เมื่อผลลัพธ์เช่นนี้ออกมา นิติเวชชราที่เดิมทีเผยสีหน้าปิติพริบตาได้กลายเป็แดงก่ำ ริมฝีปากของเขากระตุกราวกับพูดบางอย่าง
“ขอโทษจริงๆ เมื่อครู่ผมได้บอกแล้ว ว่าลักษณะการทำงานของเราพิเศษมาก ประสบการณ์มากมายของคุณเป็ข้อดี ถ้าเมื่อครู่ตอนคุณเผชิญกับศพนี้ และยังคงสามารถรักษาความเร็วปกติในการตรวจสอบอย่างตั้งใจ ผลการรับก็จะเป็คุณ น่าเสียดาย เพราะประสบการณ์ของคุณ ทำให้คุณเลือกที่จะส่งรายงานให้เร็วที่สุด ที่จริงคุณยังไม่ได้ตรวจสอบศพนี้อย่างละเอียดใช่ไหม?”
นิติเวชชราตกตะลึง ไม่อาจไม่ยอมรับ ว่าการพูดของจ้าวอี้ถูกต้อง
เขาเป็นิติเวชมาทั้งชีวิต ย่อมมีความอวดดีของเขา ผลคือเมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กสาวคนนี้ ความเร็วจึงล่าช้า จึงย่อมคิดจะพลิกสถานการณ์ เมื่อเห็นศพสุดท้ายดูคุ้นตา จึงเพิ่มความเร็วอย่างไม่รู้ตัว
เขาอาปากคิดจะโต้เถียงสักหน่อย จ้าวอี้จึงพูดต่อ “แน่นอน ผมเชื่อ ถ้าเป็คดีจริง ไม่ใช่การทดสอบ คุณต้องค่อนข้างจริงจัง ขอโทษอย่างมาก”
จ้าวอี้เคารพนิติเวชชราเช่นนี้อย่างมาก แม้ถูกปฏิเสธ แต่กลับไม่แข็งกร้าว สีหน้าของนิติเวชชราก็ดูดีขึ้นไม่น้อย เขาพยักหน้ายิ้มขื่น “ดูแล้วภายหลังคงเป็โลกของพวกคุณหนุ่มสาวแล้ว งั้นผมขอลาก่อน”
ผลลัพธ์ได้ออกมาแล้ว เขาเตรียมจะจากไป
“คุณรอก่อน เมื่อครู่คุณพบศพเช่นนี้ สามารถอธิบายหน่อยได้ไหม?”
จ้าวอี้เรียกเขา
“ได้ ตอนแรกที่พบศพแบบนี้ น่าจะห้าปีก่อน ผลการชันสูตรตอนแรกกับศพนี้ใกล้เคียงกัน คดีนั้นสั่นประสาทภายในมาก ผลสรุปสุดท้ายกลับจบอย่างค้างคา หาสิ่งของที่ใช้ทำลูกเล่นนี้ไม่เจอ และยังไงเื่เกิดขึ้นที่นั่น เหตุการณ์แปลกประหลาดอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ สองปีก่อนก็พบเหตุการณ์เช่นเดียวกัน ยิ่งกว่านั้น ในการตรวจสอบทั่วไปใน่นี้ พบทั้งหมดเจ็ดศพ ผมก็เข้าร่วมการชันสูตรเช่นกัน จากมุมมองของผม เกรงว่าผลคงเหมือนคดีเมื่อก่อน”
นิติเวชชราส่ายหน้า เขาไม่มองว่าการไขคดีเช่นนี้จะไปในทางที่ดี
“ขอบคุณ!”
จ้าวอี้ไตร่ตรองเล็กน้อย และจับมือแสดงความขอบคุณกับนิติเวชชราอีกครั้ง
กลับถึงสำนักงาน เรียกทุกคนรวมที่ห้องประชุม ให้เพื่อนร่วมงานคนใหม่แนะนำตัวกับทุกคน
“หลี่เจียตี๋ ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน การทำงานหลังจากนี้ฝากเนื้อฝากตัวกับทุกท่านด้วย”
หลี่เจียตี๋แนะนำตนเองเล็กน้อย เช่นเดียวกัน คนอื่นก็พูดสถานะและชื่อของตนเอง บรรยากาศกลมเกลียว
“งานเลี้ยงคืนนี้ ยินดีต้อนรับเพื่อนร่วมงานใหม่...”
จ้าวอี้พูดพลางยิ้มน้อยๆ เหมือนเขากลับไปตอนที่ตนเองเพิ่งมาที่นี่ หลี่เจียตี๋เก่งกว่าเขามาก อย่างน้อยคนที่นี่ต่างก็แสดงท่าทางเป็มิตร
เื่ต่อจากนี้จ้าวอี้ไม่จำเป็ต้องกังวลมาก การจัดการขั้นตอนการเข้าทำงานของหลี่เจียตี๋ ที่พักและอื่นๆ ปัญหาเหล่านี้ คนอื่นเป็คนจัดการ
สองวันต่อมาก็มา HK อีกครั้ง ความรู้สึกของจ้าวอี้แตกต่างอย่างมาก
เหล่าโจวได้มาถึงล่วงหน้าแล้ว ไม่ได้ร่วมทางกับจ้าวอี้
จ้าวอี้เรียกแท๊กซี่ไปที่เปิดศาล เวลายังเพียงพอ
ความกระตือรือร้นของนักข่าว HK จ้าวอี้ทราบนานแล้ว เวลาไม่กี่เดือนไม่ทำให้เื่นี้คลื่นลมสงบ ในทางกลับกัน ที่ประตูศาล ได้มีสื่อเล็กใหญ่รวมตัวกันกว่าสิบแห่ง
จ้าวอี้เข้ามาจากประตูข้าง เพื่อไม่ให้พวกเขาแตกตื่น
คนเหล่านี้น่าจะลืมเขาไปแล้ว
ในห้องรอของพยาน คนที่นั่งอยู่ไม่น้อย ในนั้นยังมีคนรู้จักจำนวนไม่น้อย มีป้าเฉียน คนรับใช้ของคฤหาสน์หลี่ต้าเฮิง...
ในมือของจ้าวอี้ถือป้ายเล็กๆ บนป้ายเขียนหมายเลขของเขาคือหมายเลข 8 หมายเลขนี้เป็ลำดับการขึ้นศาล เมื่อถึงเวลาจะมีคนแจ้งเขา
ภายหลังจ้าวอี้ไม่ได้สนใจคดีนี้มากเกินไป ไม่รู้ว่าถึงตอนนี้คดีนี้ได้คืบหน้าไปถึงไหน
การรอทำให้คนทรมานที่สุด ดีที่ความอดทนของจ้าวอี้ไม่เคยขาด
พยานออกไปตามลำดับ ในที่สุดก็ถึงตาจ้าวอี้
“เชิญพยานหมายเลข 8 ขึ้นศาล”
จ้าวอี้สาวเท้ายาวไปที่คอกพยาน สายตาของเขากวาดมองสภาพแวดล้อมที่นี่อย่างรวดเร็ว คนที่ยืนอยู่บนคอกจำเลยทำให้เขาค่อนข้างประหลาดใจ และคืนความสงบในทันที
บนคอกจำเลยคือหลี่เทียนิ หลานของหลี่ต้าเฮิง
“พยานหมายเลข 8 เป็เ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงจากประเทศจีน การประเมินการทำงานดีเยี่ยม ทนายของสองฝ่ายมีคำถามอะไรสามารถสอบถามได้”
เสมียนแนะนำสถานะของจ้าวอี้เล็กน้อย ทนายของจำเลยส่ายหน้า “ไม่มีคำถาม”
ฝ่ายอัยการเดินไปที่ด้านข้างของจ้าวอี้และถาม “กรุณารำลึกความทรงจำสักหน่อย หลังจากคุณเข้ามาในคฤหาสน์ของหลี่ต้าเฮิง ได้แยกกับเพื่อนร่วมงานของคุณ โจวเหวินิเป็เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงหรือไม่?”
“ใช่แล้ว จุดนี้บนคำให้การตอนแรกของผมได้บันทึกไว้”
จ้าวอี้พยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ถ้างั้นก่อนที่โจวเหวินิจะเข้ามาใน HK ได้รับเงินก้อนใหญ่โดยไม่ทราบที่มาหรือไม่?” อัยการถามต่อ
“เป็เช่นนี้ แต่ว่า เงินก้อนนี้ใครให้เขา ก่อนที่ผมจะจาก HK ยังไม่ได้รับการยืนยัน ดังนั้นจึงไม่อาจพิสูจน์อะไรได้”
จ้าวอี้ได้ยินคำถามของอัยการ จึงรู้สึกไม่ค่อยดี จึงจำเป็ต้องพูดอย่างอื่น ตามการถามของเขาเช่นนี้ นั่นไม่ใช่โคลนหกใส่เป้ากางเกง ไม่ใช่ปัสสาวะก็เป็ปัสสาวะ เหรอ โดยพื้นฐานแล้วไม่ชัดเจน
“พยานตอบคำถามของผมก็พอ ไม่ต้องพูดเื่ที่ไม่เกี่ยวกับคำถามของผม” อัยการพูดด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
“ทำไมจะไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ล่ะ? ก่อนเขาขึ้นเครื่องบินยังไม่รู้ข้อมูลนี้เลย ถ้ามีคนจัดฉากเขาล่ะ?”
จ้าวอี้พูดอย่างไม่พอใจ
“พยานหมายเลข 8 คุณสามารถยืนยัน ว่าก่อนขึ้นเครื่องบินโจวเหวินิไม่รู้ว่ามีคนโอนเงินก้อนนี้ให้เขาร้อยเปอร์เซ็น?”
อัยการจ้องจ้าวอี้ จ้าวอี้คิด แล้วส่ายหน้า ไม่อาจไม่พูด และไม่อาจมั่นใจ แม้ก่อนขึ้นเครื่องบิน เขาก็ไม่อาจสนใจการกระทำของโจวเหวินิอยู่ตลอดเวลา นี่เป็เื่ปกติ
ปึงๆๆ!
ค้อนทุบบนโต๊ะ ผู้พิพากษาพูด “เชิญถามต่อ”
“ระหว่างคุณไขคดีมีคนพยายามติดสินบนคุณ ผลคือ คุณเลือกจะปฏิเสธ อีกทั้งยังคิดจะจับคนคนนี้ แต่ก็ล้มเหลว เป็เช่นนี้ใช่ไหม?”
“ใช่ ที่สำนักงานตำรวจมีรายงานการกระทำนี้อย่างละเอียด คุณสามารถหาดูได้”
จ้าวอี้พูดปากแฉะ
“การสอบของผมเสร็จสมบูรณ์”
อัยการพยักหน้าแสดงความขอบคุณจ้าวอี้ จ้าวอี้กำลังจะออกไป ก็เห็นคนหนึ่งโบกมือให้เขาบนที่นั่งผู้ชม เป็อี้เกอ มือหนึ่งของสำนักงานตำรวจ HK
จ้าวอี้ไม่ได้ปฏิเสธ แล้วเดินไปนั่งที่ที่ว่างด้านข้างเขา
ผลกระทบของคดีนี้ยิ่งใหญ่มาก แม้แต่เขา ยังต้องมาขึ้นศาลสังเกตุการณ์ผลสรุปสุดท้ายด้วยตนเอง จินตนาการได้ว่า ไม่ว่าผลจะเป็ยังไง ในข่าวของ HK ต้องวางะเิลูกใหญ่แน่
อี้เกอหัวเราะร่า ดูแล้วมีความสุข “ในที่สุดคดีนี้ก็น้ำลดตอผุดแล้ว ่นี้นายคงไม่ได้สนใจ?”
น้ำเสียงของเขาดูเหมือนกำลังสอบถาม แต่แท้จริงคือยืนยัน
จ้าวอี้พยักหน้าอย่างจริงจัง
“ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างชัดเจน ว่าหลี่เทียนิและโจวเหวินิร่วมกันฆาตกรรมหลี่ต้าเฮิง จัดฉากให้พี่สาวของเขาหลี่เยว่หรู เพื่อทรัพย์สินมหาศาลของหลี่ต้าเฮิง”
“นี่ไม่น่าเป็ไปได้มั้ง?”
จ้าวอี้กดเสียงต่ำ ถ้าหลี่เทียนิทำเช่นนี้ เขายังคิดว่าเป็ไปได้ ละครการต่อสู้แย่งชิงมรดกนั้นมีมาก เพียงแต่โจวเหวินิจะเข้าร่วมได้ยังไง?
“น่าจะเป็เช่นนี้ไม่ผิด เพราะก่อนโจวเหวินิได้รับเงินก้อนใหญ่วันหนึ่ง เงินที่โอนในนามหลี่เทียนินั้นไม่ชัดเจน จำนวนเงินก้อนนี้ไม่น้อย อีกทั้ง ตอนนี้ทิศทางที่ไปมีเพียงหลี่เทียนิคนเดียวที่รู้ ถึงตอนนี้เขายังไม่สารภาพว่าเงินก้อนนี้ถูกเขาย้ายไปไว้ที่ไหน ครอบครัวหลี่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยเป็สุข” อี้เกอพูดพลางถอนใจ
“งั้นน้องชายของหลี่ต้าเฮิงตายยังไง? ฆ่าตัวตายจริงเหรอ? ไม่น่าเป็หลี่เทียนิลงมือหรอกมั้ง?”
จ้าวอี้คิดว่าหลี่เทียนิคงไม่ถึงขั้นฆ่าพ่อตัวเอง?
“น่าจะเป็บอดี้การ์ดสองคนของหลี่ต้าเฮิงถูกซื้อตัว น่าเสียดายที่พวกเขาตายแล้ว ไม่งั้น ก็สามารถรู้ว่าใครบงการ” อี้เกอส่ายหน้า เทียบกับหลี่ต้าเฮิง น้องชายของเขาก็ไม่สำคัญเท่าไหร่แล้ว อิทธิพลของทั้งสองคนเป็หนึ่งฟ้าหนึ่งดิน
“เปลี่ยนพยานหมายเลข 19”
พยานหมายเลข 19 เป็เด็กวัยรุ่น สีหน้าของเขาซีดขาว เมื่อหลี่เทียนิเห็นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็ดูแย่
“ขอถามพยานหมายเลข 19 หลี่เทียนิได้บงการให้คุณซื้อยานี้รึเปล่า?” อัยการนำเศษกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนชื่อยาส่งให้เด็กวัยรุ่นคนนี้ เด็กวัยรุ่นมองดู แล้วพยักหน้า
“ใช่ พี่เทียนิให้ผมซื้อ ยังไม่ให้ผมบอกใคร”
คำพูดของเขาเหมือนกับมีน้ำหนัก จนเกือบทำให้หลี่เทียนิยืนไม่อยู่
“ท่านผู้พิพากษา ในรายงานการชันสูตรของทางตำรวจ ยาชนิดนี้ตรงกับยาที่ทำให้หลี่ต้าเฮิงเสียชีวิต สรุปแล้ว หลี่เทียนิคือฆาตกร! และโจวเหวินิคือผู้สมรู้ร่วมคิดของเขา!”
……
“ขอประกาศคำพิพากษา...”
ไม่มีกำหนด ทั้งสองคนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต การรอคอยพวกเขาจำคุกเป็เวลานานมาก และอาจไม่ออกมาตลอดชีวิต
คนในชั้นศาลทยอยแยกย้ายออกไป จ้าวอี้ค่อนข้างตกตะลึง การร่วมมือของโจวเหวินิ ทำให้เขารู้สึกคาดไม่ถึง
อี้เกอตบไหล่จ้าวอี้ และพูดถอนใจด้วยอารมณ์ “เงินทำให้ใจคนอ่อนไหว นายลองดูโจวเหวินิ”
“ขอบคุณ!”
จ้าวอี้พูดขอบคุณหนึ่งคำอย่างจริงจังจริงใจ เขาอยากถามโจวเหวินิว่าแท้จริงแล้วเขาคิดอะไร แท้จริงแล้วสมคบคิดจริงหรือไม่ ถ้าใช่ ทำไมต้องทำเช่นนี้
ขณะนี้ เดิมทีหลี่เทียนิที่ถูกพาเดินไปก็ดิ้นรนขึ้นมาทันใด และะโเสียงดัง “พ่อของฉันล่ะ พ่อของฉันตายยังไง พวกนายไม่อธิบายให้ฉันฟังหน่อยรึไง?”
น่าเสียดาย การดิ้นรนของเขาไม่มีผลใด กลับถูกตำรวจประจำศาลพาเดินไป
เมื่อพบโจวเหวินิอีกครั้ง โจวเหวินิได้ถูกเปลี่ยนเป็ชุดนักโทษ เขาเห็นจ้าวอี้ จึงยิ้มขื่น
“คิดไม่ถึงว่าเราจะต้องพบกันแบบนี้”
จ้าวอี้นิ่งเงียบชั่วขณะ แล้วถามขึ้น “เป็คุณจริง?”
“เป็ฉัน หลี่เทียนิซื้อฉัน พวกเราร่วมมือลอบสังหารหลี่ต้าเฮิง ที่จริง ฉันกับหลี่ต้าเฮิงได้รู้จักกันมาก่อนแล้ว ออกเดินทางครั้งนั้น ดูเหมือนจะบังเอิญถูกคัดเลือก แต่ที่จริงไม่เป็เช่นนั้น” โจวเหวินิพูดอย่างสงบ มาถึงจุดนี้ การปิดบังไม่มีความจำเป็
“ทำไม?”
“เพื่อเงิน เขาเสนอราคาสูงมาก สูงจนฉันปฏิเสธไม่ลง”
“ทำไม? สวัสดิการของหน่วยงานก็ดูแลอย่างดี ทำไมคุณถึงทำเื่แบบนี้เพื่อเงิน? เงินไม่พอใช้เหรอ? ไม่น่าหรอก?”
จ้าวอี้ค่อนข้างไม่เชื่อเหตุผลนี้ การแต่งตัวของโจวเหวินิเรียบง่ายมาตลอด ไม่เปลี่ยนชุดนักพรตเป็เวลาหลายปี
“นายยังอายุน้อย รอนายมีครอบครัว ก็จะรู้ ว่าเงินไม่เคยพอใช้...ไม่แปลกใจที่คนอื่น อาจารย์เคยบอกไว้ โลกมนุษย์คือประสบการณ์อย่างหนึ่ง แต่กลับไม่ควรให้โลกมนุษย์ล่อลวงสองตา แต่ว่า ฉันก็ล้มเหลว” โจวเหวินิส่ายหน้า และยืดตัวเดินจากไป
[1] หมายถึงเื่หลอกลวงกลายเป็เื่จริง
