เื่ทั้งหมดวางแผนไว้แล้วต้วนชิงิรู้สึกอ่อนเพลียจึงยกมือขึ้นนวดขมับ พลางหยิบหนังสือในมือขึ้นมาแม้ดวงตาจะจดจ่ออยู่ที่หนังสือ ทว่าในใจกลับคิดว่าต่อแต่นี้ไปจะต้องสร้างกำลังใจเพื่อจะได้ต่อสู้กับสิ่งที่ต้องเจอ
เพราะว่าถ้ามีคนตั้งใจทำให้เกิดโรคเวินอี้อย่างนั้นขั้นต่อไปคนของหลิวหลงก็ใกล้จะปรากฏตัวขึ้นแล้ว
จ้วงจื่อเกิดโรคเวินอี้ระบาดแล้ว?
ชาวบ้านชาวสวนในจ้วงจื่อเมื่อได้ยินว่าที่นี่มีคนติดและตายจากโรคเวินอี้ต่างก็ลนลานกันไปกันหมดสุดท้ายต้องให้แม่นมหนิงและเถี่ยเฟิงไปช่วยระงับความวิตกกังวล และทำตามแผนที่นางได้วางไว้
ดวงตะวันคล้อยลงจนไม่เห็นแสงตั้งนานแล้ว กว่าแม่นมหนิงจะกลับมาถึงเรือน ใบหน้าอ่อนล้าของนางทำให้เด็กสาวรู้สึกเห็นอกเห็นใจ “แม่นมไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
แม่นมรับน้ำชาที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยกมาให้ดื่มจนหมดรวดเดียว พลางถอนหายใจช้าๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นพูดว่า “คุณหนูวันนี้บ่าวและเถี่ยเฟิงได้ค้นหาสิ่งที่ต้องสงสัยทั้งเรือนบ่าวรับใช้ และแม่นมจนหมดกลับไม่พบอะไรน่าสงสัย แต่ว่าในห้องติงเอ๋อร์กลับพบสิ่งนี้เ้าค่ะ!”
ในมือของแม่นมถือถุงผ้าดอกไม้หอมใบเล็กที่ปักอย่างสวยงามขึ้นมาใบหนึ่ง เล่าว่า “ถุงผ้าดอกไม้หอมใบเล็กนี้เป็ของที่แม่นางปักให้ แต่ว่าแม่ของนางไม่ใช่นักปักผ้าทำไมจึงมีฝีมือดีขนาดนี้...บ่าวจึงสงสัยว่านี่คือของหลิวอี๋เหนียงมอบให้กับติงเอ๋อ”
ต้วนชิงิรับถุงผ้าดอกไม้หอมใบเล็กมาดูอย่างละเอียดได้กลิ่นหอมของยาจางๆ เมื่อได้กลิ่นแล้วละม้ายรู้สึกสดชื่นทว่าเมื่อดูกลับไปกลับมา ก็ยังไม่พบจุดผิดสังเกตพลางยื่นส่งคืนแม่นมหนิง พูดว่า “เอาของชิ้นนี้ไปให้หมอโจว ดูว่ามีความเชื่อมโยงกับโรคเวินอี้หรือไม่!”
นางตอบรับและเก็บกลับไป
ทางด้านเถี่ยเฟิงก็ดื่มน้ำชารวดเดียวถึงสามแก้วจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจและเล่าว่า “เรียนคุณหนูใหญ่ ข้าน้อยได้ส่งให้องครักษ์นำไปให้หมอโจวตรวจก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติขอรับ!”
นางพยักหน้ารับทราบ “ถ้าเป็เช่นนี้ พวกเ้าจะต้องระวังตัวให้มากขึ้นข้ารู้สึกตงิดใจว่าโรคเวินอี้ในครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาดอีกทั้งยังหนักกว่าที่เคยเจอมา ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้อาจเกิดเื่บางอย่างขึ้น!”
เถี่ยเฟิงได้ฟังก็ถึงกับใ “คุณหนูใหญ่กำลังสงสัยว่าอาจมีคนตั้งใจทำให้โรคนี้เกิดขึ้นหรือขอรับ?”
นางเอ่ยอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “เื่นี้ถ้าจะพูดตอนนี้คงเร็วเกินไปสรุปแล้วอาหารการกินขององครักษ์ในสองสามวันนี้ พวกเ้าจะต้องระวังเป็พิเศษเพื่อป้องกันคนฉวยโอกาส อีกอย่างความปลอดภัยในเรือนนี้ต้องขอพึ่งพวกเ้าด้วย!”
เถี่ยเฟิงตอบรับทันทีโดยไม่คิด “คุณหนูใหญ่วางใจได้ เถี่ยเฟิงจะเพิ่มความระวังให้มากขอรับ!” พูดจบก็ขอตัวลา
ในวันนี้นางอยากถามแม่นมหนิงเื่ไปหาของผิดสังเกต แต่เมื่อเห็นเวลาดึกมากแล้ว จึงให้แยกย้ายกลับไปพักผ่อน
แม่นมหนิงออกไปนานแล้ว ทว่าจุดที่เด็กสาวตัวน้อยนั่งเหม่อลอยอยู่นั้น จู่ๆเห็นภาพไฟที่ลุกโชติ่ในชาติที่แล้วปรากฏขึ้น…ตอนนี้โรคเวินอี้ทำให้ผู้คนกระวนกระวายใจจึงอาจเกิดภาพน่าสังเวชเหมือนในชาติที่แล้วขึ้น แต่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ไขปัญหานี้จากจุดไหนก่อน?
สายลมยามราตรีพัดกรูเข้ามาในห้องเปลวไฟบนเชิงเทียนไหวระริกเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างจนในที่สุดนางก็ถอนหายใจช้าๆ พูดขึ้น “ฉ่าวเอ๋อร์พวกเราก็รีบพักผ่อนกันเถอะ!”
นางมีลางสังหรณ์ว่าโรคเวินอี้ยังไม่ได้สิ้นสุดคล้ายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง!
….
เช้าวันถัดมาหลังจากที่ต้วนชิงิทานอาหารเช้าเรียบร้อยผู้ดูแลสวีป๋อก็กลับมาขอเข้าพบนางอีกครั้ง แววตาของนางเปลี่ยนเป็ดุดันทันทีจนผ่านไปครู่ใหญ่จึงพูดเสียงเรียบนิ่ง “เรียกให้เขาเข้ามาได้”
สวีป๋อคนนี้ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนอีก? นางก็อยากจะดูเหมือนกันว่า การมาในครั้งนี้เขาจะพูดอะไร!
สวีป๋อวิ่งเข้ามาในห้องรับรองด้านหน้าอย่างรีบร้อนเมื่อเห็นต้วนชิงิจึงคุกเข่าดัง “ตุ้บ” ลงที่พื้น
มาครั้งนี้เขาไม่สงบนิ่งเหมือนเมื่อวานแล้ววันนี้ใบหน้าไม่เพียงแต่ซีดขาว ทว่าสายตาของเขาลนลานเหมือนกังวลอะไรเกินเหตุแม้กระทั่งเสียงของเขาก็พูดอย่างสั่นเครือ “คุณหนูใหญ่เมื่อคืน... เมื่อคืนนี้...”
สีหน้าและแววตาของเด็กสาวก็ยังนิ่งปกติดุจเดิมทั้งที่เห็นท่าทางลนลานของสวีป๋อ ทว่าแม่นมหนิงกลับขมวดคิ้วขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ “พบนายหญิงแล้วจะลนลานไปทำไม? คุณหนูใหญ่อยู่ที่นี่เ้ามีเื่อะไรก็ค่อยๆพูดออกมา”
สวีป๋อได้ยินที่แม่นมหนิงตำหนิจึงใช้แรงกลืนน้ำลายเข้าไปหนึ่งอึก จากนั้นก็พูดอย่างกระอักกระอ่วนด้วยหน้าตาซีดขาว “เมื่อคืนนี้ มีคนตายอีกคนแล้วขอรับ!”
ต้วนชิงิได้ฟังพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็ใขึ้นมา “หา... เกิดอะไรขึ้นกันถึงมีคนตายเพิ่มอีกคน?”
นางรู้สึกร้อนใจเป็อย่างมากหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบิดอยู่ในมือไม่หยุด ใบหน้าที่ยังไม่ได้ผัดแป้งของนางเผยให้เห็นความหวาดกลัว “เ้ารีบเล่ามาว่าคนที่ตายเป็ใคร?”
ถึงตรงนี้สวีป๋อกลับนิ่งสงบเขามองหน้าร้อนใจของอีกฝ่าย ในใจรู้สึกดูถูกดูแคลน…แค่การเริ่มต้นกลับกลัวขนาดนี้เชียวหรือ? เื่สนุกกว่านี้กำลังจะตามมาต่างหากเล่า!
เขาพูดอย่างระมัดระวัง “เหล่าหลี่โถวที่ชุนตงโถว กับแม่หม้ายหลี่ และเซี่ยเสี่ยวเอ้อที่ชุนจื่อหลี่ถูกพบว่าเป็โรคเวินอี้ ตอนนี้หมอโจวกำลังวินิจฉัยอยู่ขอรับ!”
ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยก็รู้ว่าจะพูดอะไร…คนเหล่านี้เคยมาช่วยงานที่จ้วงจื่อ เมื่อวานเพิ่งมีหนึ่งคนตายทว่ายังไม่ทันข้ามคืนยังเพิ่มมาอีกสามคนที่ยังอันตรายถึงชีวิต!
สายตาของต้วนชิงิเผยให้เห็นแววตาที่ไม่รู้จะรับมืออย่างไรเหมือนนางกำลังถูกลอบโจมตี จึงพูดขึ้นว่า “ตายแล้วหรือ...จะเป็ไปได้ยังไง? นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่คืนเดียวเท่านั้น!”
เห็นท่าทางของต้วนชิงิที่อ่อนต่อโลกและท่าทางที่ไม่เคยเห็นผู้คนล้มตาย! ดูท่าแล้วการตายของสามสี่คนนี้จะทำให้นางใขวัญเสียเป็อย่างมาก!
สวีป๋อได้แต่แอบหัวเราะสะใจอยู่ข้างในจากนั้นพูดอย่างเสียใจอยู่บ้าง “ตอนนี้ทั้งข้างนอกและข้างในจ้วงจื่อมีข่าวลือหนาหูไปทั่วว่าโรคเวินอี้มาพร้อมกับคุณหนูใหญ่ ยังมี… ยังมีคนพูดอีกว่า...”
คำพูดต่อมาสวีป๋อไม่กล้าเอ่ยปากต่อ แต่ว่าต้วนชิงิเข้าใจความหมายที่เขาจะพูดต่อคนนอกจ้วงจื่อคิดว่านางนำโรคเวินอี้มาด้วย และกำลังจะปิดจ้วงจื่อ!
ถ้าเกิดปิดจ้วงจื่อละก็คนในจ้วงจื่อก็จะได้แต่รอความตายสถานเดียว!
เด็กสาวใเป็อย่างมากเหมือนนางถูกตบหน้าจนใบหน้าซีดเผือดมองไปยังสวีป๋อด้วยสายตาที่หวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด “สวีป๋อข้าขอถามอะไรหน่อย ผู้ดูแลทั้งหลายยังสบายดีหรือไม่?”
เขาพยักหน้า “ผู้ดูแลทั้งหลายไปตรวจมาหมดแล้ว ไม่มีอาการของโรคเวินอี้!”
ถ้าเป็ขึ้นมาจริงก็คงมีคนจงใจทำให้เกิดทว่าดูสถานการณ์แล้ว คนพวกนี้ยังไม่ได้เล่นงานผู้ดูแล?
ต้วนชิงิพยักหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงพูดด้วยใจที่ยังหวาดผวา “ผู้ดูแลเหล่านี้ทำงานให้จวนต้วนมาหลายสิบปีนับว่าเป็คนที่ทุ่มเทอย่างมากท่านพ่อเคยพูดว่าจะเพิกเฉยต่อพวกเขาไม่ได้เป็อันขาด ตอนนี้รู้ว่าพวกเขาไม่เป็ไรข้าก็วางใจลงหน่อย!”
ได้ฟังที่ต้วนชิงิพูดทำให้สวีป๋อถึงกับชะงักไป...คุณหนูใหญ่จอมวางมาด จนถึงตอนนี้ยังมีกะจิตกะใจเป็ห่วงคนอื่นอีก? แต่กลับไม่รู้ว่าวันตายของนางกำลังจะมาถึงแล้ว!
เมื่อเห็นใบหน้าแสนบริสุทธิ์ที่กำลังหวาดกลัวของต้วนชิงิ จึงรีบหลบหันไปทางอื่น พูดว่า “คุณหนูใหญ่พูดถูกขอรับ!”
ต้วนชิงิมองเขาด้วยแววตากังวลพลางถอนหายใจแ่เบา “ไม่กี่วันมานี้พวกเขามาทำงานที่จ้วงจื่อ เ้าไปเชิญคุณหมอโจว ให้ช่วยตรวจพวกเขาด้วยขอเพียงพวกเขาไม่เป็ไร ข้าถึงจะวางใจได้จริง!”
สิ่งที่สวีป๋ออยากพูดก็คือถ้าปิดจ้วงจื่อ… ต้วนชิงิที่เป็นายหญิงและนำโรคนี้มาความเป็ความตายของทุกคนจะมีเขาเป็คนกำหนด แต่ตอนนี้ต้วนชิงิกลับพูดนั่นพูดนี่ทำให้เขารู้สึกจะทนไม่ไหวแล้ว จึงพูดขึ้น
“คุณหนูใหญ่วางใจได้ เมื่อวานและวันนี้ตอนเช้าผู้ดูแลทั้งหลายได้ตรวจแล้วถึงสามรอบ หมอโจวบอกว่าพวกเขาไม่เป็อะไรขอรับ!”
แววตาของต้วนชิงิเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มที่มีเลศนัย…เช่นนั้นก็ดี ขอเพียงผู้ดูแลทั้งหลายไม่เป็ไรถือว่าเป็เื่ดี!
