พูดจบเขาก็ไม่ได้สนใจไป๋ิ่อวี้อีกต่อไปว่าจะคิดอะไรอยู่เขาหันเตรียมมุ่งหน้าเดินออกไปจากห้องและถามว่า "ลั่วไป๋มาหรือยัง"
ซุ่ยเยวี่ยได้ยินดังนั้นก็รีบยัดถาดเสื้อผ้าให้ไป๋ิ่อวี้โดยไม่สนใจว่าเขาจะรับไว้หรือไม่ก่อนรีบวิ่งตามเจียงลั่วอวี่ไป "เรียนซื่อจื่อคุณชายมารอที่ด้านนอกแล้วแต่คุณหนู....."
เจียงลั่วอวี้ก้าวออกจากประตูดวงตาจ้องมองไปยังร่างที่คุ้นเคยซึ่งห่างไปจากประตูไม่ไกลนักเขายกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยว่า "นางก่อเื่อีกแล้วหรือ? "
ซุ่ยเยวี่ยมองไปที่เจียงลั่วไป๋จากนั้นจึงหันไปมองซื่อจิ่อแล้วเอ่ยตอบว่า ".....เ้าค่ะ"
เจียงลั่วอวี้เอามือกุมขมับตนเองเขาได้แต่คิดว่าน้องสาวคนนี้ช่างไม่รู้ประสาเอาเสียเลย ชาติก่อนเขาไม่ถือสานางแต่มาชาตินี้นางยังจะไปเข้ากับเจินซื่อเพื่อมาสร้างความลำบากให้เขาอีกหรือ?
"ช่างเถอะปล่อยนางไปก่อนเื่นี้หากข้าไม่ไปจัดการเองก็คงจะไม่จบ ไปกันเถอะ"
ขณะที่กำลังจะเดินต่อไปหูของเขาก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินตามมาทันใดนั้นก็มีมือเย็นเฉียบมาจับที่มือเขาจนต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเขาหันกลับไปมองก็เป็ไปตามคาดคนที่ตามมาคือไป๋ิ่อวี้ที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าของเขา
สมดังภาษิตไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง
เมื่อได้ใส่ชุดอันงดงามเข้าไปแล้วหากไม่สังเกตรอยแผลบนใบหน้า หรือเพียงแค่เขายืนเฉยๆก็อาจจะคิดว่าเป็ทายาทผู้ดีมีสกุลเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะท่าทางที่นิ่งขรึมของเขา
เสียดายก็แต่ใบหน้าดวงนั้น
เมื่อเจียงลั่วอวี้เห็นสายตาของซุ่ยเยวี่ยที่มองเขาสองคนยืนกุมมือกันในใจก็คิดว่าถ้านางรู้ว่าคนที่กำลังกุมมือเขาอยู่เป็ผู้ชาย นางคงจะร้องเสียงหลงแม้แต่เขาเองก็พูดไม่ออกและก็ไม่รู้จะดึงมือออกอย่างไรดี
ไป๋ิ่อวี้จ้องตาเขาด้วยดวงตาสีอำพันสดใสและเสียงที่นิ่งเรียบ
"ถ้าไม่จับมือกันความลับจะไม่หลุดรึ?"
เจียงลั่วอวี้มองตากลับแม้ว่าั์ตาจะดูสับสนแต่ก็ยังยิ้มให้เหมือนอย่างครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกัน
"เ้าก็ฉลาดเหมือนกันนะ"
เมื่อทั้งคู่พูดคุยกันเสร็จเจียงลั่วไป๋ที่อยู่ไม่ไกลนักก็รีบวิ่งมาหาเหมือนมีอะไรจะบอกแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าข้างๆ พี่ชายของตนมีอีกคนยืนอยู่ข้างๆ"ท่านพี่......เขาคือ?"
"เขาเป็เพื่อนข้าเอง"เจียงลั่วไป๋ี้เีอธิบายความเป็มา อย่างไรเสียเดี๋ยวตอนพบกับเจิ่นซื่อก็ต้องมีคนทนไม่ได้พูดอะไรออกมาเองตอนนี้ก็ไม่จำเป็ต้องใส่ใจคำถามนี้"เราไปคารวะท่านย่ากับท่านอาที่กำลังรอพวกเรากันก่อนเถอะ"
เจียงลั่วไป๋ได้ยินดังนั้นก็มองพี่ชายด้วยสายตาสงสัยแต่ก็ไม่ถามอะไรต่อ
สำหรับเช้าวันนี้เจินซื่อสงบเสงี่ยมมากเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวานประกอบกับไป๋ิ่อวี้ก็ไม่ได้ตามเข้าห้องไปบรรยากาศในห้องโถงจึงเรียบร้อยดีไม่มีใครพูดถึงเจียงฮุ่ยและเื่ที่เกิดขึ้นองค์หญิงลี่หยางกับเจียงสยงทำเหมือนไม่มีคนชื่อนี้อยู่พวกเขาคุยกันสักพักก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนกลับออกไปได้
ทันทีที่เลิกม่านขึ้นเจียงลั่วอวี้ก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของเจินซื่อเปลี่ยนไป หางตาของนางกระตุกไม่หยุดใบหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นเมื่อมองตามสายตาของนางไปก็ไปสะดุดที่คนชุดขาวซึ่งกำลังชื่นชมดอกไม้ที่เบ่งบานด้วยใบหน้าสดใสคนคนนั้นก็คือไป๋ิ่อวี้
