“อนุบ่าวน้อมทักทายฮูหยิน น้อมทักทายคุณหนูสี่เ้าค่ะ”
“ลูกน้อมทักทายท่านแม่เ้าค่ะ”
น้ำเสียงของผู้หญิงทั้งหลายนั้นไพเราะเพราะพริ้ง ฉากที่คำนับนั้นดูเรียบร้อยน่าพอใจมาก
แต่อย่างแรกเลยก็คือ ต้องไม่ดูใบหน้าพึงพอใจจนดูเย่อหยิ่งของพวกนาง
ฉินหยีหนิงยิ้มและคำนับคืน จากนั้นนั่งลงที่ตำแหน่งข้างขวาของซุนซื่ออีกครั้ง
ผิวหน้าของซุนซื่อแปรเปลี่ยนเป็สีแดง ในใจของนางคิดอยู่ว่า จะไม่สนใจเื่อาหารเรียบง่ายบนโต๊ะเ่าั้ รวมทั้งจะไม่สนใจั์ตาแดงก่ำเพราะการร้องไห้ แต่เพียงแค่ใช้สถานะของฮูหยินเพื่อจัดการกับคนเหล่านี้ก็พอ
ทว่าสีแดงของใบหน้าและหูได้บ่งบอกถึงความทุกข์กับความอัปยศอดสูของนางแล้ว
ฉาวหยูชิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านข้างอย่างภาคภูมิใจ พร้อมพยุงร่างที่เกียจคร้านของนางด้วยข้อศอก มองทุกคนด้วยรอยยิ้ม ที่สำคัญนางมีท่าทีราวกับกำลังรอดูละครอยู่
แต่เดิมฮวา หลี่หยีเหนียง เฉียน และเฉินหยีเหนียงทั้งสี่้าที่จะเรียนรู้อะไรเยี่ยงนั้นอยู่แล้ว พวกนางจะนั่งบนที่นั่งตามฉาวซื่อ แต่เมื่อพวกนางเงยหน้าขึ้นมองฉินหยีหนิงที่มีสีหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม จึงหยุดการเคลื่อนไหวทันที
ท้ายที่สุดแล้วพวกนางไม่ได้มีภูมิหลังครอบครัวที่โดดเด่นอย่างฉาวหยูชิง พวกนางย่อมไม่กล้าทำอะไรโดยไม่กังวลถึงอนาคต
ตอนนี้ฉินฮุ่ยหนิงยิ้มและเดินมาอยู่ใกล้ๆ ซุนซื่อ พลางคล้องแขนมารดา แล้วทรุดนั่งถัดจากนางด้วยท่าทางน่ารักไร้เดียงสา จากนั้นอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มหวาน “ท่านแม่ หลายวันมานี้ข้าถูกกักบริเวณโดยท่านพ่อ และข้าไม่สามารถมาหาท่าน ท่านดูผอมลงมากนะเ้าคะ”
“อืม” ซุนซื่อมีความสุขที่ได้เห็นลูกสาว แต่เมื่อนางจ้องมองไปที่เสื้อผ้าไหมสีเงิน คอเสื้อสีแดงของอีกฝ่ายจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “เ้าแต่งตัวอะไรอยู่? ท่านตาและท่านลุงของเ้าเสียชีวิตเพียงแค่ไม่กี่วัน เ้าแต่งตัวสวยงามให้ใครดูหรือ!”
เมื่อฉินฮุ่ยหนิงได้ยินเช่นนั้น ในใจของนางกำลังพร่ำประชดประชัน แต่ใบหน้ากลับแสร้งเหมือนหวาดกลัวอย่างมาก นางลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะลงแล้วพูดว่า
“ท่านแม่ ตอนนี้เป็เดือนแรกของปี ลูกคิดที่จะออกไปข้างนอกเพื่อพบเจอญาติๆ เกรงว่าจะทำให้ล่าวไท่จุนไม่พอใจ แน่นอนว่าต้องแต่งตัวแต่งหน้าได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นแม่บุญธรรมเพิ่งเข้ามาในบ้าน ข้าก็ต้องแสดงความกตัญญูกตเวทีเ้าค่ะ”
“แม่บุญธรรม?” ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ ซุนซื่อยังไม่เข้าใจว่า หมายความว่าอะไร
ตาของฉินหยีหนิงหันไปมองฉาวหยูชิง ผู้ที่กำลังกินพุทราด้วยท่าทีเกียจคร้าน
ฉาวหยูชิงสังเกตเห็นการจ้องมองของฉินหยีหนิง จึงยิ้มอย่างสุภาพและมีความหมายเหมือนอยากใกล้ชิดสนิทสนมด้วย
ฉินหยีหนิงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วมองกลับไป
ดูเหมือนว่าฉินฮุ่ยหนิงเลียแข้งเลียขาของฉาวหยูชิงแล้ว
เฉินหยีเหนียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตอบฮูหยิน คุณหนูฮุ่ยหนิงกับพี่ฉาวมีวาสนาต่อกัน และตอนนี้ล่าวไท่จุนก็เป็คนตัดสินแล้วด้วย โดยให้คุณหนูฮุ่ยหนิงยอมรับพี่ฉาวเป็แม่บุญธรรมของนางไปแล้ว อนุบ่าวทั้งหลายต่างเพิ่งไปที่เรือนสื่อเซี่ยวเพื่อเยี่ยมชมพิธีเมื่อสักครู่นี้เองเ้าค่ะ”
ตอนนี้เฉินหยีเหนียงอายุสามสิบห้าปี นางเป็บ่าวรับใช้ฉินหวยหยวนั้แ่นางยังเป็เด็ก หลังจากนั้นนางก็กลายเป็บ่าวที่หลับนอนด้วย และรอจนซุนซื่อเข้ามาในบ้าน จึงยกตำแหน่งให้นางได้เป็หยีเหนียง
เฉินซื่อรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของนางกับฉินหวยหยวนนั้นไม่ธรรมดา แม้ว่านางจะขายตัวเองให้กับตระกูลฉิน สถานะของนางก็แตกต่างกัน จึงพูดโดยไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย
นางสงสัยอยู่เสมอว่า ซุนซื่อคงวางยาทำให้นางตั้งครรภ์ไม่ได้ ไม่เช่นนั้น ไยนางถึงไม่ท้องเสียที?!
“ใช่แล้วเ้าค่ะ อนุบ่าวเห็นว่า คุณหนูฮุ่ยหนิงกับพี่ฉาวมีวาสนาต่อกันอย่างแน่นอน แม้ความสวยงามก็ดูคล้ายกันมาก” เมื่อเห็นเฉินหยีเหนียงพูดเช่นนี้ เฉียนหยีเหนียงก็มีรอยยิ้มพลางกล่าวร่วมด้วย “เมื่อสักครู่นี้เรือนสื่อเซี่ยวมีการจัดงานเลี้ยง ทุกคนต่างพูดว่าคุณหนูฮุ่ยหนิงมีความคล้ายคลึงกับพี่ฉาวอยู่หลายส่วน อย่างไรก็ตามพี่สาวน้องสาวคิดถึงฮูหยินใหญ่จึงพูดไปเพียงไม่กี่คำเท่านั้นเอง แล้วก็มาหาฮูหยินใหญ่เพื่อน้อมทักทายเ้าค่ะ”
เฉียนซื่อ ถูกซื้อโดยล่าวไท่จุนจากข้างนอก เพื่อคลอดลูกชายให้กับฉินหวยหยวน ตอนนี้อายุยี่สิบแปดปี แต่ดูเหมือนว่านางอยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ นางมีใบหน้าสวยงามมีเสน่ห์
เมื่อเฉินหยีเหนียงและเฉียนหยีเหนียงเป็ฝ่ายเปิดศึกก่อน ฮวาหยีเหนียงกับหลี่หยีเหนียงก็หัวเราะออกมาคล้ายแสดงความยินดี โดยไม่สนใจใบหน้าโกรธขึ้งของซุนซื่อเลย
ฉินฮุ่ยหนิงทำใบหน้าเอียงอาย พลางจับแขนเสื้อของซุนซื่อส่ายไปส่ายมา พร้อมร้องเรียกเสียงดัง “ท่านแม่”
ดวงตาของซุนซื่อเปลี่ยนไปเป็สีดำชั่วขณะหนึ่ง ศีรษะของนางส่งเสียงพึมพำ นิ้วสั่นเทิ้มชี้ไปที่ฉินฮุ่ยหนิง
“ดี เ้าดีจริงๆ! เ้าหมาป่าอกตัญญู เป็เพราะว่าข้าตาบอดที่เลี้ยงดูเ้ามานานหลายปี!” เมื่อพูดจบ ก็ฟาดฝ่ามือตบเด็กสาว
ฉินฮุ่ยหนิงคิดไม่ถึง ว่าซุนซื่อสนใจฉาวหยูชิงเสียที่ไหน นางตบกะทันหันเช่นนี้? ไม่มีเวลาหลบเลี่ยงเลยแม้แต่น้อย ตบจนนางล้มลงกับพื้น นางปิดหน้าตัวเอง ก่อนเงยหน้ามองซุนซื่อด้วยความงุนงง
น้ำตาแห่งความอัปยศที่นางได้อดกลั้นไม่แสดงมันออกมาเป็เวลานาน ไหลพรากลงมาอีกครั้ง พร้อมชี้นิ้วไปยังคนในบ้านและพูดว่า “พวกเ้าคิดอะไรอยู่ แน่นอนว่าข้ารู้ แต่พวกเ้าอย่าลืมว่า ข้ายังเป็ภรรยาเอกของฉินเิ!”
หยีเหนียงทั้งสี่ชื่นชมการแสดงออกที่ข้างนอกดูรุนแรง แต่จิตใจอ่อนแอของซุนซื่อ ต่างก็หัวเราะเยาะเย้ย พวกนางถูกบีบถูกกดขี่มาเป็เวลานาน ในที่สุดพวกนางก็สามารถเห็นสิ่งที่เรียกว่า ‘นกหงส์ไฟขนร่วงเทียบไม่เท่าไก่’ สะใจจริงๆ
ฉินฮุ่ยหนิงปกปิดใบหน้าพลางร้องสะอื้น “ท่านแม่อย่าโกรธเลยนะเ้าคะ ไม่ว่าข้าจะยอมรับใครเป็แม่บุญธรรม แต่ท่านแม่ก็ยังคงเป็แม่ของข้า บุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูมา ลูกจะไม่มีวันลืมเ้าค่ะ และลูกเพียงแค่มีวาสนากับแม่บุญธรรมก็เท่านั้น ท่าน...ท่านทำเช่นนี้ ไม่ทำให้แม่บุญธรรมอึดอัดใจแย่หรือเ้าคะ?”
หนึ่งประโยคที่พูด ทำให้ทุกคนต่างหันไปมองฉาวหยูชิงโดยไม่ต้องนัดหมาย
เห็นเพียงฉาวหยูชิงซึ่งกำลังนั่งอย่างสง่าอยู่ที่เดิม และหยิบพุทราจากกระเป๋าเล็กๆ ของนางแล้วกินมัน ริมฝีปากสีแดงของนางมุ่ยเล็กน้อย ทว่ากลับยังมีท่าทีงดงาม
ครั้นหยีเหนียงทั้งหลายเห็นฉาวหยูชิงเป็เช่นนั้น ก็ดูเหมือนจะมีกระดูกสันหลังแล้ว พวกนางมองไปที่ซุนซื่อด้วยความดูถูกเหยียดหยามอีกครั้ง โดยพูดคุยไม่หยุดเพื่อโน้มน้าวซุนซื่อ
“ฮูหยินใหญ่จะต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี ท่าทาง การพูดคุยและมารยาทที่ดีถึงจะถูก”
“ใช่เ้าค่ะ จวนติ้งกั๋วกงไม่มีแล้ว แต่ฮูหยินใหญ่ยังอยู่นะเ้าคะ หรือว่าจวนติ้งกั๋วกงไม่มีแล้ว มารยาทการสั่งสอนจากที่บ้านก็ไม่มีแล้วด้วยหรือ”
“ตอนนี้ล่าวไท่จุนกำลังปีติ ฮูหยินใหญ่ทำเช่นนี้ กำลังกระทบกระเทียบใครหรือเ้าคะ? หรือไม่พอใจล่าวไท่จุนเ้าคะ?”
“คงไม่เป็เช่นนั้นกระมัง ฮูหยินใหญ่เป็ให้ความสำคัญกับความกตัญญูเป็ที่สุด จะไม่เคารพล่าวไท่จุนได้อย่างไรเล่า?”
“ถ้าเช่นนั้นก็กำลังไม่พอใจพี่ฉาว?”
...
คารมคมคายของหยีเหนียงทั้งสี่สมบูรณ์แบบมาก เพียงไม่กี่ประโยค พวกนางก็ดึงคนสองคนที่มีความแค้นอยู่ในสายเือยู่แล้ว ลากออกมาในอากาศ
ดวงตาของซุนซื่อโกรธเกรี้ยวจนเป็สีแดงก่ำ
ฉาวหยูชิงยังคงกินพุทราที่นางนำมาด้วย
ในอดีตที่ผ่านมาจวนติ้งกั๋วกงมีอำนาจ ซุนซื่อเองเป็คนที่ไร้เดียงสา คนอื่นๆ จึงไม่กล้าตำหนิซุนซื่อ แม้กระทั่งล่าวไท่จุนเองยังต้องสุภาพต่อซุนซื่ออยู่หลายส่วน นอกจากนั้นฉินหวยหยวนก็ไม่ได้สนใจบรรดาอนุเท่าใดนัก บ่าวทั้งสี่คนนี้ จึงไม่กล้าที่จะสร้างปัญหา
ทว่าวันนี้ไม่เหมือนกับตอนก่อนๆ ซุนซื่อต้องรับประทานอาหารหยาบๆ ล่าวไท่จุนเกลียดชังนาง ไม่มีที่พึ่งพิง อีกทั้งยังต้องเผชิญกับฉาวหยูชิงที่มีเื้ัครอบครัวที่แข็งแกร่งอีกด้วย มีอย่างที่ไหนที่หยีเหนียงจะไม่ใช้โอกาสนี้ในการเหยียบนางหลายทีหรือ?
สมองของซุนซื่อส่งเสียงอีกครั้ง ร่างกายสั่นไปทั้งตัว ในขณะที่นางกำลังจะโจมตีนั้น ฉินหยีหนิงกลับเอ่ยปากเสียก่อน
น้ำเสียงของนางไม่ดังมาก เพียงแค่พูดเบาๆ ว่า “หยุดพูด”
เมื่อหยีเหนียงได้ยินเสียงของฉินหยีหนิงแล้ว พวกนางทั้งหมดต่างก็นิ่งงันอยู่พักหนึ่ง แม้แต่ซุนซื่อ พวกนางยังไม่ได้เกรงใจเลย ฉินหยีหนิงก็ยิ่งไปกว่านั้น จากนั้นพวกนางก็เอ่ยต่อ “เชิญพูดเ้าค่ะ”
ฉินหยีหนิงเย้ยหยันพลางเปล่งเสียงของนางให้ดังเล็กน้อย “แม่นมจิน อนุบ่าวไม่เคารพแม่ใหญ่ ควรจัดการอย่างไรดี?”
“ตอบคุณหนู อนุสามารถซื้อขายได้ ไม่ต่างจากบ่าว แน่นอนว่าก็ขึ้นอยู่กับเ้านายจะสั่งเ้าค่ะ”
เมื่อพูดจบลงแล้ว หยีเหนียงทั้งสี่ก็ปิดปากในที่สุด
เฉินหยีเหนียงมองดูฉินหยีหนิงด้วยความเย้ยหยัน จากนั้นพูดว่า “คุณหนูสี่อย่าหยิ่งผยองมากเกินไปเลย ฮูหยินใหญ่ยังไม่ได้พูดสักคำ มันเกี่ยวอะไรกับท่านหรือ”
“ใช่เ้าค่ะ คุณหนูสี่ อย่าไปยุ่งเกี่ยวเื่ของผู้ใหญ่จะดีกว่านะเ้าคะ” ฮวาหยีเหนียงกล่าวเสริม
ฉินหยีหนิงยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและสั่งแม่นมจิน “ไป เรียกบ่าวที่แข็งแรงมาหลายคนหน่อยนะ เฉินหยีเหนียง ฮวาหยีเหนียง หลี่หยีเหนียงและเฉียนหยีเหนียงสี่คน เวลาหลายปีมานี้พวกนางไม่ได้ทุ่มเทมากพอที่จะรับใช้ท่านพ่อ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายให้กับครอบครัวฉินได้แล้ว วันนี้ยังรวมตัวกันเข้ามาในเรือนของฮูหยินเพื่อสร้างปัญหาอีก และอนุบ่าวที่กระแทกแดกดันเ้านาย บ่าวที่ทำให้ครอบครัวกระสับกระส่ายเช่นนี้ ครอบครัวฉินไม่้า เรียกคนให้เอาเสื้อผ้า เครื่องประดับและเงินออกมา และแจกชุดผ้าหยาบๆ ขายไปยังสถานที่ที่ข้าไม่สามารถเห็นอีกเลย”
หลังได้ยินคำสั่งของฉินหยีหนิง ทุกคนต่างก็ตกตะลึง ในที่สุดซุนซื่อก็ฟื้นขึ้นมาก่อนจ้องไปที่ลูกสาว
แม่นมจินกลืนน้ำลายของนางและคิดว่าคุณหนูสี่เก่งกาจจริงๆ
หยีเหนียงทั้งหลายมีความแปลกใจอยู่หลายส่วน
แต่เดิมคิดว่าฉินหยีหนิงเป็คนดุร้าย หยาบคาย ซ้ำร้ายมักจะเอาชนะผู้คนด้วยการตบตี ถ้าครั้งนี้ทำให้นางโกรธ คนนอกคงคิดว่าซุนซื่อสอนนางได้เก่ง สอนลูกสาวคนโตให้กลายเป็เด็กเกเร ให้ล่าวแหย่เห็นว่า ภรรยาเอกที่เขาแต่งงานด้วยนั้นเป็เช่นไรกันแน่
ไม่มีใครคาดคิดว่า ครั้งนี้ฉินหยีหนิงไม่ทะเลาะกับพวกนาง และไม่ตบตีใครด้วยมือตัวเองด้วย นึกไม่ถึงว่าจะขายพวกนางแล้ว
เฉินหยีเหนียงเย้ยหยัน “ตลก! ข้ารับใช้ล่าวแหย่มาั้แ่ข้ายังเป็เด็ก ล่าวแหย่ยังไม่ได้พูดเลย เ้ามีสิทธิ์อะไรจะมาขายข้า”
“สิทธิ์อะไรหรือ?” ฉินหยีหนิงลุกขึ้นยืน แล้วมองเฉินหยีเหนียงพร้อมรอยยิ้มบนริมฝีปาก “แน่นอนว่าใช้สิทธิ์ที่ข้าเป็เ้านายและเ้าคือบ่าวอย่างไรล่ะ”
พลางหันหลังกลับไปสั่งแม่นมจิน “ยังไม่รีบไปอีกหรือ?”
แม่นมจินเห็นว่าฉินหยีหนิงรับผิดชอบต่องานนี้ แม่นมจินก็รีบไปเรียกคนในทันที
อย่างไรก็ตามฉินฮุ่ยหนิงได้ดึงแขนเสื้อของฉินหยีหนิง “หยีเจี่ยร์ เ้าทำเยี่ยงนี้ได้อย่างไร? คนข้างหมอนของท่านพ่อ เ้าสามารถสั่งก็สั่งได้ เ้ากำลังทำอะไรหรือ? เ้าเหิมเกริมเกินไปแล้ว”
ฉินหยีหนิงดึงมือของฉินฮุ่ยหนิงออกอย่างอ่อนโยน หันยิ้มให้นางบางๆ “เ้าอย่ารีบร้อน ข้าจะชำระกับเ้าอีกสักครู่”
น้ำเสียงของอีกฝ่ายไม่สูงมากและทัศนคติที่อ่อนโยน ไม่ได้ทรงพลังเหมือนเมื่อก่อน แต่ฉินฮุ่ยหนิงถึงกับหนาวสั่นในกระดูกสันหลัง ใจของนางรู้สึกสั่นะเือย่างรุนแรง อดไม่ได้ที่จะถอยออกมาสองก้าว
เมื่อเห็นฉาวหยูชิงกำลังกินของว่างอยู่ ฉินฮุ่ยหนิงจำต้องระงับความตื่นตระหนกอย่างไม่เต็มใจ
เพียงพริบตา ข่าวที่ว่าเรือนซิ่งหนิงกำลังจะขายอนุได้กระจายไปทั่ว ในขณะที่แม่นมจินกำลังหาคนอยู่นั้น ก็ถูกบ่าวที่หยีเหนียงทั้งหลายพามาด้วยกระจายข่าว จนทำให้ทุกคนรู้หมดแล้ว
ในเรือนสื่อเซี่ยว ล่าวไท่จุนกำลังยิ้มแย้มพูดคุยกับฮูหยินสองและฮูหยินสามอยู่ เมื่อนางได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นในเรือนซิ่งหนิง นางจึงะโด้วยความโกรธ “บัดซบจริงๆ! ตนเองไม่สามารถมีลูกชายได้! แต่กลับจะขายคนรอบตัวเิเกอร์ ใครกันที่ให้ความกล้าหาญกับนางถึงเพียงนี้!”
ที่รายงานนั้นคือหรูยี่ นางเงยหน้าขึ้น จ้องมองที่แม่นมฉิน ก่อนจะพูดว่า “รายงานล่าวไท่จุน เื่นี้ฮูหยินใหญ่ไม่ได้สั่ง แต่เป็คำสั่งของคุณหนูสี่เ้าค่ะ”
เมื่อล่าวไท่จุนได้ยินประโยคดังกล่าว นางก็โกรธจนลุกเป็ไฟ “เป็เด็กผู้หญิงคนนี้อีกแล้วหรือ นางกล้าอย่างไรถึงได้ทำกับอนุของบิดา ภรรยาของลูกสองและภรรยาของลูกสาม พวกเ้าตามข้ามา ข้าก็อยากเห็นเหมือนกันว่าใครกล้าหยาบคายในดินแดนของข้า”
*****************************
คำศัพท์น่ารู้
ใครมีนม คนนั้นก็เป็แม่ หมายถึง ใครมีนมให้ดื่มก็ยอมรับคนนั้นว่าเป็แม่ อุปมาว่า คนที่มีความโลภจนลืมศีลธรรม เห็นใครที่สามารถให้ผลประโยชน์ได้ ก็จะอยู่กับคนนั้น
