เซี่ยจื่ออวี้ขบริมฝีปาก สีหน้าดื้อดึงและอัดอั้น
หลิวหย่งรู้สึกว่าคนตระกูลเซี่ยล้วนยั่วอารมณ์โมโหยิ่งนักโดยเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัยผู้นี้ ทำท่าทางแบบนั้นออกมา ราวกับถูกรังแกเข้า์เป็พยาน ใครเคยรังแกเธอเล่า อยู่ดีไม่ว่าดีโผล่มาสร้างความรำคาญแก่คนอื่นหลิวหย่งเป็ผู้ใหญ่ และเป็บุรุษอย่างแท้จริง เขาจะสามารถพูดอะไรได้
หลี่เฟิ่งเหมยดึงแขนเสื้อของเขา ส่งสัญญาณว่าตนเองจะช่วยหลานสาวต่อปากต่อคำแทน
“มาขอโทษจริงหรือ? การขอโทษก็ต้องแสดงท่าทีของการขอโทษอย่าทำหน้าคร่ำครวญหวนไห้ อับโชคยิ่งนัก! คนหนุ่มสาวสมัยนี้ทำอะไรไม่คิดจะใส่ใจแม้แต่น้อย! ทำไมล่ะ ผู้หลักผู้ใหญ่ตรงนี้ยืนหัวโด่ต่อหน้าเธอมองไม่เห็นหรือ? ใช่สิ ครอบครัวพวกเราและแซ่เซี่ยอย่างพวกเธอตัดขาดความสัมพันธ์แล้วสุนัขที่ดีไม่ขวางทางนะ อย่าถ่วงรั้งไม่ปล่อยให้พวกเราใช้ชีวิตเลย... เฮ้อ ดูเธอสิเธอหลบอะไร ฉันยังไม่ได้แตะเธอด้วยซ้ำ เธอห้ามร้องไห้นะ!”
หลี่เฟิ่งเหมยก้าวร้าวดุดัน แต่เธอไม่ลงไม้ลงมือ
เหล่าคนทำบุญก็มีพวกชอบชมความครึกครื้น ในใจร้อนรนแทบสิ้นแล้ว
เธอมีเื่ก็พูดสิ เหตุใดต้องแสดงสีหน้าไม่ได้รับความเป็ธรรม แต่กลับไม่ส่งเสียงสักคำเดียวเหล่าผู้มาทำบุญที่ใจร้อนรอไม่ไหว ได้แต่คิดว่าความหยาบกระด้างของหลี่เฟิ่งเหมยช่างมีเหตุผลพูดถูกทีเดียวนี่นา
เซี่ยจื่ออวี้ไม่ได้ตอบโต้ ทุกคนรับรู้โดยไม่ต้องครุ่นคิดว่าน่าจะมาเพื่อขอโทษจริง
เซี่ยจื่ออวี้หน้าแดงเรียกพวกเขา อีกทั้งเรียกหลิวเฟิน ‘อาสะใภ้รอง’ หลิวเฟินไม่รู้ว่าควรตอบรับหรือไม่
หวังเจี้ยนหัวนำตัวเซี่ยจื่ออวี้หลบไว้ด้านหลัง
“เสี่ยวหลาน พี่สาวเธอไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิดต่อเธอ ความผิดนั้นฉันเป็คนก่อเป็ฉันที่เลือกคบหากับพี่สาวเธอ แต่ฉันไม่เสียใจแม้แต่น้อยจื่ออวี้เป็หญิงสาวจิตใจงดงามที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบ พี่เขาเป็ห่วงเธอ—”
ว้าว!
ปริมาณข้อมูลยิ่งใหญ่มาก
อย่าคิดว่าคนชนบทฟังไม่เข้าใจ ชายหนุ่มคนนี้คงชอบพอกับน้องสาวในตอนแรกระหว่างทางเปลี่ยนเป็พี่สาว เปลี่ยนแล้วก็เปลี่ยนเลย ทว่าไม่อาจทำความผิดแต่แสร้งบริสุทธิ์เสมอไปได้แต่ยังขอให้น้องสาวอวยพรพวกคุณอย่างใจกว้างสินะ?
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เอื้อนเอ่ยอะไร เซี่ยจื่ออวี้ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกผิดปกติ
เธอมาเพื่อหลอกล่อเซี่ยเสี่ยวหลานและก็เพื่อแสดงความใจใหญ่ใจโตของตนเองต่อหน้าหวังเจี้ยนหัวด้วย
ทว่ายอดชายสมชายคนหนึ่งเช่นหวังเจี้ยนหัวมีความคิดถี่ถ้วนเลี้ยวลดคดเคี้ยวมากมายขนาดนั้นที่ไหนกลับเอาความผิดทุกรายละเอียดเข้าตัวพวกเขาทั้งสองคน นี่จะดีได้อย่างไร?
“เสี่ยวหลาน เป็ความผิดพี่ทั้งหมด ถ้าเธอยอมไม่โกรธเคืองไม่พาลโกรธคนอื่นในบ้าน พี่ยินดีขอโทษต่อเธอ! เธอกลับไปหาอารองได้หรือไม่เขาคิดถึงเธอและอาสะใภ้มากเหลือเกิน ปีใหม่ทั้งทีคนในครอบครัวมีปัญหาอะไรก็นั่งลงคุยกันดีๆไม่ได้หรือ... เธอต้องครุ่นคิดแทนอาสะใภ้รองการหย่าไม่ใช่ขั้นตอนของการแก้ไขความขัดแย้งอาสะใภ้กับอารองเป็สามีภรรยากันมายี่สิบปี ทำไมต้องเดินมาถึงจุดนี้ด้วย”
คำพูดไม่กี่ประโยคของเซี่ยจื่ออวี้เบี่ยงเบนความสนใจจากเหล่าคนทำบุญในบัดดล
ยุคนี้การหย่าพบได้น้อยมาก ในชนบทยิ่งหายากนึกว่าเป็เื่ซุบซิบพี่สาวน้องสาวแย่งผู้ชายปรากฏว่าคือเจตนาดีของพี่สาวที่มาไกล่เกลี่ยให้สมาชิกในครอบครัวปรองดองกัน
ในฐานะที่เป็ ‘อาสะใภ้รอง’ ตามคำพูดของเซี่ยจื่ออวี้ หลิวเฟินรู้สึกว่าคนรอบข้างต่างกำลังพินิจเธอ
การหย่ามิใช่เื่น่าภาคภูมิใจอะไรนัก ปกติหลิวเฟินพยายามไม่คิดเกี่ยวกับปัญหานี้ในซางตูก็มีคนรู้สถานะการหย่าร้างของเธอไม่กี่คนเธอสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเบิกบานเหลือเกิน ใครจะรู้ว่าเซี่ยจื่ออวี้จงใจพูดต่อหน้าคนไม่รู้จักมากมายขนาดนี้ในวันที่หนึ่งของปีใหม่ ในงานวัดของวัดไป๋ซี หลิวเฟินรู้สึกว่าทุกคนกำลังมองเธอ!
เซี่ยเสี่ยวหลานเกือบหลุดปากผรุสวาทแล้ว
เธอประเมินเซี่ยจื่ออวี้ต่ำไปเล็กน้อยสินะผู้หญิงที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ย่อมมีสมองที่ไม่โง่ รู้จักหลบหลีกปัญหาหลักและรับปัญหารองไว้ แถมรู้จักรังแกคนที่ต่อกรง่ายเสียด้วย
เซี่ยเสี่ยวหลานจะชินชากับข้อบกพร่องอันน่าสะอิดสะเอียนของเธอได้อย่างไร
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้กระทืบเท้าเหมือนในจินตนาการของเซี่ยจื่ออวี้ั์ตาของเธอเจือไปด้วยความยิ้มแย้ม เมื่อโดนดวงตาคู่นี้มองอย่างจดจ่อหวังเจี้ยนหัวพบว่าตนเองกลับขุ่นเคืองไม่ลงจริงๆ
หลังจากนั้นเ้าของดวงตาคู่นี้ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา
“ดังนั้น เธอจึงรู้สึกผิดต่อฉันจริง แย่งคนรักเดิมของฉันไปตอนนี้จะมาขอโทษฉัน?”
ั์ตาเปี่ยมความอ่อนโยน แต่ทำไมต้องพูดจาใจไม่ไส้ระกำเช่นนี้ด้วย
หวังเจี้ยนหัวอ้าปากแต่ไม่มีทางจะเล่าถึงต้นเหตุที่เขาและเซี่ยจื่ออวี้เลือกคบหากันด้วยความผิดพลาดต่อหน้าสาธารณชนแน่
เซี่ยจื่ออวี้ราวกับได้รับความอยุติธรรมอันใหญ่หลวง
ทำไมเซี่ยเสี่ยวหลานไม่โกรธ?
ทำไมเธอยังสามารถตอบโต้โดยคงความมีเหตุผลได้ หากอยู่ต่อหน้าคนอื่นเหมือนเมื่อก่อนเซี่ยเสี่ยวหลานต้องเอะอะโวยวาย จนคนรอบข้างไม่อยากไปฟังว่าคนที่สูญเสียเหตุผลกำลังร้องแรกแหกกระเชออะไรด้วยซ้ำล้วนยึดถือสิ่งที่เซี่ยจื่ออวี้พูดเป็หลักดีกว่า กำกวมคลุมเครือ พลิกแพลงเล่นลิ้นจงใจไม่พูดให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ผู้อื่นก็สามารถคาดเดาสิ่งที่ตนเอง้าออกมาได้...แม้แต่ที่มหาวิทยาลัย ในการการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมหอและเพื่อนร่วมชั้นวิธีนี้ก็มีประโยชน์มากเช่นกัน
เซี่ยจื่ออวี้ไม่เคยต้องเป็วายร้าย เื่ราวมักดำเนินไปตามความประสงค์ของเธอเมื่อเธอได้รับความไม่เป็ธรรมก็จะมีคนช่วยเธอทวงคืน เธออยากถ่ายทอดอะไร คนรอบข้างล้วนออกมาพูดแทนเธอเอง
วิธีนี้เดิมที่ใช้กับเซี่ยเสี่ยวหลานจนชำนาญมากที่สุด อยู่ดีๆก็ล้มเหลวเสียแล้ว—เซี่ยจื่ออวี้รู้สึกว่ามีตรงไหนผิดปกติแต่เมื่อครู่ดึงดูดความสนใจได้มากมาย เวลานี้ต้องให้คำตอบสักหน่อย
ไม่ไม่ไม่ เธอผิดพลาดท่ามกลางความรีบร้อนจังหวะฝีเท้าโดนการปรากฏตัวทันทีทันใดของเซี่ยเสี่ยวหลานก่อกวน
เป้าหมายสำคัญคือทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานกลับตระกูลเซี่ย ไม่ใช่การทำร้ายเซี่ยเสี่ยวหลานด้วยวาจาต่อหน้าคนแปลกหน้าหมู่มากยุแหย่จนเซี่ยเสี่ยวหลานโกรธเคืองกว่าเดิม! เซี่ยจื่ออวี้ครั่นคร้ามเสียจนเหงื่อโทรมกายเกือบทำให้เื่ผิดพลาดอีกแล้ว!
เซี่ยจื่ออวี้ชั่งน้ำหนักความสำเร็จและความสูญเสียในใจอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
คนที่ห้อมล้อมพวกนี้ไม่รู้จักเธอแม้แต่น้อย ต่อให้เธอยอมรับว่าตนเองแย่งคนรักของน้องสาวคนพวกนี้จะมองเธออย่างไรก็ไม่กระทบกับอนาคตของเธอ
หวังเจี้ยนหัวอาจสงสารเธอมากขึ้นเพราะเหตุนี้
และหากสามารถทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานระบายอารมณ์ที่อยู่ในใจนั่นได้ แผนของเธอจะได้ดำเนินการขั้นต่อไป
พิจารณาอย่างไรก็เป็วิธีที่มีประโยชน์มากกว่าให้โทษ!
เซี่ยจื่ออวี้สูดหายใจลึก
“ใช่ พี่กำลังขอโทษเธอ พี่และเจี้ยนหัวลงเอยด้วยกันโดยไม่ตั้งใจไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไร การกระทำของพี่ก็ได้ทำร้ายเธอไปแล้ว... พี่ขอโทษเธอ พี่ยินดีใช้สิ่งอื่นมาชดเชยเธอเธอให้อภัยพี่ได้ไหม?”
เซี่ยจื่ออวี้ขอบตาขึ้นสีแดง รอยยิ้มขมขื่นบนใบหน้าแสดงความจนใจเหลือเกิน “แม้เธอไม่ให้อภัยพี่ก็ไม่เป็ไร แต่อารองไม่ได้ทำเื่ผิดพลาดถ้าเธอเห็นด้วยที่อาสะใภ้และอารองคืนดีกันได้ จะให้พี่ทำอะไร พี่ยอมทำให้ทั้งนั้น!”
การขออภัยครานี้ ไม่ว่าใครได้ฟังล้วนพออกพอใจแล้วทั้งนั้น
คนอื่นกำลังเอียงหูฟังการตัดสินใจของเซี่ยเสี่ยวหลานอันที่จริงพวกเขาประหลาดใจไม่น้อยน้องสาวมิได้มีรูปลักษณ์ที่ดึงดูดความชื่นชมของชายหนุ่มมากที่สุดหรือ ผู้ชายคนนี้กลับทิ้งน้องสาวและเลือกพี่สาวแทน...ผู้ใหญ่อายุมากจะโปรดปรานลักษณะของเซี่ยจื่ออวี้กว่า สง่างามภูมิฐาน แถมมีมงคลด้วยวัยรุ่นอายุน้อยต้องโปรดปรานเซี่ยเสี่ยวหลานแน่นอนพวกเขาเคยเห็นหญิงสาวสะสวยขนาดนี้แค่ในภาพยนตร์เท่านั้น
สวยสดงดงามกว่าดาราภาพยนตร์เสียอีก
เซี่ยเสี่ยวหลานเหมือนกำลังพิจารณาข้อเสนอของเซี่ยจื่ออวี้อย่างจริงจัง
“เธอยินดีทำอะไรก็ได้จริงหรือ?”
เซี่ยจื่ออวี้พยักหน้ารับด้วยความลำบากใจ “ขอเพียงพี่ทำได้”
ถ้าให้คืนหวังเจี้ยนหัวแก่เซี่ยเสี่ยวหลานนั้นคงเป็ไปไม่ได้นี่คือคนที่เซี่ยจื่ออวี้ไม่มีทางปล่อยมือแน่นอน
เซี่ยเสี่ยวหลานหัวเราะโดยพลัน
“ความจริงใจในการขอโทษของเธอฉันััได้แล้ว แต่ฉันยังไม่พร้อมอภัยให้เธอสิ่งที่เธอชดใช้คืนได้ ฉันก็ไม่ถูกใจเหมือนกัน... เซี่ยจื่ออวี้ฉันจะไม่ให้อภัยเธอไปตลอดกาล ไม่ช้าก็เร็วเธอจะเรียนรู้ถึงน้ำหนักของคำพูดนี้”
ชดเชย?
ชดเชยหวังเจี้ยนหัวให้เธอหรือ?
ไม่ใช่ประเภทที่เซี่ยเสี่ยวหลานชอบโดยสิ้นเชิง สำหรับใจเธอแล้วหวังเจี้ยนหัวไม่คู่ควรแม้กระทั่งถือรองเท้าให้โจวเฉิง!
เธอมิได้คิดแค้นการร่วมมือทรยศของพี่สาวและคนรู้ใจเธอแค่จะเรียกร้องความยุติธรรมแทน ‘เซี่ยเสี่ยวหลาน’ ผู้จากไปแล้ว ชีวิตคนทั้งชีวิต เซี่ยจื่ออวี้จะเอาของอะไรมาชดเชยได้!
เซี่ยเสี่ยวหลานยิ้มแย้มขณะพูดแท้ๆเซี่ยจื่ออวี้กลับสั่นเทิ้มด้วยความกลัว
คราวนี้ขาค่อนข้างอ่อนแรงจริงหรือว่าเซี่ยเสี่ยวหลานรู้ทันอุบายพวกนั้นทั้งหมด? ไม่เป็ไปไม่ได้ เซี่ยเสี่ยวหลานโง่เขลาออกขนาดนั้น!
“เซี่ยเสี่ยวหลาน เธออย่าให้มันมากเกินไปนะ!”
หวังเจี้ยนหัวหมดสิ้นความอดทนตะคอกเสียงดังหลิวหย่งเดินมายืนด้านหน้าเซี่ยเสี่ยวหลาน “แกยังคิดจะลงมือหรือ?”
