแย้ม “ตามใจพี่เลย”
เซียวปิงกำตั๋วหนังสองใบไว้ในมือ พูดระคนหัวเราะ “หนังที่ฉันจะชวนเธอไปดู 《RUN FOR HOLIDAY》”
เย่จื่อเบิกตากว้าง ขนตายาวที่ตาคู่สวยเอนลงและเบิกขึ้นตามดวงตานั้น เธอจ้องไปยังตั๋วสองใบในมือเซียวปิง
เซียวปิงกล่าวระคนหัวเราะ “ไม่ต้องมองด้วยสายตาแบบนั้น นี่เป็ตั๋วของไอ้หนุ่มนั่นแหละ ฉันไปเอาออกมาเอง ไหนๆ ก็ชื้อมาแล้วนี่ แล้วดูท่า ไอ้หมอนั่นคงจะไปดูหนังต่อไม่ได้แล้วด้วย ดังนั้น พวกเราก็ไปดูแทนมันไปเลยไง”
เย่จื่อยิ้มเจื่อนๆ “ใช้ของที่เขาซื้อไปจีบสาวที่เขาชอบ พี่ปิง...พี่นี่มันจริงๆ เลย”
“ฮ่าๆๆ งั้นเธอจะไปกับฉันไหมล่ะ?”
“ไปสิ ทำไมจะไม่ไปล่ะ” เย่จื่อพูดพลางเชิดหน้ายโส
เซียวปิงหัวเราะชั่วร้าย “พูดแบบนี้ แสดงว่าเธอยอมให้จีบแล้วล่ะสิ? โอ๊ย~”
เย่จื่อหยิกไปที่ต้นแขนเซียวปิงแรงๆ แล้วกัดฟันพูด “พี่นี่มันเ้าเล่ห์เพทุบายจริงๆ เลยนะ ฉันแค่จะไปดูหนังต่างหาก อยากจีบฉัน? ไม่มีทาง! ฮึๆ”
เซียวปิงมองท่าทางน่ารักของคนตรงหน้าพลางยิ้มไปด้วย แล้วจึงโบกมือเรียกรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดี เมื่อรถหยุดลง เขาหันมาพูดกับเย่จื่อ “ฉันไม่ใช่พวกลูกคุณหนูหรือคนร่ำรวยอะไร เธออยู่กับฉันก็ต้องนั่งแต่แท็กซี่นี่แหละ เธอรังเกียจไหม?”
เย่จื่อยัดตัวลงนั่งในรถ แล้วกล่าวเสียงใส “คิดว่าฉันเป็ผู้หญิงเห็นแก่เงินหรือไง?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่” เซียวปิงนั่งลงข้างเย่จื่อ แล้วกล่าวกับคนขับ “พี่แท็กซี่ครับ ช่วยพาเราไปส่งที่ห้างว่านต๋าทีครับ”
“ได้ครับ...พวกคุณเป็คู่รักนักศึกษาสินะ มาเดทกันล่ะสิ?”
“ใช่สิครับ พี่แท็กซี่ พี่นี่ตาดีจริงๆ” เซียวปิงอดไม่ได้ที่จะชมพี่คนขับ ก่อนเย่จื่อที่นั่งข้างๆ จะหยิกไปที่เอวเขาแรงๆ จนเซียวปิงต้องกัดฟันทนความเ็ป
เย่จื่อพูดบ่น “พี่แท็กซี่คะ พี่นี่ความสามารถในการดูคนต่ำจริงๆ เขาอายุมากกว่าฉันตั้งเยอะ ยังเหมือนนักศึกษาอยู่อีก?”
พี่คนขับหันกลับไปสำรวจเซียวปิงแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วน กล่าวว่า “ไอ้น้องคนนี้หน้าตาก็ไปไวจริงๆ แหละ ฮ่าๆๆ!”
เมื่อเห็นเย่จื่อที่ลอบหัวเราะอยู่ข้างๆ แล้ว เซียวปิงก็ทำหน้าจนปัญญาเต็มที
รถหยุดลงที่หน้าห้างซึ่งมีผู้คนขวักไขว่ พี่คนขับรับค่าโดยสารไปจากเซียวปิง ก่อนจะหันหลังไปหาเซียวปิงที่กำลังจะลงจากรถ กล่าวว่า “ไอ้น้อง นี่พี่แค่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวนะ ในเมื่อจะมีแฟนทั้งที ก็ต้องทำตัวเองให้ดูดีหน่อย อย่าถึงขั้นใส่ของแบรนด์อะไรเลย อย่างน้อยก็ควรจะใส่เสื้อผ้าที่มันดูดีสักหน่อย น้องดูชุดตัวเองสิ ยังดูสะอาดเอี่ยมไม่เท่าชุดของพี่ที่เป็แท็กซี่เลย”
เซียวปิงได้ฟังคำนั้นก็รู้สึกอายขึ้นมานิดหน่อย หลายวันมานี้เกิดเื่ขึ้นเยอะมาก เซียวปิงจึงไม่มีเวลาที่จะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ เลย เมื่อได้ฟังพี่แท็กซี่พูด เซียวปิงก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าเสื้อผ้าพวกนี้เป็เสื้อผ้าั้แ่ตอนปฏิบัติภารกิจที่แอฟริกาแล้ว และมันก็เก่ามากไปจริงๆ เขาตอบรับคำพี่แท็กซี่อายๆ...ในเมื่ออยากจะมีแฟน ก็ต้องทำตัวเองให้ดูดีแล้วสินะ
ห้างว่านต๋าเป็สถานที่ที่หรูหราที่สุดในเขตจินซาแล้ว มีทั้งของกินของเที่ยวและของเล่นครบทุกอย่าง เซียวปิงมาเมืองจินซาก็หลายวันแล้ว แต่ก็มัวแต่ยุ่งๆ จนไม่มีเวลาไปเที่ยวดูที่ไหนเลย ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินเล่นอยู่ เย่จื่อชี้มือไปข้างหน้า กล่าว “ที่ชั้นสี่ของห้างว่านต๋าก็เป็โรงหนังแล้ว เดี๋ยวฉันไปซื้อเสื้อผ้าเป็เพื่อนพี่ก่อน แล้วเราค่อยไปกินข้าวกัน”
ขณะพูดประโยคเมื่อครู่ เย่จื่อใช้คำว่า ไปซื้อเสื้อผ้าเป็เพื่อนพี่ ไม่ใช่ไปซื้อเสื้อผ้าให้พี่ ซึ่งนั่นเป็การรักษาเกียรติศักดิ์ศรีในจิตใจผู้ชาย จากคำพูดเมื่อครู่ ก็สามารถดูออกแล้ว ว่าเธอเป็คนแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากขนาดไหน
ที่ห้องว่านต๋าชั้นสาม ในห้องเสื้อสุภาพบุรุษ สิ่งที่ทำให้เซียวปิงมองเย่จื่อเปลี่ยนไปมากกว่าเก่าก็คือ ร้านที่เธอเลือกแม้ไม่ใช่ร้านแบรนด์เนมราคาแพงอะไร แต่ก็ยังมีเสื้อผ้าที่ทันสมัยและสวยงาม
“พี่ปิง พี่ว่าเสื้อตัวนั้นเป็ยังไงบ้าง? ฉันรู้สึกว่าเหมาะกับพี่ดีนะ”
ที่เย่จื่อพูดถึงเป็เสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวหนึ่ง เธอดึงเซียวปิงเข้าไปในร้าน แล้วชี้ไปยังเสื้อตัวนั้น พลางกล่าวกับพนักงานขายที่ยืนอยู่ข้างๆ “ขอเสื้อแบบนี้แต่เป็ไซส์ของเขาให้เขาลองหน่อยค่ะ อ้อ...แล้วก็กางเกงตัวนั้น เอากางเกงตัวนั้นให้เขาลองด้วยเลยค่ะ”
พนักงานสาวหัวเราะกล่าว “คุณนี่ตาดีจริงๆ เลยนะคะ เสื้อเชิ้ตรูปแบบนี้กำลังเป็ที่นิยมมากในฤดูร้อน คนชอบกันเยอะมากเลยค่ะ แฟนคุณสวมแล้วต้องดูดีแน่ๆ...รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเอาไซส์ที่แฟนคุณใส่ได้มาให้”
เย่จื่อมองไปยังเซียวปิง ถาม “พี่ปิง ชอบไหม?”
เซียวปิงจ้องไปยังใบหน้าเล็ก แล้วยิ้มด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขากล่าวอย่างอ่อนโยน “อะไรที่เธอเลือก ฉันก็ชอบหมดแหละ”
เย่จื่อหัวใจเต้นแรงพลางหลบสายตานั้น เซียวปิงมองท่าทางเขินอายที่น้อยครั้งจะได้เห็นจากเธอ วินาทีนั้น ราวกับโลกทั้งโลกหยุดหมุน ร่างกายก้าวไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ ทั้งสองยืนชิดกันมาก มากเสียจนเขารับรู้ได้ถึงลมหายใจที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอ
เซียวปิงมองไปยังริมฝีปากแดงฉ่ำของคนตรงหน้า ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก เย่จื่อเบิกตากว้างมองเขา แล้วริมฝีปากของเซียวปิงก็ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนริมฝีปากของคนทั้งสองเกือบจะัักัน...
“คุณคะ เสื้อผ้าที่คุณ้าค่ะ”
พนักงานขายคนเดิมถือเสื้อผ้าเดินกลับมาอย่างผิดเวลา เขาพูดขัดจังหวะขึ้น ก่อนที่ริมฝีปากทั้งสองจะได้ัักันแค่วินาทีเดียว
คนทั้งสองสะดุ้งถอยออกจากกันแทบจะทันที เซียวปิงขานรับพนักงานคนนั้น ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา ให้ตายสิ ฉันเจออะไรต่อมิอะไรมาทั้งชีวิต คิดไม่ถึงเลย ว่าเมื่อกี้นี้จะตื่นเต้นได้มากขนาดนั้น...จำได้ว่าตอนแอบดูเ้าหญิงแห่งรัฐอีเกิลอาบน้ำยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้เลย
เซียวปิงยื่นมือออกไป กำลังจะรับเสื้อผ้านั้นมา แต่ยังไม่ทันที่จะได้แตะถึงมัน...
พรึ่บ
เย่จื่อยื่นมือออกมาดึงแขนเซียวปิงเอาไว้ ก่อนจะดึงให้ออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว พลางกล่าว “ตอนนี้ฉันรู้สึกว่ามันไม่เหมาะแล้ว เรารีบไปกันเถอะ”
ให้ตาย...เซียวปิงยังไม่ทันได้เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้านี้ด้วยซ้ำ ก็ถูกเย่จื่อดึงตัวออกมาจากร้านเสียก่อน พนักงานขายคนเดิมเองก็เช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเธอก็ยังไม่เข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเช่นกัน จนเมื่อพวกเขาเดินออกไปแล้ว เธอจึงจะดึงสติกลับมาได้ “คนบ้าอะไรเนี่ย ในสังคมสมัยนี้คนอย่างนี้ก็มีจริงๆ อายุก็ยังน้อย ไม่มีปัญญาซื้อก็บอกกันตรงๆ สิ มาเลือกตั้งนานแล้วก็ไม่ซื้อเอาดื้อๆ เลยมันน่าโมโหจริงๆ!”
หลังโดนเย่จื่อลากออกไปนอกร้าน เซียวปิงก็ยิ้มแห้งๆ อย่างอดไม่ได้ กล่าวว่า “แม่คุณทูนหัวของฉัน ทำไมอารมณ์เปลี่ยนง่ายจริง ดูสิ พนักงานขายเขาไม่พอใจแล้วนั่น”
“จะพอหรือไม่พอใจแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?” เย่จื่อมองจ้องไปยังเซียวปิง กล่าวพลางหัวเราะ “หรือพี่ไปชอบเขาแล้ว?”
“จะบ้าเหรอ” เซียวปิงทำหน้าไม่ถูก “ฉันยังไม่ทันได้ดูว่าหน้าตาเขาเป็ยังไงเลย แล้วจะไปชอบเขาได้ยังไง?”
“งั้นก็ไม่เห็นเป็ไร ยังไงร้านขายเสื้อผ้าในห้างนี้ก็ถมเถไป มา...เดี๋ยวฉันพาไปเลือกใหม่”
เย่จื่อเริ่มะโโลดเต้นเดินนำหน้าไปอย่างอารมณ์ดี เซียวปิงมองตามหลังพลางส่ายหัวเบาๆ ยิ่งอยู่ก็ยิ่งไม่เข้าใจเธอแล้วจริงๆ”
ทั้งสองเดินเลือกเสื้อผ้าประมาณห้าหกร้าน จนในที่สุดก็เลือกซื้อเสื้อผ้าที่ถูกใจได้สักที หลังจากเซียวปิงกลับมาจากการเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เย่จื่อที่ได้เห็นก็ตาเป็ประกายทันที ขนาดพนักงานขายที่อยู่ข้างๆ ก็ยังอึ้งไปด้วย
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งจริงๆ เซียวปิงเอง เดิมก็หน้าตาดี แถมยังหล่อล่ำอีก แต่เพราะเสื้อผ้าที่เคยสวม แต่ก่อนความดูดีของเขาจึงยังไม่ปรากฏมากนัก แต่พอมาตอนนี้ เมื่อได้เปลี่ยนเป็ชุดใหม่ที่ดูดี บวกกับมาดเข้มๆ ที่เป็เอกลักษณ์ในตัวเขา ทำให้ขณะนี้เขาดูดีเหลือเกิน เสน่ห์เหลือล้นที่เป็เอกลักษณ์แบบผู้ชายเข้มๆ ของเขาแผ่กระจายออกไปทุกทิศ
โครงหน้าได้รูปราวได้รับการตัดแต่งมาอย่างดี ที่ขอบของใบหน้าคมเฉียบเรียวสวย และเห็นเป็สันอย่างสวยงาม แววตาที่เปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ และความเย่อหยิ่งอย่างร้ายกาจราวเ้าของไม่เห็นผู้ใดในสายตา ใบหน้าที่ควรจะดูดุดันเคร่งขรึม กลับแฝงไปด้วยความกะล่อนซุกซน
พนักงานขายกล่าวชื่นชมจากใจจริง “คุณผู้ชายคะ คุณดูหล่อมากจริงๆ เลยค่ะ”
เย่จื่อเดิมยังคงนิ่งอึ้งอยู่ เมื่อพนักงานขายกล่าวจบ สติในเย่จื่อถึงเพิ่งถูกดึงกลับมาอีกครั้ง เธอยิ้มมุมปาก ก่อนจะกล่าว “โอเค เอาชุดนี้แหละ”
