เย่ฝานนั่งดูหนังอยู่ที่ห้องโถง ไช่เจิ้นจวิ้นก็ขนขนมมากองเบื้องหน้าเย่ฝาน “ลูกพี่เย่ มันฝรั่งทอดกลิ่นแตงกวาที่คุณอยากได้ นี่มันฝรั่งทอดกลิ่นทุเรียน และนี่มันฝรั่งทอดกลิ่นมะเขือเทศ… อยู่นี่หมดแล้ว”
เย่ฝานพยักหน้าพลางกล่าวชม “ไม่เลวๆ นายทำดีมาก”
“ลูกพี่เย่ ได้ยินว่าวันนี้คุณกับพี่ใหญ่ถูกคนร้ายขับรถตามเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมตอบ “ใช่ แถมพี่ชายนายยังขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เขาแน่จริงๆ สำนักควบคุมการจราจรต้องหาเื่ยุ่งยากมาให้เขาแน่ๆ”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
“คุณชายเย่ ขอบคุณมากนะ” ไช่เจิ้นจวิ้นพูดด้วยความจริงใจ
“เมื่อรับเงินมาก็ต้องขจัดเภทภัยให้ นี่เป็สิ่งที่สมควรทำอยู่แล้ว ฉันรับเงินจากนายมาแล้วก็ต้องคุ้มกันพี่ชายของนายให้ดีที่สุด แน่นอนว่าถ้าพี่ชายนายเป็อะไรไป เงินค่าจ้างงวดสุดท้ายฉันก็คงจะรับไว้ไม่ได้ นายก็จะประหยัดเงินไปไม่น้อย แต่นายวางใจเถอะ ลูกพี่เย่ของนายคนนี้เป็นักธุรกิจที่มีคุณธรรม” เย่ฝานพูดพร้อมตบบ่าของไช่เจิ้นจวิ้น
“คุณชายเย่ ถึงแม้ว่าพี่ชายของผมจะงี่เง่าไปหน่อย แต่ผมก็หวังให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าเขาเป็อะไรไป ผมก็จะต้องมาแบกรับภาระดูแลบริษัท ผมไม่้าแบบนั้น!” ไช่เจิ้นจวิ้นกล่าวด้วยความขมขื่น
เจียงปินได้ยินที่ไช่เจิ้นจวิ้นและเย่ฝานพูดคุยกัน มุมปากของเขาพลันกระตุกไม่หยุด
ไช่เจิ้นจวิ้นเ้าหมอนี่ ที่เขาช่วยเหลือไช่ไซว้อย่างกระตือรือร้นก็เพราะไม่อยากรับภาระดูแลบริษัทหรอกเหรอ?
“ถ้าพี่นายเป็อะไรไป นายก็จะได้เป็ใหญ่ในบริษัท ไม่ดีเหรอ”
“ผมแค่อยากจะนั่งกินนอนกินไปวันๆ จนตายแค่นั้นพอ”
เจียงปิน “…”
ไช่เจิ้นจวิ้นยังอยากจะคุยกับเย่ฝานอีกหลายประโยค ทว่ากลับถูกไช่ไซว้เรียกตัวไปก่อน
เดิมทีเจียงปินคิดว่าเย่ฝานเป็พวกอ่อนหัดที่ไช่เจิ้นจวิ้นเชิญมา แต่พอหมอนั่นแสดงฝีมือ เจียงปินจึงได้รู้ว่าเย่ฝานเก่งกาจมาก
เจียงปินเคยได้ยินข่าวจากเบื้องบน และเขายังตรวจพบว่าเย่ฝานมีประวัติอยู่ในบันทึกของทางการ
เย่ฝานนับว่าเป็ยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทาน ก่อนหน้านี้มีนินจาจากรัฐวะกลุ่มหนึ่งหวังจะสังหารเซี่ยวฉือ ครั้งนั้นก็ได้เย่ฝานออกโรงช่วย ที่นินจาจากรัฐวะกลุ่มนั้นตายอย่างน่าประหลาดในย่านชานเมือง ก็น่าจะเป็ฝีมือของเย่ฝานที่จัดการกับคนเ่าั้
ยังเคยมีคนเสนอเบื้องบนให้เชิญเย่ฝานเข้าเป็สมาชิกในทีมปฏิบัติการพิเศษ แต่เขาไม่ผ่านการพิจารณาด้านพฤติกรรม ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่ได้รับเขาเข้าทีม หลังจากที่เจียงปินได้ัักับเย่ฝานมาสองวันนี้ เขารู้สึกว่าตัวเย่ฝานเองไม่ได้มีปัญหาอะไร ทว่าเป็ระดับสติปัญญามากกว่าที่น่าเป็ห่วง
“คุณชายเย่ คุณรู้จักคุณชายรองได้ยังไง!” เจียงปินถามด้วยความสงสัย
เย่ฝานลูบคางพร้อมตอบกลับไป “อ่อ เขาสนใจบ้านหลังที่ผมอยู่มาก ชอบเดินไปมาอยู่นอกบ้านของผมประจำ พวกเราก็เลยรู้จักกันเพราะแบบนี้ เหอะๆ เ้าปัญญาอ่อนนั่น มองยังไงก็เหมือนโจร”
เจียงปิน “…”
“ทำไมคุณชายรองถึงสนใจบ้านของคุณล่ะ?” เจียงปินถามด้วยความไม่เข้าใจ
แต่จู่ๆ แววตาของเย่ฝานกลับเปลี่ยนไป เขาไม่ได้ตอบคำถามของเจียงปิน “มีคนมา!”
เจียงปินตะลึงไปครู่หนึ่ง ขณะนั้นเย่ฝานะโจากหน้าต่างชั้นสามของคฤหาสน์ลงไปเบื้องล่างแล้ว
เจียงปินมองจากหน้าต่างออกไป เขาเห็นเย่ฝานยืนอยู่ในสวน เบื้องหน้าเขาปรากฏเงาร่างของชายชุดดำคนหนึ่ง
เจียงปินเกิดความหวาดหวั่นขึ้นในจิตใจ เขาจัดคนออกไปลาดตระเวนแล้วแท้ๆ แต่กลับมีคนลอบเข้ามาในคฤหาสน์โดยที่เขาไม่รู้ตัว และเขาเองก็ไม่ได้รับการแจ้งเตือนแม้แต่นิดเดียว
เ้าเย่ฝานคนนั้น เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลได้อย่างไรกัน?
“นายเป็ใคร?”
เย่ฝานมองชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะหรี่ตาลงแล้วเอ่ยว่า “นักรบพันธุกรรมพิเศษ?”
“ถูกต้อง และตอนนี้ก็ถึงเวลาตายของนายแล้ว”
เดิมทีเย่ฝานคิดว่านักรบพันธุกรรมพิเศษคือผู้ฝึกตน แต่พอได้พบจึงทราบว่าบนร่างของพวกเขามีพลังปราณอยู่จำนวนหนึ่ง แต่พลังปราณนั้นช่างดูยุ่งเหยิง เหมือนกับภายในร่างกายมีการผสมผสานพลังปราณที่ไม่เป็ธรรมชาติ มันแปลกประหลาดมาก
ชายที่มีจมูกเป็สันคนนั้นปล่อยหมัดไปหาเย่ฝาน ทำให้เกิดแรงลมกระโชกรุนแรง
เย่ฝานตวัดมือปัดป้องการโจมตีจากชายคนนั้น จากนั้นเย่ฝานก็ใช้ใบมีดวายุที่สร้างขึ้นป้องกันการจู่โจมระลอกที่สองของชายชุดดำ กระแสลมที่เหลือจากใบมีดวายุซัดเข้าที่หน้าอกของชายชุดดำอย่างจัง ร่างของเขาแยกออกเป็สองส่วนทันที เย่ฝานบ่นพึมพำว่า “นักรบพันธุกรรมพิเศษก็ไม่ได้เก่งกาจสักเท่าไรนี่”
ะุสิบนัดพุ่งมาหาเย่ฝาน เขาทราบทันทีว่าผู้ช่วยของชายชุดดำปรากฏตัวออกมาแล้ว
เย่ฝานปล่อยยันต์สะท้อนกลับออกไป ะุเ่าั้ก็สะท้อนกลับไปตามวิถีะุที่ถูกยิงออกมา เสียงร้องจากความเ็ปดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ร่างของเย่ฝานเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แค่พริบตาเดียวมือสังหารสิบกว่าคนที่ลอบเข้าไปในคฤหาสน์ก็ถูกสังหารหมู่ไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
เย่ฝานลากศพของชายชุดดำเข้าไปในบ้าน ส่วนศพที่เหลือก็ปล่อยให้คนอื่นจัดการ
“น้องชาย นายรู้จักกับเย่ฝานได้ยังไงกัน!” ไช่ไซว้เอ่ยถาม
ไช่เจิ้นจวิ้นตอบด้วยความภาคภูมิใจ “เขาเป็เพื่อนบ้านของผมเอง คุณชายเย่เขาเก่งมากเลยนะ คฤหาสน์ที่เขาอยู่เป็บ้านผีสิง! ั้แ่เขาย้ายเข้าไป ก็ไม่มีภูตผีออกอาละวาดอีกเลย ภรรยาในอนาคตของเขาก็ไม่ธรรมดาเลยนะ เป็ถึงคุณชายสามบ้านตระกูลไป๋เลยล่ะ”
“คุณชายสามบ้านตระกูลไป๋ คุณชายไป๋คนนั้นน่ะเหรอ!” ไช่ไซว้ถามย้ำ
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าแล้วตอบว่า “ก็คุณชายสามบ้านตระกูลไป๋คนนั้นนั่นแหละ”
ไช่ไซว้ถามซ้ำอีกว่า “แน่ใจนะว่าใช่คุณชายไป๋คนนั้น?”
.......................................................
เย่ฝานเจอยาชนิดหนึ่งบนร่างของนักรบพันธุกรรมพิเศษ
“คุณชายเย่” เจียงปินเรียกเย่ฝานด้วยความเคารพ
เย่ฝานหันกลับไปมองเจียงปินแล้วกล่าวว่า “นายดูไม่ค่อยแข็งแกร่งเท่าไร แต่ก็น่าจะเคยเรียนรู้วิทยายุทธ์โบราณมา คงจะรู้ข้อมูลที่ถูกปกปิดไว้อยู่บ้าง นายรู้อะไรเกี่ยวกับเขาไหม?”
เจียงปินตอบด้วยความลำบากใจ “ผมก็ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเื่นี้เท่าไรนัก ในต่างประเทศอาจมีวิธีการบ่มเพาะนักรบชั้นยอดที่ไม่เหมือนใคร”
เย่ฝานโบกมือไปมาพร้อมพูดว่า “ช่างมันเถอะ”
เย่ฝานพิจารณายาตัวนั้นแล้วอดส่ายหน้าไม่ได้ เขาพบว่าในยานี้มีสมุนไพรหลายตัวที่เต็มไปด้วยพลังปราณ แต่สัดส่วนของยาไม่ถูกต้องนัก จึงไม่สามารถนำยามาใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ นี่เท่ากับเป็การสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
เย่ฝานพิจารณาศพของนักรบพันธุกรรมพิเศษชั่วครู่ ไม่นานก็เลิกสนใจ
หลังสอบถามความคิดเห็นจากเย่ฝาน เจียงปินก็รีบแจ้งข่าวให้หน่วยงานพิเศษของชาติ หลังจากนั้นพวกเขาก็ส่งคนมาเคลื่อนย้ายศพไปทั้งหมด
.....................................................................
หลังจากทานอาหารมื้อดึกเสร็จ เย่ฝานก็ถือโทรศัพท์มือถือไว้ก่อนต่อสายคุยกับใครคนหนึ่ง
“อวิ๋นซี นายทำงานล่วงเวลาอีกแล้วเหรอ!”
“ฉันเหรอ! ฉันก็ทำงานล่วงเวลาเหมือนกัน ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเลยล่ะ ทำงานหาเงินนี่มันลำบากจริงๆ”
เจียงปินมองเย่ฝานพลางคิดใน : นายก็แค่กินและดื่ม มองไม่ออกเลยว่าลำบากตรงไหน!
“ฉันทำงานอะไรน่ะเหรอ ฉันมาเป็บอดี้การ์ดให้กับหนุ่มหน้าจืดคนหนึ่ง ถ้าภารกิจสำเร็จ ฉันก็จะได้เงินหนึ่งร้อยล้านหยวน พี่ชายของเขาจะให้ฉันอีกสองร้อยล้านหยวน รวมเบ็ดเสร็จงานนี้ฉันจะมีเงินเข้าบัญชีทั้งหมดสามร้อยล้านหยวน อีกไม่นานฉันก็จะกลายเป็เศรษฐีที่มีทรัพย์สินตั้งหนึ่งพันล้านหยวน แบบนี้จุดมุ่งหมายของฉันก็สำเร็จไปแล้วหนึ่งในสิบ”
เจียงปิน “…” ช่างน่าอิจฉาจริงๆ ที่เขาหาเงินได้เร็วขนาดนี้!
“ฉันเพิ่งกินข้าวเสร็จ ตอนนี้อิ่มมาก แต่พอดีมีคนมาหาฉัน ฉันก็เลยต้องไปออกกำลังกายซะหน่อย”
เจียงปิน “…” การออกกำลังกายที่เย่ฝานพูด หรือจะเป็การออกไปจัดการกับมือสังหารสิบกว่าคนนั่น?
“พรุ่งนี้เป็เทศกาลจงหยวน[1] ฉันไม่วางใจถ้าจะต้องปล่อยนายไว้คนเดียว พวกเราออกไปเดตกันเถอะ”
ไช่เจิ้นจวิ้นเดินออกมาบังเอิญได้ยินที่เย่ฝานพูด จึงถามด้วยความกังวลว่า “คุณชายเย่ นายจะไปเดต แล้วพี่ชายฉันจะทำยังไง!”
คนของสำนักยมทูตมีกฎระเบียบว่าจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะฆ่าได้สำเร็จ ไช่ไซว้ถูกลอบทำร้ายตั้งหลายครั้งในวันเดียว พรุ่งนี้ก็เกรงว่าจะหนีไม่พ้น ถูกคนของสำนักยมทูตตามฆ่าอีกแน่
“เขาไปกับฉันได้! ไอ้หยา! หาเงินว่ายากแล้ว จะไปเดตก็ยังมีก้างขวางคออีกเสียอย่างนั้น” เย่ฝานพูดด้วยความกลัดกลุ้ม
ไช่ไซว้ “…” ก้างขวางคอ!
ไช่ไซว้ถามด้วยความสงสัย “คุณชายเย่ คู่หมายที่คุณจะไปเดตด้วยคือ… คุณชายสามตระกูลไป๋ ไป๋อวิ๋นซีหรือ”
เย่ฝานพยักหน้า “อืม ถูกต้อง!”
ไช่ไซว้หัวเราะและพูดว่า “ที่แท้ก็เป็อย่างนี้ ถึงเวลานั้นเกรงว่าจะต้องรบกวนพวกคุณแล้วล่ะ” ไช่ไซว้เลิกคิ้วขึ้น เพราะอยากรู้อยากเห็นเื่การเดตของเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซี
เย่ฝานคิดในใจสักครู่ก่อนหยิบหยกออกมาจำนวนหนึ่ง “เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เลย หยกนี่สามารถป้องกันการถูกจู่โจมได้ ชิ้นละสามล้านหยวน นายซื้อเก็บไว้หลายๆ ชิ้นหน่อย ถึงเวลาถ้าฉันพลาดพลั้งไป นายจะได้มีของคุ้มครองติดตัว”
ไช่ไซว้ยกมุมปากขึ้นแล้วพูดว่า “ได้”
ไช่ไซว้ดูเป็คนใจใหญ่กว่าไช่เจิ้นจวิ้นไม่น้อย เพราะเขาซื้อหยกห้าชิ้นในครั้งเดียว
...................................................
เย่ฝานพาไช่ไซว้ไปยังบริษัทเจาซี
“ยังไม่เลิกงานกันอีกเหรอ?” เย่ฝานถามพนักงานต้อนรับ
พนักงานต้อนรับทั้งสองส่ายหน้าตอบว่า “ยังกลับไม่ได้ค่ะ ท่านประธานไป๋เป็พวกชอบทำงานล่วงเวลา” คุณชายไป๋ทำงานล่วงเวลาบ่อยมาก พวกหล่อนซึ่งเป็พนักงานตัวเล็กๆ จะกลับก่อนเ้านายก็ไม่ดี
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ใช่สิ! อวิ๋นซีเวลาทำงานก็มักจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ แต่ว่าวันนี้ตรงกับเทศกาลจงหยวนนะ!”
พอถึงเทศกาลจงหยวนประตูผีจะเปิด ภูตผีทั้งหลายก็จะแห่ออกมาเที่ยวเล่นกัน ่เวลาอย่างนี้กลับบ้านเร็วหน่อยย่อมดีกว่า
“ก็ใช่นะสิ! วันนี้ได้ยินว่าเดินกลับบ้านกลางดึกจะเจอกับพวกลามกได้ พวกเราควรรีบกลับบ้านกันดีกว่านะ” พนักงานต้อนรับพูด
“ฉันจะไปหาอวิ๋นซี จะไปบอกให้เขาปล่อยพวกเธอกลับบ้านเร็วหน่อย” เย่ฝานพูดพร้อมตบหน้าอก
พนักงานต้องรับมองเย่ฝานด้วยความซาบซึ้งใจ “ความหวังทั้งหมดฝากไว้ที่คุณชายเย่แล้วนะคะ”
ไช่ไซว้เกิดสงสัยขึ้นในใจ ไช่เจิ้นจวิ้นเคยบอกว่าเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีเป็มิตรกัน เขายังคิดว่าไช่เจิ้นจวิ้นพูดเื่เหลวไหล แต่ไม่คิดว่าเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีจะสนิทสนมกันขนาดนี้
พนักงานต้อนรับทั้งสองมองส่งเย่ฝานและไช่ไซว้ขึ้นตึกไป
“คนที่มากับคุณชายเย่คือใครกันนะ?”
“เหมือนจะเป็คุณชายใหญ่บ้านตระกูลไช่ เป็ทายาทรุ่นที่สอง ไม่นึกเลยว่าคุณชายเย่จะพาเขามาด้วย”
เย่ฝานเดินเข้าไปในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซีอย่างคุ้นเคย ไป๋อวิ๋นซีได้ยินเื่ของไช่ไซว้ก่อนหน้านี้มาแล้ว เขาจึงพยักหน้าให้ไช่ไซว้เล็กน้อย
“อวิ๋นซี นายยังไม่เลิกงานอีกเหรอ วันนี้เป็วันปล่อยผีนะ ผียังออกมาเฉลิมฉลอง แล้วนายจะไม่หยุดให้ตัวเองได้พักบ้างเหรอ!”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานกลับไป “ฉันจะเหมือนนายได้ยังไง! ที่หยุดพักทุกวัน!”
เย่ฝานขยี้จมูกพลางพูด “เปล่าสักหน่อย ตอนนี้ฉันไม่ได้ทำงานอยู่เหรอ? นายดูสิ… ฉันต้องรับมือกับอะไรบ้าง”
ไป๋อวิ๋นซีมองไปไช่ไซว้พลางเอ่ย “คุณชายไช่ เชิญเขาไปช่วยแบบนี้คุณคงจะปวดหัวกับเขามากสินะ”
ไช่ไซว้หัวเราะแล้วพูดว่า “ก็ไม่ขนาดนั้นครับ”
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซีและพูดว่า “ทำไมเชิญฉันไปช่วยแล้วต้องปวดหัวด้วยล่ะ!”
ไป๋อวิ๋นซี "..."
“อวิ๋นซี นายจะไปคฤหาสน์ของฉันไหม!”
ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย “คฤหาสน์ของนาย? นั่นมันบ้านผีสิงไม่ใช่เหรอ? วันนี้ประตูผีเปิด แล้วจะไม่เกิดเื่อะไรเหรอ?”
ได้ยินไป๋อวิ๋นซีพูดถึงบ้านผีสิง ไช่ไซว้ตะลึงไปชั่วครู่ เขาก็เคยได้ยินเื่บ้านผีสิงของเย่ฝานมาบ้าง ไช่เจิ้นจวิ้นยังเคยตามเพื่อนเข้าไปสำรวจ แต่หลังจากกลับออกมาเขาก็กลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ จากนั้นเขาก็ไม่กล้าเข้าห้องน้ำกลางดึกอีกเลย
เย่ฝานพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “วางใจเถอะมีฉันอยู่ทั้งคน คฤหาสน์ของฉันปลอดภัยมาก”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานครู่หนึ่ง แล้วพูดพร้อมพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ”
ไช่ไซว้มองไป๋อวิ๋นซีด้วยความประหลาดใจ เขาแอบคิดในใจว่าไป๋อวิ๋นซีเป็คนเชื่อฟังคนอื่นง่ายๆ ั้แ่เมื่อไรกัน เย่ฝานพูดอะไรเขาก็คล้อยตามเสียหมด
.......................................................................................
[1] เทศกาลจงหยวน ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ซึ่งชาวจีนมีความเชื่อว่าวันนี้เป็วันปล่อยผี ผู้คนจึงมักจะกราบไหว้บรรพบุรุษในวันนี้ด้วย
