ในชาติที่แล้วฮูหยินไป๋ใช้วิธีจัดการกับสะใภ้ที่ไม่ให้ความร่วมมือ โดยยกเื่งานบ้านทั้งหมดให้กับสะใภ้ที่แต่งเข้ามาใหม่
ดังนั้นในชาติที่แล้วต้วนของิไม่เพียงแต่จะต้องดูแลจวนยังต้องดูแลกิจการทั้งหมดของจวนไป๋ที่หนิงอานในตอนนั้นนางถูกคนดูแลกลั่นแกล้งต่างๆ นานา แต่โชคดีที่นางเป็คนเรียนรู้ได้เร็วใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งปีก็สามารถกลายเป็ผู้ดูแลใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
นับจากนั้นเื่ต่างๆในจวนไป๋ที่หนิงอานกับความขยันพากเพียรของนาง จึงรวมเป็สิ่งเดียวกันทุกคนต่างทราบดีว่ากิจการที่ใหญ่โตนั้น ถ้าไม่มีผู้นำที่เด็ดขาดก็จะไม่สามารถเติบโตได้อย่างดีวันดีคืน!
ต้วนชิงิในตอนนั้นได้ฝึกฝนเื่งานต่างๆมารอบด้าน ทั้งยังได้พูดคุยกับคนทำการค้ามากมายจึงเคยชินกับการวางมาดให้น่าเกรงขามก่อนที่จะพูดคุยเจรจา!
ภายในห้องที่เงียบสงบเด็กสาวจงใจหยิบชาขึ้นมาจิบทีละนิดอย่างไม่รีบร้อน เอ่ยปากพูดอย่างน่าเกรงขามว่า “ในปีนี้ทุกท่านต่างเหน็ดเหนื่อย ทำให้มีผลผลิตเต็มยุ้งฉาง ทั้งหมดมาจากความทุ่มเทของทุกท่านข้าในฐานะตัวแทนท่านพ่อ ขอขอบคุณทุกท่าน!”
ผู้ดูแลแต่ละคนต่างรีบเอ่ยปากไม่กล้ารับความดีความชอบที่ทำ
เดิมทีทุกคนคิดว่าคุณหนูใหญ่ก็แค่เด็กมาเดินชมเล่นก็เท่านั้นทว่าตอนนี้คำพูดของนางต่างเปลี่ยนความคิดของพวกเขาไปจนหมดสิ้น
ในชั่วพริบตาเดียวในใจของทุกคนมีความคิดขึ้นมาพร้อมกัน นั่นก็คือคุณหนูใหญ่คนนี้คงหลอกไม่ง่ายแล้ว!
ตอนนี้เวลาก็เริ่มดึกคนดูแลจ้วงจื่อให้คนมาเรียนต้วนชิงิว่า อาหารเย็นได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
เด็กสาวในฐานะประธานบอกทุกคนว่าหลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเริ่มทำงานโดยให้แม่นมหนิงเป็ผู้จัดแจง ใครที่ดูแลร้านแถวนี้ให้กลับไปพักผ่อนที่ร้านส่วนใครที่เดินทางมาไกลให้นอนพักที่นี่
หลังจากที่จัดการเื่ผู้ดูแลต่างๆเรียบร้อย นางก็ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เรียกเถี่ยเฟิงรับผิดชอบดูแลผู้หญิงว่าจะตรวจตราอย่างไรอีกทั้งย้ำกำชับกำชาเขาว่าจะต้องตรวจตราให้ดี ไม่ให้คนที่คิดชั่วได้โอกาส
หลังจากทานอาหารเย็นเด็กสาวได้ทักทายปราศรัยกับผู้ดูแลทุกคน โดยนัดให้พวกเขามาพบกันตอนเช้าพรุ่งนี้เพื่อรายงานผลประกอบการในปีนี้
ั้แ่ต้วนชิงิลงรถม้าจนถึงคำสั่งต่างๆ ทั้งก่อนและหลังทานข้าวผู้ดูแลทุกคนต่างทำทุกอย่างด้วยความระแวดระวังเพื่อจะดูว่าคุณหนูใหญ่ที่อายุไม่ถึงสิบปีผู้นี้จะมาไม้ไหน เมื่อเห็นว่านางสามารถจัดการวางแผนงานอีกทั้งสามารถตอบคำถามผู้ดูแลทุกคนได้อย่างเป็ระบบระเบียบ ทำให้ทุกคนเริ่มเคารพยำเกรงนางมากขึ้น!
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบถึงยามจื่อกว่าจะจัดแจงเื่ทั้งหมดทั้งมวล
ในคืนนี้ท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงจันทราสรรพเสียงรอบด้านเงียบลงเสียงสุนัขเห่าหอนมาจากที่ห่างไกลคล้ายล่องลอยมาจากแดนปรโลกยามดึกสงัดฟังดูน่าสะพรึงกลัว
ต้วนชิงิมีนิสัยติดที่นอนเมื่อเปลี่ยนสถานที่จึงยากจะข่มตาหลับลงได้ ขยับพลิกตัวไปมาซ้ายทีขวาที
“คุณหนูนอนไม่หลับหรือเ้าคะ?” เมื่อได้ยินเสียงกลับตัวไปมาของผู้เป็นายเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่รับหน้าที่เฝ้าก็ลุกขึ้นมาถามเสียงเบา
นางยิ้มบางตอบกลับ “ใช่แล้ว พอเปลี่ยนที่นอนแล้วก็หลับไม่ลง”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หัวเราะออกมา “บ่าวรู้ว่าคุณหนูเปลี่ยนที่นอนแล้วจะไม่หลับจึงได้เปลี่ยนมาเฝ้าคุณหนูแทนเสี่ยวเหอ!”
อันที่จริงคืนนี้เป็เวรที่เสี่ยวเหอรับผิดชอบอยู่เวรทว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทราบดีว่าต้วนชิงิจะนอนไม่หลับ จึงเลือกที่จะมาเฝ้าร่วมกับเสี่ยวเหอ!
เด็กสาวหัวเราะและหยอกเย้าบ่าวรับใช้ไป “เ้าอย่าคิดว่า ข้าไม่รู้ว่าเ้าก็เป็เหมือนข้า คืนนี้คงหลับไม่ลงเ้าจึงขอมาทำหน้าที่นี้ใช่หรือไม่เล่า?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังก็ทำหน้าไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จากนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา “คนที่รู้จักบ่าวดี ก็คือคุณหนูนี่เองเ้าค่ะ!”
ในเมื่อทั้งคู่นอนไม่หลับก็ถือว่ามีเพื่อนคุยเล่นพอดี ทว่านางไม่ให้เซี่ยฉ่างเอ๋อร์จุดไฟจะได้ไม่รบกวนคนอื่นดังนั้นในความมืดมิด นายที่นอนอยู่บนเตียงและบ่าวที่นอนที่พื้นด้านล่างต่างเริ่มต่อบทสนทนากันไปนานเท่าไรก็สุดรู้
หลังจากเลยยามจื่อมาสักพักต้วนชิงิก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา ครั้นหันมองไปยังบ่าวรับใช้คนสนิทก็เห็นหลับเป็ตายไปก่อนแล้ว!
ในตอนนั้นเองกลับได้ยินเสียงคนร้องะโจากข้างนอก “ไฟไหม้แล้วไฟไหม้หมดแล้ว!”
ตอนแรกมีเสียงคนร้องเพียงคนเดียวผ่านไปครู่หนึ่งกลายเป็มีคนร้องสองคน จากนั้นแสงไฟในจ้วงจื่อก็สว่างขึ้นมาคนจำนวนมากต่างใจึงรีบหยิบเสื้อผ้าคลุมตัววิ่งออกมา
ในตอนนี้ใกล้จะเข้าหน้าหนาวในจ้วงจื่อมีอาหารแห้งที่เก็บไว้จำนวนมาก อากาศแห้งและลมหนาวเหน็บถ้าเกิดเอาน้ำมาดับ จะต้องเกิดเื่ใหญ่เป็แน่!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินเสียงะโจนใตื่น รีบลุกขึ้นมานั่ง พูดเสียงดัง “ดับไฟตรงไหน?ตรงไหนกัน?”
ในความมืดมิดต้วนชิงิพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง “จุดไฟเสียก่อน!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงรีบจุดโคมไฟและเห็นคุณหนูลุกขึ้นมานั่งแล้ว นางจึงรีบหยิบเสื้อมาคลุมคุณหนู จากนั้นทั้งสองก็รีบเดินไปที่หน้าประตู
ด้านนอกแสงไฟลุกโชนทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ห้องคุณหนู เมื่อเห็นต้วนชิงิเดินออกมาทุกคนจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก!
นางเดินลงบันไดมาพร้อมกับมองคนที่อยู่เต็มเรือน ขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย
คนที่รับผิดชอบเฝ้าจ้วงจื่อในคืนนี้คือชายอายุราวสี่สิบที่ชื่อ ชวี๋ป๋อ ตอนนี้เมื่อเขาเห็นนายหญิงเดินลงมาจึงรีบคุกเข่าขอโทษ“คุณหนูใหญ่…”
ชวี๋ป๋อผู้นี้ทำงานที่จ้วงจื่อมากว่าสิบปีแล้วเื่ไฟไหม้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทว่าต้วนชิงิที่มาที่นี่ครั้งแรกไม่รู้ว่าจะใขนาดไหน!
ในใจของเขายังรู้สึกโชคดีเป็อย่างมากที่เื่นี้ไม่เกิดขึ้นตอนหลิวอี๋เหนียงผู้เข้มงวดมาและไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับการบกพร่องในหน้าที่ของตนเอง!เมื่อเขาพูดขอโทษและยอมรับผิดไปแล้ว จึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่ออีก!
“ลุกขึ้นเถอะ ดูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วค่อยว่ากัน!” นางเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง
เสียงนั้นทั้งเบาและนิ่งทว่าแฝงไปด้วยพลังที่ไม่อาจขัดขืนได้ผู้ดูแลชวี๋ป๋อเป็คนฉลาดเฉลียวเขาจึงรีบลุกยืนตัวตรง “ขอรับ!”
แม่นมหนิงรีบเดินออกไปประคองที่มือต้วนชิงิ ถามขึ้น “คุณหนูไม่เป็อะไรใช่ไหมเ้าคะ?”
การมาจ้วงจื่อครั้งแรกของคุณหนูก็ดันมีคนมากลั่นแกล้ง ถ้านางรู้ว่าใครเป็คนทำนางจะจัดการตัดแขนตัดขาคนนั้นทิ้งเสีย
“ข้าไม่เป็ไร!” นางส่ายหน้าไปพูดไปพลางตบไปที่มือของแม่นมหนิงเบาๆ
ระหว่างที่พูดเถี่ยเฟิงก็เดินเข้ามาเขาได้ยินคนโห่ร้องไฟไหม้จึงรีบนำองครักษ์ช่วยกันสืบหาจนทั่ว ถึงจะมารับคำสั่งจากต้วนชิงิในตอนนี้เขาใช้ร่างบังสายตาที่จับจ้องต้วนชิงิ พร้อมพูดเสียงดังว่า
“คุณหนูใหญ่ ระหว่างที่องครักษ์ออกหาไม่พบใครที่ผิดสังเกตแต่ว่าหลังจากที่ได้ยินว่าไฟไหม้ คนของเราก็ได้พบสิ่งนี้อยู่รอบๆ ห้องคุณหนูขอรับ!”
เถี่ยเฟิงยื่นมือแบออกมา ในนั้นมีฮว่าเจ๋อจืออยู่หนึ่งกระบอก
ต้วนชิงิเห็นฮว่าเจ๋อจื่อสายตาก็ลุกวาวขึ้นมา จึงพูดเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “คนของเราไม่มีใครได้รับาเ็ใช่หรือไม่?”
เถี่ยเฟิงพยักหน้า “พวกเราหาร่องรอยของอีกฝ่ายไม่พบขอรับ!”
ต้วนชิงิขมวดคิ้วขึ้นและหันหลังปรายตามองแม่นมหนิงนางเข้าใจสิ่งที่ผู้เป็นาย้าสื่อจึงหันไปพูดกับผู้ดูแลชวี๋ป๋อที่ยื่นอยู่ห่างออกไป “ คุณหนูใหญ่บอกว่ากลางดึกกลางดื่นไม่รู้ว่าใครมาล้อเล่นและรบกวนการพักผ่อนของทุกคนตอนนี้องครักษ์ได้สืบเรียบร้อย เื่นี้ไม่มีอะไรตอนนี้ให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนได้!”
ได้ยินดังนั้นผู้ดูแลและทุกคนต่างโล่งอกกลับไปห้องพักของตนเอง!
เมื่อทุกคนไปหมดแล้วเหลือเพียงต้วนชิงิและคณะ อีกทั้งชวี๋ป๋อที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมทำอะไรไม่ถูก!
เด็กสาวจึงหันไปยิ้มให้เขา “ชวี๋ป๋อ เื่ทั้งหมดสืบหาความจริงเรียบร้อยแล้วเป็เื่เข้าใจผิด เ้ากับผู้ดูแลทุกท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ!”
ผู้ดูแลหลายคนที่พักอยู่ที่จ้วงจื่อก็ถึงกับใขึ้นมา แต่เมื่อต้วนชิงิให้กลับไปพักผ่อนทุกคนก็เริ่มรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนขึ้นมา!
ชวี๋ป๋อเป็คนสุดท้ายที่เดินออกไป เขามองต้วนชิงิ สลับกับมองหน้าที่เคร่งขรึมของเถี่ยเฟิงจากนั้นทำความเคารพต้วนชิงิ และก้าวเดินไปก้าวหนึ่งก็หันหลังกลับมามองทีหนึ่งอยู่อย่างนี้!
