เซี่ยต้าจวินอดทนต่อความอัปยศเพื่อแบกรับภารกิจหนัก
หลิวเฟินได้ยินคนที่อยู่บนเวทีบอกว่าเซี่ยเสี่ยวหลานได้รับทุนการศึกษาให้เธอขึ้นเวทีไปรับรางวัล
เธอเคยชินกับการก้มศีรษะต่อหน้าคนอื่น แต่เื่ราวน่าภูมิใจเช่นนี้จะก้มศีรษะไปตลอดได้อย่างไร? เสี่ยวหลานคือลูกสาวเธอนี่นามีอนาคตไกลขนาดนี้ ถ้าเธอก้มศีรษะห่อไหล่ มิใช่จะเป็การทำให้เสี่ยวหลานขายหน้าคนอื่นหรือ!
สะใภ้ใหญ่เฉินมองหลิวเฟินที่ค่อยๆ ยืดหลังตรงด้วยความอิจฉาอย่างยิ่งเธอเดินไปบนแท่น
คะแนนของเฉินชิ่งมีความพัฒนา ทว่ายังไม่เข้าสู่สิบอันดับแรกของชั้นปี
จากอัตราการเข้าเรียนปริญญาตรีของเซี่ยนอีจงในปีที่แล้วหากสอบได้สิบอันดับแรกของชั้นปี แสดงความสามารถขณะสอบเกาเข่าได้โดยทั่วไปก็รับประกันว่าสามารถสอบติดระดับปริญญาตรีแล้วสะใภ้ใหญ่เฉินมักคิดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานยังซ่อนวิธีการเรียนดีๆ เอาไว้กับตัวการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของลูกชายเธอยังคงอันตรายมากทีเดียว ถ้าเธอไม่แสดงน้ำใจต่อเซี่ยเสี่ยวหลานในเวลาแบบนี้จะนั่งมองเซี่ยต้าจวินขึ้นเวทีสร้างความวุ่นวายหรือ
เธอเองก็ทำงานเป็กิจวัตร แม้บ้านเฉินอยู่ดีกินดี ทว่าเธอไม่เหมือนหลิวเฟินในอดีตที่ผ่ายผอมเสียจนโดนลมพัดปลิวได้รูปร่างของสะใภ้ใหญ่เฉินแข็งแรงไม่น้อย ให้เธอต่อสู้กับเซี่ยต้าจวินย่อมเอาชนะไม่ได้แต่ถ้าดึงเสื้อของเซี่ยต้าจวิน เซี่ยต้าจวินก็เดินไปไหนไม่ได้เหมือนกัน
หลิวเฟินและผู้ปกครองท่านอื่นที่รับทุนการศึกษาต่างยืนบนเวทีด้วยกันอาจารย์ใหญ่ซุนมอบทุนการศึกษาให้กับมือของทุกคน
เงินจำนวน 200 หยวนเป็ธนบัตรต้าถวนเจี๋ยใหม่เอี่ยมยี่สิบใบ ดูแล้วน้ำหนักไม่เบา
หลิวเฟินเคยพบเงินก้อนโตแล้ว ทั้งยังเคยถือเงิน 4 หมื่นหยวนไปฝากที่ธนาคาร สมุดบัญชีในบ้านล้วนเก็บไว้โดยเธอ ส่วนเงินจำนวน 200 หยวน เธอขายกากน้ำมันหนึ่งเดือนสามารถทำกำไรได้มากกว่าเงินจำนวนนี้แน่
แต่ความหมายไม่เหมือนกันน่ะสิ!
เรียนหนังสือเก่งถึงจะมีอนาคตสดใส ทว่าอนาคตสดใสในภายภาคหน้าอยู่หนแห่งใดยังค่อนข้างเลือนรางเงิน 200 หยวนตรงหน้านี้ต่างหากเล่าคือเงินที่เซี่ยเสี่ยวหลานได้มาโดยการเรียนหนังสืออย่างแท้จริงเงินจำนวนนี้ไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยเช่นกัน หลายครอบครัวในชนบทใช้เวลาหนึ่งปีในการเก็บเงินได้เท่านี้พนักงานในเมืองธรรมดาได้รับเงินเดือนสามสิบกว่าหยวน เงิน 200 หยวนคือรายได้ครึ่งปีของพวกเขา!
เงินส่วนนี้ไม่ว่าใครก็ต้องเห็นว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เกี่ยวข้องกับการค้ากำไรเกินควร ไม่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจส่วนตัวได้มาด้วยการศึกษาเล่าเรียน
ไม่ได้มีเพียงสะใภ้ใหญ่เฉินที่อิจฉาหลิวเฟิน ในชั่วขณะนี้ นอกจากผู้ปกครองที่ขึ้นเวทีมารับทุนการศึกษาเหมือนกันใครจะไม่อิจฉาหลิวเฟินบ้าง?
ในหอประชุมมีแต่เสียงปรบมือ
เซี่ยต้าจวินรู้สึกอิจฉาจนแทบทนไม่ไหว
โอกาสแบบนี้ เดิมทีควรให้ผู้ชายในบ้านแสดงตัว ผู้หญิงขึ้นไปทำอะไรกันเขามิใช่บิดาของเสี่ยวหลานหรือ จะปรารถนาในเงิน 200 หยวนนั่นไม่ได้หรือ
เซี่ยต้าจวินมองหญิงที่ดึงเสื้อของเขาไว้ด้วยแววตาดุร้าย ทว่าสะใภ้ใหญ่เฉินไม่เกรงกลัวเขาแม้แต่น้อย
“ทำไม เห็นลูกสาวก้าวหน้าแล้วจะหน้าหนามาอ้างสิทธิ์ความเป็ครอบครัวอีกครั้งงั้นหรือ? เฮอะ! ตอนสองแม่ลูกลำบากไม่เคยเห็นคุณ พอเห็นว่าหลิวเฟินต้นร้ายปลายดีคนหน้าด้านอย่างคุณนี่วิ่งมาเก็บลูกท้อ [1] ทำไมคุณถึงหน้าไม่อายขนาดนั้นนะ?”
เซี่ยต้าจวินบีบกำปั้นจนส่งเสียงกรอบแกรบ
สะใภ้ใหญ่เฉินรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอฝืนไม่ปล่อยไก่ให้รอดไปได้
“คุณกล้าตีฉันหรือ ครอบครัวฉันไม่ได้มีคนหนุนน้อยคนเหมือนอาเฟินหรอกนะ!”
หลิวหย่งปกป้องหลิวเฟิน ทว่าเขาคนเดียวสู้เซี่ยต้าจวินไม่ได้ แต่ถ้าเซี่ยต้าจวินกล้าแตะสะใภ้ใหญ่เฉินเพียงนิดเดียวไม่ต้องสนว่าพ่อสามีเธอเป็หัวหน้าหมู่บ้าน แค่ทางบ้านมารดาพี่ชายน้องชายร่วมท้องและพี่ชายน้องชายฝ่ายพ่อของสะใภ้ใหญ่เฉินรวมกันก็ทำลายกำแพงบ้านของตระกูลเซี่ยได้
เซี่ยต้าจวินคือคนขลาดตามมาตรฐาน เขาข่มเหงเพียงคนที่อ่อนแอกว่าเขา เมื่อมีคนอื่นร้ายกาจกว่าเขาเขาก็จะพิจารณาถึงผลพวงที่จะเกิดขึ้นหลังจากลงมือ เขาอาจเป็ท่อนไม้ทว่าสัญชาตญาณข่มอ่อนกลัวแข็งนั้นว่องไวยิ่งนัก
เซี่ยต้าจวินจำยอมต้องมองหลิวเฟินยืนอย่างสง่าผ่าเผยบนเวทีไม่ใช่แค่ผู้ปกครองทั้งหอประชุมที่ปรบมือให้เท่านั้นผู้บริหารโรงเรียนบนเวทียังสนทนากับเธอด้วย กระทั่งเวลาที่อาจารย์ใหญ่ซุนจับมือกับหลิวเฟินก็นานมากทีเดียว—แม้เซี่ยเสี่ยวหลานจะเป็อันดับสองของชั้นปีตอนสอบปลายภาคแต่ด้วยความเร็วในการก้าวหน้าของเธอนี้ จะเอาชนะอันดับหนึ่งจึงเป็เื่ในไม่ช้าก็เร็ว
รวมถึงเซี่ยเสี่ยวหลานในสายตาของเหล่าอาจารย์และนักเรียนถูกสร้างมโนภาพต่างๆนานา ความสนใจที่หลิวเฟินได้รับเลยมากกว่าผู้ปกครองของอันดับแรก
ขณะอาจารย์ใหญ่ซุนจับมือกับหลิวเฟิน ถือโอกาสกำชับสองสามประโยค “รอประชุมตรงนี้เสร็จ คุณอย่าเพิ่งรีบกลับไปนะผมจะคุยธุระบางอย่างที่เกี่ยวกับคะแนนของนักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลานกับคุณ”
หลิวเฟินไม่มีท่าทางสงสัยแต่อย่างใด วาจาของอาจารย์ใหญ่จะไม่ฟังได้หรือ?
การประชุมผู้ปกครองดำเนินไปจนจบ เซี่ยต้าจวินโดนสะใภ้ใหญ่เฉินโจมตีจนต้องยอมอยู่เฉยไม่สร้างปัญหาหลิวเฟินโล่งใจ เธอยินดียอมรับว่าตนเองหย่าแล้วต่อคนอื่น แต่ไม่ได้แปลว่าเธอยินดีปล่อยให้เซี่ยต้าจวินก่อความโกลาหลต่อหน้านักเรียนเตรียมสอบทุกคนด้วยการนำเื่ในครอบครัวออกมาโวยวายโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ตัวหลิวเฟินเองทนได้ แต่เซี่ยเสี่ยวหลานยังต้องมาเรียนที่เซี่ยนอีจงผู้ปกครองและนักเรียนมากมายอยู่ที่นี่ อีกหน่อยจะพูดถึงเสี่ยวหลานของเธออย่างไร?
หลังจากการประชุมผู้ปกครองเสร็จสิ้น ผู้ปกครองและนักเรียนกลับไปจนเกือบหมดหลิวเฟินก็ไม่กลัว!
อย่างมากคงโดนเซี่ยต้าจวินทำร้ายทว่าเซี่ยต้าจวินไม่อาจสร้างปัญหาให้ลูกสาวได้อีกต่อไปยิ่งกว่านั้นคือด้านหลิวเฟินยังมีคนอื่นอยู่ด้วย เฉินชิ่งและสะใภ้ใหญ่เฉินแถมเฉินชิ่งยังเรียกเพื่อนนักเรียนที่สนิทสนมอีกจำนวนหนึ่งมาด้วยไม่ต้องอธิบายเื่ราวในครอบครัวของเซี่ยเสี่ยวหลานจนชัดเจนแจ่มแจ้งนักรู้เพียงแต่เซี่ยต้าจวินมาเพื่อบีบคั้นมารดาของเซี่ยเสี่ยวหลานเพื่อนนักเรียนชายเหล่านี้ก็ฮึกเหิมมากพอแล้ว
หากเซี่ยต้าจวินกล้าลงมือ เด็กมือใหม่กลุ่มนี้ก็กล้าเข้าไปปะทะกับเขา
วัยรุ่นก็เป็เช่นนี้ล่ะนะ สิ่งที่ไม่พร่องที่สุดก็คือความเืร้อน [2]
หากสามารถทำอะไรเพื่อ ‘เซี่ยเสี่ยวหลาน’ ได้สักหน่อย สำหรับเหล่านักเรียนชาย ถือเป็ความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งเป็ความปีติยินดีที่ซ่อนเร้นไว้
“อาเฟิน เธอไปด้วยกันกับฉันเถอะ”
สะใภ้ใหญ่เฉินคิดว่าเซี่ยต้าจวินไม่ร้ายกาจสักเท่าไร
หลิวเฟินรู้สึกซาบซึ้ง ขนาดนักเรียนจำนวนหนึ่งก็ยังยืนหยัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเธอไม่รู้จริงๆ ว่าควรกล่าวอะไรดี แต่เธอกลับไปพร้อมกับสะใภ้ใหญ่เฉินไม่ได้เนื่องจากอาจารย์ใหญ่ซุนมีเื่จะคุยกับเธอ
เซี่ยต้าจวินเห็นว่าไร้โอกาสสนทนากับหลิวเฟินจริงๆ จึงออกจากหอประชุมไปหาอาจารย์ใหญ่ซุนที่บ้านเสียเลย
ตรุษจีนวันที่สองเขาไปเยือนบ้านของอาจารย์ใหญ่ซุน ตอนนั้นได้ตกลงกันว่าเื่ไกล่เกลี่ยจะจัดการภายในบ้านของอาจารย์ใหญ่ซุน—อาจารย์ใหญ่ซุนไม่มีทางจัดแจงให้ทั้งสองพูดคุยที่ห้องทำงานแบบนั้นมิใช่ว่าทั้งโรงเรียนล้วนต้องรู้เื่ในครอบครัวของเซี่ยเสี่ยวหลานแล้วหรอกหรือ
เฉินชิ่งไม่เข้าใจว่าเซี่ยต้าจวิน้าทำอะไรอาจารย์ใหญ่ซุนมอบหมายงานเสร็จก็บอกหลิวเฟิน “ไปเถอะครับไปนั่งที่บ้านผมสักครู่ ภรรยาผมก็อยู่ด้วยผมว่าคะแนนของนักเรียนเสี่ยวหลานยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก พวกเราร่วมกันหารือดีกว่าว่าควรใช้วิธีอะไร”
หา?
นี่ก็คือสิทธิพิเศษของนักเรียนดีเด่นสินะ
ทางโรงเรียนช่างให้ความสำคัญต่อเซี่ยเสี่ยวหลานมากเหลือเกิน!
อาจารย์ใหญ่ซุนกล่าวอย่างกระจ่างว่าภรรยาของเขาก็อยู่ที่บ้านด้วยเหมือนกันเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดข่าวลือจากสถานการณ์อันน่าระแวงสงสัย
ทุกคนเชื่อมโยงอาจารย์ใหญ่ซุนและเซี่ยต้าจวินเข้าด้วยกันโดยสมบูรณ์เฉินชิ่งคิดว่าจะรอหลิวเฟินด้านล่างอาคารบ้านของอาจารย์ใหญ่ซุนเซี่ยต้าจวินปรากฏตัวและหายไปเหมือนเงา ไม่แน่ว่าเผื่อเขาจะพุ่งออกจากซอกมุมไหนมาทำร้ายคนอื่นอีกครั้ง
หลิวเฟินจากไปพร้อมอาจารย์ใหญ่ซุน สะใภ้ใหญ่เฉินจึงดึงลูกชายพลางพูดกับเขา “แม่ว่าอีกหน่อยเด็กเสี่ยวหลานนั่นจะต้องถูกกำหนดให้มีอนาคตสดใสแน่นอนกระทั่งครูใหญ่ก็ใส่ใจเธอ”
เฉินชิ่งพยักหน้ารับอย่างขอไปที
“ไปเถอะ พวกเราไปรอด้านล่างอาคารบ้านครูใหญ่ซุน”
ด้านล่างอาคารบ้านอาจารย์ใหญ่ซุนไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย
เพราะ ‘ปัญหา’ ได้อยู่ในบ้านของอาจารย์ใหญ่ซุนแล้วนั่นเองตอนเซี่ยต้าจวินเคาะประตู ไม่ต้องพูดถึงว่าภรรยาอาจารย์ใหญ่จะรำคาญเพียงใด เธอไม่้าเปิดประตูให้แม้แต่น้อยที่อยู่อาศัยของอาจารย์ใหญ่ซุนมิใช่บ้านเดี่ยวเสียหน่อย เพื่อนบ้านล้วนคืออาจารย์ในโรงเรียนหากคนอื่นเห็นย่อมไม่เหมาะสม
นี่เพิ่งวันที่สี่ของตรุษจีนมีเพียงนักเรียนมัธยมปลายปีสามที่เริ่มเปิดเรียนนักเรียนปีหนึ่งและปีสองยังคงอยู่ระหว่างปิดภาคเรียน
่เช้ามีคนมามอบของขวัญยังบ้านอาจารย์ใหญ่ซุนสองกลุ่ม แต่เพื่อธุระนี้คุณนายซุนไม่กล้าเชิญแขกรับประทานอาหาร เหล่าซุนของเธอหาเหาใส่หัวจริงๆ ! คุณนายซุนถือตะหลิว ปล่อยเซี่ยต้าจวินเข้าบ้าน บอกแค่ว่านั่งก่อนและวิ่งกลับเข้าครัวเพื่อไปทำอาหารต่อ
เซี่ยต้าจวินก็ไม่กล้าขยับตัวซี้ซั้วผ่านไปสักครู่เขาได้ยินเสียงขยับของกุญแจ อาจารย์ใหญ่ซุนพาหลิวเฟินกลับมา—หลิวเฟินไม่รู้ว่าทำไมเซี่ยต้าจวินถึงมาอยู่ที่นี่ได้ปฏิกิริยาแรกเมื่อเธอพบเซี่ยต้าจวินก็คือหันหลังหนี
ทว่าเธอหนีไม่ได้ ที่นี่คือบ้านของอาจารย์ใหญ่นะ!
อาจารย์ใหญ่คือผู้บริหารสูงสุดของโรงเรียน เซี่ยเสี่ยวหลานก็ศึกษาเล่าเรียนที่เซี่ยนอีจงด้วยหลิวเฟินจะกล้าหนีหรือ?
อาจารย์ใหญ่ซุนกระแอมแห้งสองที “ผมเชิญคุณมาก็เพราะ้าทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวของคุณและคุณพ่อของนักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลานครอบครัวหากไม่รักใคร่ปรองดองกันจะส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของนักเรียนเป็อย่างยิ่ง...ระหว่างพวกคุณมีความขัดแย้งอะไร อธิบายจนชัดเจนได้หรือไม่ เพื่อให้นักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลานบรรลุผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในด้านการเรียนทั้งสองท่านอาจต้องเสียสละบ้าง”
เชิงอรรถ
[1]摘桃子 เก็บลูกท้อ หมายถึง ชิงความดีความชอบของผู้อื่น
[2]热血 เืร้อน หมายถึง อารมณ์ขวนขวายอย่างรุนแรงในเื่ของความถูกต้อง
