พวกจ้าวอี้ยังคงรออย่างอดทน รอแอนดริวและคนอื่นปรากฏตัวอีก
การรอนี้เป็เวลาหนึ่งวันเต็ม
แต่เวลานี้อย่าว่าแต่เงา แม้แต่ข้อความก็ไม่มีส่งมา
จ้าวอี้ค่อนข้างร้อนใจ
หรือว่า เป็อย่างที่ผู้เฒ่าสวี่พูดจริง พวกเขาได้ตัดสินใจ แล้วขุดทางออกใหม่ ป้องกันไม่ให้พวกเขาจับได้?
คนหลายคนได้ปรึกษากันเล็กน้อย ซันตันกลับไปรวบรวมกำลังคน การลาดตระเวนในบริเวณกว้างใหญ่นี้ คาดหวังว่าจะมีอะไรปรากฏ
แต่ว่า นอกจากเห็นการลาดตระเวนป้องกันชายแดนหนึ่งครั้ง ก็ไม่เห็นคนอื่นอีก
การป้องกันชายแดนเ่าั้เพียงแต่เดินๆรอบๆ ไม่ได้มองอย่างละเอียด พวกจ้าวอี้ได้พรางตัวอยู่ตรงนั้น แต่ก็ไม่มีความวุ่นวายอะไรปรากฏ
ผ่านไปหนึ่งวัน
ในรถปฏิบัติการกำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด
“คนพวกนี้ต้องอยู่ในสุสานแน่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ถึงตัดขาดสัญญาณ” จ้าวอี้เอนเอียงไปที่ความคิดนี้
“ไม่แน่ พวกเรามาช้ากว่าพวกเขาไปห้าหกชั่วโมง ไม่แน่พวกเขาอาจทำสำเร็จแล้ว สำหรับคนพวกนี้ที่ทิ้งไว้ เพียงเพื่อให้เราสับสน” เซี่ยตันไม่เห็นด้วยกับความคิดจ้าวอี้
“ฉันคิดว่าคนที่ลงไปแม้ว่าจะไม่น้อย แต่คิดจะโยกย้ายพระราชวังใต้ดินที่ใหญ่ขนาดนี้ ในเวลาสั้นๆเช่นนี้คงทำไม่ได้ ฉันไม่เชื่อว่าพวกเขาจะไม่หวั่นไหวต่อความมั่งคั่งมหาศาลเช่นนี้? ถ้าไม่หวั่นไหว ทำไมถึงต้องฆ่าคน?” เจี่ยงจาวตี้ยืนอยู่ฝั่งความคิดของจ้าวอี้
เฉินตงฟังแล้วจึงเบ้ปาก กลอกตาแล้วจึงพูด “พวกเธอพูดต่างมีเหตุผล แต่พวกเธอได้คิดอีกปัญหาหนึ่งรึเป่ล่า นั่นก็คือความอันตรายของสุสานโบราณ?”
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนชะงัก ไม่อาจไม่ยอมรับ เป็เช่นนี้จริง
“สำหรับผู้มากประสบการณ์อย่างผู้เฒ่าสวี่ยังพ่ายแพ้ พวกเขาสูญเสียคนไปเท่าไหร่ ถึงจะสามารถไปถึงด้านในสุด? แม้จะถึงด้านในสุด สมมุตว่าพบกับด่านน้ำมันไฟนั่น สามารถีชีวิตรอดได้กี่คนเป็จำนวนที่ยังไม่อาจรู้ ไม่แน่พวกเขาอาจถูกกวาดล้างจนหมด แม้ยังเหลืออยู่ไม่กี่คน พวกเขาก็อาจเลือกสมบัติสำคัญบางอย่างแล้วหนีไป เพราะยังไงเด็กนั่นก็ได้สาวไส้ให้กากินแล้ว” เฉินตงยิ่งพูดยิ่งรู้สึกว่าความคิดของเขาอาจเป็จริง
คนในที่นี้พิจารณา แล้วยอมรับความเป็ไปได้ที่สูงมากนี้ ความอันตรายทุกคนต่างเคยพบมาแล้ว
“ไม่ว่าจะพูดยังไง รอต่อไปก็ไม่ใช่หนทาง ฉันวางแผนจะเข้าไปดู...ฟังฉันให้จบก่อน...”
จ้าวอี้เห็นเจี่ยงจาวตี้คิดจะคัดค้าน ไม่รอให้เธอพูด จึงชิงพูดก่อน
เจี่ยงจาวตี้ทนนั่งต่อไป สีหน้าไม่ค่อยสู้ดี
“อันตรายมีอยู่แน่ เพียงแต่ คราวนี้เข้าไปต้องปลอดภัยกว่าครั้งก่อนมาก อย่างแรกตอนนี้พวกเรามีแผนที่ สามารถตัดสินตำแหน่งคร่าวๆได้ อย่างที่สอง ฉันไม่อาจไปสำรวจสถานที่ที่พวกนั้นไม่เคยเดินผ่าน เท่ากับพวกเขาได้สำรวจเส้นทางให้ฉันแล้ว ดังนั้นความอันตรายก็ไม่ใช่รับไม่ได้ คราวนี้ฉันลงไป เพื่อยืนยันว่าแท้จริงแล้วพวกเขายังอยู่ด้านในหรือไม่ ถ้าไม่อย่างนั้น พวกเราต้องรอถึงเมื่อไหร่?”
จ้าวอี้เสนอปัญหาที่เป็จริง นั่นก็คือพวกเขาไม่อาจรออยู่ตรงนี้ต่อไปได้
แม้พูดว่าไม่มีปัญหาเื่เสบียง แต่ก็มีกำหนดเวลาอยู่ดี ถ้าบอกว่าอีกฝ่ายได้ตายหมดแล้ว หรือบอกว่าได้ออกจากสุสานแล้ว อย่างนั้น จ้าวอี้และคนอื่นก็รออยู่้าเก้อ ถ้าพูดออกไป จะไม่เป็ที่น่าขันเหรอ?
ทุกคนปรึกษากันพึมพำ เจี่ยงจาวตี้คิดอย่างตั้งใจ ก็ไม่อาจไม่ยอมรับเหตุผลที่จ้าวอี้พูด
“พวกเราไม่อาจเพราะหวาดกลัวอันตรายจึงไม่ลงมือทำ อันตรายนั้นก็อยู่ในขอบเขตที่เรารับได้ ดังนั้น คราวนี้พวกเธอไม่ต้องชักจูงฉันอีก นี่เป็คำสั่ง!”
จ้าวอี้ได้ตัดสินใจแล้ว และใช้คำว่าคำสั่ง
“นายลงไปได้ แต่ไม่สามารถลงไปคนเดียว ฉันจะไปกับนาย!” คำพูดของเจี่ยงจาวตี้ทำให้จ้าวอี้ขมวดคิ้ว ค่อนข้างไม่เห็นด้วย
“เธอจะไปทำอะไร ฉันเพียงจะลงไปสำรวจเส้นทาง ไม่นานก็กลับมาแล้ว” จ้าวอี้ไม่เห็นด้วย เขาพูดเช่นนี้ แต่ในใจเข้าใจดี ว่าอันตรายนั้นย่อมมีอยู่
“มีคนช่วยยังดีกว่าคนเดียว แม้ฝีมือของผู้เฒ่าสวี่ยังต้องมีผู้ช่วย นับประสาอะไรกับนาย? ฉันไม่เป็ภาระนายแน่” เจี่ยงจาวตี้พูดปฏิเสธ เธอตัดสินใจเช่นกัน ว่าจ้าวอี้ลงไปได้ แต่เธอต้องตามไปด้วย
“ก็ดี!”
“อามิตตาพุทธ หัวหน้า ภารกิจครั้งนี้อาตมาขอเข้าร่วม”
สามเณรสิงเฉินที่ไม่พูดอะไรมาตลอดออกปากขอเข้าร่วมทันที
“สามเณร นายรออยู่ข้างบนเถอะ?”
คนยิ่งเยอะอัตราการเกิดอันตรายยิ่งมาก จ้าวอี้เห็นด้วยที่เจี่ยงจาวตี้มาด้วยกัน ที่มากกว่านั้นคือเขาเชื่อมั่นในฝีมือของเจี่ยงจาวตี้ จริงๆฝีมือของสามเณรนั้นไม่เลว แต่จ้าวอี้ไม่เคยเห็นมาก่อน
“หัวหน้า พระผู้เป็เ้ากล่าวว่าฉันไม่ลงนรกแล้วใครจะลง? ยังไงตอนนี้ผู้เฒ่าสวี่ก็ไม่อยู่ จัดการกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น อาตมาแข็งแกร่งกว่าพวกโยมแน่ อาตมาไม่อาจเป็ภาระของพวกโยม” สามเณรสิงเฉินยิ้มอย่างงดงาม เผยฟันขาวบริสุทธิ์
“ฉันก็ไป สุสานเจงกิสข่านแบบนี้ ถ้าไม่มีโอกาสครั้งนี้ เกรงว่าพวกเราคงยากจะเข้าไปด้านใน ฉันจะปล่อย่เวลาเปิดหูเปิดตาเช่นนี้ได้ยังไง?” เซี่ยตันสูดหายใจเข้าลึก เมื่อก่อนเธอเป็หัวหน้าหน่วย ไม่เคยให้คนอื่นเผชิญอันตราย และเธอเองไม่อาจนิ่งดูดาย
“ฉันก็จะไป ฝีมือของฉันหัวหน้าก็น่าจะวางใจนะ?” เฉินตงเห็นเซี่ยตันจะไป จึงพูดอย่างไม่ยอมล้าหลัง
“จุ้นจ้าน ฉันเพียงแค่ไปสำรวจสถานการณ์ ไม่นานก็กลับมา ถ้าแอนดริวปรากฏตัวที่อีกทางออก รถปฏิบัติการไม่มีกำลังการป้องกันเลยจะได้เหรอ? ทิ้งเด็กสาวสองคนไว้ในรถรึไง? เอาอย่างนี้ เฉินตงกับเซี่ยตันพวกเธออยู่บนนี้ พวกเราสามคนลงไป! ฉันตัดสินใจแล้ว”
จ้าวอี้ตัดสินใจ คราวนี้ไม่มีใครสงสัยเขาอีก
พูดว่าทำก็ทำ จ้าวอี้สามคนแต่งตัวเต็มยศ แล้วเข้าไปในโพรงอย่างระมัดระวัง
เชลยสองคนพูดไม่ผิด มีสายเคเบิลยืดยาวอยู่ด้านในจริง ยาวไปที่ด้านในสุดที่มองไม่เห็น
จุดที่ลึกที่สุดของหลุม เป็ประตูทองแดง ประตูนี้ถูกะเิออก การะเิรุนแรงมาก จนมองเห็นเพียงเศษซากที่มีลวดลาย ทางเข้าออกขนาดเท่าคนคนหนึ่งได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าทุกคน
“พวกเราไม่ได้ยินเสียงความรุนแรงของะเิ คาดว่าน่าจะฉวยโอกาสตอนชนเผ่ากำลังวุ่นวายทำการะเิ ไม่แปลกใจที่พวกเขาฆ่าผู้พิทักษ์สุสาน เพราะความรุนแรงเช่นนี้ต้องถูกค้นพบแน่”
จ้าวอี้ตรวจสอบประตูนี้ ประตูหนามาก ต้องใช้ดินะเิที่รุนแรง
เพียงเข้าประตู ก็เป็อุโมงค์อันกว้างขวาง เส้นทางไม่ขรุขระ สี่ด้านต่างเป็แผ่นหิน เห็นได้ชัดว่าปริมาณไม่น้อย เส้นทางไม่นับว่ายาว ที่สุดท้ายของมัน เป็ขั้นบันไดลงไป
จ้าวอี้หยิบสายเคเบิลขึ้น เดินหน้าไปตามสายเคเบิล เดินลงไปตามขั้นบันได เดินไปถึงปลายทาง จึงพบประตูหิน
หน้าประตูหินมีคนสองคน าแของพวกเขา กลับเป็รูะุอยู่ที่หน้าผาก ดวงตาเบิกโพลง ราวกับไม่กล้าเชื่อ
ตรงกลางของประตูหินเหมือนกับถูกของบางอย่างตัดออก บริเวณขอบนั้นราบเรียบมาก
“หรือว่า พวกเขาเกิดความขัดแย้งภายใน?”
จ้าวอี้มองศพสองศพนี้อย่างไมเ่ข้าใจ เืเป็สีดำเล็กน้อย ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็พวกแอนดริวที่ลงมือ ไม่ใช่เพราะโจรขโมยสุสานที่เข้ามาโดยบังเอิญ
ตามข้อมูลตอนนี้ที่พวกเขามี น่าจะเป็แอนดริวและน้องชายเหยียนรวมหัวกัน ถ้าเป็เช่นนี้ ทำไมพวกเขาถึงทะเลาะกันเองทั้งที่ยังไม่เจอสมบัติ? เหมือนกับไม่ค่อยสมเหตุสมผล
เดินหน้าต่อไป ห้องโถงกว้างใหญ่นี้ ในห้องโถง ยืนอยู่แ่าด้วยข้ารับใช้และทหาร มองผ่านๆ ต้องมีมากถึงหนึ่งพันคนแน่ พวกเขายืนเป็แถวอย่างมีระเบียบ มองตรงไปด้านหน้า ราวกับระวังศัตรูที่อาจปรากฏขึ้น
เพราะผู้เฒ่าสวี่ไม่อยู่ ความรู้ของพวกจ้าวอี้ไม่เพียงพอให้ยืนยันว่าคนเหล่านี้เป็รูปปั้นมีชีวิตหรือรูปปั้นดินเผา
สายเคเบิลไม่ได้ลอดผ่านทหาร แต่อ้อมไปตามขอบ
พวกจ้าวอี้ย่อมไม่อาจเดินไปที่ที่พวกนั้นไม่ได้เดินไป และใช้ไฟฉายส่องไปที่พื้นอย่างละเอียด บนพื้นมีรอยเท้า สามารถตัดสินทิศทางที่พวกเขาเดินไปได้
ตรงไปข้างหน้า
สุดทางของห้องโถงเป็ประตูเมือง
คิดอย่างละเอียด นี่ก็สมเหตุผล
พวกแอนดริวเหมือนกับเดินผ่านประตูหลัก พระราชวังใต้ดินนี้ราวกับเป็เมืองขนาดเล็ก มีกำแพงเมืองปรากฏก็ไม่แปลก
ประตูเมืองที่โบราณและเรียบง่ายไม่ได้รับการทำลายใด สายเคเบิลได้เลาะตามกำแพงเมืองตรงไปถึง้า
คิดดูเล็กน้อย ก็รู้ว่าพวกเขาต้องไม่ได้เดินไปทางประตูหลัก แต่ใช้การปีนหรือใช้เชือกเดินไปบนกำแพง
พวกจ้าวอี้ทำเช่นเดียวกัน นำเชือกมัดเป็ปม แล้วโยนขึ้นไป คิดจะยึดกับก้อนอิฐบนกำแพง
แต่น่าเสียดาย จ้าวอี้ไม่เคยฝึกโยนหอกซัดมาโดยเฉพาะ โยนหลายครั้งก็ยังไม่สำเร็จ
เป็สามเณรที่รับ่ต่อ เพียงครั้งเดียวก็ติดอยู่้าได้สำเร็จ ปีนไปไม่กี่ก้าวก็ถึงบนกำแพงอย่างชำนาญ นี่เป็การเปิดเผยทักษะของเขา ทำให้จ้าวอี้ลดความกังวลไป
แม้ความเร็วจ้าวอี้และเจี่ยงจาวตี้จะไม่เร็วเท่าสามเณร แต่ก็มีความมั่นคง
ทั้งสามคนลงจากกำแพงโดยหน้าไม่แดงหายใจไม่หอบ ทันใดนั้น สายเคเบิลก็มาถึงปลายทาง ด้านหน้าของมันคือกล่องทรงสี่เหลี่ยมขนาดสี่สิบเิเ
บนกล่องประกายแสงไฟ
นี่ก็คือเครื่องโอนสัญญาณที่สำคัญที่สุดที่ชายหนุ่มทั้งสองพูด
“พวกเราจะไปข้างล่างยังไง?”
เจี่ยงจาวตี้ถาม มองดูกล่อง การทำงานของมันตอนนี้เป็ปกติ
“เดินตามรอยเท้าไปเถอะ อย่าก้าวไปจุดที่ไม่มีรอยเท้า”
เดินหน้าต่อ ไม่ต่างอะไรกับครั้งแรกที่พวกจ้าวอี้ลงไปกับผู้เฒ่าสวี่ ที่ต่างก็คือ พวกเขาถึงถนนหลักโดยตรง
กับดักบนถนนหลักน้อยมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี
เดินผ่านไปตามทาง จ้าวอี้เห็นศพห้าศพ
ในนั้นมีสามศพที่เหลือแต่กระดูก น่าจะเป็โจรขโมยสุสานนานมาแล้ว ไม่รู้ว่าได้รับข่าวคราว หรือไม่ตั้งใจเข้ามา ผลคือต้องตายอย่างอนาถอยู่ที่นี่
อีกสองศพที่เหลือแต่งกายชุดคลุมมองโกเลีย ศพหนึ่งสวมชุดลายพราง าแแตกต่างกัน ท่าทางดูสดใหม่ เห็นได้ชัดว่าตายเพราะกลไก
เพราะเดินไปข้างหน้าตามรอยเท้าอย่างระวัง ดังนั้น พวกจ้าวอี้จึงช้ามาก ประมาณสามชั่วโมง ถึงเดินไปถึงด้านหน้าประตูเมือง
เวลานี้ จ้าวอี้คงการติดต่อกับภายนอกตลอดเวลา การติดต่อราบรื่น เห็นได้ว่าการเตรียมพร้อมของแอนดริวนั้นเต็มเปี่ยม ไม่งั้นคงคิดเครื่องโอนสัญญาณนี้ไม่ออก
“ถ้าฉันเดาไม่ผิด ที่นี่น่าจะเป็อีกด้านของประตูเมืองที่ครั้งก่อนเราต้องคอตกกลับไป ไม่รู้ว่าพวกเขาเข้าไปได้ยังไง ทุกคนระวังหน่อย”
จ้าวอี้เพิ่มความระแวดระวัง เพราะผู้เฒ่าสวี่ได้พ่ายแพ้ให้อีกด้านหนึ่งแล้ว
