หลังจากฉินซีเดินลงมาก็ไม่มีใครมาตามเขา ทว่าหลังจากนั้นโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นไม่หยุด ฉินซีตัดทิ้งไปทีละสาย จากนั้นก็เดินตรงมายังด้านล่างตึก เมื่อคนขับรถที่รออยู่ด้านล่างเห็นเขาเดินออกมาทั้งแบบนั้นก็อึ้งไป หลังจากนั้นหลายวินาทีถึงได้สติและรีบเปิดประตูรถเดินลงมา “คุณชายฉินทานอาหารเสร็จแล้วเหรอครับ?”
“อืม” ฉินซีเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านใน
“พวกเรากลับคฤหาสน์กันเลยไหมครับ?” คนขับรถถามต่อ
ฉินซีรู้ว่าตอนนี้สีหน้าของเขาคงจะย่ำแย่มาก เขาเงยหน้าขึ้น ก่อนจะกดมือลงที่ขมับอันปวดตึงของตัวเอง “ไม่ครับ ไป… ไปขับรถวนแถวๆ นี้ก่อนก็แล้วกัน...”
คนขับรถรับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้าในน้ำเสียงของอีกฝ่าย เขาจึงไม่ได้พูดอะไรมาก พอฉินซีคาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว เขาก็เหยียบคันเร่งขับวนอยู่ที่ถนนสองเส้นนี้
ตอนที่เฉินเจวี๋ยมาถึง เขาก็เห็นรถ BMW สีขาวของตัวเองกำลังขับวนอยู่ที่ถนนเส้นหนึ่ง
ฉินซีนั่งอยู่บนรถ โทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้ง ในตอนที่กำลังจะตัดสาย เขาก็เห็นว่าชื่อที่ปรากฏบนจอเป็ชื่อของเฉินเจวี๋ย ฉินซีกดรับสาย จากนั้นเสียงของเฉินเจวี๋ยก็ดังมาจากอีกฝั่ง “หยุดรถ”
แม้ฉินซีจะไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินเจวี๋ยถึงพูดแบบนี้กะทันหัน แต่เขาก็ยังคงบอกให้คนขับหยุดรถ ครึ่งนาทีต่อมาประตูรถก็ถูกเปิดออก เมื่อฉินซีหันไปมอง เฉินเจวี๋ยในชุดสูทสีดำดูหล่อเหลาก็ยืนอยู่ข้างรถแล้ว
ฉินซีมองเฉินเจวี๋ย สายตาของเขาดูล่องลอยไปเล็กน้อย
เฉินเจวี๋ยขมวดคิ้ว รับรู้ได้ทันทีว่าอารมณ์ของฉินซีไม่ปกตินัก เฉินเจวี๋ยไม่เคยเห็นเขาเป็แบบนี้มาก่อน ในใจของเขา ส่วนมากฉินซีก็จะมีท่าทีเปิดเผย มั่นใจในตัวเองและทะนงตน หรือบางครั้งก็อาจทำอะไรแปลกๆ ไปบ้าง
“ไปนั่งด้านหลัง” เฉินเจวี๋ยพาตัวฉินซีออกมาจากที่นั่งข้างคนขับ ก่อนจะยัดเข้าไปที่เบาะหลัง จากนั้นเขาก็ตามเข้าไปนั่งด้วย ส่วนรถที่เฉินเจวี๋ยนั่งมาในตอนแรกก็ถูกถงเซ่าิขับตามอยู่ด้านหลังไม่ไกล
“มีอะไรอยากพูดไหม?” เห็นได้ชัดว่าเฉินเจวี๋ยยังคงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยเช่นเดิม แต่อยู่ๆ ฉินซีกลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก ความไม่พอใจที่ถูกเฉินเจวี๋ยวางสายไปก่อนหน้านี้มลายไป ที่แท้เฉินเจวี๋ยก็ตั้งใจจะมารับเขากลับั้แ่แรกแล้วเหรอ?
ฉินซีส่ายหน้าอย่างเงียบงัน เขาซึ้งใจจริงอยู่ แต่บางเื่ก็ไม่เหมาะที่จะพูดต่อหน้าเฉินเจวี๋ย
ในใจของเขาจดจำได้ดี เขาคือนักแสดงที่ถูกเลี้ยงดู ส่วนเฉินเจวี๋ยคือนายทุนของเขา การที่เฉินเจวี๋ยอ่อนโยนกับเขาใน่ระยะเวลาหนึ่งถือเป็ความโชคดีของเขา แต่เขากลับไม่สามารถเปิดเผยตัวเองกับเฉินเจวี๋ยทุกสิ่งได้ เขาเคยััความยากลำบากในชาติก่อนมาแล้ว และชาตินี้เขาจะไม่โง่เขลาแบบนั้นอีก
ความเงียบสงบกระจายไปทั่วรถ คนขับรถถูกบรรยากาศแบบนี้ทำเอาสั่นสะท้าน จึงอดหันกลับไปมองบ่อยๆ ไม่ได้ เนื่องจากเกรงว่าเฉินเจวี๋ยจะะเิอารมณ์ออกมา
แต่เฉินเจวี๋ยถูกสั่งสอนมาเป็อย่างดี แม้ฉินซีจะไม่ตอบคำถาม สีหน้าของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
“ขับรถกลับคฤหาสน์” เฉินเจวี๋ยพูดกับคนขับรถ ก่อนจะหันไปถามฉินซีอีกครั้ง “ทานข้าวเรียบร้อยแล้วเหรอ?”
ฉินซีส่ายหน้า
เฉินเจวี๋ยนิ่งไปเล็กน้อย “อยากไปทานข้าวที่ไหนล่ะ?”
“กลับคฤหาสน์ก็แล้วกันครับ” ความจริงฉินซีรู้สึกเหนื่อยมาก แม้แต่วันที่ถ่ายงานตลอดทั้งวันหยุดหย่อน ก็ยังไม่เป็แบบนี้ แต่ฉินซีที่ต้องรับมือกับเื่วุ่นวายเ่าั้ แม้จะเป็เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง เขาก็รู้สึกเหนื่อยล้าเกินทนแล้ว
เฉินเจวี๋ยหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรเข้าไปที่คฤหาสน์ ฉินซีฟังอยู่สักพักก็สรุปได้ว่า เฉินเจวี๋ยสั่งให้ไปเชิญพ่อครัวอาหารฝรั่งเศสมาที่คฤหาสน์ ฉินซีอ้าปากกว้าง “...มันจะวุ่นวายเกินไปหรือเปล่าครับ?”
“ตอนที่อยู่กองถ่าย นายไม่ได้อยากทานอาหารฝรั่งเศสหรอกเหรอ?”
ฉินซีนิ่งไปเล็กน้อย คิดย้อนกลับไปในความทรงจำอย่างละเอียด ก่อนจะพบว่าตอนถ่ายเสริมอยู่ที่กองตำนานยุคฉิน ดูเหมือนเขาจะเคยพูดอะไรแบบนั้นไป แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้แค่คุยกับหนานชิวเยว่โดยไม่ได้คิดอะไรเท่านั้นหรอกเหรอ? ทำไมเฉินเจวี๋ยถึงรู้ได้? ในหัวของฉินซีเต็มไปด้วยความมึนงง แต่ก็ไม่อยากถามออกมา
หลังจากกลับไปถึงคฤหาสน์แล้ว พ่อครัวอาหารฝรั่งเศสที่เชิญมาก็ทำอาหารเกือบจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขากำลังค่อยๆ นำอาหารมาวางลงบนโต๊ะพอดี แต่เฉินเจวี๋ยกลับให้ฉินซีไปอาบน้ำร้อนก่อน เดิมทีฉินซีไม่ค่อยยินดีนัก แต่เมื่อเข้าไปอาบน้ำออกมา เขาก็พบว่าความเหนื่อยล้าถูกชำระออกไปไม่น้อย
หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ได้ทานอาหารพอดี
เพียงแต่หลังจากฉินซีเดินลงไปถึงห้องนั่งเล่นด้านล่าง เฉินเจวี๋ยที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้เขาเห็น “มีคนโทรมาหานาย”
สีหน้าของฉินซีเปลี่ยนไปในพริบตา เขาเดินตัวแข็งไปยังห้องอาหาร “ช่วยตัดสายให้ผมทีครับ ขอบคุณมาก”
เฉินเจวี๋ยกดปุ่มตัดสาย ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามฉินซีเข้าไปในห้องอาหาร
จนกระทั่งพวกเขาทานอาหารเสร็จแล้ว จิตใจของฉินซีก็สงบลง ถึงได้โทรกลับไปหาเมิ่งหลิง
“ทำไมถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์ล่ะ?” เมื่อสายถูกรับ เมิ่งหลิงก็ถามออกมาทันที
“อยู่บนรถครับ” ฉินซีรู้สึกว่าพอต้องเผชิญหน้ากับแม่ในตอนนี้ เขาก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย ดังนั้นน้ำเสียงจึงถูกกดจนเรียบเฉย
“ที่ลูก… ที่ลูกทำวันนี้ไม่ค่อยดีเลยนะ ไม่ไว้หน้าพวกญาติๆ เลย ความจริงพวกเขาหวังดีกับลูกทั้งนั้น...”
“แม่ ที่ผมโทรกลับไปหา ไม่ใช่เพราะอยากได้ยินแม่พูดเื่พวกนี้หรอกนะครับ จะดีหรือไม่ดี ผมแยกแยะได้” ฉินซีสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ กดความไม่พอใจภายในเอาไว้ เขาเว้นระยะไปเล็กน้อย จากนั้นก็พูดต่อ “ผมยังไม่รู้เลยว่าแม่มีแฟนั้แ่เมื่อไร จะไม่บอกผมหน่อยเหรอครับ?”
“ความจริง มันเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้น่ะ อาสะใภ้ของลูกเป็คนแนะนำมา ลูกไม่ได้ยุ่งอยู่หรอกเหรอ? แม่กลัวว่าจะไปรบกวนการถ่ายละครของลูกก็เลยยังไม่ได้บอก ตั้งใจว่าถ้าตัดสินใจแน่นอนแล้วก็จะบอกลูก วันนี้เลยเรียกลูกกลับมาที่บ้าน แต่ใครจะรู้ว่า...” เมิ่งหลิงไม่ได้พูดต่อ เื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้านวันนี้ทำให้จิตใจของเมิ่งหลิงสับสน ฝั่งหนึ่งก็เป็ครอบครัว อีกฝั่งก็เป็ลูกในไส้
“ไม่เป็ไรครับ ขอแค่อีกฝ่ายนิสัยดีและแม่ชอบก็พอแล้ว ผมยังมีธุระต้องไปจัดการ ปีใหม่จะไม่กลับไปนะครับ สนุกกันให้เต็มที่ล่ะ” ฉินซีวางสายไป เขารู้สึกเหมือนสูญเสียอะไรบางอย่าง
เขาไม่เคยได้ััว่าความรักจากพ่อและแม่เป็อย่างไรมาตั้งนานแล้ว แต่หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็ค่อยๆ กลับไปสนิทกับแม่อย่างเมื่อก่อน ถ้าจะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงเป็ไปไม่ได้ ฉินซีลูบหน้า ก่อนจะเปลี่ยนชุดนอนขึ้นเตียง นอนหลับสักตื่นก็ดีขึ้นแล้ว
โชคดีที่ต่อจากนั้นเขาก็ยุ่งมาตลอด ทำให้ความอึดอัดใจเ่าั้หายไป หลังจากนั้นไม่ว่าเมิ่งเจียวจะติดต่อเขาอย่างไร ฉินซีก็ไม่มีการตอบรับ เพราะรู้สึกว่าบางทีเขาควรอยู่ให้ห่างจากญาติฝั่งนั้นเสียหน่อย
ไม่นานปีใหม่ก็มาถึง
วันก่อนวันแรกของปีใหม่ ฉินซีได้รับการนัดหมายจากเกาจิ้ง เพื่อไปถ่ายโฆษณาที่เมืองอื่นกับกองถ่าย
เกมถูกตั้งชื่อว่า [เยือนโลก] มันถูกทำเหมือนภาพยนตร์แฟนตาซี และเกาจิ้งก็ไม่ได้ใช้เพียงรูปแบบของตะวันตก แต่ยังเพิ่มเวทมนตร์ในแบบของตะวันออกเข้าไปด้วย ทั้งสองผสมผสานกัน เชื่อว่าจะสามารถทำให้ผู้เล่นได้ััความรู้สึกแบบใหม่ และยังแสดงให้เห็นว่า เวทมนตร์ไม่ได้มีเพียงฝั่งตะวันตกเท่านั้น
เทคนิคแบบนี้ยิ่งใหญ่มาก โดยเฉพาะเมื่อตลาดเกม 3D ในประเทศยังเพิ่งจะเริ่มต้น เมื่อเกาจิ้งก้าวะโแบบนี้ มันก็ทำให้เขาสามารถกวาดเงินมากมายไปได้อย่างน้อย 2 ปี
เกาจิ้งทำภาพ CG ในเกมขึ้นมา และมีการเก็บภาพจากความจริงด้วย สถานที่ที่พวกเขาไปในครั้งนี้ ก็เป็สถานที่เก็บภาพที่สำคัญแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีเขาที่มีชื่อเสียงมาก บรรยากาศเงียบสงัด สระน้ำใสสะอาด หากได้ถ่ายโฆษณาที่นั่นคงจะงดงามน่าดูชมทีเดียว
เฉินเจวี๋ยไม่ได้มีเวลามากถึงขนาดจะไปกับฉินซีด้วย ดังนั้นฉินซีจึงขึ้นเครื่องบินไปกับทีมของเกาจิ้ง เอ๋... ไม่สิ ยังมีหยางกุ้ยเฟินที่มีตัวตนค่อนข้างจืดจางตามไปด้วย
หลังจากไปถึงที่หมาย ทีมงานก็เริ่มจัดสถานที่และเตรียมเครื่องมือการถ่ายทำ จากนั้นบทก็ถูกส่งมาถึงมือของฉินซี ฉินซีพลิกบทอ่าน ก่อนจะพบว่าในโฆษณาตัวนี้ เขาจะได้แสดงเป็สองตัวละคร หนึ่งในนั้นเป็นักเขียนทางตะวันออก เขาสามารถใช้พู่กันสร้างมิติเสมือนขึ้นมาได้ ส่วนอีกตัวละครเป็เ้าชายปีศาจของทางตะวันตกที่เกิดมาเก่งกาจด้านเวทมนตร์ปีศาจและการใช้ธนู
เพราะไม่ได้มีบทพูดมากนัก ไม่นานฉินซีก็จำบทนี้ได้ แล้วรีบไปแต่งตัว
เพื่อการถ่ายทำโฆษณาในครั้งนี้ เกาจิ้งใช้เวลาไปไม่น้อย เขาเชิญช่างแต่งหน้ามาแต่งหน้าให้ฉินซี 2 คน พวกเขามีความถนัดแตกต่างกันไป คนหนึ่งจึงรับหน้าที่แต่งแบบเ้าชายปีศาจตะวันตก และอีกคนแต่งแบบตะวันออก
ฉินซีไปลองชุดฉางเผ้าสีขาวก่อน หลังจากนั้นก็ใส่ผมปลอม ในมือของเขาถือพู่กันอันใหญ่ ้าผมปลอมถูกเสียบปิ่นพู่กันเอาไว้ ดูๆ ไปแล้วก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของบัณฑิตผู้มีความรู้ คนออกแบบชุดมีไอเดียขึ้นมา บนชุดฉางเผ้าสีขาวตัวใหญ่โคร่งของฉินซีจึงมีรอยหมึกสีดำประทับอยู่ ราวกับน้ำหมึกที่หยดลงไปในน้ำและกระจายออก ดูสูงส่งราวกับเทพเซียน
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เกาจิ้งก็มองมาที่เขาพร้อมเอ่ยชมไม่ขาดปาก
“ดูเหมือนว่าฉันจะตัดสินใจไม่ผิดที่เซ็นสัญญากับนายในตอนนั้น” เกาจิ้งหัวเราะร่า
ไม่นานฉินซีก็แต่งหน้าเสร็จ เรือนคิ้วของเขาคมกริบ ทำให้ตัวของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายความงดงาม แต่นั่นกลับทำให้ท่าทางอวดดีของเขายิ่งเด่นชัด ตอนนี้เขาดูเหมือนดาบที่ถูกชักออกมาจากฝัก ภายในเต็มไปด้วยความอวดดี และเป็อิสระชวนให้ผู้คนลุ่มหลง
“เอาล่ะ เมื่อพร้อมแล้วก็เริ่มถ่ายได้!” ผู้กำกับปรบมือสั่ง
ผู้คนในกองถ่ายเข้าประจำที่
มุมปากของฉินซียกรอยยิ้มขึ้นมา เขาเดินอยู่ในหุบเขาเงียบสงัดอย่างเป็อิสระ ฝั่งหนึ่งเป็ถ้ำเขามืดมิด และอีกฝั่งเป็สระน้ำใสสะอาดที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยป่าไม้ เขาเดินออกมาจากความมืดมิด ความมืดด้านหลังทำให้ตัวเขาในชุดสีขาวเป็ดั่งดอกไม้สด ภาพที่เขาเดินออกมาช้าๆ ถูกบันทึกลงไปจนกระทั่งเขาหยุดลงที่ริมสระน้ำ
จากนั้นเขาก็ขึ้นสลิง ทำท่าทางราวกับถูกแขวนอยู่บนหน้าผา
ผู้ให้คำแนะนำเฉพาะด้านเดินมาอธิบายเื่ที่ต้องระวังเกี่ยวกับสลิงให้ฟังอย่างละเอียด จากนั้นก็บอกไม่ให้เขากังวล ความจริงฉินซีก็ไม่ได้เครียดอะไร ในชาติก่อนเขาก็เคยขึ้นสลิงมาหลายครั้งแล้ว
ไม่นานก็เปลี่ยนไปยังหน้าผา...
ฉินซีถูกแขวนอยู่ที่หน้าผาท่ามกลางสายตากังวลของทุกคน ความจริงมันไม่ได้สูงมากนัก แต่หลังจากนี้จะถูกตัดต่อให้กลายเป็หน้าผาลึกหมื่นจ้าง แต่ว่ามันก็ทำให้คนในกองถ่ายทุกคนเป็กังวลมากแล้ว ฉินซีสงบนิ่งมาก ทั้งยังสามารถเผยรอยยิ้มอวดดีออกมาได้ เนื่องจากทักษะการแสดงและความเข้าใจในบทบาทของเขาค่อนข้างดี ดังนั้นไม่นานการถ่ายทำก็เสร็จสิ้น
หลังจากนั้นเขาก็ไปเปลี่ยนเป็ชุดเ้าชายปีศาจ
ฉินซีสวมชุดกษัตริย์สีเขียวอ่อน บนหัวประดับไปด้วยกิ่งไม้สีเขียวเล็กๆ เรือนผมยาวสีขาวถูกปล่อยตรงลงมาถึงข้อเท้า ดูสูงส่งไม่อาจขัดขืน ช่างแต่งหน้าทำให้โครงหน้าของเขาละเอียดชัดขึ้น เมื่อไปยืนอยู่หน้ากล้อง ก็ทำให้เกิดความงดงามจนจิตใจเลื่อนลอยไป
ทุกคนต่างพากันกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว
โทรศัพท์มือถือของเกาจิ้งดังขึ้นกะทันหัน ทว่าเขากลับไม่มีอารมณ์ไปสนใจ ยังคงมองภาพฉินซีในชุดเ้าชายปีศาจถือคทา และถูกกิ่งไม้พันล้อมเดินไปยังข้างสระน้ำตรงหน้าด้วยใจจดจ่อ
ในนาทีนั้น กล้องก็จับภาพเขาไปนิ่งๆ
