ลวี่เหลียงปล่อยจิตออกไปทันที พบว่ามีลมปราณสองสายกำลังเหาะมาทางนี้ ดูจากความเร็ว คาดว่าเวลาอีกหนึ่งก้านธูปก็จะมาถึง
“ขั้นหลอมปราณ่สมบูรณ์สองคน รับมือไม่ง่ายนัก!” จิตของลวี่เหลียงบรรลุถึงขั้นยาทองคำ่ต้น จึงตรวจสอบตบะของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนในพริบตา โดยผู้ฝึกเซียนสองคนนั้น ไม่รู้สึกถึงจิตของลวี่เหลียงอย่างสิ้นเชิง
สู้หรือว่าถอยล่ะ? ขบคิดครู่หนึ่ง ลวี่เหลียงเลือกที่จะถอย เหตุผลคือไม่อยากเปิดเผยความสามารถ และอีกสาเหตุหนึ่งคือ ลวี่เหลียงกังวลเื่ที่ปิดบังตบะของตนมาโดยตลอด หากต้องลงมือกับคนอื่นจริง มักจะรู้สึกว่าชนะด้วยวิธีสกปรก ดังนั้นเขายอมท้าสู้กับสัตว์อสูรขั้นอสูรน้อย่สมบูรณ์ ไม่คิดปะทะกับผู้ฝึกเซียนด้วยกัน
ในเมื่อคิดดีแล้วลวี่เหลียงไม่ลังเล โคจรเคล็ดคุนเผิง เหาะไปอีกทางอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เขาเหาะเหินจากไป ผู้ฝึกเซียนทั้งสองต่างเร่งความเร็วพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ไล่กวดลวี่เหลียงตามไปติดๆ
“เอ๋? ยังตามมาอีก?”ลวี่เหลียงกังวลมาก ทั้งๆ ที่เลือกถอยหนีแล้ว เหตุใดยังมาพัวพันกับข้าอีก! แม้ว่าจะโคจรเคล็ดคุนเผิงแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าสองคนข้างหลังก็มีวิธีเพิ่มความเร็วเช่นกัน ลวี่เหลียงเร็วขึ้นเล็กน้อย ในเวลาสั้นๆ ไม่อาจทิ้งห่างมากนัก เขาเลือกที่จะใช้ปีกมารสายฟ้าได้ ทว่าก็ต้องใช้ปราณมารเช่นกัน หากคนคิดร้ายมาพบเข้าจะเกิดปัญหาอีก
ดังนั้น ลวี่เหลียงจึงได้แต่หนีต่อไป แต่เพิ่งเหาะได้สักพัก จู่ๆ ก็รู้สึกว่าด้านหน้าไม่ไกลนักมีการปะทะกันของลมปราณอย่างดุเดือด คงมีผู้ฝึกเซียนกำลังต่อสู้กัน
ลวี่เหลียงเดิมทีคิดจะอ้อมผ่านไป แต่เมื่อจิตของเขากวาดมองไปทางนั้นโดยไม่ตั้งใจ ก็พบใบหน้าที่คุ้นเคย หลี่อวิ๋นเอ๋อร์นั่นเอง! ตอนนี้ นางกำลังถูกชายชุดเทาขั้นหลอมปราณ่สมบูรณ์กับชายชุดฟ้าขั้นหลอมปราณ่ปลายร่วมมือกันล้อมโจมตี ดูแล้วนางกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่
ความลำบากใจนี้ ลวี่เหลียงเอ๋ย! ไม่ช่วยเหลือก็รู้สึกไม่สบายใจเอาซะเลย ถึงอย่างไรก็ร่วมทางมาถึงแคว้นเทียนสุ่ยด้วยกัน ช่วยเถอะ ถึงแม้จะช่วยหลี่อวิ๋นเอ๋อร์ฝ่าวงล้อมได้ แต่คาดว่าสองคนข้างหลังคงไล่ตามมาทัน
ช่างเถอะ! ทหารมาใช้ขุนพลต้านทาน น้ำมาก็ใช้ดินต้านรับ! ช่วยก็แล้วกัน! จิตใจดีงามของลวี่เหลียงพลันลุกโชนขึ้นมา แน่นอนว่า ต้องรีบจบการต่อสู้เป็ดีที่สุด
เห็นได้ชัดว่าทั้งสามคนที่กำลังต่อสู้อยู่ข้างหน้ารู้สึกถึงการมาของลวี่เหลียง ต่างคนต่างเสียสมาธิ กลัวว่าจะเป็ผู้ช่วยหรือคนรู้จักของอีกฝ่าย
“ผู้มาเยือน เ้าเป็ใคร!” ในที่สุดหนุ่มชุดเทาหนึ่งก็กลั้นโทสะไว้ไม่อยู่ เพราะเจตนาของลวี่เหลียงชัดเจนมาก พุ่งตรงดิ่งเข้ามากลางวงต่อสู้ของพวกเขาแบบนี้
ขณะที่พูด ลวี่เหลียงก็พุ่งเข้ามาใกล้ ตามด้วยเงากระบี่ั์ประกายเจิดจ้าสายหนึ่งฟาดฟันลงมาใส่หนุ่มชุดเทาคนนั้นโดยตรง
ในขณะที่ชายผู้นี้ต้านทานเงากระบี่ที่กำลังจะสับลงมาอย่างเต็มที่ กระบี่เฟยหลิงพลันปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขาราวกับิญญาก็มิปาน กว่าเขาจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ ก็ทะลุผ่านร่างกายไปแล้ว รับมือผู้ฝึกเซียนระดับต่ำแบบนี้ ลวี่เหลียงไม่จำเป็ต้องใช้วิชากระบี่เซวียนหยวนเลย
ชายชุดเทาเบิกตากว้างด้วยท่าทางเหลือเชื่อ จากนั้นก็ล้มทั้งยืน ลวี่เหลียงคว้าแผ่นป้ายที่มีหมายเลขเอาไว้ในมือ
ทุกอย่างจบลงในพริบตา ส่วนอีกสองคนที่กำลังต่อสู้อยู่ด้านโน้นต่างก็ไม่รู้ตัว ยังคงตั้งหน้าตั้งตาต่อสู้ กระทั่งชายชุดเทาล้มลง ชายชุดฟ้าถึงตื่นใในทันที
จิตใจของลวี่เหลียงในตอนนี้ไม่อาจสงบลง เป็ครั้งแรก! เป็ครั้งแรกที่ฆ่าผู้ฝึกเซียนด้วยตัวเอง! ความรู้สึกแตกต่างจากสัตว์อสูรหมีที่เขาฆ่าตายก่อนหน้านี้! เมื่อครู่ยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้กลายเป็ศพเย็นเยียบไปแล้ว “นี่คือกฎแห่งธรรมชาติ ผู้เข้มแข็งที่สุดจึงจะอยู่รอดในโลกฝึกเซียนที่เหล่าผู้าุโคอยเตือนข้าอยู่เสมองั้นหรือ? เมื่อก่อน ท่านพ่อห้ามไม่ให้ข้าเดินบนเส้นทางฝึกเซียน เพราะกลัวว่าข้าจะมีวันนี้ใช่ไหม? ข้าเืเย็น ไร้เมตตาหรือ? ข้าทำเช่นนี้ ถูกหรือผิดกันแน่?”
แต่แล้วชะตากรรมน่าเวทนาของตระกูลเสวียนหลี หนีแค้นบัญชีเืของมารดาก็ส่องสะท้อนในสมองของลวี่เหลียง “หึๆ ที่แท้เป็เช่นนี้! ฟ้าดินไร้เมตตา เห็นสรรพชีวิตเหมือนสุนัขบูชายัญ! ั้แ่ข้าเดินบนเส้นทางสายนี้ ก็ไม่มีทางให้ถอยแล้ว ใครขวางข้า หยุดข้า ข้าจะฆ่ามัน กำจัดมันให้สิ้น! ไม่ละอายใจใดๆ ขอเพียงหัวใจข้าชัดเจน เป็มารปีศาจแล้วอย่างไรเล่า?”
นี่คือความเปลี่ยนแปลงในหัวใจของลวี่เหลียง นับจากนี้ไป เขาไม่ใช่เด็กน้อยโง่เขลาที่เพิ่งเหยียบย่างเข้าสู่เส้นทางฝึกเซียนอีกแล้ว บางที ต่อหน้าคนทั่วไป เขายังคงคลี่ยิ้มซื่อๆ แต่ในใจกลับชัดเจนแจ่มแจ้งดุจสายน้ำ
“เ้าเลือกเอา จะมอบแผ่นป้ายมา หรือมีจุดจบเหมือนเพื่อนของเ้า? เ้าคงรับรู้แล้วว่าข้างหลังข้ายังมีอีกสองคนที่กำลังไล่ตามมา ดังนั้นข้าไม่มีเวลารอเ้าครุ่นคิด เ้าต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นข้าจะไม่ปราณี!” แววตาลวี่เหลียงคมกริบ กระบี่เฟยหลิงในมือบังเกิดเสียงเบาๆ ราวกับพร้อมฟาดฟันได้ทุกเมื่อ
สีหน้าของชายชุดฟ้าที่อยู่ตรงข้ามไม่น่าดูนัก เขาคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ขั้นหลอมปราณ่สมบูรณ์เหมือนกัน ทำไมถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้? ความสามารถของเพื่อนเขาคนนี้สูงกว่าเขาอยู่ขั้นหนึ่ง ไม่นึกว่าจะต้องตายิญญาดับสูญในพริบตา นี่ทำให้เขาไม่มีกะจิตกะใจต่อต้านใดๆ
แผ่นป้ายชิ้นหนึ่งลอยกลางอากาศ ชายชุดฟ้าพลันหายไปจากที่เดิม คงถูกส่งตัวออกไปแล้ว ลวี่เหลียงคว้าแผ่นป้ายไว้ในมือ รวมกับแผ่นป้ายของชายชุดเทาก่อนหน้านี้ ยื่นให้หลี่อวิ๋นเอ๋อร์ “รับไว้เถอะ เดิมทีมันเป็การต่อสู้ของเ้า อีกสองคนทางโน้นใกล้จะมาถึงแล้ว เ้ารีบหนีไป ข้าคงไม่อาจดูแลเ้าได้อีก”
วินาทีที่ลวี่เหลียงพุ่งเข้ามา หลี่อวิ๋นเอ๋อร์จำเขาได้ในทันที เห็นเขายื่นมือเข้าช่วยเหลือ นางดีใจเป็อย่างยิ่ง แต่ก็ต้องใกับการลงมือฆ่าคนของลวี่เหลียง! ช่างแตกต่างจากหนุ่มน้อยชาวนารอยยิ้มใสซื่อในความทรงจำของนางราวฟ้ากับเหว!
“เอ๋? เอ่อ! ขอบคุณคุณชาย!” หลี่อวิ๋นเอ๋อร์ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว กำแผ่นป้ายสองชิ้น เหินทะยานไกลออกไป
“เฮ้อ ไม่รู้ว่าหลีจื่อเต้าอยู่ที่ใด หวังว่าพวกเขาทั้งสองจะเจอกันโดยเร็ว” ลวี่เหลียงมองดูเงาหลังของหลี่อวิ๋นเอ๋อร์ที่เหาะไปไกล จากนั้นก็หันมาสนใจเงาร่างทั้งสองที่ปรากฏตัวขึ้น ไม่นึกว่าจะมีคนคุ้นหน้าอยู่ด้วย!
ความจริงลวี่เหลียงเคยให้ความสนใจเขาอยู่ คนผู้นี้สวมชุดดำ ใส่งอบ ใบหน้าไร้รอยยิ้ม เป็หนึ่งในสี่คนที่ไม่ถูกวิชาลวงตาของเซียนเสวียนหนี่ว์เล่นงาน ข้างกายเขามีชายผอมสูงหน้าตาเ้าเล่ห์ยืนอยู่ ซึ่งตอนนี้กำลังกล่าวอะไรบางอย่างกับชายชุดดำด้วยท่าทีประจบสอพลอ
ครู่หนึ่ง ทั้งสองคนต่างยืนอยู่เบื้องหน้าลวี่เหลียง ชายหน้าตาเ้าเล่ห์ดวงตาเป็ประกาย หัวเราะลั่น กล่าวว่า “ฮ่าๆๆ ที่แท้เป็เ้าเด็กผลาญเงินที่อาศัยยันต์อักขระหากินคนนั้น! พี่ใหญ่ ท่านไม่ต้องลงมือ ข้าจัดการเอง!”
ลวี่เหลียงในตอนนี้คืนสภาพเดิมเป็คนท่าทางโง่งมไม่มีพิษสง พอได้ยินก็ ‘ตื่นใ’ กล่าวด้วยน้ำเสียงขอร้องวิงวอน “พี่ชายทั้งสอง! คุณชาย! ท่านเซียน! สงสารข้าน้อยเถอะ ข้ายอมมอบแผ่นป้ายและยันต์อักขระให้ทั้งหมด ขอเพียงไว้ชีวิตข้าก็พอ!”
“นับว่าเ้ายังอ่านสถานการณ์ออก! รีบเอาสมบัติของวิเศษออกมาแต่โดยดี!” ได้ยินลวี่เหลียงกล่าวเช่นนี้ ชายดังกล่าวก็แสยะยิ้มเ้าเล่ห์ในทันที
ตามความคิดของลวี่เหลียง ฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาผ่อนคลายไม่ระวังตัว แสร้งทำเป็ล้วงสิ่งของออกมา ชิงลงมือก่อนด้วยความเร็วปานสายฟ้า เป้าหมายหลักคือชายหนุ่มชุดดำคนนั้น
ไม่รู้ทำไม ชายหนุ่มชุดดำคนนี้ทำให้ลวี่เหลียงรู้สึกอึดอัดมาก เห็นเขาแล้ว ลวี่เหลียงรู้สึกกดดันโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งในตอนนั้นยังต้านวิชาลวงตาของเซียนอรหันต์ทองคำได้ ต้องมีความสามารถพิเศษแน่นอน ในใจลวี่เหลียงค่อนข้างหวาดกลัวเขาอยู่บ้าง
การคำนวณของลวี่เหลียงนั้นดีทีเดียว แต่น่าเสียดายคนคำนวณฤาจะสู้ฟ้าลิขิต ขณะที่เขากำลังล้วงสิ่งของออกมา ชายหนุ่มชุดดำที่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จามาตลอดก็ลงมือในทันที! อีกทั้งยังมุ่งหมายสังหารเอาชีวิต ไม่มีการเจรจาต่อรองใดๆ
เห็นเพียงชายหนุ่มชุดดำอ้าปาก ยิงแสงสีแดงสายหนึ่งออกมา พุ่งตรงไปยังศีรษะของลวี่เหลียง
ขณะที่ลวี่เหลียงแสร้งทำท่าทีต่างๆ ทว่าจิตใจนั้นกลับระแวดระวังเสมอ พอเห็นชายหนุ่มชุดดำอ้าปาก เขาก็รู้สึกถึงความกังวลที่มาจากส่วนลึกของจิติญญา โดยเฉพาะเมื่อเห็นแสงสีแดงนั้น เขามีลางสังหรณ์ว่า ถ้าััโดนมันเข้า สุดท้ายิญญาต้องแตกสลายเป็แน่
มารดามันเถอะ! คนบ้าชัดๆ! นี่เป็ปฏิกิริยาแรกของลวี่เหลียง ยามนี้ ใช้แค่เคล็ดคุนเผิงไม่เพียงพอที่จะหลบแสงสีแดงพ้น ลวี่เหลียงกัดฟันแน่น ช่างมัน! ในเมื่อบีบคั้นข้าเช่นนี้ พวกเ้าสองคนอย่าหวังรอดไปจากที่นี่ ความลับของข้าจะรั่วไหลออกไปไม่ได้!
ลวี่เหลียงหายตัวไปจากที่เดิมอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย! เมื่อแสงสีแดงสูญเสียเป้าหมาย มันหมุนวนหนึ่งรอบ แล้วบินกลับเข้าปากของชายหนุ่มชุดดำดังเดิม
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา กระทั่งรอยยิ้มของชายหน้าตาเ้าเล่ห์ยังไม่ทันจางไปด้วยซ้ำ! ชายหนุ่มชุดดำตะลึงงัน เห็นชัดว่า เขามั่นใจกับการลอบโจมตีอย่างฉับพลันนี้ ไม่มีความคิดที่ว่าจะมีโอกาสพลาดพลั้งเลย
ไม่ไกลนัก ลวี่เหลียงปรากฏตัวขึ้น เขาในตอนนี้แผ่ปราณสีดำเป็ริ้วๆ ทั่วทั้งร่าง ‘พรึ่บๆ’ ด้านหลังพลันสยายปีกเปล่งแสงสีดำประหลาดคู่หนึ่ง
“เสี่ยวเฮย กางเขตแดน!” ใบหน้าโง่งมพลันหายไป แทนที่ด้วยไอสังหารรุนแรง ลวี่เหลียงบังเกิดโทสะแล้วจริงๆ!
ชั่วพริบตา หมอกดำขุมหนึ่งพลันปรากฏกลางอากาศภายในรัศมีห้าสิบฟุต ปกคลุมลวี่เหลียงและชายทั้งสองไว้ เขตแดนอสูรเงาเริ่มกางออกแล้ว
“ะเิเต็มที่เถอะ ภายในรัศมีไม่กี่ฟุตนี้ไม่มีใครอื่น ขอเพียงข้า้า ไม่มีจิตใดที่จะตรวจสอบสถานการณ์ของที่นี่ได้ แม้แต่เซียนอรหันต์ทองคำก็ตาม!” น้ำเสียงอวดดีของเสี่ยวเฮยแว่วเข้าห้วงสมองของลวี่เหลียง
“เขตแดนอสูรเงา! เ้า เ้าคือคนตระกูลเสวียนหลี …” น้ำเสียงที่ตกตะลึงระคนประหลาดใจของชายหนุ่มชุดดำดังขึ้นไม่ไกลกันนัก
ลวี่เหลียงหนาวสะท้าน กลัวสิ่งใดก็ต้องเจอสิ่งนั้น! ไม่คิดว่าจะรู้ละเอียดถึงเพียงนี้! คนๆ นี้ปล่อยไว้ไม่ได้! เพียงครู่เดียว ลมปราณขั้นสร้างฐาน่แรกขุมหนึ่งะเิออกมา จากนั้นลวี่เหลียงก็หายตัวไปจากที่เดิม
ในเวลาเดียวกัน แสงกระบี่ซ้ายขวาสองสายก็ฟาดฟันใส่ชายทั้งสองดุจสายฟ้า ชายหน้าตาเ้าเล่ห์คนนั้นถูกตัดหัวทันที ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะต้านทาน แสงกระบี่อีกสายพลิ้วผ่านไป กระทั่งจิติญญายังแตกสลาย ทว่าแสงกระบี่ที่ฟาดฟันใส่หนุ่มชุดดำนั้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด
พริบตาที่แสงกระบี่จะมาถึงตัว ร่างของชายหนุ่มชุดดำปรากฏแสงสีทองเจิดจ้า ขณะเดียวกัน เสียงสวดมนต์ทุ้มต่ำก็ดังขึ้น เมื่อแสงกระบี่ััโดนแสงสีทอง บังเกิดเป็เสียงเสียดสีแสบแก้วหู จากนั้นก็สลายหายไป
“ของวิเศษคุ้มกายคุณภาพขั้นเซียน! แสงสีทองนี้ แล้วก็บทสวด…เป็มุกเทพปรมัตถ์!” ลวี่เหลียงจำได้ในทันที นี่เป็หนึ่งในของวิเศษประเภทป้องกันชั้นยอดที่เขาเห็นบนผนังวิหารสมบัติพิสดารในตอนนั้น “ฮึ ก็แค่ขั้นหลอมปราณ่สมบูรณ์ อีกทั้งยังอยู่ในเขตแดนอสูรเงาของข้า ดูซิว่าเ้าจะใช้ได้อีกกี่หน!”
ลวี่เหลียงรู้ดีว่าของวิเศษขั้นเซียนที่แข็งแกร่งต้องใช้ปราณมากมายจนน่าใ เขาไม่เชื่อว่าหนุ่มชุดดำจะต้านได้สักกี่น้ำ วินาทีต่อมา บุปผากระบี่ที่แผ่ปราณมารรุนแรงสิบดอกล่องลอยอยู่กลางอากาศ นี่เป็ครั้งแรกที่ลวี่เหลียงใช้ปราณมารแท้กระตุ้นเจตจำนงกระบี่สราญรมย์
ลวี่เหลียงอยากลองทำมาโดยตลอดแต่ไม่มีโอกาส เพราะปกติไม่เกิดสถานการณ์แบบนั้น วันนี้ วินาทีที่ได้ะเิพลังในเขตแดนอสูรเงา ความคิดนี้ก็พรั่งพรูออกมาโดยไม่อาจยับยั้งได้ เขาลองโคจรพลังภายในเซวียนหยวนและต้องดีใจที่พบว่า การใช้วิชากระบี่เซวียนหยวนและใจกระบี่ในเขตแดนอสูรเงา ปราณดั้งเดิมและปราณมารในร่างจะผสานรวมกันอย่างรวดเร็ว อานุภาพกระบวนท่ากระบี่ที่เกิดขึ้นร้ายกาจยิ่งกว่าแต่ก่อน!
หนุ่มชุดดำเห็นบุปผากระบี่งดงามสิบดอกนั้นก็กัดฟันทำในสิ่งที่ลวี่เหลียงไม่คาดคิด เขาคุกเข่าลง! เดิมที การกระทำนี้ ไม่อาจทำให้จิตสังหารของลวี่เหลียงหวั่นไหว ร้องขอชีวิตหรือ? สายไปแล้ว! แต่ประโยคถัดไปที่หนุ่มชุดดำเอ่ย กลับทำให้เขาต้องหยุดมือ
“ผู้าุโ! ข้าจ้าวเทียนติ้งมีความแค้นใหญ่หลวง ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับพรรคเทพโลหิต! ข้าจะตายที่นี่ไม่ได้! ข้ายังต้องแก้แค้น! ข้ายินดีสาบานด้วยชีวิต จะไม่เปิดเผยเื่ของผู้าุโแม้แต่น้อย! ข้ายินดีสาบานด้วยจิติญญา พันปีนี้ขอเป็ผู้ติดตามของผู้าุโ คอยอยู่ข้างกายท่าน!” ดวงตาหนุ่มชุดดำเป็ประกายฉายแววเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
หลังจากหนุ่มชุดดำกล่าวคำสัตย์สาบานด้วยชีวิต ลวี่เหลียงถอนใจเฮือกหนึ่งพร้อมสีหน้าที่สับสน เขตแดนอสูรเงาพลันสลายหายไป วินาทีต่อมา เขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหนุ่มชุดดำแล้ว
