ด้วยฝนที่ตกลงมากัดเซาะทำให้ทางบนูเาเต็มไปด้วยโคลน ขบวนที่เดิมทีมีระเบียบค่อยๆ กลายเป็ยุ่งเหยิง ข้ารับใช้และสาวใช้ทั้งหมดที่เดินเท้าล้วนขากางเกงเปียกแฉะ พวกเขาทำได้เพียงประคองซึ่งกันและกัน ต้องทราบว่าเส้นทางที่เหลยซื่อเลือกนั้นไม่ได้ดีอะไรมากมาย หากมีสักคนที่ไม่ระวัง พวกเขาก็จะลื่นล้มได้ และอาจจะตกลงไปสู่ผืนป่าสูงชันทั้งสองฟากฝั่งของเส้นทาง หากไม่ตายก็เจ็บหนัก
อากาศที่เดิมทีสดใส ถูกเมฆดำปกคลุมทุกทิศทางจนกลายเป็อึมครึม การเดินทางของขบวนก็ยิ่งยากลำบาก
ด้านหนึ่งก็คิดว่า้าลงเขาโดยเร็ว ด้านหนึ่งก็ถูกฝนที่สาดเทลงมาหยุดยั้งเท้าของพวกเขาเอาไว้ ในหูได้ยินเสียงร้องของข้ารับใช้ที่ลื่นล้มดังมาเป็ระยะๆ
“ระวังกันหน่อย! ระวังขากันด้วย!” พ่อบ้านชราะโ พึมพำในใจว่าฮูหยินช่างเลือกวันได้ดียิ่ง ไม่กี่วันก่อนยังแดดแรงอยู่เลย มาวันนี้กลับมีฝนตกหนักลงมาเสียได้
ฮูหยินผู้เฒ่าหลับตาเบาๆ ราวกับไม่ได้ยินเสียงอันวุ่นวายด้านนอก มีเพียงคิ้วที่ขมวดแน่นของนางที่แสดงให้เห็นถึงอารมณ์อันหงุดหงิดในยามนี้
ภายในรถม้า ฮูหยินบ้านรองอดไม่ได้ที่จะเลิกผ้าม่านขึ้นแล้วมองไปยังทิศทางของอวิ๋นซู เื่ที่ตนเองทำได้ก็ทำไปแล้ว หวังว่าคุณหนูหกจะไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น ขอ์คุ้มครอง ขออย่าให้คนเ่าั้ทำสำเร็จเลย
“ท่านแม่ขอรับ พี่ซูจะเป็อะไรหรือไม่?” ผู้เยาว์ในอ้อมอกลืมตาอันพร่าเลือนขึ้น ฮูหยินบ้านรองแย้มยิ้มอย่างรักใคร่ “ไม่หรอก พี่ซูของเ้าฉลาดเช่นนี้ จะต้องไม่มีปัญหาแน่”
“...งืม” เขาครางตอบออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงเปลี่ยนท่าทาง ทว่าคิ้วยังคงขมวดแน่นแสดงถึงความไม่สบายใจ
คนของบ้านสามที่อยู่ท้ายขบวนตามมาติดๆ ส่วนรถม้าของฮูหยินผู้เฒ่าอยู่หน้าสุดของขบวน ตามมาด้วยรถม้าของเหลยซื่อ หลิ่วอวิ๋นเฟิง รถม้าของอวิ๋นซูถูกรถม้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าและหลิ่วอวิ๋นหลี่ขนาบข้างทั้งสองฝั่ง เหลยซื่อจัดการเช่นนี้เพราะ้าให้รถม้าของอวิ๋นซูหายไปจากสายตาของทุกคนเงียบๆ โดยไม่มีใครรู้ตัว โดยมีอวิ๋นฮว๋าและอวิ๋นหลี่ช่วยกันปกปิด
“อี๋เหนียง ข้ารู้สึกว่าวันนี้มีอะไรแปลกๆ!” หลิ่วอวิ๋นชิงปล่อยม่านลง มองอนุสี่ที่ตอนนี้กำลังกล่อมน้องชายทั้งสองอยู่ “มีอะไรหรือ?”
“ข้าเห็นท่านแม่จ้องน้องหกตลอดเลยเ้าค่ะ!” น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความหมาย
“...” อนุห้ารีบเก็บสีหน้า ก้มหน้ามองคุณชายทั้งสองที่ยังไม่สงบลง “เบาๆ หน่อย เื่อื่นพวกเราไม่ต้องไปสนใจ” ตอนนี้ฮูหยินมองคุณหนูหกเป็หนามแทงใจ ทว่าเื่นี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับพวกนาง อยู่ในจวนโหว สิ่งสำคัญก็คือต้องฉลาดในการป้องกันตัวเอง
หลิ่วอวิ๋นชิงมุ่ยปาก เบนศีรษะไปอีกด้านหนึ่งอย่างไม่พอใจ วันนี้หลิ่วอวิ๋นหลี่ก็ยังคงตัวติดกับหลิ่วอวิ๋นฮว๋า นางมองจนแววตาปรากฏแววเย้ยหยัน ฮึ จะลำพองใจให้ได้อะไรขึ้นมา ดูสิว่านางยังจะหลงระเริงไปได้อีกนานแค่ไหน ก็แค่สุนัขใต้เท้าพี่รอง อยากจะเห็นเสียหน่อยว่านางจะสามารถโผบินกลายเป็หงส์ได้จริงหรือไม่ ไม่ถูกผู้อื่นหยิบขึ้นมาใช้เป็ดาบก็ดีแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นชิงก็ปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยาม
“ท่านแม่ ท่านมีเื่อะไรต้องจัดการหรือขอรับ?” หลิ่วอวิ๋นเฟิงเห็นเหลยซื่อที่นั่งอยู่ข้างกายตนดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด จึงกล่าวถามออกไปอย่าเป็ห่วง
ั้แ่เมื่อครู่จนถึงตอนนี้ เหลยซื่อมักจะจับแขนเสื้อของตนอย่างไม่รู้ตัว ผ่านไปไม่ทันไรก็เปิดม่านมองออกไป ทั้งยังเผลอสูดหายใจลึกบ่อยครั้ง
“อ้อ...ไม่มีอะไร เพียงกังวลว่าฝนตกหนักเช่นนี้จะมีคนได้รับาเ็หรือไม่?” เหลยซื่อยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ยามนี้มิอาจให้บุตรชายของตนล่วงรู้เด็ดขาด บุตรชายของนางสนใจแค่เื่สร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูลก็พอแล้ว เื่สกปรกอื่นๆ ที่ต้องจัดการ นางจะเป็คนลงมือเอง
“วางใจเถิดขอรับ พวกบ่าวรับใช้จะต้องดูแลน้องๆ ได้แน่”
“จริงสิ เฟิงเอ๋อร์ งานพระราชพิธีเฉลิมฉลองใกล้จะมาถึงแล้ว เ้าได้กล่าวกับรัชทายาทแล้วหรือยัง?” เหลยซื่อยังไม่ลืมความฝันที่จะให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเป็พระชายาของรัชทายาท ทว่าหลิ่วอวิ๋นเฟิงกลับหน้าเจื่อนลง “่นี้รัชทายาททรงยุ่งอยู่กับการขี่ม้าขอรับ การแข่งขันระหว่างสองแคว้นจะมาถึงในไม่ช้า พระองค์จึงยังไม่มีใจคิดเื่นั้น”
“เ้าจะบอกว่ารัชทายาทไม่ได้มีท่าทีพิเศษต่ออวิ๋นฮว๋าหรือ? หลายวันนี้เหตุใดเ้าจึงไม่พาอวิ๋นฮว๋าไปที่สนามฝึกม้าด้วยเล่า?”
เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่สนามฝึกม้า หลิ่วอวิ๋นเฟิงก็ยิ้มอย่างจนใจ เขาไม่อยากให้น้องสาวของตนสร้างปัญหาให้ผู้อื่นอีก ยิ่งไปกว่านั้น ั้แ่เกิดเื่ขึ้นครั้งก่อน เมื่อพูดถึงสนามฝึกม้า ใบหน้าของอวิ๋นฮว๋าก็จะเปลี่ยนไปทันที
เหลยซื่อส่ายศีรษะเบาๆ ช่างเถิด รอให้จัดการเื่นังเด็กสารเลวนั่นก่อน เื่อื่นค่อยว่ากันใหม่ก็ยังไม่สาย
เสียงฝนดังยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนถูกม่านฝนที่แขวนอยู่ระหว่างฟ้าดินทำเอาตาพร่า เส้นทางบนูเาเดินลำบากเช่นนี้ คนของจวนโหวจึงค่อยๆ เดินช้าลง
รถม้าจำนวนไม่น้อยหยุดชะงักลง อวิ๋นซูเลิกม่านขึ้นมองลงไปยังขบวน ดวงตาของนางสั่นไหว ตอนนี้แหละ! นางส่งสายตาครั้งหนึ่ง ชุนเซียงที่อยู่ข้างๆ พลันฝ่าสายฝนออกไป อาศัยตอนที่ผู้อื่นไม่สนใจซัดฝ่ามือไปยังคนที่เหลยซื่อส่งมาจับตาดูนางจนสลบ “ตายแล้ว เ้าเป็อะไร? รีบตื่นเร็วเข้า!”
เสียงนี้ดังไปถึงคนขับรถม้า เขาปล่อยบังเหียน ะโลงมาดูสภาพของคนผู้นั้น “แม่นางชุนเซียง เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ?”
“ไม่ทราบเ้าค่ะ เมื่อครู่คนผู้นี้ร้องว่าไม่สบายตัว คุณหนูจึงให้ข้าลงมาดู จู่ๆ เขาก็สลบไปแล้ว” ท่าทางของชุนเซียงทำราวกับว่ามีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นจริงๆ ดูกังวลใจยิ่งนัก
เป็เช่นนี้ไปได้อย่างไร? คนขับรถม้าทราบว่าคนผู้นี้เป็คนที่ฮูหยินจัดเตรียมมา เขาพลันตึงเครียด ตบลงไปบนหน้าของคนผู้นั้นอย่างแรง “เ้าตื่นสิ รีบตื่นเร็ว!”
รถม้าของอวิ๋นซูจอดอยู่ไม่ยอมเคลื่อนไปข้างหน้า ขบวนด้านหลังจึงวุ่นวายตาม ชุนเซียงที่ฉลาดหลักแหลมส่งสายตาไปยังคนขับรถม้าของหลิ่วอวิ๋นหลี่ พวกนางซื้อตัวคนผู้นี้ไว้นานแล้ว เขารีบขับรถม้าพุ่งไปข้างหน้า ะโลงมาแล้วขึ้นไปบนรถม้าของอวิ๋นซู
จนกระทั่งคนขับรถม้าคนเดิมจัดการคนของฮูหยินที่สลบไสลเรียบร้อยแล้วก็กลับมายังรถม้า ทว่า รถม้าคันนี้ไม่ใช่คันเดิมแล้ว
เพราะรถม้าทุกคันเหมือนกันหมด เขาย่อมจำไม่ได้ว่านี่ไม่ใช่รถม้าคันเดิม หมากตานี้ของเหลยซื่อนับว่าเป็การยกหินทุ่มใส่เท้าตนเองแล้ว กลายเป็การอำนวยความสะดวกให้อวิ๋นซูแอบสับเปลี่ยนได้ง่าย
เสียงฝนปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง อวิ๋นหลี่ในรถม้าก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น
ขบวนเดินหน้าต่อไป เมื่อถึงทางแยกที่เหลยซื่อนัดเอาไว้ นางก็ออกคำสั่งกับข้ารับใช้ด้านนอก พลันมีเงาร่างหนึ่งวิ่งไปยังบริเวรที่คนขับรถม้าผู้นั้นสามารถมองเห็นได้แล้วส่งสัญญาณมือ ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงไม่ทราบว่ามีรถม้าคันหนึ่งวิ่งแยกไปยังอีกเส้นทาง
อวิ๋นหลี่ในรถม้าทั้งตื่นเต้นทั้งตึงเครียด ต่อจากนี้ทุกอย่างก็มอบให้ท่านแม่และอวิ๋นฮว๋าจัดการแล้ว ในที่สุดความแค้นของอี๋เหนียงก็ได้รับการชำระ นางจะต้องพักผ่อนอย่างสงบอยู่บน์อย่างแน่นอน หลิ่วอวิ๋นซู หลังจากวันนี้ไปนางก็จะไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์อีก ไม่ว่านางจะมีความสามารถเพียงใด ทว่าสำหรับจวนโหว บุตรีอนุภรรยาเช่นนี้นับเป็จุดด่างพร้อย! นางที่ถูกโจรูเาหยามเกียรติ ทางที่ดีควรจะะโหน้าผาตายไปเสีย จะได้ประหยัดเวลาที่จะถูกจวนโหวทอดทิ้งอีกครั้ง
คิดถึงตรงนี้ หลิ่วอวิ๋นหลี่ก็แย้มยิ้มออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ราวกับนางเห็นจุดจบอันน่าอนาถของอวิ๋นซูก็มิปาน
น้องเจ็ดในอ้อมกอดหลับอย่างสงบ อวิ๋นหลี่ก้มลงลูบผมของน้องสาวร่วมมารดาเบาๆ รอให้อวิ๋นซูจบสิ้นเสียก่อน นางจะต้องปฏิบัติตัวต่อหน้าท่านแม่ให้ดี จากนั้นก็จะดูแลสั่งสอนอวิ๋นเหยาอย่างเข้มงวดเฉกเช่นอี๋เหนียง ให้เด็กไม่เอาไหนคนนี้เรียนรู้ความสามารถอย่างจริงจัง เช่นนี้พวกนางสองพี่น้องถึงจะสามารถมีที่ยืนในจวนโหวได้
เมื่อถึงเวลานั้น นางอาจจะไม่ต้องประจบประแจงอวิ๋นฮว๋าอย่างขมขื่นอีกต่อไป ในเมื่อตัวโชคร้ายอย่างอวิ๋นซูสามารถได้รับความโปรดปรานจากฮูหยินผู้เฒ่าได้ นางจะทำไม่ได้เชียวหรือ? หลิ่วอวิ๋นหลี่ยิ้มอย่างเ็า ต่อให้ตนเองจะไร้ประโยชน์ แต่ก็ดีกว่าบุตรีอนุภรรยาที่โตมาในชนบท!
ทว่าจู่ๆ รถม้าก็จอดลง อวิ๋นหลี่เห็นว่ารถม้าไม่โคลงเคลงจึงรู้สึกแปลกใจ หรือจะถึงตีนเขาเร็วขนาดนี้เชียว? นางเลิกม่านขึ้นอย่างสงสัย เห็นเงาร่างที่แต่งตัวเหมือนคนขับรถม้าพุ่งเข้าไปในม่านฝน
เกิดอะไรขึ้น? “เ้าจะไปไหน?!” นางะโไปยังคนผู้นั้น ทว่าสิ่งที่ตอบกลับนางมามีเพียงเสียงฝนโปรยปราย
ในใจของหลิ่วอวิ๋นลี่เกิดความร้อนรนขึ้นสายหนึ่ง นางมองไปรอบๆ สองฟากฝั่งเป็หมู่หินรูปร่างแปลกประหลาด นี่มันเกิดอะไรขึ้น? คนเล่า เหตุใดไม่เห็นผู้ใดเลย นางมองไปด้านหลังอีกครั้ง รถม้าของหลิ่วอวิ๋นชิงที่เดิมทีต้องตามหลังมาก็ไม่อยู่แล้ว ทั้งถนนราวกับเหลือเพียงตนเอง ว่างเปล่าวังเวงยิ่งนัก
ทันใดนั้น มือหยาบกร้านคู่หนึ่งลากนางลงมาจากในรถม้า เมื่อมองไป ไม่นึกว่าจะเป็โจรูเาท่าทางโเี้ดุดันผู้หนึ่ง
“ฮี่ๆ ดูผิวนุ่มละเอียดนี่สิ ช่างเป็สินค้าชั้นยอด!”
หน้าตาอัปลักษณ์ของชายตาเดียวทำให้หลิ่วอวิ๋นหลี่สั่นระริกไปทั้งตัว “จะ เ้าเป็ใคร?! ปล่อยมือ!”
“ฮี่ๆ แม่นางน้อยช่างเผ็ดร้อนเหลือเกิน เร็วเข้า รีบลากนางลงมา!” ข้างนอกมีเสียงะโแว่วมา
ณ ตอนนี้ หลิ่วอวิ๋นหลี่พลันเข้าใจอะไรขึ้นมาแล้ว นางทั้งโกรธทั้งอาย พยายามดิ้นรน “พวกเ้าจับคนผิดแล้ว ข้าคือคุณหนูสี่ ไม่ใช่คุณหนูหก พวกเ้ารีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! คุณหนูหกอยู่บนรถม้าอีกคัน!”
เสียงของเด็กสาวส่งไปถึงนอกรถม้า ทว่าโจรทั้งหลายกลับไม่เชื่อ เหลยซื่อบอกกับพวกเขาว่าเด็กคนนี้ฉลาดมาก ไม่ว่านางจะพูดอะไรก็ไม่ต้องเชื่อ นอกจากนี้ยังบอกให้พวกเขาจัดการให้เร็วที่สุด เพราะหากคนของจวนโหวทราบเื่ จะต้องรีบขึ้นเขามาหาคนแน่นอน
“อย่าไปฟังนางพล่าม ลากนางลงมา ทำงานสำคัญก่อน!”
“งานอะไร? พวกเ้าจับผิดคนจริงๆ! ข้าไม่ใช่หลิ่วอวิ๋นซู ข้าคือหลิ่วอวิ๋นหลี่! รีบปล่อยมือเสีย ห้ามเสียมารยาทกับข้า!” หลิ่วอวิ๋นหลี่กรีดร้องอย่างโมโห แขนขาของนางดิ้นรนอย่างสุดชีวิต โจรหลายคนเดินเข้ามาจับนางเอาไว้ โยนนางลงพื้นอย่างโเี้
ความเ็ปแผ่ซ่านออกมาจากหลัง หลิ่วอวิ๋นหลี่รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน นางหยิบก้อนดินบนพื้นขว้างไปยังโจรูเาทั้งหลาย ใบหน้าของพวกเขาพลันปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย
“ฮี่ๆ หรือเ้าคิดว่าจะมีคนมาช่วยเ้าหรือ? ทำตัวว่านอนสอนง่าย ปรนนิบัตินายท่านอย่างพวกข้าให้ดีเถอะ วางใจได้ พวกข้าจะทำให้เ้ามีความสุขแน่นอน!”
“...เ้า พวกเ้ากล้า?!”
โจรทั้งหกคนชะงัก จากนั้นจึงหัวเราะฮ่าๆ ออกมา ราวกับพวกเขาได้ยินเื่ที่น่าขบขันที่สุดในใต้หล้า “ทำไมจะไม่กล้า? เื่ฆ่าคนวางเพลิง นายท่านอย่างพวกข้าล้วนทำมาหมดแล้ว จัดการกับแม่นางคนเดียว มีอะไรให้ไม่กล้ากัน? ฮ่าๆๆ ...”
